Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

การทำใบเสนอราคาด้วย Canva ช่วยให้เจ้าของธุรกิจ ฟรีแลนซ์ และผู้ให้บริการสร้างเอกสารเสนอราคาที่ดูเป็นมืออาชีพได้ง่ายขึ้น โดยสามารถใส่โลโก้ ข้อมูลผู้ขาย ข้อมูลลูกค้า รายการสินค้า ราคา ส่วนลด ภาษี ระยะเวลาส่งมอบ และเงื่อนไขต่างๆ แล้วดาวน์โหลดเป็น PDF เพื่อส่งให้ลูกค้าได้
ใบเสนอราคาที่ดีไม่ควรมีเพียงตัวเลขราคา แต่ต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าจะได้รับอะไร ราคาแต่ละรายการครอบคลุมงานส่วนใด มีค่าใช้จ่ายใดที่ไม่รวม และต้องยืนยันภายในวันไหน
Canva ช่วยออกแบบและจัดหน้าเอกสาร แต่ไม่ได้คำนวณภาษี ตรวจสอบสิทธิ์ผู้ลงนาม หรือจัดการระบบบัญชีให้โดยอัตโนมัติ ธุรกิจจึงต้องตรวจสอบข้อมูล ราคา และเงื่อนไขก่อนนำไปใช้จริง
ใบเสนอราคา หรือ Quotation คือเอกสารที่ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการจัดทำเพื่อแจ้งรายละเอียดและราคาให้ลูกค้าพิจารณาก่อนยืนยันการสั่งซื้อหรือเริ่มงาน
ข้อมูลที่มักอยู่ในใบเสนอราคา ได้แก่
ใบเสนอราคาใช้เพื่อเสนอรายละเอียดก่อนเกิดการซื้อขาย ไม่ใช่หลักฐานว่าได้รับชำระเงินแล้ว
กระบวนการทั่วไปอาจเป็น
Proposal อธิบายปัญหา แนวทาง ขอบเขตงาน กระบวนการ ประสบการณ์ และเหตุผลที่ลูกค้าควรเลือกผู้เสนอ
ใบเสนอราคาเน้นรายละเอียดรายการ จำนวน ราคา ภาษี และเงื่อนไข
สำหรับงานทั่วไปอาจส่งเฉพาะใบเสนอราคาได้ แต่โครงการที่ซับซ้อนหรือมีมูลค่าสูงควรมี Proposal และขอบเขตงานประกอบ เพื่อป้องกันความเข้าใจไม่ตรงกัน
ข้อดีของ Canva ได้แก่
ข้อจำกัดคือ Canva ไม่ได้รันเลขเอกสาร คำนวณราคา ติดตามสถานะ หรือเชื่อมบัญชีโดยอัตโนมัติ หากธุรกิจออกเอกสารจำนวนมากควรพิจารณาโปรแกรมบัญชีหรือระบบเสนอราคาโดยเฉพาะ
เหมาะกับ
ธุรกิจที่มีสินค้าและลูกค้าจำนวนมากควรใช้ระบบที่ดึงราคาจากฐานข้อมูลและป้องกันหมายเลขเอกสารซ้ำได้
เปิดเว็บไซต์หรือแอป Canva แล้วเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่ต้องการใช้จัดเก็บเอกสารธุรกิจ
ค้นหาด้วยคำว่า
เทมเพลตภาษาอังกฤษสามารถเปลี่ยนหัวข้อเป็นภาษาไทยได้ แต่ต้องตรวจสอบว่ามีส่วนประกอบครบตามธุรกิจของคุณ
ควรเลือกแบบที่
ไม่ควรเลือกแบบที่ตกแต่งมากจนพื้นที่สำหรับรายการและเงื่อนไขไม่เพียงพอ
เพิ่มข้อมูลคงที่ลงในต้นฉบับ เช่น
เว้นข้อมูลลูกค้า รายการ และราคาไว้เป็นข้อความตัวอย่างที่เห็นได้ชัด
ไม่ควรแก้ทับไฟล์ของลูกค้ารายเดิม ควรสร้างสำเนาจาก Master Template แล้วตั้งชื่อไฟล์ใหม่ทุกครั้ง
ใช้หมายเลขที่ไม่ซ้ำและค้นหาย้อนกลับได้
ตัวอย่าง:
หรือ
ควรบันทึกเลขที่ออกแล้วไว้ในสเปรดชีตหรือระบบบัญชี เนื่องจาก Canva ไม่ควบคุมหมายเลขซ้ำให้โดยอัตโนมัติ
ตรวจชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และสาขาจากข้อมูลที่ลูกค้าให้มาโดยตรง
เขียนรายละเอียดให้ชัดเจน ไม่ควรใช้คำกว้างจนเกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน
แทนที่จะเขียนว่า:
“ค่าทำเว็บไซต์ 1 งาน”
ควรเขียนว่า:
“ค่าพัฒนาเว็บไซต์บริษัทจำนวน 5 หน้า ประกอบด้วยหน้าแรก เกี่ยวกับเรา บริการ ผลงาน และติดต่อ พร้อมรองรับการแสดงผลบนมือถือ”
รายละเอียดในใบเสนอราคาต้องสอดคล้องกับขอบเขตงานหรือ Proposal
คำนวณด้วยสเปรดชีตหรือโปรแกรมที่เหมาะสม แล้วนำยอดที่ตรวจสอบแล้วมาใส่ใน Canva
ตรวจสอบ
ตัวอย่าง:
“ราคานี้มีผลถึงวันที่ 31 มกราคม 2027”
การมีวันหมดอายุช่วยป้องกันปัญหาต้นทุนเปลี่ยนแปลงหรือการนำราคาเดิมกลับมาใช้อีกในอนาคต
ระบุรายละเอียดที่มีผลต่อการตัดสินใจ เช่น เงินมัดจำ ระยะเวลาทำงาน จำนวนรอบแก้ไข และสิ่งที่ไม่รวมในราคา
ดาวน์โหลดเป็น PDF เปิดตรวจทุกหน้า แล้วจึงส่งให้ลูกค้า
ใช้คำว่า
“ใบเสนอราคา / Quotation”
ให้เห็นชัดเจน เพื่อไม่ให้สับสนกับ Invoice หรือใบเสร็จรับเงิน
ตัวอย่าง:
“Quotation No.: QT-2027-001”
หมายเลขต้องไม่ซ้ำและควรสอดคล้องกับระบบเอกสารของกิจการ
ตัวอย่าง:
หากราคาขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ราคาวัตถุดิบ หรือจำนวนสินค้า ควรระบุเงื่อนไขให้ชัดเจน
ระบุ
ใช้หัวข้อ เช่น
ตรวจว่าชื่อบริษัทและชื่อผู้ติดต่อสะกดถูกต้อง
ตารางพื้นฐานอาจประกอบด้วย
| รายการ | จำนวน | หน่วย | ราคาต่อหน่วย | จำนวนเงิน |
|---|---|---|---|---|
| ค่าบริการออกแบบ | 1 | งาน | 5,000 บาท | 5,000 บาท |
หากรายการยาว ควรใช้หลายหน้าและทำหัวตารางซ้ำเพื่อให้อ่านง่าย
แสดงลำดับให้ชัดเจน เช่น
ไม่ควรใส่ภาษีหรือข้อความว่า “รวม VAT” หากไม่ได้ตรวจสอบสถานะและการคำนวณอย่างถูกต้อง
ระบุว่าเริ่มนับเมื่อใด เช่น
“ส่งมอบภายใน 15 วันทำการ หลังได้รับมัดจำและข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วน”
คำว่า “วันทำการ” กับ “วันปฏิทิน” มีความหมายต่างกัน ควรเลือกใช้ให้ชัดเจน
ตัวอย่าง:
เงื่อนไขควรตรงกับที่ทีมขาย ฝ่ายการเงิน และลูกค้าตกลงกัน
ตัวอย่าง:
การเขียนสิ่งที่ไม่รวมอย่างชัดเจนช่วยลดปัญหางานเพิ่มโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
หากมี ควรระบุ
หลีกเลี่ยงคำว่า “รับประกันตลอดชีพ” หากไม่มีเงื่อนไขและความสามารถรองรับจริง
อาจประกอบด้วย
การมีช่องลงนามช่วยยืนยันว่าลูกค้ายอมรับราคาและเงื่อนไข แต่โครงการสำคัญอาจต้องมีสัญญาหรือเอกสารสั่งซื้อแยกต่างหากด้วย
“ตามที่ท่านได้สอบถามเกี่ยวกับบริการออกแบบ Company Profile ทางเราขอเสนอรายละเอียดและราคาตามรายการด้านล่าง”
“เริ่มดำเนินงานหลังได้รับการยืนยันใบเสนอราคา เงินมัดจำ และข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วน”
“ราคานี้รวมการแก้ไขตามขอบเขตไม่เกิน 2 รอบ การเปลี่ยนแนวทางหรือเพิ่มขอบเขตหลังยืนยันจะประเมินราคาเพิ่มเติม”
“ส่งมอบไฟล์ PDF และไฟล์รูปภาพตามรายการภายใน 15 วันทำการ หลังได้รับเนื้อหาและรูปภาพครบถ้วน”
“ใบเสนอราคาฉบับนี้มีผลถึงวันที่ 31 มกราคม 2027”
ควรปรับข้อความให้ตรงกับงานและข้อตกลงจริง ไม่ควรคัดลอกเงื่อนไขที่ไม่เกี่ยวข้องมาใช้
ธุรกิจสามารถทำใบเสนอราคาแบบหลายแพ็กเกจได้ เช่น
ควรเปรียบเทียบด้วยรายการที่ชัดเจน ไม่ควรทำให้แพ็กเกจราคาต่ำใช้งานไม่ได้เพียงเพื่อบังคับให้ลูกค้าเลือกแพ็กเกจสูง
ก่อนใส่ราคา ควรพิจารณา
Canva ไม่คำนวณต้นทุนเหล่านี้แทน ควรทำตารางคำนวณก่อน แล้วจึงนำราคาสุทธิมาใส่ในเอกสาร
Timeline ควรระบุทั้งระยะเวลาและเงื่อนไขเริ่มนับ
ตัวอย่าง:
หากลูกค้าส่งข้อมูลหรืออนุมัติล่าช้า กำหนดการอาจเลื่อนตาม ควรระบุไว้ในเงื่อนไข
คำศัพท์ที่ใช้บ่อย ได้แก่
หากลูกค้าเป็นต่างประเทศ ควรระบุสกุลเงิน ภาษี ค่าธรรมเนียมการโอน และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน
ตั้งชื่อไฟล์ให้ค้นหาได้ เช่น
แยกโฟลเดอร์ตามสถานะ เช่น
ควรมีตารางติดตามแยกจาก Canva โดยบันทึก
ข้อความส่งควรมี
ตัวอย่าง:
“เรียนคุณลูกค้า
ตามที่ได้พูดคุยเกี่ยวกับบริการออกแบบ Company Profile ขอส่งใบเสนอราคาเลขที่ QT-2027-001 ตามเอกสารแนบ ราคานี้มีผลถึงวันที่ 31 มกราคม 2027 หากต้องการยืนยัน กรุณาลงนามในเอกสารและส่งกลับทางอีเมล”
ก่อนส่งควรตรวจว่าแนบไฟล์ถูกฉบับและไม่มีข้อมูลของลูกค้ารายอื่น
ดำเนินการดังนี้
ตัวอย่างเวอร์ชัน:
ไม่ควรแก้ไฟล์แล้วใช้ชื่อเดิมทั้งหมด เพราะอาจเกิดความสับสนว่าลูกค้ายอมรับราคาในฉบับใด
ใบเสนอราคาอาจมีข้อมูลที่ไม่ควรเผยแพร่ เช่น
ควรดาวน์โหลดเป็น PDF และส่งให้ผู้รับที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการแชร์ลิงก์แก้ไข Canva แก่บุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น
Canva อาจไม่เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการ
ธุรกิจลักษณะนี้ควรใช้โปรแกรมบัญชีหรือระบบ CRM แล้วใช้ Canva สำหรับเอกสารนำเสนอหรือสื่อการตลาดแทน
ข้อความกว้างเกินไปทำให้ลูกค้าและผู้ขายเข้าใจขอบเขตไม่ตรงกัน
ลูกค้าอาจคาดหวังบริการเพิ่มเติมโดยคิดว่ารวมอยู่ในราคา
ต้นทุนและราคาสินค้าอาจเปลี่ยน แต่ลูกค้าอาจนำเอกสารเก่ากลับมายืนยันภายหลัง
Canva ไม่ได้ตรวจสูตร ควรคำนวณด้วยเครื่องมืออื่นและตรวจซ้ำ
ควรมีทะเบียนควบคุมเลขที่ใบเสนอราคา
อาจเปิดเผยข้อมูลของลูกค้ารายอื่นและทำให้เอกสารไม่น่าเชื่อถือ
ควรบอกว่าเริ่มนับระยะเวลาหลังได้รับอะไร เช่น มัดจำ ข้อมูล หรือคำยืนยัน
โครงการซับซ้อนอาจต้องมีสัญญา Scope of Work หรือเอกสารอื่นเพิ่มเติม
ได้ Canva มีเทมเพลต Quotation และ Price Quote ที่สามารถปรับโลโก้ รายการ ราคา และเงื่อนไข แล้วดาวน์โหลดเป็น PDF ได้
ใช้เป็นเอกสารเสนอราคาได้เมื่อใส่ข้อมูลและเงื่อนไขครบถ้วน แต่ Canva ไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องด้านบัญชี ภาษี หรือนิติกรรมให้
ขึ้นอยู่กับกระบวนการของธุรกิจและข้อตกลงกับลูกค้า การมีลายเซ็นช่วยยืนยันการยอมรับ แต่โครงการสำคัญอาจต้องใช้สัญญาหรือเอกสารอื่นเพิ่มเติม
ขึ้นอยู่กับสถานะของผู้ขายและประเภทธุรกรรม ไม่ควรใส่ VAT ตามเทมเพลตโดยไม่ตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญ
ไม่มีจำนวนเดียวที่เหมาะกับทุกธุรกิจ อาจกำหนด 7, 15 หรือ 30 วันตามความผันผวนของต้นทุนและกระบวนการอนุมัติของลูกค้า
PDF เหมาะกับการส่งทั่วไป เพราะรักษาการจัดหน้าและลดการแก้ไขโดยไม่ตั้งใจ
ไม่ควรพึ่ง Canva สำหรับการคำนวณราคาและภาษีที่ซับซ้อน ควรใช้สเปรดชีตหรือโปรแกรมบัญชีตรวจสอบก่อนนำยอดมาใส่
เก็บหลักฐานการยืนยัน ตรวจสอบเงื่อนไขมัดจำ ออกเอกสารเรียกเก็บเงินตามขั้นตอน และเริ่มงานเมื่อได้รับข้อมูลหรือการชำระตามที่ตกลง
วิธีทำใบเสนอราคาด้วย Canva เริ่มจากเลือกเทมเพลตขนาด A4 ที่อ่านง่าย สร้าง Master Template แล้วทำสำเนาสำหรับลูกค้าแต่ละราย ใส่เลขที่เอกสาร ข้อมูลผู้ขาย ข้อมูลลูกค้า รายการ ราคา ภาษี ระยะเวลาส่งมอบ และเงื่อนไขให้ครบถ้วน
ควรระบุสิ่งที่รวมและไม่รวม จำนวนรอบแก้ไข วันหมดอายุ และเงื่อนไขเริ่มงานอย่างชัดเจน พร้อมคำนวณยอดด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมก่อนนำข้อมูลมาใส่ใน Canva
ก่อนส่งต้องเปิดตรวจ PDF ตรวจชื่อ ราคา ภาษี ยอดรวม และข้อมูลลูกค้าทุกครั้ง พร้อมบันทึกเลขที่และสถานะไว้ในระบบติดตามแยกต่างหาก Canva ช่วยให้ใบเสนอราคาดูเป็นมืออาชีพ แต่ไม่สามารถแทนโปรแกรมบัญชี สัญญา หรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้ในทุกกรณี