Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีดู Analytics ใน Microsoft Copilot Studio ทำได้โดยเปิด Copilot Studio เลือก AI Agent ที่ต้องการ แล้วเข้าเมนู Monitor เพื่อดูสถิติการใช้งาน ผลลัพธ์การสนทนา คุณภาพคำตอบ ความพึงพอใจของผู้ใช้ และข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น จากนั้นเลือกช่วงเวลาและเปิดรายละเอียดแต่ละตัวชี้วัด เพื่อค้นหาว่า Agent ทำงานได้ดีตรงไหนและควรปรับปรุงส่วนใด
การสร้าง AI Agent ให้ตอบคำถามได้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากต้องการนำ AI ไปใช้กับธุรกิจจริง จำเป็นต้องวัดผลอย่างต่อเนื่อง เพราะ Agent ที่ทำงานได้ดีในหน้าทดสอบอาจพบคำถามหรือสถานการณ์ที่ไม่เคยเตรียมไว้เมื่อมีผู้ใช้งานจริง
ตัวอย่างเช่น บริษัทสร้าง AI Agent สำหรับตอบคำถามเกี่ยวกับ LAN, Wi-Fi, Fiber Optic และ CCTV แล้วเผยแพร่บนเว็บไซต์ หากมีผู้เข้าชมสอบถามจำนวนมาก แต่ระบบตอบไม่ตรงคำถามหรือไม่สามารถช่วยลูกค้าไปถึงขั้นตอนขอใบเสนอราคาได้ ก็อาจยังไม่บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ
Analytics ช่วยให้ทราบว่าผู้ใช้ถามเรื่องอะไร Agent ตอบคำถามสำเร็จมากน้อยเพียงใด มีการส่งต่อเจ้าหน้าที่กี่ครั้ง คำตอบจาก Knowledge มีคุณภาพอย่างไร และ Tools ทำงานได้ตามเป้าหมายหรือไม่
บทความนี้ comsiam จะสอนวิธีดู Analytics ใน Microsoft Copilot Studio แบบละเอียด ตั้งแต่ความหมายของ Dashboard, Sessions, Engagement Rate, Resolution Rate, Escalation Rate, Customer Satisfaction (CSAT), Generative Answers, Knowledge Sources และการติดตาม Copilot Credits พร้อมตัวอย่างวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ AI Agent ให้ดีขึ้น
Analytics คือระบบรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการทำงานของ AI Agent เพื่อช่วยให้ผู้สร้างและผู้ดูแลเข้าใจประสิทธิภาพของ Agent หลังนำไปใช้งาน
ระบบช่วยตอบคำถามสำคัญ เช่น
เพราะการประเมินว่า Agent ทำงานได้ดีหรือไม่ ควรอาศัยข้อมูลการใช้งานจริง ไม่ใช่ดูเพียงว่าระบบสามารถสนทนาได้
หาก Agent มีผู้ใช้จำนวนมาก แต่ตอบคำถามไม่สำเร็จ องค์กรยังต้องปรับปรุงระบบ
ในทางกลับกัน Agent ที่มีผู้ใช้น้อย แต่ออกแบบมาเพื่อช่วยงานเฉพาะทางและทำงานได้สำเร็จอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้สูง
Microsoft Copilot Studio มีความสามารถติดตามผลแตกต่างกันตามประเภท Agent และ Harness
| เครื่องมือ | หน้าที่ |
|---|---|
| Monitor | ดูภาพรวมประสิทธิภาพ Agent |
| Sessions | วิเคราะห์แต่ละการสนทนา |
| Conversation Outcomes | ดูผลลัพธ์การสนทนา |
| Engagement | ดูการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ |
| Reactions | ดู Thumbs Up / Down |
| Customer Satisfaction | ดูความพึงพอใจ |
| Generative Answers | ตรวจสอบคุณภาพคำตอบจาก AI |
| Knowledge Analytics | วิเคราะห์การใช้แหล่งข้อมูล |
| Topic Monitor | วิเคราะห์ Topic ใน Classic Mode |
| Tool Usage | ดูการเรียกเครื่องมือ |
| Credits Usage | ติดตามการใช้เครดิต |
| Transcripts | ตรวจสอบบทสนทนา |
| Agent Evaluation | ทดสอบและประเมินก่อนเผยแพร่ |
Standard Harness
เน้นการติดตามผลการสนทนา เช่น Engagement, Resolution, Escalation, Customer Satisfaction และคุณภาพคำตอบจาก Knowledge
GitHub Copilot Harness
มีหน้า Monitor ที่ติดตาม Total Sessions, Total Users, Success Rate, Fail Rate, Reactions, Tool Usage และ Copilot Credits ตามความสามารถของระบบ
ดังนั้นหน้าจอของแต่ละองค์กรอาจไม่เหมือนกันทั้งหมด
ควรตรวจสอบว่า Agent ที่ใช้อยู่เป็นประเภทใดก่อนนำขั้นตอนในบทความนี้ไปใช้
ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์ดูข้อมูล Agent
ตรวจสอบ Environment ที่ต้องการ เช่น Development หรือ Production
เลือก Agent ที่ต้องการวิเคราะห์
ตัวอย่าง:
IT Customer Assistant
เลือกแท็บ Monitor
ระบบจะแสดงข้อมูลติดตามผลตามประเภท Agent ที่รองรับ
ใช้ Date Filter เพื่อดูข้อมูลในช่วงที่ต้องการ
ตัวอย่าง:
ตัวเลือกจริงขึ้นอยู่กับหน้าจอและข้อมูลที่ระบบรองรับ
ดูจำนวน Sessions, Outcomes, Feedback และตัวชี้วัดสำคัญ
เลือกตัวชี้วัดที่ต้องการวิเคราะห์เพิ่มเติม
ค้นหาการสนทนาที่มีปัญหา
ตรวจสอบ Knowledge, Tools หรือขั้นตอนการสนทนาที่เกี่ยวข้อง
แก้ไขเฉพาะส่วนที่พบปัญหา
ใช้ชุดคำถามเดิมเพื่อยืนยันผล
เมื่อทดสอบผ่าน ให้เผยแพร่เวอร์ชันใหม่และติดตามผลอีกครั้ง
| KPI | ความหมาย | ใช้วิเคราะห์อะไร |
|---|---|---|
| Total Sessions | จำนวน Analytics Sessions | ปริมาณการใช้งาน |
| Total Users | จำนวนผู้ใช้งาน | การเข้าถึง Agent |
| Engagement Rate | สัดส่วน Sessions ที่มี Engagement | การมีส่วนร่วม |
| Resolution Rate | สัดส่วน Sessions ที่ระบบจัดว่า Resolved | ผลลัพธ์การสนทนา |
| Escalation Rate | สัดส่วน Sessions ที่ส่งต่อ | ความจำเป็นในการส่งต่อ |
| Abandonment Rate | สัดส่วน Sessions ที่ถูกจัดว่า Abandoned | การหยุดสนทนา |
| CSAT | คะแนนความพึงพอใจ | ประสบการณ์ผู้ใช้ |
| Response Quality | การประเมินคุณภาพคำตอบ | คุณภาพ Generative Answers |
| Tool Usage | จำนวนหรือรูปแบบการเรียก Tools | การใช้เครื่องมือ |
| Success / Fail Rate | ผลสำเร็จหรือล้มเหลวตามระบบ | ความน่าเชื่อถือ |
| Copilot Credits | ปริมาณเครดิตที่ใช้ | ต้นทุน |
ข้อสำคัญ: ตัวชี้วัดเหล่านี้ไม่ได้แสดงครบทุกตัวใน Agent ทุกประเภท และคำว่า Success, Resolved หรือ Engaged อาจมีนิยามเฉพาะของ Microsoft ที่ไม่เท่ากับการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจจริง
Total Sessions คือจำนวน Analytics Sessions ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลือก
Conversation คือการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้กับ Agent
แต่หนึ่ง Conversation อาจประกอบด้วยหนึ่งหรือหลาย Analytics Sessions
ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ถามเรื่อง Wi-Fi แล้วจบคำถาม ต่อมาถามเรื่องแจ้งซ่อมในบทสนทนาเดียวกัน ระบบอาจบันทึกเป็นหลาย Analytics Sessions ตามรูปแบบการทำงาน
ไม่จำเป็น
Sessions เพิ่มขึ้นอาจหมายถึงมีผู้ใช้งานมากขึ้น แต่ก็อาจเกิดจากผู้ใช้ต้องถามซ้ำหลายครั้ง
จึงควรดูร่วมกับ Resolution Rate และคุณภาพคำตอบ
Engagement Rate ใช้ดูสัดส่วนของ Analytics Sessions ที่ระบบจัดว่ามีการมีส่วนร่วม
สำหรับ Standard Harness ที่ใช้การวัดผลแบบ Conversation Analytics การจัดประเภท Engaged ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการทำงานของ Topics และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง
สมมติว่า Agent มี
Total Sessions = 1,000
Engaged Sessions = 750
Engagement Rate = (750 ÷ 1,000) × 100
Engagement Rate = 75%
ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างสมมติ
ต้องดูวัตถุประสงค์ Agent
หาก Agent ออกแบบสำหรับตอบคำถามสั้นๆ การที่ผู้ใช้ได้รับคำตอบแล้วจบอย่างรวดเร็วอาจเป็นผลดี
จึงไม่ควรเพิ่มระยะเวลาสนทนาเพียงเพื่อให้ดูเหมือน Engagement สูง
Resolution Rate คือสัดส่วนของ Engaged Sessions ที่ระบบจัดว่าจบด้วยผลลัพธ์ Resolved
สำหรับ Conversation Analytics แบบ Standard Harness ผลลัพธ์นี้เกี่ยวข้องกับการจบบทสนทนาและการยืนยันความสำเร็จตามกลไกของระบบ
Engaged Sessions = 800
Resolved Sessions = 640
Resolution Rate = (640 ÷ 800) × 100
Resolution Rate = 80%
ไม่ใช่
บาง Sessions อาจถูกจัดว่า Resolved ตามวิธีบันทึกผลของระบบ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้ยืนยันอย่างชัดเจนในทุกกรณี
ดังนั้น Resolution Rate ควรใช้ร่วมกับ CSAT, Feedback และการตรวจสอบบทสนทนาจริง
Escalation คือกรณีที่ Agent ส่งต่อการสนทนาหรือเข้าสู่กระบวนการขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตามการออกแบบ
Engaged Sessions = 1,000
Escalated Sessions = 150
Escalation Rate = (150 ÷ 1,000) × 100
Escalation Rate = 15%
ไม่เสมอไป
บางคำถามจำเป็นต้องส่งต่อเจ้าหน้าที่ เช่น
ควรดูว่า Escalation เกิดจากคำถามที่ AI ควรตอบได้ หรือเกิดจากงานที่ต้องใช้เจ้าหน้าที่จริง
หาก Agent ส่งต่อคำถามพื้นฐานจำนวนมาก อาจต้องปรับ Knowledge
แต่หากส่งต่อกรณีสำคัญอย่างถูกต้อง ถือว่าเป็นผลการทำงานที่เหมาะสม
Abandoned Session คือ Engaged Session ที่จบลงโดยไม่มีผลลัพธ์ Resolved หรือ Escalated ตามกลไกการวัดผลของระบบ
Engaged Sessions = 1,000
Abandoned Sessions = 180
Abandonment Rate = (180 ÷ 1,000) × 100
Abandonment Rate = 18%
อาจมีหลายสาเหตุ เช่น
ดังนั้น Abandonment ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้ไม่พอใจทุกกรณี
CSAT คือคะแนนความพึงพอใจที่ผู้ใช้ให้หลังสนทนากับ Agent ตามรูปแบบแบบสอบถามที่ระบบรองรับ
Microsoft Copilot Studio ใช้คะแนนความพึงพอใจในช่วง 0–5 สำหรับระบบที่เกี่ยวข้อง
| คะแนน | ความหมาย |
|---|---|
| 1–2 | Dissatisfied |
| 3 | Neutral |
| 4–5 | Satisfied |
คะแนนเฉลี่ย CSAT อยู่บนสเกล 5 คะแนนตามข้อมูลการตอบแบบสอบถาม
ผู้ใช้ตอบแบบสอบถาม 100 ครั้ง
คะแนนเฉลี่ย = 4.3 จาก 5
แสดงว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจค่อนข้างสูง
ไม่ได้มีผู้ใช้ทุกคนตอบแบบสอบถาม
ดังนั้นคะแนน CSAT เป็นความคิดเห็นของกลุ่มผู้ตอบ ไม่ใช่ผลสำรวจจากผู้ใช้ทั้งหมด
ควรดูจำนวนผู้ตอบร่วมด้วยเสมอ
Copilot Studio สามารถรวบรวมปฏิกิริยาของผู้ใช้ต่อคำตอบของ Agent ตามการตั้งค่าที่รองรับ
แสดงว่าผู้ใช้ให้ Feedback เชิงบวกต่อคำตอบ
แสดงว่าผู้ใช้ให้ Feedback เชิงลบ
สำหรับ Standard Harness ที่รองรับ:
หากคำตอบหนึ่งได้รับ Thumbs Down จำนวนมาก ให้ตรวจสอบว่า
จำนวน Thumbs Down ไม่ได้บอกสาเหตุทั้งหมด ต้องเปิดดูบริบทของคำถามและคำตอบประกอบ
Generative Answers คือคำตอบที่ Agent สร้างขึ้นโดยใช้ข้อมูลจาก Knowledge ที่กำหนด
Copilot Studio มีความสามารถวิเคราะห์คุณภาพคำตอบโดยใช้ AI ตามวิธีที่รองรับ
Good
คำตอบมีคุณภาพเหมาะสมตามเกณฑ์ประเมิน
Poor
คำตอบอาจมีปัญหา เช่น ไม่ตอบคำถามหรือข้อมูลไม่เหมาะสม
เพราะการประเมินคุณภาพไม่ได้ครอบคลุมทุกคำถามเสมอไป
บางระบบใช้การสุ่มตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์คุณภาพ
จึงไม่ควรตีความว่าไม่มีผลประเมินเท่ากับคำตอบดีหรือผิดเสมอไป
Knowledge Analytics ช่วยให้ผู้สร้าง Agent เข้าใจว่าแหล่งข้อมูลใดถูกนำมาใช้ประกอบคำตอบ
ตัวอย่าง Knowledge Sources:
สมมติ Agent มี Knowledge สามชุด
Company Services
ข้อมูลบริการ
Fiber Optic Knowledge
บทความเทคนิค
IT Support Manual
คู่มือแก้ปัญหา
หากผู้ใช้ถามเรื่อง Wi-Fi แต่ Agent กลับเลือก Knowledge สำหรับ Fiber Optic บ่อยครั้ง อาจเกิดจาก Description ของ Knowledge ไม่ชัดเจนหรือเนื้อหาแหล่งข้อมูลซ้ำกัน
Copilot Studio สามารถจัดกลุ่มคำถามของผู้ใช้เป็น Themes เพื่อช่วยค้นหาแนวโน้มความต้องการ
Wi-Fi Troubleshooting
คำถามเกี่ยวกับ Wi-Fi ใช้งานไม่ได้
Fiber Optic Installation
คำถามเกี่ยวกับการติดตั้งไฟเบอร์ออฟติก
Service Pricing
คำถามเกี่ยวกับราคาบริการ
Project Status
คำถามเกี่ยวกับสถานะโครงการ
Contact and Support
คำถามเกี่ยวกับการติดต่อเจ้าหน้าที่
ช่วยให้องค์กรเห็นว่าผู้ใช้สนใจเรื่องใดมากที่สุด
หากพบว่าผู้ใช้จำนวนมากถามว่า
“ติดตั้ง Fiber Optic ราคาเท่าไร?”
แต่ Agent ไม่มีข้อมูลราคาที่ได้รับอนุมัติ อาจปรับปรุง Knowledge โดยเพิ่มคำอธิบายปัจจัยกำหนดราคา และแนวทางขอใบเสนอราคา
การจัดกลุ่มคำถามด้วย AI เป็นการวิเคราะห์ตามรูปแบบข้อมูล อาจไม่ตรงกับเจตนาของผู้ใช้ทุกกรณี
ควรตรวจสอบตัวอย่างคำถามภายใน Theme ก่อนตัดสินใจปรับปรุง
Agent ที่ใช้ Connectors หรือ Agent Flows ควรวิเคราะห์ผลการเรียกเครื่องมือเพิ่มเติม
Agent มี Tool ชื่อ
CreateServiceRequest
หากผู้ใช้แจ้งซ่อม 100 ครั้ง แต่ระบบสร้าง Ticket สำเร็จ 85 ครั้ง
Tool Success Rate = (85 ÷ 100) × 100
Tool Success Rate = 85%
ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างสมมติ และควรนับจากผล Tool จริง ไม่ใช่จากข้อความที่ Agent ตอบ
หาก Tool ล้มเหลวบ่อย ให้ตรวจสอบ
Copilot Studio สามารถติดตามการใช้ Copilot Credits ตามรูปแบบการคิดค่าบริการที่รองรับ
สำหรับ GitHub Copilot Harness หน้า Monitor มีข้อมูล Total Estimated Credits Used และรายละเอียดการใช้งานตามช่วงเวลาที่เลือก
เพราะการใช้ Agent จำนวนมาก รวมถึงการทดลองและ Evaluation บางประเภท อาจมีผลต่อการใช้เครดิตและต้นทุน
สมมติ Agent ใช้
10,000 Copilot Credits ในหนึ่งเดือน
และมีงานที่ตรวจสอบแล้วว่าสำเร็จ 500 งาน
Credits per Successful Task = 10,000 ÷ 500
เท่ากับ 20 Credits ต่อหนึ่งงานสำเร็จ
ตัวเลขนี้เป็นเพียงการคำนวณเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพ ไม่ใช่อัตราค่าบริการของ Microsoft
จำนวน Sessions และจำนวน Copilot Credits ไม่ใช่หน่วยเดียวกัน
ไม่ควรนำมาคิดต้นทุนโดยสมมติว่าหนึ่ง Session ใช้เครดิตเท่ากันทุกครั้ง
Sessions ช่วยให้ผู้ดูแลตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้จริง
รายละเอียดที่มองเห็นขึ้นอยู่กับสิทธิ์และประเภท Agent
สำหรับรายการ Sessions ใน Monitor ตามเอกสาร Microsoft รองรับการแสดงข้อมูลย้อนหลัง 28 วัน
หากต้องการเก็บข้อมูลนานกว่านั้น ควรวางแผน Export หรือจัดเก็บตามรูปแบบที่องค์กรอนุญาต
Transcript คือข้อมูลบทสนทนาระหว่างผู้ใช้กับ Agent
สามารถนำมาช่วยตรวจสอบคำถามที่ตอบไม่ได้หรือข้อผิดพลาดของ Tools
เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสอบและปรับปรุง Agent
Transcripts อาจมีข้อมูลลูกค้า พนักงาน หรือข้อมูลธุรกิจ
ต้องควบคุมสิทธิ์และปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวขององค์กร
นอกจากนี้ การมองเห็นรายละเอียด Transcript อาจต้องมีสิทธิ์ เช่น Bot Transcript Viewer หรือสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง
สมมติบริษัทมี AI Chatbot บนเว็บไซต์สำหรับตอบคำถามเกี่ยวกับบริการ IT
| ตัวชี้วัด | จำนวน |
|---|---|
| Total Sessions | 2,000 |
| Engaged Sessions | 1,600 |
| Resolved Sessions | 1,120 |
| Escalated Sessions | 320 |
| Abandoned Sessions | 160 |
| CSAT | 4.2/5 |
| Successful Service Requests | 120 |
Engagement Rate
1,600 ÷ 2,000 × 100 = 80%
Resolution Rate
1,120 ÷ 1,600 × 100 = 70%
Escalation Rate
320 ÷ 1,600 × 100 = 20%
Abandonment Rate
160 ÷ 1,600 × 100 = 10%
หาก Escalation ส่วนใหญ่เกิดจากคำถามเกี่ยวกับบริการพื้นฐาน ควรปรับ Knowledge ให้ครบถ้วนขึ้น
แต่หาก Escalation ส่วนใหญ่เป็นการขอใบเสนอราคา การส่งต่อเจ้าหน้าที่อาจเป็นกระบวนการที่ถูกต้อง
จำนวนคำขอบริการที่สร้างสำเร็จจริง
จำนวนลูกค้าที่เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับสำเร็จ
จำนวนคำขอที่กลายเป็นงานขาย
ตัวเลขเหล่านี้อาจต้องดึงจาก CRM หรือระบบบริการ ไม่ได้มีอยู่ครบใน Analytics ของ Copilot Studio โดยอัตโนมัติ
ช่วยลูกค้าค้นข้อมูลและเตรียมคำขอติดตั้ง Fiber Optic
| Theme | สัดส่วนคำถาม |
|---|---|
| ราคาติดตั้ง | 35% |
| ระยะทางเดินสาย | 20% |
| Fiber Splicing | 15% |
| OTDR Testing | 10% |
| อุปกรณ์และสาย | 10% |
| การติดต่อ | 10% |
หากคำถามเรื่องราคามีสัดส่วนสูงสุด ควรตรวจสอบว่า Agent มีข้อมูลอธิบายปัจจัยกำหนดราคาครบหรือไม่
เพิ่ม Knowledge เกี่ยวกับ
ไม่ควรให้ Agent สร้างราคาจากการคาดเดา หากบริษัทไม่มีข้อมูลราคาที่ได้รับอนุมัติ
ตัวอย่าง:
ลดคำถามที่เจ้าหน้าที่ต้องตอบซ้ำ
เช่น Resolution Rate และ CSAT
ตัวอย่าง 14–30 วัน ตามปริมาณผู้ใช้
ตรวจสอบตัวชี้วัด
ตรวจสอบคำตอบและ Tools
เช่น
เริ่มจากข้อผิดพลาดที่กระทบผู้ใช้มากที่สุด
เปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง
ตรวจสอบว่าไม่ทำให้ความสามารถอื่นเสีย
เผยแพร่เวอร์ชันใหม่
ตรวจสอบ KPI หลังแก้ไข
เก็บประวัติว่าแก้อะไรและตัวชี้วัดเปลี่ยนแปลงอย่างไร
ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติ
| KPI | ก่อนปรับปรุง | หลังปรับปรุง |
|---|---|---|
| Resolution Rate | 65% | 78% |
| Escalation Rate | 25% | 17% |
| Abandonment Rate | 10% | 5% |
| CSAT | 3.7/5 | 4.4/5 |
Resolution Rate เพิ่มขึ้น 13 จุดเปอร์เซ็นต์
Escalation Rate ลดลง 8 จุดเปอร์เซ็นต์
CSAT เพิ่มขึ้น 0.7 คะแนน
ควรตรวจสอบว่าช่วงเวลา จำนวนผู้ใช้ และประเภทคำถามเทียบเคียงกันได้
หากสัดส่วนคำถามเปลี่ยนมาก ตัวเลขที่ดีขึ้นอาจไม่ได้เกิดจากการแก้ไข Agent เพียงอย่างเดียว
ข้อมูล Production จะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อเผยแพร่และมีผู้ใช้งานจริง
หากไม่มี Sessions ตามเงื่อนไข ก็อาจไม่มีข้อมูลให้แสดง
ตรวจสอบ Date Filter
ตรวจสอบว่า Agent ใช้ Standard Harness หรือ GitHub Copilot Harness
ข้อมูล Analytics ไม่จำเป็นต้องแสดงทันที
บางส่วนอาจใช้เวลาประมวลผลก่อนแสดงใน Monitor
ตรวจสอบสิทธิ์และช่วงเวลา
ตรวจสอบสิทธิ์สำหรับดูบทสนทนา
อาจยังไม่มีผู้ตอบแบบสอบถาม
ตรวจสอบการตั้งค่า Collect user reactions และ Channel ที่รองรับ
การวิเคราะห์คุณภาพอาจไม่ได้สุ่มตัวอย่างคำถามนั้น
ตรวจสอบประเภท Knowledge และความสามารถ Analytics ที่รองรับ
ตรวจสอบว่า Agent ใช้ Classic Mode หรือ Generative Orchestration
ตรวจสอบการใช้งาน Production, Testing และ Evaluation ตามรายละเอียดเครดิต
ตรวจสอบ Conversation Outcomes และขั้นตอน End of Conversation
แยกกรณีที่ AI ตอบไม่ได้ออกจากกรณีที่ต้องส่งต่อจริง
ตรวจสอบ Themes, Response Quality, Knowledge และ Instructions
ตรวจสอบ Connections, Flow Run History และ API Errors
ตรวจสอบนิยามและช่วงเวลาของตัวชี้วัด เพราะ Sessions ไม่เท่ากับจำนวน Leads หรือคำสั่งซื้อ
ข้อมูล Analytics และ Transcripts อาจมีรายละเอียดจากบทสนทนาของผู้ใช้งาน
ไม่ควรโดยอัตโนมัติ
สิทธิ์ดูข้อมูลวิเคราะห์และรายละเอียดบทสนทนาควรแยกตามความจำเป็นของแต่ละหน้าที่
| รายการ | ตรวจอะไร |
|---|---|
| Total Sessions | การใช้งานเพิ่มหรือลด |
| Engagement | ผู้ใช้โต้ตอบอย่างไร |
| Resolution | ปิดการสนทนาสำเร็จ |
| Escalation | ส่งต่อมากผิดปกติหรือไม่ |
| Abandonment | มีจุดที่ผู้ใช้หยุดหรือไม่ |
| CSAT | ความพึงพอใจ |
| Reactions | คำตอบที่ได้รับ Feedback ลบ |
| Themes | คำถามยอดนิยม |
| Knowledge | ข้อมูลที่ใช้และปัญหา |
| Tools | การเรียกและข้อผิดพลาด |
| Credits | แนวโน้มต้นทุน |
| Sessions | กรณีผิดปกติ |
| Security | ข้อมูลและสิทธิ์ |
| Improvements | สิ่งที่ต้องแก้ไข |
ไม่ดูเพียงจำนวน Sessions
เช่น Resolution, CSAT และ Tool Success
เพื่อเข้าใจสาเหตุจริง
ค้นหาความต้องการของผู้ใช้
ลดข้อมูลผิดและข้อมูลซ้ำ
ช่วยให้ Agent เลือกเครื่องมือได้ตรงหน้าที่
ช่วยให้ผู้ใช้ทำงานสำเร็จเร็วขึ้น
ป้องกันการแก้ไขแล้วทำให้ส่วนอื่นเสีย
เพื่อประเมินผลการปรับปรุง
เพราะ Agent ที่ดีควรสร้างคุณค่าเหมาะสมกับค่าใช้จ่าย
เปิด Agent แล้วเลือก Monitor จากนั้นเลือกช่วงเวลาและตรวจสอบ Sessions, Outcomes, Feedback และตัวชี้วัดที่รองรับ
มี โดยรองรับการติดตามผลการใช้งาน Agent ตามประเภท Harness และความสามารถที่เปิดใช้
เป็นหน้าสำหรับติดตามประสิทธิภาพ การใช้งาน และปัญหาของ Agent
คือจำนวน Analytics Sessions ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลือก
Sessions เป็นจำนวนช่วงการสนทนาตามนิยามของ Analytics ส่วน Users เป็นจำนวนผู้ใช้งาน
เป็นสัดส่วน Sessions ที่ถูกจัดว่ามี Engagement ตามเงื่อนไขของระบบ
เป็นสัดส่วน Engaged Sessions ที่ระบบจัดว่า Resolved
เป็นสัดส่วน Sessions ที่เข้าสู่กระบวนการส่งต่อเจ้าหน้าที่ตามการออกแบบ
เป็นสัดส่วน Sessions ที่จบลงโดยไม่เกิด Resolution หรือ Escalation ตามนิยามระบบ
เป็นคะแนนความพึงพอใจของผู้ใช้จากแบบสอบถามที่รองรับ
ได้ตามการตั้งค่า Collect user reactions และความสามารถของ Channel
ได้ตามความสามารถการประเมิน Generative Answers โดยบางรายการใช้การสุ่มตัวอย่าง
เป็นกลุ่มคำถามของผู้ใช้ที่ระบบจัดหมวดเพื่อช่วยวิเคราะห์แนวโน้ม
ได้ตามความสามารถ Knowledge Analytics และรายละเอียด Sessions ที่รองรับ
ได้ในระบบ Monitoring ที่รองรับการติดตามการเรียก Tools
ได้ตามประเภท Agent และรายงานการใช้เครดิตที่รองรับ
ได้เมื่อมีสิทธิ์และข้อมูลอยู่ในช่วงเวลาที่ระบบรองรับ
รายการ Sessions ใน Monitor รองรับย้อนหลัง 28 วันตามเอกสาร Microsoft
อาจเกิดจากยังไม่มีการใช้งาน Production เลือกช่วงเวลาผิด ข้อมูลยังประมวลผลไม่เสร็จ หรือไม่มีสิทธิ์เข้าถึง
ไม่ใช่ ต้องตรวจสอบคุณภาพคำตอบและ Feedback ร่วมด้วย
สามารถใช้ข้อมูล Analytics เป็นส่วนหนึ่งของการคำนวณ ROI แต่ต้องรวมผลลัพธ์จากระบบธุรกิจและต้นทุนจริงเพิ่มเติม
สำหรับ Agent ที่เริ่มเปิดใช้งาน ควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และอาจสรุปผลรายสัปดาห์หรือรายเดือนตามปริมาณการใช้งาน
Microsoft Copilot Studio มีระบบ Monitor และ Analytics สำหรับติดตามการใช้งานและประสิทธิภาพ AI Agent โดยสามารถตรวจสอบตัวชี้วัดสำคัญ เช่น Total Sessions, Engagement, Resolution, Escalation, Customer Satisfaction และคุณภาพ Generative Answers ตามประเภท Agent ที่รองรับ
ขั้นตอนหลักคือเปิด Agent เลือก Monitor กำหนดช่วงเวลา ตรวจสอบ KPI แล้วเปิดรายละเอียด Sessions เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
สำหรับ Agent ที่เชื่อม Knowledge ควรตรวจสอบคำถามที่ตอบผิดและแหล่งข้อมูลที่ใช้ ส่วน Agent ที่เรียก Tools ควรติดตามการทำงานของ Connector, Flow และ API
ตัวชี้วัดที่สำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ใช้ แต่รวมถึงความถูกต้องของคำตอบ ผลสำเร็จของงาน ความพึงพอใจ ความปลอดภัย และต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง
comsiam แนะนำให้ใช้แนวทาง กำหนดเป้าหมาย → เลือก KPI → เปิด Monitor → วิเคราะห์ Sessions → ตรวจสอบ Knowledge และ Tools → แก้ไขปัญหา → ทดสอบ → Publish → เปรียบเทียบผล → ปรับปรุงต่อเนื่อง
การใช้ Analytics อย่างเป็นระบบช่วยให้องค์กรพัฒนา AI Agent จากการทดลองใช้งาน ไปสู่ระบบที่วัดผลและปรับปรุงได้จริง พร้อมสร้างประโยชน์ต่อผู้ใช้และธุรกิจในระยะยาว