Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

อินโฟกราฟิกช่วยเปลี่ยนข้อมูลที่ซับซ้อนให้กลายเป็นภาพที่อ่านและเข้าใจง่าย ครูสามารถใช้ Canva สร้างอินโฟกราฟิกเพื่อสรุปบทเรียน อธิบายขั้นตอน เปรียบเทียบข้อมูล หรือแสดงตัวเลขสำคัญ ส่วนนักเรียนสามารถใช้ทำรายงานและนำเสนอผลงานได้
อินโฟกราฟิกที่ดีไม่ใช่การนำข้อความจำนวนมากมาตกแต่งด้วยไอคอน แต่ต้องคัดเลือกข้อมูล จัดลำดับ และใช้ภาพเพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจสาระสำคัญได้รวดเร็ว
อินโฟกราฟิกการศึกษา คือสื่อที่นำข้อมูล ข้อความ ตัวเลข ภาพ ไอคอน แผนภูมิ และแผนภาพมาจัดวางเป็นเรื่องราวที่เข้าใจง่าย
ตัวอย่างการนำไปใช้ ได้แก่
เหมาะกับข้อมูลที่มีลำดับ เช่น วงจรน้ำ ขั้นตอนการทดลอง และกระบวนการผลิต
เหมาะกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ พัฒนาการ และข้อมูลตามช่วงเวลา
เหมาะกับการแสดงความเหมือนและความแตกต่างระหว่างสองสิ่งขึ้นไป
เหมาะกับตัวเลข ร้อยละ ผลสำรวจ และแนวโน้มที่สามารถแสดงด้วยกราฟ
เหมาะกับส่วนประกอบของเซลล์ ร่างกาย องค์กร หรือระบบต่าง ๆ
ช่วยอธิบายว่าสิ่งใดเป็นสาเหตุ เกิดกระบวนการอะไร และมีผลลัพธ์อย่างไร
เหมาะกับการแบ่งประเภทสัตว์ พืช สารอาหาร คำศัพท์ หรือแนวคิดต่าง ๆ
กำหนดว่าต้องการให้ผู้อ่านเข้าใจอะไรหลังดูอินโฟกราฟิก
พิจารณาระดับชั้น ความรู้เดิม และภาษาที่เหมาะสมกับผู้เรียน
รวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องและคัดเฉพาะส่วนที่จำเป็น
แยกว่าข้อมูลส่วนใดเป็นตัวเลข ขั้นตอน การเปรียบเทียบ หรือข้อความอธิบาย
กำหนดว่าจะใช้บนหน้าจอ พิมพ์ลงกระดาษ หรือนำไปแทรกใน Presentation
เตรียมชื่อแหล่งข้อมูลหรือรายการอ้างอิงตามรูปแบบที่ครูกำหนด
ก่อนเริ่มออกแบบ ให้ตอบคำถามต่อไปนี้
หากยังสรุปสาระสำคัญเป็นหนึ่งประโยคไม่ได้ ควรปรับขอบเขตเนื้อหาให้แคบลงก่อน
หัวข้อควรชัดเจนและไม่กว้างเกินไป
ตัวอย่างที่ชัด:
5 ขั้นตอนการแยกขยะในโรงเรียน
ตัวอย่างที่กว้างเกินไป:
สิ่งแวดล้อม
เลือกข้อมูลที่ช่วยตอบหัวข้อโดยตรง แบ่งเป็นข้อมูลหลักและข้อมูลสนับสนุน
ตัวอย่าง:
หัวข้อ
คำอธิบายสั้น
ข้อมูลส่วนที่ 1
ข้อมูลส่วนที่ 2
ข้อมูลส่วนที่ 3
บทสรุป
แหล่งข้อมูล
เลือกบัญชีและพื้นที่จัดเก็บที่ถูกต้อง แล้วค้นหาประเภทงาน Infographic
ใช้คำค้น เช่น
Education Infographic
Science Infographic
Timeline Infographic
Process Infographic
Comparison Infographic
Statistical Infographic
อินโฟกราฟิกการศึกษา
อย่าเลือกจากสีหรือความสวยเพียงอย่างเดียว หากข้อมูลเป็น Timeline ควรใช้เทมเพลตตามลำดับเวลา หากเป็นการเปรียบเทียบควรเลือกแบบหลายคอลัมน์
ลบข้อความเดิมของเทมเพลตออกให้หมด แล้วใส่ข้อมูลที่เตรียมไว้
ใช้ภาพเพื่อแสดงความหมายของข้อมูล ไม่ควรใส่เพียงเพื่อเติมพื้นที่ว่าง
ใส่ชื่อแหล่งข้อมูลไว้ส่วนท้ายตามข้อกำหนดของงาน โดยไม่จำเป็นต้องทำลิงก์ออกนอกเว็บไซต์
ตรวจคำสะกด ตัวเลข ลำดับข้อมูล และการแสดงผลบนอุปกรณ์หรือกระดาษจริง
ควรมีชื่อเรื่องและคำอธิบายสั้น ๆ ว่าอินโฟกราฟิกนี้เกี่ยวกับอะไร
แบ่งข้อมูลออกเป็นประมาณ 3–7 ส่วนตามความเหมาะสม แต่ละส่วนควรมีหัวข้อ ภาพ และคำอธิบายสั้น
ระบุใจความสำคัญ ข้อเสนอแนะ หรือสิ่งที่ผู้อ่านควรทำต่อ
ใส่ชื่อแหล่งข้อมูล ผู้จัดทำ ชั้น และรายวิชาตามคำสั่ง
ลดคำที่ไม่จำเป็นและเลือกใช้คำที่เข้าใจง่าย
หัวข้อควรทำให้ผู้อ่านเข้าใจประเด็นได้ทันที
ตัวเลขช่วยสร้างจุดเด่น แต่ต้องมีหน่วยและคำอธิบายครบถ้วน
หากข้อมูลต้องใช้หลายประโยค ควรแบ่งเป็นหัวข้อย่อยหรือใช้สื่อรูปแบบอื่นร่วมด้วย
หากจำเป็นต้องใช้ศัพท์วิชาการ ควรมีคำอธิบายสั้น ๆ ที่เหมาะกับระดับชั้น
ตัวอย่างเช่น ใช้สีหนึ่งสำหรับสาเหตุ อีกสีสำหรับผลกระทบ และอีกสีสำหรับแนวทางแก้ไข
ใช้ประมาณ 2–5 สีหลักเพื่อให้งานเป็นระเบียบ
ข้อความต้องอ่านง่ายบนพื้นหลัง โดยเฉพาะข้อความขนาดเล็ก
เพิ่มหัวข้อ ไอคอน หรือสัญลักษณ์ร่วมด้วย เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนเข้าใจข้อมูล
หากต้องพิมพ์ขาวดำ ให้ตรวจว่าส่วนต่าง ๆ ยังแยกออกจากกันได้
ไม่ควรผสมภาพถ่าย ไอคอนเส้น และภาพการ์ตูนหลายรูปแบบโดยไม่มีเหตุผล
ไอคอนถังขยะสามารถแทนหมวดการจัดการขยะได้ แต่ไม่ควรใช้ไอคอนที่ตีความได้หลายความหมาย
บางแนวคิดไม่สามารถเข้าใจได้จากภาพเพียงอย่างเดียว ควรมีข้อความอธิบายสั้น ๆ
ไม่ยืดหรือบีบภาพจนผิดรูป และใช้ขนาดที่สม่ำเสมอในหมวดเดียวกัน
เหมาะกับการเปรียบเทียบค่าระหว่างหลายหมวด
เหมาะกับข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา
เหมาะกับสัดส่วนที่รวมกันเป็นหนึ่งทั้งหมดและมีจำนวนหมวดไม่มาก
เหมาะกับข้อมูลที่มีลำดับต่อเนื่อง
ไม่ควรปรับสัดส่วนกราฟเพื่อทำให้ความแตกต่างดูมากหรือน้อยกว่าความจริง
Timeline เหมาะกับเหตุการณ์ที่เกิดตามลำดับเวลา
หากมีเหตุการณ์จำนวนมาก ควรแบ่ง Timeline เป็นช่วง แทนการย่อทุกอย่างให้อยู่ในหน้าเดียว
แบ่งพื้นที่เป็นสองหรือสามคอลัมน์ แล้วใช้หัวข้อเดียวกันในแต่ละฝั่ง
ตัวอย่าง:
| หัวข้อ | พลังงานหมุนเวียน | พลังงานไม่หมุนเวียน |
|---|---|---|
| แหล่งกำเนิด | เกิดทดแทนได้ | มีปริมาณจำกัด |
| ตัวอย่าง | แสงอาทิตย์ ลม | น้ำมัน ถ่านหิน |
| ผลกระทบ | โดยทั่วไปต่ำกว่า | โดยทั่วไปสูงกว่า |
ควรเปรียบเทียบด้วยเกณฑ์เดียวกันทั้งสองฝั่ง เพื่อไม่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิด
เหมาะกับวิธีทดลอง วิธีสมัคร กระบวนการผลิต และกิจกรรมที่ต้องทำตามลำดับ
รูปแบบที่ใช้ได้ ได้แก่
แต่ละขั้นควรเริ่มด้วยคำกริยา เช่น เตรียม ตรวจ เลือก สร้าง และทดสอบ
องค์ประกอบที่แนะนำ ได้แก่
เน้นผลการศึกษาและข้อสรุปมากกว่าข้อมูลพื้นฐานที่ยาวเกินไป
เลือกหัวข้อให้มีขอบเขตเหมาะสมกับเวลาและระดับชั้น
แจ้งคะแนนด้านเนื้อหา ความถูกต้อง การจัดลำดับ การสื่อสารด้วยภาพ และแหล่งข้อมูล
สำหรับผู้เริ่มต้น ครูอาจเตรียมโครงไว้ให้ ส่วนระดับสูงอาจให้ออกแบบเอง
ระบุจำนวนประเด็นหรือส่วนประกอบ เพื่อควบคุมขอบเขตงาน
ควรตรวจข้อมูลก่อนให้นักเรียนใช้เวลาตกแต่งฉบับสมบูรณ์
ให้นักเรียนอธิบายว่าเลือกข้อมูลและออกแบบลำดับอย่างไร เพื่อวัดความเข้าใจจริง
| เกณฑ์ | คะแนน |
|---|---|
| ความถูกต้องของข้อมูล | 35 |
| ความครบถ้วน | 20 |
| การจัดลำดับเนื้อหา | 15 |
| การสื่อสารด้วยภาพ | 15 |
| ความอ่านง่าย | 10 |
| ส่งตรงเวลา | 5 |
| รวม | 100 |
ควรให้น้ำหนักความถูกต้องและความเข้าใจมากกว่าความสวยงามเพียงอย่างเดียว
AI สามารถช่วยสรุปข้อมูล จัดหมวด และเสนอหัวข้อได้
สรุปเรื่องวัฏจักรน้ำเป็น 5 ขั้นตอนสั้น ๆ สำหรับทำอินโฟกราฟิกระดับประถมศึกษาปีที่ 5
เปรียบเทียบพลังงานหมุนเวียนกับพลังงานไม่หมุนเวียนใน 5 หัวข้อ สำหรับทำอินโฟกราฟิก
ช่วยจัดโครงอินโฟกราฟิกเรื่องการป้องกันภัยออนไลน์ โดยมีหัวข้อ ปัญหา ผลกระทบ และวิธีป้องกัน
ต้องตรวจข้อมูล ตัวเลข และลำดับเหตุผลทุกครั้งก่อนนำไปออกแบบ
เหมาะกับข้อความ กราฟิก และการเผยแพร่เป็นภาพ
เหมาะกับภาพทั่วไปและต้องการลดขนาดไฟล์ แต่ข้อความเล็กอาจไม่คมเท่า PNG ในบางกรณี
เหมาะกับการพิมพ์หรือส่งเป็นเอกสารที่ต้องการรักษาขนาดและตำแหน่ง
อินโฟกราฟิกต้องสรุป หากต้องการรายละเอียดมากควรมีเอกสารอีกชิ้นประกอบ
ภาพควรช่วยอธิบาย ไม่ใช่ทำให้ผู้อ่านเสียสมาธิ
ต้องระบุว่าเป็นคน บาท เปอร์เซ็นต์ ปี หรือหน่วยอื่น
ตรวจสัดส่วน แกน และช่วงข้อมูล ไม่ปรับรูปแบบเพื่อขยายความแตกต่างเกินจริง
ใช้หมายเลข ลูกศร ขนาดหัวข้อ และพื้นที่ว่างช่วยกำหนดเส้นทางสายตา
ลดจำนวนข้อความหรือเพิ่มขนาดงาน ไม่ควรบังคับข้อมูลทั้งหมดลงในพื้นที่จำกัด
ควรใส่ชื่อแหล่งข้อมูลส่วนท้ายตามรูปแบบที่กำหนด แม้จะไม่ทำลิงก์ออกนอกเว็บไซต์
คัดเลือกและสรุปเนื้อหาก่อนเลือกสีและภาพ ช่วยลดการแก้รูปแบบหลายรอบ
แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเท่า ๆ กันก่อนวางเนื้อหา ทำให้งานเป็นระเบียบ
ออกแบบกล่องข้อมูลหนึ่งส่วนให้เรียบร้อย แล้วทำสำเนาไปใช้กับข้อมูลส่วนอื่น
กำหนดสีให้แต่ละประเภทข้อมูลตั้งแต่เริ่ม ไม่เปลี่ยนความหมายของสีระหว่างงาน
ย่อมุมมองลงแล้วดูว่ายังเห็นหัวข้อ ลำดับ และตัวเลขสำคัญหรือไม่
comsiam แนะนำให้ทดลองอธิบายอินโฟกราฟิกภายในประมาณหนึ่งนาที หากไม่สามารถสรุปตามลำดับได้ แสดงว่าอาจมีข้อมูลมากเกินไปหรือเส้นทางการอ่านยังไม่ชัดเจน
ทำได้ด้วย Canva Free แต่เทมเพลต รูปภาพ และองค์ประกอบบางรายการอาจขึ้นอยู่กับสิทธิ์บัญชี
ไม่มีจำนวนตายตัว แต่ข้อมูลประมาณ 3–7 ส่วนมักจัดลำดับได้ง่าย หากมีมากควรแบ่งเป็นหลายชิ้น
PNG เหมาะกับการเผยแพร่เป็นภาพ ส่วน PDF เหมาะกับการพิมพ์และส่งเป็นเอกสาร
ได้ แต่ต้องตรวจตัวเลข หน่วย ช่วงเวลา และแหล่งข้อมูลให้ถูกต้อง
ทำได้ แต่การจัดวางข้อมูลหลายส่วนอาจสะดวกกว่าบนคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต
ได้ โดยแบ่งหน้าที่ค้นข้อมูล เขียน สร้างกราฟ ออกแบบ และตรวจสอบ แต่ต้องมีผู้รับผิดชอบตรวจฉบับสุดท้าย
ควรใส่เมื่อใช้อ้างอิงข้อเท็จจริง ตัวเลข หรือข้อมูลจากแหล่งอื่น โดยสามารถให้เครดิตเป็นข้อความโดยไม่ต้องทำลิงก์ออกนอกเว็บไซต์
วิธีสร้างอินโฟกราฟิกการศึกษาด้วย Canva เริ่มจากกำหนดประเด็นหลัก คัดเลือกข้อมูล และเลือกรูปแบบให้ตรงกับเนื้อหา เช่น Timeline การเปรียบเทียบ ขั้นตอน หรือสถิติ จากนั้นเลือกเทมเพลตและใช้ข้อความ ภาพ สี และกราฟสร้างลำดับการอ่านที่ชัดเจน
อินโฟกราฟิกที่ดีต้องสรุปข้อมูลได้รวดเร็ว อ่านง่าย และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง ก่อนนำไปใช้ควรตรวจคำสะกด ตัวเลข หน่วย แหล่งข้อมูล และการแสดงผลทั้งบนหน้าจอและงานพิมพ์
บทความต่อไปจาก comsiam จะอธิบายวิธีสร้างหนังสือนิทานด้วย Canva ตั้งแต่คิดเรื่อง แบ่งหน้า ออกแบบตัวละคร ไปจนถึงดาวน์โหลดเป็นหนังสือพร้อมอ่าน โดยไม่มีลิงก์ออกนอกเว็บไซต์