วิธีตั้งชื่อหน้าและ URL เว็บไซต์ Canva ให้ถูกหลัก SEO

วิธีตั้งชื่อหน้าและ URL เว็บไซต์ Canva ที่ดีควรเริ่มจากกำหนดวัตถุประสงค์ของแต่ละหน้า แล้วใช้ชื่อที่อธิบายเนื้อหาได้ทันที ส่วน URL ควรสั้น อ่านง่าย ไม่ซ้ำกับหน้าอื่น และเหมาะสำหรับใช้งานระยะยาว

ตัวอย่างเช่น หน้าที่อธิบายบริการออกแบบเว็บไซต์สามารถใช้ชื่อว่า “บริการออกแบบเว็บไซต์” และใช้ URL ว่า /web-design แทนชื่อทั่วไปอย่าง “หน้า 2” หรือ URL ที่ยาวเกินความจำเป็น

บทความนี้จะอธิบายวิธีตั้งชื่อหน้าและ URL ใน Canva Website พร้อมตัวอย่างสำหรับหน้าแรก บริการ ผลงาน ราคา และติดต่อ รวมถึงข้อควรระวังเมื่อต้องเปลี่ยน URL หลังเผยแพร่แล้ว

🏷️ ชื่อหน้าเว็บไซต์คืออะไร

ชื่อหน้าเว็บไซต์คือข้อความที่ใช้ระบุว่าหน้านั้นเกี่ยวกับอะไร ชื่ออาจปรากฏในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น

  • ผลการค้นหา
  • แท็บเว็บเบราว์เซอร์
  • เมนูเว็บไซต์
  • ตัวอย่างลิงก์
  • ระบบจัดการหน้า
  • ข้อมูลที่แชร์ผ่านบางแพลตฟอร์ม

ชื่อหน้าที่ดีช่วยให้ผู้ใช้และเครื่องมือค้นหาเข้าใจเนื้อหาได้โดยไม่ต้องคาดเดา

ตัวอย่างชื่อที่ชัดเจน:

  • เกี่ยวกับ ABC Studio
  • บริการออกแบบเว็บไซต์
  • ผลงานออกแบบเว็บไซต์
  • ราคาและแพ็กเกจ
  • ติดต่อ ABC Studio

ตัวอย่างชื่อที่ไม่ชัดเจน:

  • หน้า 1
  • หน้าใหม่
  • ข้อมูลเพิ่มเติม
  • Untitled
  • Section A

🔗 URL คืออะไร

URL คือที่อยู่ของหน้าเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต เช่น

https://example.com/services

ส่วน /services เรียกว่าเส้นทาง URL หรือ URL Path ซึ่งช่วยแยกแต่ละหน้าภายในโดเมนเดียวกัน

ตัวอย่าง:

  • example.com/about
  • example.com/services
  • example.com/portfolio
  • example.com/pricing
  • example.com/contact

URL ที่ดีควรช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจเนื้อหาของหน้าได้ตั้งแต่ก่อนเปิด

⚖️ ชื่อหน้า URL และ H1 ต่างกันอย่างไร

ทั้งสามส่วนเกี่ยวข้องกัน แต่มีหน้าที่แตกต่างกัน

ชื่อหน้า

ใช้เป็นชื่อของหน้าในระบบเว็บไซต์ ผลการค้นหา หรือแท็บเบราว์เซอร์ตามการตั้งค่าที่ใช้

URL

ใช้เป็นที่อยู่สำหรับเปิดหน้าและแชร์ลิงก์

H1

เป็นหัวข้อหลักที่ผู้เข้าชมเห็นภายในเนื้อหาของหน้า

ตัวอย่าง:

ชื่อหน้า:

“บริการออกแบบเว็บไซต์ | ABC Studio”

URL:

/web-design

H1:

“บริการออกแบบเว็บไซต์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก”

ทั้งสามส่วนไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคำ แต่ควรกล่าวถึงเรื่องเดียวกันและไม่ทำให้ผู้ใช้สับสน

🎯 ทำไมต้องตั้งชื่อหน้าให้ชัดเจน

ช่วยให้ผู้เข้าชมหาข้อมูล

ผู้ใช้สามารถดูเมนูหรือชื่อหน้าแล้วเลือกเปิดส่วนที่ต้องการได้ทันที

ช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจหน้า

ชื่อหน้าเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่ช่วยอธิบายหัวข้อและความแตกต่างระหว่างหน้า

ลดการแข่งกันเองภายในเว็บไซต์

หากทุกหน้าใช้ชื่อใกล้เคียงกันมาก อาจทำให้ไม่ชัดว่าหน้าใดควรตอบคำค้นใด

ทำให้เว็บไซต์ดูเป็นมืออาชีพ

ชื่อที่เป็นระบบดูน่าเชื่อถือกว่าชื่อจากเทมเพลตหรือชื่อที่ใช้ระหว่างการทดลอง

ช่วยจัดการเว็บไซต์หลายหน้า

เมื่อชื่อแต่ละหน้าชัดเจน เจ้าของเว็บไซต์และทีมงานสามารถแก้ไขหน้าได้ง่ายขึ้น

✅ หลักการตั้งชื่อหน้าเว็บไซต์ Canva

❶ ชื่อต้องตรงกับเนื้อหา

หากหน้าเป็นหน้าผลงาน ควรใช้คำว่าผลงานหรือ Portfolio ไม่ควรใช้ชื่อ “บริการ” เพียงเพราะต้องการใส่คำค้นบริการ

❷ ใช้คำที่กลุ่มเป้าหมายเข้าใจ

หลีกเลี่ยงศัพท์เฉพาะภายในบริษัท หากลูกค้าทั่วไปไม่รู้ความหมาย

❸ แยกวัตถุประสงค์ของแต่ละหน้า

แต่ละหน้าควรตอบคำถามหรือความต้องการต่างกัน เช่น

  • หน้าแรกแนะนำภาพรวม
  • หน้าบริการอธิบายสิ่งที่ขาย
  • หน้าผลงานแสดงหลักฐาน
  • หน้าราคาอธิบายค่าใช้จ่าย
  • หน้าติดต่อให้ช่องทางติดต่อ

❹ ใส่ชื่อแบรนด์อย่างเหมาะสม

สามารถใส่ชื่อแบรนด์ช่วงท้าย เช่น

“บริการออกแบบเว็บไซต์ | ABC Studio”

ไม่จำเป็นต้องใส่ชื่อแบรนด์ซ้ำหลายครั้งในชื่อเดียว

❺ ใช้พื้นที่เมื่อเกี่ยวข้อง

ธุรกิจท้องถิ่นสามารถใส่จังหวัด เขต หรือพื้นที่ให้บริการได้ เช่น

“รับถ่ายภาพสินค้าในขอนแก่น | ABC Studio”

ไม่ควรใส่พื้นที่จำนวนมากต่อกันหากหน้าไม่ได้ให้ข้อมูลเฉพาะของแต่ละพื้นที่

❻ หลีกเลี่ยงคำกล่าวอ้างเกินจริง

ไม่ควรใช้คำว่า “ดีที่สุด” “อันดับหนึ่ง” หรือ “ถูกที่สุด” หากไม่มีข้อมูลสนับสนุน

❼ ไม่ยัดคำค้น

ชื่อหน้าต้องอ่านเป็นธรรมชาติ ไม่ควรเรียงคำค้นต่อกันเพื่อหวังอันดับ

ตัวอย่างที่ควรหลีกเลี่ยง:

“รับทำเว็บไซต์ เว็บไซต์ราคาถูก ทำเว็บมืออาชีพ รับออกแบบเว็บ”

ตัวอย่างที่เหมาะกว่า:

“บริการออกแบบเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ | ABC Studio”

📏 ชื่อหน้าควรยาวเท่าไร

ไม่มีจำนวนตัวอักษรที่รับประกันว่าจะแสดงครบทุกอุปกรณ์ เพราะการแสดงผลขึ้นอยู่กับความกว้างของตัวอักษรและรูปแบบผลการค้นหา

แนวทางทั่วไปคือเขียนให้กระชับและวางคำสำคัญไว้ช่วงต้น หากใช้ประมาณ 50–60 ตัวอักษรเป็นแนวทางเบื้องต้นก็ควรตรวจความชัดเจนร่วมด้วย

สิ่งสำคัญกว่าเรื่องจำนวนตัวอักษรคือ

  • อ่านแล้วเข้าใจทันที
  • ไม่มีคำซ้ำ
  • ตรงกับหน้า
  • มีชื่อแบรนด์เมื่อเหมาะสม
  • ไม่ตัดข้อมูลสำคัญไว้ช่วงท้าย
  • ไม่ใช้สัญลักษณ์มากเกินไป

✅ หลักการตั้ง URL เว็บไซต์ Canva

❶ ใช้ URL สั้น

เลือกเฉพาะคำที่จำเป็น เช่น

  • /about
  • /services
  • /portfolio
  • /pricing
  • /contact

ไม่ควรเขียนเป็นประโยคยาวทั้งประโยค

❷ ใช้คำที่อธิบายเนื้อหา

URL ควรสัมพันธ์กับชื่อและเนื้อหาของหน้า

ตัวอย่าง:

หน้าบริการออกแบบเว็บไซต์ ใช้ /web-design

หน้าผลงาน ใช้ /portfolio

❸ ใช้อักษรตัวเล็ก

การใช้อักษรตัวเล็กทั้งหมดช่วยลดความสับสนและทำให้รูปแบบ URL สม่ำเสมอ

ควรใช้:

/web-design

แทน:

/Web-Design

❹ ใช้ขีดกลางคั่นคำ

หาก URL มีหลายคำ ให้ใช้ขีดกลาง เช่น

/product-photo

ไม่ควรใช้ช่องว่างหรือรวมทุกคำเข้าด้วยกันจนอ่านยาก

❺ หลีกเลี่ยงตัวเลขที่ไม่จำเป็น

ไม่ควรใช้ /page-123 หรือ /service-01 หากตัวเลขไม่มีความหมายต่อผู้ใช้

ตัวเลขสามารถใช้ได้เมื่อเป็นส่วนหนึ่งของชื่อรุ่น ปี หรือข้อมูลที่จำเป็นจริง

❻ ไม่ใส่วันที่ใน URL โดยไม่จำเป็น

หากเนื้อหาเป็น Evergreen การใส่ปีอาจทำให้ URL ดูเก่าและต้องเปลี่ยนในอนาคต

ควรใช้:

/canva-seo

แทน:

/canva-seo-2026

เว้นแต่ปีเป็นส่วนสำคัญของเนื้อหา เช่น รายงานหรือกิจกรรมประจำปี

❼ ไม่ใส่คำทั่วไปที่ไม่มีประโยชน์

หลีกเลี่ยงคำอย่าง

  • page
  • new
  • final
  • test
  • draft
  • untitled

คำเหล่านี้เหมาะกับชื่อไฟล์ภายในมากกว่า URL ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ

❽ ไม่ใช้ URL ซ้ำกัน

แต่ละหน้าต้องมี URL เฉพาะ หากใช้คำซ้ำ ระบบอาจเปลี่ยน URL หรือทำให้เกิดความสับสน

🌍 ควรใช้ URL ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ

ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษสามารถใช้เป็น URL ได้ในหลายระบบ แต่ URL ภาษาอังกฤษแบบสั้นมักคัดลอก แชร์ และอ่านได้สะดวกกว่า

URL ภาษาไทยอาจถูกแปลงเป็นชุดอักขระยาวเมื่อคัดลอกไปยังบางระบบ ทำให้ลิงก์ดูซับซ้อน

แนวทางที่ใช้งานง่ายคือ

  • ชื่อหน้าเป็นภาษาไทย
  • URL เป็นภาษาอังกฤษสั้น ๆ

ตัวอย่าง:

ชื่อหน้า:

“บริการออกแบบเว็บไซต์”

URL:

/web-design

ควรเลือกแนวทางเดียวกันทั้งเว็บไซต์เพื่อให้โครงสร้างเป็นระบบ

🛠️ วิธีตั้งชื่อหน้าและ URL ใน Canva Website

ตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างตามภาษา อุปกรณ์ และเวอร์ชันของ Canva แต่ขั้นตอนโดยทั่วไปมีดังนี้

❶ เปิดงานออกแบบเว็บไซต์

เข้าสู่ Canva แล้วเปิดงานประเภท Website ที่ต้องการตั้งค่า

ตรวจสอบว่าเป็นงานที่เผยแพร่จริง ไม่ใช่ไฟล์สำเนาหรือเวอร์ชันทดลอง

❷ เปิดเมนูเผยแพร่

เลือก “Publish Website” หรือ “เผยแพร่เว็บไซต์”

หากเผยแพร่แล้ว ให้เปิดงานเดิมและเข้าเมนู Publish หรือ Settings ตามตัวเลือกที่แสดง

❸ เปิด Website Settings

ค้นหาส่วนสำหรับตั้งค่าทั้งเว็บไซต์และการปรับแต่งหน้า

Canva อาจมีส่วน Site สำหรับข้อมูลรวม และส่วน Page สำหรับตั้งค่าของแต่ละหน้า

❹ เลือกหน้าที่ต้องการ

เลือกหน้าแรก เกี่ยวกับ บริการ ผลงาน ราคา หรือติดต่อ แล้วตรวจสอบชื่อทีละหน้า

❺ ตั้งชื่อหน้า

กรอกชื่อที่ตรงกับเนื้อหาและไม่ซ้ำกับหน้าอื่น

หากมีหลายบริการ ควรแยกชื่อให้ชัด เช่น

  • บริการออกแบบเว็บไซต์
  • บริการออกแบบโลโก้
  • บริการออกแบบ Company Profile

❻ กำหนด URL

ใส่เส้นทาง URL สั้น ๆ โดยใช้คำภาษาอังกฤษตัวเล็กและขีดกลางเมื่อจำเป็น

ตัวอย่าง:

  • web-design
  • logo-design
  • company-profile

ไม่ต้องใส่ชื่อโดเมนทั้งหมด หากช่องกำหนดให้กรอกเฉพาะ URL Path

❼ ตรวจสอบความซ้ำ

ตรวจว่าไม่มีหน้าใดใช้ชื่อหรือ URL เดียวกัน และไม่มี URL ทดลองที่ไม่ควรเผยแพร่

❽ บันทึกและเผยแพร่

บันทึกการตั้งค่า แล้วเผยแพร่หรืออัปเดตเว็บไซต์

หลังเผยแพร่ควรเปิดทุก URL จริง เพื่อตรวจว่าหน้าเปิดได้และเมนูนำไปยังปลายทางที่ถูกต้อง

🗂️ ตัวอย่างชื่อหน้าและ URL สำหรับเว็บไซต์ธุรกิจ

หน้าแรก

ชื่อหน้า:

“ABC Studio | บริการออกแบบสำหรับธุรกิจ”

URL:

ใช้หน้าหลักของโดเมน

เกี่ยวกับเรา

ชื่อหน้า:

“เกี่ยวกับ ABC Studio”

URL:

/about

บริการ

ชื่อหน้า:

“บริการออกแบบเว็บไซต์ | ABC Studio”

URL:

/web-design

ผลงาน

ชื่อหน้า:

“ผลงานออกแบบเว็บไซต์ | ABC Studio”

URL:

/portfolio

ราคา

ชื่อหน้า:

“ราคาและแพ็กเกจออกแบบเว็บไซต์”

URL:

/pricing

คำถามที่พบบ่อย

ชื่อหน้า:

“คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการออกแบบเว็บไซต์”

URL:

/faq

ติดต่อ

ชื่อหน้า:

“ติดต่อ ABC Studio”

URL:

/contact

🛍️ ตัวอย่างสำหรับเว็บไซต์แสดงสินค้า

  • สินค้าทั้งหมด — /products
  • สินค้าใหม่ — /new-products
  • โปรโมชั่น — /promotions
  • วิธีสั่งซื้อ — /how-to-order
  • การจัดส่ง — /shipping
  • ติดต่อร้านค้า — /contact

หากเว็บไซต์ไม่ได้มีระบบ E-commerce เต็มรูปแบบ ปุ่มสินค้าอาจเชื่อมไปยังร้านค้าออนไลน์หรือช่องทางสั่งซื้อภายนอก

📸 ตัวอย่างสำหรับเว็บไซต์ Portfolio

  • หน้าแรก — หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับฉัน — /about
  • ผลงาน — /portfolio
  • บริการ — /services
  • ประสบการณ์ — /experience
  • ติดต่อ — /contact

หากมีผลงานหลายประเภท สามารถใช้ URL ที่เฉพาะขึ้น เช่น

  • /logo-design
  • /product-photo
  • /web-design

แต่ควรแยกหน้าเมื่อมีเนื้อหาและผลงานเพียงพอ ไม่ควรสร้างหน้าบาง ๆ เพียงเพื่อเพิ่มจำนวน URL

🎯 ตัวอย่างสำหรับ Landing Page

Landing Page มักไม่ต้องมีหลาย URL เพราะเน้นเป้าหมายเดียว

ตัวอย่าง:

  • /canva-course
  • /free-guide
  • /event-register
  • /product-launch
  • /book-now

URL ควรตรงกับแคมเปญและไม่ใช้คำกว้าง เช่น /page หรือ /offer เพียงอย่างเดียว

🔍 ชื่อหน้าและ URL มีผลต่อ SEO อย่างไร

ชื่อหน้าช่วยอธิบายหัวข้อและอาจถูกนำไปแสดงในผลการค้นหา ส่วน URL ช่วยให้ผู้ใช้และเครื่องมือค้นหาเข้าใจโครงสร้างของเว็บไซต์

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองส่วนไม่สามารถทำให้อันดับสูงได้เพียงลำพัง ยังต้องพิจารณา

  • คุณภาพเนื้อหา
  • Search Intent
  • โครงสร้างหัวข้อ
  • ลิงก์ภายใน
  • การแสดงผลบนมือถือ
  • ความน่าเชื่อถือ
  • ประสบการณ์ใช้งาน
  • ความถูกต้องของข้อมูล
  • คู่แข่งในผลการค้นหา

ไม่ควรใส่คำค้นจำนวนมากใน URL เพื่อหวังอันดับ เพราะ URL ที่ยาวอาจจำยากและดูไม่น่าเชื่อถือ

🔄 เปลี่ยนชื่อหน้าได้หรือไม่

สามารถแก้ชื่อหน้าได้เมื่อข้อมูลหรือแบรนด์เปลี่ยน โดยทั่วไปการเปลี่ยนเฉพาะชื่อมีความเสี่ยงน้อยกว่าการเปลี่ยน URL

หลังเปลี่ยนชื่อควร

  1. ตรวจ Meta Description
  2. ตรวจ H1
  3. ตรวจเมนู
  4. อัปเดตเว็บไซต์
  5. เปิดหน้าเว็บจริง
  6. ตรวจการแสดงผลใน Search Console เมื่อจำเป็น

ชื่อใหม่ควรยังตรงกับเนื้อหาและไม่ทำให้หน้าซ้ำกับหน้าอื่น

⚠️ เปลี่ยน URL หลังเผยแพร่มีผลอะไร

การเปลี่ยน URL เปรียบเสมือนการย้ายหน้าไปยังที่อยู่ใหม่ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • ลิงก์เดิมเปิดไม่ได้
  • เมนูหรือปุ่มอาจชี้ไป URL เก่า
  • QR Code เดิมอาจใช้งานไม่ได้
  • ลิงก์จากโซเชียลมีเดียต้องแก้ไข
  • ลิงก์จากเว็บไซต์อื่นอาจเสีย
  • ผู้ใช้ที่บันทึกหน้าไว้อาจหาไม่พบ
  • Google ต้องค้นพบและประมวลผล URL ใหม่
  • ประวัติข้อมูลของ URL เดิมอาจไม่ถูกส่งต่อครบ หากระบบไม่รองรับ Redirect ตามที่ต้องการ

จึงควรเลือก URL ให้รอบคอบก่อนเผยแพร่ และเปลี่ยนเฉพาะเมื่อจำเป็นจริง

🔁 ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยน URL ควรทำอย่างไร

  1. บันทึก URL เดิม
  2. กำหนด URL ใหม่ที่เหมาะสม
  3. ตรวจสอบตัวเลือก Redirect ที่ระบบรองรับ
  4. แก้เมนูและลิงก์ภายใน
  5. แก้ลิงก์บนโซเชียลมีเดีย
  6. สร้าง QR Code ใหม่
  7. อัปเดตเว็บไซต์
  8. ตรวจ URL เก่าและใหม่
  9. ใช้ Search Console ตรวจหน้าใหม่
  10. ติดตามข้อผิดพลาดและการแสดงผล

หาก Canva ไม่มีตัวเลือก Redirect ที่ตรงกับความต้องการ ควรประเมินผลกระทบก่อนเปลี่ยน URL โดยเฉพาะหน้าที่มีคนเข้าและมีลิงก์จากภายนอกอยู่แล้ว

❌ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ใช้ชื่อหน้าเหมือนกันทั้งหมด

ทำให้ผู้ใช้และเครื่องมือค้นหาแยกความแตกต่างระหว่างหน้าได้ยาก

ใช้ชื่อจากเทมเพลต

ชื่อ Page 1, Page 2 หรือ Untitled Website ดูไม่เป็นมืออาชีพและไม่อธิบายเนื้อหา

URL ยาวเกินไป

URL ไม่จำเป็นต้องใส่ชื่อเต็มของบทความทุกคำ ควรเก็บเฉพาะคำที่มีความหมาย

ใส่คำค้นซ้ำ

การใส่คำซ้ำในชื่อและ URL ไม่ได้รับประกันอันดับ และอาจทำให้ลิงก์ดูไม่น่าเชื่อถือ

ใช้ตัวเลขโดยไม่มีเหตุผล

ตัวเลขจากชื่อไฟล์หรือเวอร์ชันไม่ควรปรากฏใน URL สาธารณะ

เปลี่ยน URL บ่อย

ทำให้ลิงก์เก่าเสียและเพิ่มงานในการติดตามหรือแจ้ง Google

ชื่อหน้าไม่ตรงกับ H1

หากชื่อบอกเรื่องหนึ่งแต่หัวข้อในหน้าบอกอีกเรื่อง ผู้ใช้จะสับสนและอาจออกจากเว็บไซต์

สร้างหลายหน้าที่มี Intent เดียวกัน

หน้าเหล่านั้นอาจแข่งขันกันเอง ควรรวมเนื้อหาหรือแยกวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

✅ เช็กลิสต์ก่อนเผยแพร่

  • แต่ละหน้ามีหน้าที่ชัดเจน
  • ชื่อหน้าตรงกับเนื้อหา
  • ชื่อไม่ซ้ำกับหน้าอื่น
  • ชื่ออ่านเป็นธรรมชาติ
  • ไม่มีคำค้นซ้ำมากเกินไป
  • ไม่มีข้อความจากเทมเพลต
  • URL สั้น
  • URL ใช้อักษรตัวเล็ก
  • ใช้ขีดกลางเมื่อมีหลายคำ
  • ไม่มีตัวเลขที่ไม่จำเป็น
  • URL ไม่ซ้ำกัน
  • URL เหมาะกับการใช้งานระยะยาว
  • H1 ตรงกับหัวข้อของหน้า
  • Meta Description รองรับเนื้อหา
  • เมนูเชื่อมไป URL ที่ถูกต้อง
  • ปุ่มและลิงก์ภายในทำงาน
  • ตรวจทุก URL หลังเผยแพร่แล้ว

❓ คำถามที่พบบ่อย

Canva Website เปลี่ยนชื่อหน้าได้หรือไม่

ได้ เว็บไซต์ที่รองรับการตั้งค่าหน้าสามารถแก้ชื่อให้ตรงกับเนื้อหาและแบรนด์ได้

Canva Website ตั้ง URL แต่ละหน้าได้หรือไม่

เว็บไซต์ Canva ที่รองรับหลายหน้าสามารถกำหนดเส้นทาง URL ของแต่ละหน้าได้ผ่านการตั้งค่าเว็บไซต์หรือหน้าการเผยแพร่

URL ควรใช้ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ

ใช้ได้ทั้งสองรูปแบบตามระบบที่รองรับ แต่ภาษาอังกฤษแบบสั้นมักคัดลอก แชร์ และอ่านได้สะดวกกว่า

ชื่อหน้าใส่คำค้นได้หรือไม่

ใส่ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อคำนั้นอธิบายเนื้อหาจริง แต่ไม่ควรเรียงคำค้นซ้ำจำนวนมาก

เปลี่ยน URL แล้วอันดับหายหรือไม่

อาจมีผล เพราะ URL เดิมอาจเปิดไม่ได้และ Google ต้องประมวลผลหน้าใหม่ ผลกระทบขึ้นอยู่กับการจัดการ Redirect ลิงก์ และสถานะของหน้าเดิม

หน้าแรกต้องมี URL Path หรือไม่

โดยทั่วไปหน้าแรกใช้โดเมนหลักและไม่จำเป็นต้องมีเส้นทางเพิ่มเติม เช่น example.com แทน example.com/home

📝 สรุป

วิธีตั้งชื่อหน้าและ URL เว็บไซต์ Canva ที่ดีคือกำหนดวัตถุประสงค์ของแต่ละหน้า ใช้ชื่อที่อธิบายเนื้อหาได้ทันที และใช้ URL ภาษาอังกฤษที่สั้น อ่านง่าย และไม่ซ้ำกัน

ชื่อหน้า H1, Meta Description, URL และเนื้อหาควรกล่าวถึงเรื่องเดียวกัน ควรวางแผน URL ก่อนเผยแพร่ เพราะการเปลี่ยนภายหลังอาจทำให้ลิงก์เดิมเสีย กระทบ QR Code และทำให้ Google ต้องค้นพบหน้าใหม่