Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีสร้าง Landing Page ด้วย Canva เริ่มจากกำหนดเป้าหมายของหน้า เลือกเทมเพลตเว็บไซต์ วางข้อความเสนอขาย เพิ่มรูปภาพและหลักฐานความน่าเชื่อถือ สร้างปุ่ม Call to Action แล้วเผยแพร่เป็นเว็บไซต์ ผู้เริ่มต้นจึงสามารถสร้างหน้า Landing Page ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด
อย่างไรก็ตาม Landing Page ที่สวยเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างยอดขายได้ เนื้อหา ลำดับข้อมูล ข้อเสนอ และปุ่มดำเนินการต้องสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายด้วย
บทความนี้จะแนะนำวิธีสร้าง Landing Page ด้วย Canva ตั้งแต่การวางโครงสร้าง การเขียนข้อความ การออกแบบ ไปจนถึงการตรวจสอบก่อนนำไปโฆษณาหรือแชร์ให้ลูกค้า
Landing Page คือหน้าเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับผู้เข้าชมจากช่องทางใดช่องทางหนึ่ง และกระตุ้นให้ดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
ผู้เข้าชมอาจมาจากช่องทางต่อไปนี้
เมื่อเข้ามาแล้ว ผู้ใช้ควรเห็นข้อมูลที่ตรงกับข้อความหรือโฆษณาที่คลิก และมีปุ่มนำไปสู่การดำเนินการที่ชัดเจน
Landing Page สามารถนำมาใช้ได้หลายวัตถุประสงค์ เช่น
ก่อนเริ่มออกแบบต้องกำหนดเป้าหมายหลักหนึ่งอย่างให้ชัดเจน เพราะเป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดเนื้อหาและข้อความบนปุ่ม
เว็บไซต์ทั่วไปมักมีหลายหน้าและหลายเมนู เช่น หน้าแรก เกี่ยวกับเรา บริการ ผลงาน บทความ และติดต่อเรา ผู้เข้าชมสามารถเลือกดูข้อมูลได้อย่างอิสระ
Landing Page มักมุ่งเน้นเป้าหมายเดียว มีข้อมูลเรียงต่อกันอย่างเป็นลำดับ และลดสิ่งที่อาจทำให้ผู้เข้าชมออกจากหน้า
ตัวอย่างเช่น หาก Landing Page สร้างขึ้นเพื่อให้ลูกค้าขอใบเสนอราคา ปุ่มหลักทั่วทั้งหน้าควรนำไปยังแบบฟอร์มหรือช่องทางติดต่อ ไม่ควรมีปุ่มจำนวนมากที่พาไปคนละทิศทาง
การเตรียมข้อมูลก่อนเปิด Canva จะช่วยให้ออกแบบได้เร็วและลดการแก้ไขภายหลัง
สิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่
ควรเตรียมข้อเสนอให้ชัดก่อนเริ่มออกแบบ เช่น ลูกค้าจะได้รับอะไร ราคาเท่าไร มีเงื่อนไขอย่างไร และควรตัดสินใจภายในเวลาใด
Landing Page ที่ดีควรเรียงข้อมูลตามลำดับความคิดของผู้เข้าชม ตั้งแต่รู้จักข้อเสนอจนตัดสินใจดำเนินการ
โครงสร้างพื้นฐานประกอบด้วยส่วนต่อไปนี้
บอกให้ชัดว่าหน้านี้นำเสนออะไร เหมาะกับใคร และมีประโยชน์อย่างไร
ขยายความจากหัวข้อหลักโดยไม่เขียนยาวเกินไป ควรช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจข้อเสนอภายในไม่กี่วินาที
แสดงสินค้า ผลลัพธ์ บริการ หรือบรรยากาศจริง เพื่อช่วยให้เข้าใจข้อเสนอได้เร็วขึ้น
อธิบายปัญหาที่ผู้เข้าชมกำลังพบ เพื่อแสดงว่าคุณเข้าใจความต้องการของพวกเขา
อธิบายว่าสินค้าหรือบริการช่วยแก้ปัญหาอย่างไร และแตกต่างจากทางเลือกทั่วไปตรงไหน
เน้นผลลัพธ์จากมุมมองของลูกค้า ไม่ควรใส่เฉพาะคุณสมบัติของสินค้า
เพิ่มรีวิว ผลงาน ตัวอย่างผลลัพธ์ ประสบการณ์ ใบรับรอง หรือข้อมูลที่ตรวจสอบได้
ระบุสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ ราคา เงื่อนไข โปรโมชั่น และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้ชัดเจน
ตอบข้อสงสัยสำคัญก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจ เช่น การชำระเงิน การจัดส่ง การรับประกัน และระยะเวลาดำเนินงาน
บอกให้ผู้เข้าชมทราบว่าต้องทำอะไรต่อ เช่น สั่งซื้อ สมัคร ติดต่อ หรือขอใบเสนอราคา
เปิด Canva ผ่านเว็บเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชัน จากนั้นเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่มีอยู่ หากยังไม่มีบัญชีสามารถสมัครใหม่ได้
พิมพ์คำว่า “Landing Page” หรือ “เว็บไซต์” ลงในช่องค้นหา แล้วเลือกเทมเพลตที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับสินค้าหรือบริการ
ควรเลือกงานประเภทเว็บไซต์ เพราะมีเครื่องมือสำหรับแสดงตัวอย่างและเผยแพร่เป็นหน้าเว็บ
ไม่จำเป็นต้องเลือกเทมเพลตที่มีสีตรงกับแบรนด์ตั้งแต่แรก เพราะสามารถเปลี่ยนสี ฟอนต์ และภาพได้ภายหลัง
สิ่งที่ควรพิจารณามากกว่าความสวย ได้แก่
หากไม่พบเทมเพลตที่เหมาะสม สามารถเลือกหน้าเปล่าแล้วสร้างโครงสร้างขึ้นใหม่ได้
หัวข้อหลักควรสื่อสารประโยชน์สำคัญที่สุดและตรงกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ
ตัวอย่างหัวข้อที่กว้างเกินไป:
“บริการทำความสะอาดคุณภาพ”
ตัวอย่างที่ชัดเจนกว่า:
“บริการทำความสะอาดบ้านในขอนแก่น พร้อมอุปกรณ์และทีมงานครบ”
หัวข้อที่ดีไม่ควรใช้คำโฆษณาเกินจริง และควรหลีกเลี่ยงคำที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ เช่น ดีที่สุด อันดับหนึ่ง หรือรับประกันผลลัพธ์ทุกกรณี
คำอธิบายควรช่วยตอบคำถามที่ยังขาดจากหัวข้อหลัก เช่น
ตัวอย่าง:
“ดูแลตั้งแต่ห้องนอน ห้องครัว ไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลาง เลือกวันและเวลาที่สะดวก พร้อมประเมินราคาก่อนเริ่มงาน”
รูปภาพส่วนแรกควรเกี่ยวข้องกับข้อเสนอโดยตรง เช่น ภาพสินค้า ภาพผลงาน หรือภาพก่อนและหลัง
ควรหลีกเลี่ยงภาพที่สวยแต่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะอาจทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจผิดว่าหน้านี้นำเสนออะไร
หากใช้ภาพก่อนและหลัง ต้องใช้ภาพจริง ไม่ปรับแต่งจนทำให้ผลลัพธ์แตกต่างจากความเป็นจริง
เขียนปัญหาจากมุมมองของลูกค้า เพื่อให้รู้สึกว่าเนื้อหาตรงกับสถานการณ์ของตน
ตัวอย่าง:
ไม่ควรสร้างความกลัวเกินจริงหรือใช้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดเพื่อบังคับให้ลูกค้าตัดสินใจ
อธิบายว่าสินค้าหรือบริการช่วยแก้ปัญหาอย่างไร โดยเชื่อมโยงกับปัญหาที่กล่าวถึงก่อนหน้า
ควรเขียนให้เห็นภาพ เช่น
คุณสมบัติคือสิ่งที่สินค้ามี ส่วนประโยชน์คือสิ่งที่ลูกค้าได้รับ
ตัวอย่างคุณสมบัติ:
“สายชาร์จยาว 2 เมตร”
ตัวอย่างประโยชน์:
“สามารถใช้งานได้สะดวกแม้ปลั๊กไฟอยู่ไกลจากโต๊ะหรือเตียง”
ควรใช้ทั้งสองส่วนร่วมกัน เพื่อให้ข้อมูลครบและช่วยให้ลูกค้าเห็นความสำคัญของสินค้า
หลักฐานช่วยลดความกังวลก่อนตัดสินใจซื้อ ตัวอย่างหลักฐานที่สามารถใช้ได้ ได้แก่
ต้องได้รับอนุญาตก่อนนำชื่อ รูป หรือข้อความของลูกค้ามาเผยแพร่ และไม่ควรสร้างรีวิวปลอม
หากสามารถเปิดเผยราคาได้ ควรแสดงราคาอย่างชัดเจน พร้อมระบุว่าลูกค้าจะได้รับอะไรบ้าง
ข้อมูลที่ควรแจ้ง ได้แก่
การใช้คำว่า “เริ่มต้น” ต้องบอกให้ชัดว่าเงื่อนไขใดทำให้ราคาสูงขึ้น
เลือกคำถามที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ไม่ควรใส่คำถามเพียงเพื่อทำให้หน้าดูยาวขึ้น
ตัวอย่างคำถาม ได้แก่
สร้างรูปทรงหรือใช้ปุ่มจากเทมเพลต แล้วใส่ข้อความที่บอกการดำเนินการอย่างชัดเจน
ตัวอย่างข้อความบนปุ่ม ได้แก่
ปุ่มหลักควรใช้สีเดียวกันทั้งหน้า เพื่อให้ผู้เข้าชมจำได้ว่าปุ่มสีนี้ใช้สำหรับดำเนินการหลัก
คลิกปุ่มหรือข้อความ แล้วเลือกคำสั่งเพิ่มลิงก์ จากนั้นวาง URL ปลายทาง
ปุ่มสามารถเชื่อมไปยังช่องทางต่าง ๆ เช่น
หลังใส่ลิงก์แล้วต้องทดลองกดจริงทุกปุ่มก่อนเผยแพร่
ควรใช้สีหลัก 1–2 สี และสีเน้นสำหรับปุ่มอีก 1 สี เพื่อทำให้หน้าเป็นระเบียบและช่วยให้ปุ่มเด่นขึ้น
ควรใช้ฟอนต์ไม่เกิน 2–3 แบบ และเลือกขนาดตัวอักษรที่อ่านได้สะดวกบนมือถือ
ไม่จำเป็นต้องเติมทุกพื้นที่ด้วยข้อความหรือรูปภาพ พื้นที่ว่างช่วยแบ่งส่วนและทำให้ผู้เข้าชมอ่านข้อมูลได้ง่ายขึ้น
ภาพสินค้า ผลงาน ร้านค้า หรือทีมงานจริงช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือมากกว่าภาพทั่วไปจากคลัง
ปุ่ม หัวข้อ สี ไอคอน และระยะห่างควรใช้รูปแบบเดียวกันตลอดทั้งหน้า
ก่อนเผยแพร่ควรเปิดโหมด Preview และตรวจสอบการแสดงผลบนมือถือ เพราะผู้ใช้จากโฆษณาและโซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้าชมผ่านโทรศัพท์
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่
ควรวางปุ่มหลักไว้ตั้งแต่ช่วงบนของหน้า และเพิ่มอีกครั้งหลังส่วนสำคัญ เพื่อให้ผู้ที่พร้อมตัดสินใจไม่ต้องเลื่อนหาปุ่ม
Landing Page สามารถรองรับผู้เข้าชมจาก Google ได้ หากตั้งค่าพื้นฐานและสร้างเนื้อหาที่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้ค้นหา
ชื่อหน้าควรมีคำที่อธิบายสินค้า บริการ หรือวัตถุประสงค์ของหน้า
ตัวอย่าง:
“คอร์สสอนทำขนมออนไลน์สำหรับมือใหม่”
สรุปข้อเสนอและประโยชน์ของหน้าอย่างกระชับ พร้อมชวนให้ผู้ค้นหาเข้ามาดูรายละเอียด
ควรใช้ URL ภาษาอังกฤษที่สั้นและสื่อถึงเนื้อหา เช่น
แบ่งเนื้อหาเป็นหัวข้อหลักและหัวข้อย่อย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สแกนข้อมูลได้เร็ว
ควรมีข้อมูลราคา วิธีใช้งาน เงื่อนไข คำถามที่พบบ่อย และข้อมูลติดต่อ ไม่ควรสร้างหน้าที่มีเพียงคำโฆษณาสั้น ๆ
เขียนคำอธิบายภาพให้ตรงกับสิ่งที่ปรากฏในภาพ โดยไม่ยัดคำค้นที่ไม่เกี่ยวข้อง
เมื่อออกแบบเสร็จแล้ว ให้เลือกคำสั่งเผยแพร่เว็บไซต์และตั้งค่าข้อมูลที่จำเป็น
ตรวจสอบรายการต่อไปนี้ก่อนยืนยัน
สามารถเริ่มจากโดเมนฟรีของ Canva เพื่อทดสอบหน้า หากต้องการใช้กับธุรกิจระยะยาวหรือโฆษณาอย่างจริงจัง ควรพิจารณาเชื่อมต่อโดเมนของตัวเองเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
หลังเผยแพร่ไม่ควรปล่อยหน้าไว้โดยไม่ติดตามผล ควรกำหนดตัวชี้วัดให้ตรงกับเป้าหมาย
ตัวอย่างตัวชี้วัด ได้แก่
อัตรา Conversion คำนวณได้จากจำนวนผู้ที่ดำเนินการตามเป้าหมาย หารด้วยจำนวนผู้เข้าชม แล้วคูณด้วย 100
ตัวอย่างเช่น มีผู้เข้าชม 1,000 คน และมีผู้สมัคร 50 คน อัตรา Conversion เท่ากับ 5%
หากต้องการทดสอบ ควรเปลี่ยนทีละส่วน เช่น หัวข้อ รูปภาพ ข้อเสนอ หรือข้อความบนปุ่ม เพื่อให้ทราบว่าส่วนใดส่งผลต่อผลลัพธ์
ข้อมูลทุกส่วนควรช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจข้อเสนอหรือมั่นใจมากขึ้น หากส่วนใดไม่สนับสนุนเป้าหมายควรตัดออก
ผู้เข้าชมควรทราบทันทีว่าจะได้รับอะไร ราคาเท่าไร และต้องทำอะไรต่อ
สามารถใช้ข้อมูลการรับประกัน ขั้นตอนบริการ รีวิวจริง หรือคำตอบเรื่องการคืนเงินเพื่อช่วยลดข้อกังวล แต่ทุกข้อความต้องตรงกับเงื่อนไขที่ทำได้จริง
หากมีวันสิ้นสุดโปรโมชั่นหรือจำนวนสิทธิ์จำกัด สามารถแสดงข้อมูลได้ แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขปลอมหรือกำหนดเวลาที่เริ่มใหม่ตลอดเวลา
สามารถเริ่มสร้างและเผยแพร่ได้ด้วยบัญชีฟรี หากใช้เทมเพลต รูปภาพ และองค์ประกอบที่เปิดให้ใช้งานฟรี ส่วนฟีเจอร์บางรายการอาจขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ
สามารถสร้างปุ่มเชื่อมไปยังหน้าชำระเงินหรือร้านค้าออนไลน์ภายนอกได้ แต่ Canva Website ไม่ใช่ระบบ E-commerce เต็มรูปแบบ
สามารถเชื่อมต่อไปยังแบบฟอร์มภายนอกหรือใช้ตัวเลือกที่ Canva รองรับได้ ความสามารถในการฝังแบบฟอร์มอาจแตกต่างตามเครื่องมือและประเภทบัญชี จึงควรทดลองก่อนเผยแพร่
สามารถใช้เป็นหน้าปลายทางของโฆษณาได้ แต่ต้องตรวจสอบนโยบายของแพลตฟอร์มโฆษณา ความเร็วหน้า เนื้อหา การเก็บข้อมูลส่วนบุคคล และความถูกต้องของข้อเสนอด้วย
ไม่จำเป็นต้องมีเมนูหลายรายการ เพราะอาจดึงผู้เข้าชมออกจากเป้าหมายหลัก แต่ควรมีข้อมูลธุรกิจ นโยบาย และช่องทางติดต่อที่จำเป็นต่อความน่าเชื่อถือ
โดเมนฟรีเหมาะกับการทดลอง ส่วนการขายสินค้า ให้บริการ หรือซื้อโฆษณาอย่างจริงจัง ควรพิจารณาใช้โดเมนของตัวเองเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและจดจำง่ายขึ้น
วิธีสร้าง Landing Page ด้วย Canva ที่มีประสิทธิภาพไม่ได้จบแค่การเลือกเทมเพลตสวย ๆ แต่ต้องเริ่มจากเป้าหมายที่ชัด เข้าใจกลุ่มลูกค้า วางข้อเสนออย่างเป็นลำดับ และสร้างปุ่ม Call to Action ที่นำไปสู่การดำเนินการเพียงเป้าหมายเดียว
หลังออกแบบเสร็จควรตรวจสอบหน้า Landing Page บนมือถือ ทดลองกดทุกปุ่ม ตั้งค่าชื่อหน้า คำอธิบาย และ URL จากนั้นติดตามผลจริงเพื่อนำข้อมูลกลับมาปรับหัวข้อ รูปภาพ ข้อเสนอ และข้อความบนปุ่มอย่างต่อเนื่อง