Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเสียงที่ Google Gemini ใช้พูดตอบได้จากแอป Gemini บนโทรศัพท์ โดยเข้าเมนู Settings > Gemini’s Voice ทดลองฟังเสียงแต่ละแบบ แล้วกด Confirm
เสียงที่เลือกจะถูกใช้กับ Gemini Live และฟังก์ชันอ่านคำตอบออกเสียง แต่ปัจจุบันต้องเข้าไปเปลี่ยนผ่านแอป Gemini บนมือถือ เนื่องจากเว็บไซต์ยังไม่มีเมนูเลือกเสียงโดยตรง
หลังจากนั้นให้เปิด Gemini Live หรือแตะปุ่มฟังคำตอบเพื่อทดสอบเสียงใหม่
การตั้งค่า Gemini’s Voice มีผลกับความสามารถที่ Gemini ตอบเป็นเสียง เช่น
การเปลี่ยนเสียงไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหา ภาษา โมเดล หรือรูปแบบคำตอบ เป็นเพียงการเปลี่ยนลักษณะเสียงที่ใช้พูดออกมา
ขั้นตอนใช้ได้กับโทรศัพท์ Android หลายยี่ห้อ เช่น Samsung, OPPO, realme, Xiaomi, Redmi, vivo และ Google Pixel
หากไม่เห็นปุ่ม Confirm ให้เลือกเสียงแล้วออกจากเมนู จากนั้นตรวจสอบว่าแอปบันทึกตัวเลือกให้อัตโนมัติหรือไม่ เพราะรูปแบบหน้าจออาจต่างกันตามเวอร์ชัน
การตั้งค่าไม่ได้อยู่ในเมนู Galaxy AI หรือ Bixby เพราะเสียง Gemini เป็นการตั้งค่าของบริการ Google
หากเปิด Bixby แล้วได้เสียงเดิมของ Samsung แสดงว่ากำลังใช้งานคนละผู้ช่วย ต้องเปิดแอป Gemini หรือเปลี่ยนผู้ช่วยเริ่มต้นเป็น Gemini ก่อน
โทรศัพท์เหล่านี้ใช้ขั้นตอนภายในแอป Gemini เหมือนกัน
ColorOS, realme UI, HyperOS และ Funtouch OS ไม่มีผลต่อรายชื่อเสียงโดยตรง แต่ระบบอาจควบคุมระดับเสียง ลำโพง และการทำงานเบื้องหลังของแอป
เสียงของ Gemini ไม่ใช่เสียงเดียวกับ Siri การเปลี่ยนเสียง Siri ในการตั้งค่า iPhone จึงไม่ทำให้เสียง Gemini เปลี่ยนตาม
เช่นเดียวกัน การเปลี่ยน Gemini’s Voice จะไม่เปลี่ยนเสียง Siri, VoiceOver หรือเสียงอ่านหน้าจอของ iOS
ปัจจุบันเมนูสำหรับเลือก Gemini’s Voice ต้องเข้าผ่านแอป Gemini บนมือถือ เว็บไซต์ยังไม่มีหน้าตั้งค่าเลือกเสียงโดยตรงในทุกบัญชี
หากต้องการเปลี่ยนเสียงที่ใช้กับบัญชีบนคอมพิวเตอร์ ให้ทำดังนี้
การตั้งค่าได้รับการออกแบบให้ใช้กับความสามารถด้านเสียงของ Gemini Apps แต่การแสดงผลจริงอาจขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และบัญชีที่กำลังใช้งาน
Gemini Live ใช้เสียงจากเมนู Gemini’s Voice จึงไม่จำเป็นต้องตั้งเสียงแยกสำหรับ Live
วิธีเปลี่ยนคือ
หากเสียงเดิมยังทำงานอยู่ ให้ปิดแอปจาก Recent apps แล้วเปิดใหม่
เมื่อเปิด Gemini’s Voice ระบบจะแสดงตัวเลือกเสียงหลายแบบให้ทดลองฟัง
ควรเลือกจากคุณสมบัติที่เหมาะกับการใช้งาน เช่น
ชื่อ จำนวน และลักษณะของเสียงอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อ Google ปรับปรุงระบบ จึงไม่ควรยึดติดว่าทุกบัญชีต้องเห็นรายการเหมือนกัน
หลัง Gemini ตอบเป็นข้อความ ผู้ใช้อาจแตะปุ่ม Listen หรือไอคอนลำโพงเพื่อให้ระบบอ่านคำตอบ
ขั้นตอนทั่วไปคือ
หากกดแล้วไม่มีเสียง ให้เพิ่มระดับ Media volume ไม่ใช่เพิ่มเฉพาะระดับเสียงเรียกเข้า
ภาษาและเสียงเป็นการตั้งค่าคนละส่วน แต่มีความเกี่ยวข้องกัน
การเปลี่ยนภาษาอาจทำให้
เสียงบางแบบอาจรองรับเฉพาะบางภาษา หากสลับภาษาระหว่างการสนทนา Gemini อาจใช้เสียงหรือการออกเสียงแตกต่างจากตัวอย่างที่เลือกไว้
| การตั้งค่า | สิ่งที่เปลี่ยน |
|---|---|
| Gemini’s Voice | ลักษณะเสียงที่ใช้พูด |
| Languages | ภาษาเมนู การพูด และการรับคำสั่งบางประเภท |
| ภาษาของ Prompt | ภาษาที่ Gemini ใช้ตอบตามคำสั่ง |
| เสียงของระบบ Android | เสียงอ่านหน้าจอและ Text-to-Speech ของเครื่อง |
| เสียง Siri | เสียงผู้ช่วยของ Apple |
| VoiceOver หรือ TalkBack | เสียงสำหรับการช่วยการเข้าถึง |
การเปลี่ยนเสียง Text-to-Speech ของโทรศัพท์ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน Gemini’s Voice เพราะ Gemini ใช้ระบบเสียงของตนในฟีเจอร์ที่รองรับ
สามารถพูดกับ Gemini เป็นภาษาไทยและสั่งให้ตอบเป็นภาษาไทยได้ เช่น
กรุณาตอบและพูดเป็นภาษาไทยทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม เมนูเลือกเสียงอาจไม่รองรับทุกภาษา และเสียงที่ได้อาจเปลี่ยนตามภาษาของบทสนทนา
หาก Gemini ตอบเป็นภาษาอังกฤษ ให้ตรวจสอบ
การตั้งค่าเสียงภาษาไทยโดยละเอียดจะขึ้นอยู่กับเวอร์ชันแอปและความพร้อมของฟีเจอร์ในบัญชี
การเปลี่ยนภาษาอาจส่งผลต่อ “Hey Google” และคำสั่งควบคุมอุปกรณ์ด้วย
แอป Gemini ใช้ภาษาหลักที่กำหนดใน iPhone หรือ iPad
ไม่ควรเปลี่ยนภาษาทั้งเครื่องเพียงเพื่อทดลองเสียง หากไม่สะดวกกับเมนูระบบที่เปลี่ยนตาม
ตัวเลือกเปลี่ยนเสียงไม่รองรับบางภาษา ให้ทดลองตรวจสอบภาษาของ Gemini และอุปกรณ์
ปัจจุบันต้องเข้าเมนูนี้ผ่านแอป Gemini ไม่ใช่เว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์
ผู้ใช้ต้องเข้าสู่ระบบ Gemini Apps ก่อนจึงจะเปลี่ยนเสียงได้
เปิด Play Store หรือ App Store แล้วติดตั้งเวอร์ชันล่าสุด
บน Android ความสามารถผู้ช่วยหลายส่วนทำงานผ่านแอป Google จึงควรอัปเดตด้วย
นำ Gemini ออกจาก Recent apps แล้วเปิดใหม่
ช่วยให้การตั้งค่าและบริการเสียงโหลดใหม่
บัญชีเด็ก บริษัท หรือโรงเรียนอาจได้รับฟีเจอร์ไม่เหมือนบัญชีส่วนตัว
Google อาจปล่อยเมนูหรือเสียงใหม่เป็นระยะ ทำให้ผู้ใช้แต่ละบัญชีได้รับไม่พร้อมกัน
ใช้เมื่อวิธีอื่นไม่สำเร็จ และควรติดตั้งจากร้านค้าอย่างเป็นทางการเท่านั้น
หากเปลี่ยนภาษาในระหว่างสนทนา ระบบอาจใช้เสียงเริ่มต้นที่เหมาะกับภาษานั้นแทนเสียงที่ได้ยินตอนทดลอง
สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่
ให้จบ Live Chat ตรวจสอบภาษา เลือกเสียงใหม่ แล้วเริ่มการสนทนาอีกครั้ง
ระดับเสียง Gemini มักใช้ช่องเสียงสื่อ ไม่ใช่เสียงเรียกเข้า
หากใช้รถยนต์ สมาร์ตวอตช์ หูฟัง หรืออุปกรณ์ Bluetooth หลายชิ้น ระบบอาจส่งเสียงไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อล่าสุด
ตรวจสอบตามลำดับต่อไปนี้
หากข้อความตอบปรากฏแต่ไม่มีเสียง ปัญหาอาจอยู่ที่ลำโพง เส้นทางเสียง หรือการตั้งค่า Media ไม่ใช่ไมโครโฟน
Gemini’s Voice อาจไม่มีตัวเลือกปรับความเร็วโดยตรงในทุกบัญชี วิธีที่ทำได้คือทดลองเสียงอื่น เพราะแต่ละเสียงอาจมีจังหวะและน้ำเสียงต่างกัน
สามารถพูดกับ Gemini ว่า
Gemini อาจปรับลักษณะการตอบให้เหมาะกับคำสั่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าความเร็วเสียงจะถูกบันทึกเป็นค่าถาวร
รายการเสียงอาจไม่ได้จัดหมวดด้วยคำว่าเสียงผู้หญิงหรือเสียงผู้ชายอย่างชัดเจน ผู้ใช้ควรแตะทดลองฟังและเลือกเสียงที่เหมาะกับตนเอง
ไม่ควรตัดสินจากชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว เนื่องจากรายชื่อและลักษณะเสียงอาจเปลี่ยนเมื่อระบบได้รับการอัปเดต
สำเนียงอาจขึ้นอยู่กับภาษาหลัก ภูมิภาค และเสียงที่เลือก
หากต้องการสำเนียงเฉพาะ สามารถทดลอง
การสั่งด้วยข้อความอาจมีผลกับรูปแบบคำตอบ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเปลี่ยนระบบเสียงหรือสำเนียงทุกคำได้อย่างสมบูรณ์
การเลือกเสียงเชื่อมโยงกับประสบการณ์ Gemini ของบัญชีที่กำลังใช้ จึงควรตรวจสอบบัญชีที่มุมโปรไฟล์ก่อนตั้งค่า
หากสลับบัญชี เสียงอาจกลับไปเป็นค่าเริ่มต้นหรือใช้ตัวเลือกที่ตั้งไว้สำหรับบัญชีนั้น
กรณีใช้บัญชีเดียวกันหลายเครื่อง การตั้งค่าอาจซิงก์กับความสามารถ Gemini Apps แต่ควรเปิดแอปใหม่เพื่อโหลดค่าล่าสุด
ก่อนเปิด Gemini Live ควรระวังข้อมูลที่ได้ยินรอบตัว เช่น
ควรขออนุญาตบุคคลอื่นก่อนนำเสียง ภาพ หรือบทสนทนาของเขาเข้ามาในการสนทนา Live
ได้ โดยเปิดแอป Gemini ไปที่ Settings > Gemini’s Voice เลือกเสียงแล้วกด Confirm
ปัจจุบันเมนูเลือกเสียงเปิดให้เข้าถึงผ่านแอป Gemini บนมือถือ ควรเปลี่ยนจากโทรศัพท์ด้วยบัญชีเดียวกัน
ใช้ การตั้งค่า Gemini’s Voice มีผลกับ Gemini Live และฟังก์ชันอ่านคำตอบออกเสียง
มักเกิดจากภาษาไม่รองรับ ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ แอปเก่า ประเภทบัญชี หรือฟีเจอร์ยังไม่เปิดให้บัญชีนั้น
ไม่เปลี่ยน เสียง Siri และเสียง Gemini เป็นคนละระบบ
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตาม เพราะ Gemini ใช้การตั้งค่า Gemini’s Voice สำหรับฟีเจอร์เสียงของตน
เสียงที่เลือกอาจไม่รองรับภาษาใหม่ ระบบจึงเปลี่ยนไปใช้เสียงเริ่มต้นที่รองรับภาษานั้น
ไม่ลบ การตั้งค่าเสียงไม่มีผลต่อประวัติการสนทนา
วิธีเปลี่ยนเสียงพูดของ Gemini คือเปิดแอปบน Android, iPhone หรือ iPad แล้วไปที่ Settings > Gemini’s Voice ทดลองฟัง เลือกเสียง และแตะ Confirm
เสียงที่เลือกจะใช้กับ Gemini Live และการอ่านคำตอบออกเสียง หากเมนูไม่ปรากฏ ให้ตรวจสอบภาษา บัญชี เวอร์ชันแอป และการทยอยเปิดฟีเจอร์ ส่วนเว็บไซต์ยังต้องอาศัยการตั้งค่าผ่านแอปมือถือด้วยบัญชีเดียวกัน