Canva Business กับ Canva Pro ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

Canva Pro เหมาะกับผู้ใช้งานรายบุคคลที่ต้องการเทมเพลต สื่อ และเครื่องมือออกแบบพรีเมียม ส่วน Canva Business เหมาะกับบุคคลที่ทำธุรกิจ นักการตลาด และทีมที่ต้องการโควตา AI มากขึ้น การจัดการแบรนด์ ระบบสมาชิก ข้อมูลโฆษณา และเครื่องมือธุรกิจเพิ่มเติม

Canva Business รวมฟีเจอร์ทั้งหมดของ Canva Pro ดังนั้นความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือพื้นฐาน แต่เป็นความสามารถด้านการขยายธุรกิจและการทำงานร่วมกัน

หากทำคอนเทนต์คนเดียวและโควตา Pro เพียงพอ ให้เลือก Canva Pro แต่ถ้ามีหลายคน ต้องจัดการหลายแบรนด์ ใช้ AI จำนวนมาก หรือต้องการข้อมูลด้านการตลาด Canva Business จะเหมาะกว่า

Canva Pro คืออะไร

Canva Pro คือแพ็กเกจสำหรับผู้ใช้งานรายบุคคลที่ต้องการฟีเจอร์พรีเมียมมากกว่า Canva Free เช่น

  • เทมเพลตพรีเมียม
  • รูป วิดีโอ กราฟิก และเสียงพรีเมียม
  • Background Remover
  • Magic Resize
  • เครื่องมือแปลภาษา
  • Brand Kit
  • Content Planner
  • พื้นที่จัดเก็บ 100GB
  • เครื่องมือ AI ตามโควตา Pro
  • เครื่องมือออกแบบและตัดต่อเพิ่มเติม

เหมาะกับครีเอเตอร์ เจ้าของร้านที่ทำงานคนเดียว ฟรีแลนซ์ Blogger, YouTuber และผู้ที่ต้องสร้างคอนเทนต์เป็นประจำ

Canva Business คืออะไร

Canva Business คือแพ็กเกจสำหรับบุคคลและทีมที่ต้องการใช้ Canva เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ โดยรวมทุกอย่างจาก Canva Pro แล้วเพิ่มเครื่องมือ เช่น

  • โควตา AI สูงกว่า Pro
  • Brand Kit จำนวนมากขึ้น
  • ระบบจัดการสมาชิก
  • การกำหนดบทบาท
  • เครื่องมือควบคุมแบรนด์
  • เทมเพลตของทีม
  • กระบวนการตรวจและอนุมัติงาน
  • ข้อมูลเชิงลึกโฆษณา
  • การเข้าถึง Flourish
  • พื้นที่จัดเก็บมากขึ้น
  • ส่วนลด Canva Print ตามประเทศและเงื่อนไข

แม้ชื่อจะเป็น Business แต่ผู้ใช้งานคนเดียวสามารถสมัครได้ หากต้องการฟีเจอร์ธุรกิจขั้นสูง

❶ ตารางเปรียบเทียบ Canva Pro กับ Canva Business

รายการCanva ProCanva Business
กลุ่มผู้ใช้ผู้ใช้รายบุคคลบุคคล นักการตลาด และทีม
ฟีเจอร์ Canva Proมีมีทั้งหมด
สมาชิกหลายคนไม่เหมาะกับการแชร์บัญชีซื้อที่นั่งแยกได้
โควตา AIระดับ Proสูงกว่า Pro
Brand Kitสูงสุด 5 ชุดตามแพ็กเกจปัจจุบันสูงสุด 100 ชุดตามแพ็กเกจปัจจุบัน
พื้นที่จัดเก็บ100GB500GB ตามแพ็กเกจปัจจุบัน
จัดการสมาชิกจำกัดรองรับ
กำหนดบทบาทจำกัดรองรับ
Brand Controlsจำกัดมีมากกว่า
ระบบอนุมัติงานจำกัดรองรับมากกว่า
Ad Insightsจำกัดมีตามช่องทางที่รองรับ
Flourishไม่ใช่ฟีเจอร์หลักรวมตามแพ็กเกจ
ส่วนลดงานพิมพ์ตามข้อเสนออาจมีส่วนลด 10% ตามเงื่อนไข
เหมาะกับคนทำงานคนเดียวธุรกิจและทีมที่กำลังเติบโต

ฟีเจอร์ จำนวน Brand Kit พื้นที่จัดเก็บ และโควตาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดก่อนสมัคร

❷ เปรียบเทียบราคา Canva Pro กับ Canva Business

ตามหน้าแพ็กเกจ Canva ประเทศไทย ณ วันที่ตรวจสอบ ราคาที่แสดงมีดังนี้

  • Canva Pro: 230 บาทต่อเดือน สำหรับ 1 คน
  • Canva Business: 320 บาทต่อเดือนต่อคน

ราคาสามารถเปลี่ยนแปลงตามประเทศ ภาษี โปรโมชัน จำนวนที่นั่ง และรอบรายเดือนหรือรายปี ให้ยึดยอดบนหน้าชำระเงินเป็นข้อมูลสุดท้าย

ตัวอย่างการคำนวณ Canva Business

หากราคาอยู่ที่ 320 บาทต่อคนต่อเดือน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณจะเป็นดังนี้

จำนวนผู้ใช้ค่าใช้จ่ายต่อเดือนโดยประมาณ
1 คน320 บาท
2 คน640 บาท
3 คน960 บาท
5 คน1,600 บาท
10 คน3,200 บาท

ตารางนี้เป็นเพียงการคำนวณจากราคาต่อคน ไม่รวมภาษี โปรโมชัน หรือการปรับราคาที่อาจเกิดขึ้น

❸ ความแตกต่างด้านจำนวนผู้ใช้

Canva Pro

ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานหนึ่งคน เจ้าของบัญชีสามารถใช้บนอุปกรณ์ส่วนตัวหลายเครื่องได้ แต่ไม่ควรแชร์รหัสผ่านให้เพื่อน พนักงาน หรือคนในครอบครัว

Canva Business

รองรับทีมโดยให้สมาชิกแต่ละคนมีบัญชีและที่นั่งของตนเอง เจ้าของและผู้ดูแลสามารถเชิญ ลบ และกำหนดบทบาทให้สมาชิกได้

ระบบที่นั่งเหมาะกับบริษัทมากกว่าการแชร์บัญชี เพราะสามารถตรวจสอบผู้ใช้งานและถอนสิทธิ์เมื่อพนักงานลาออกได้

ความแตกต่างด้าน AI

Canva Pro และ Business มีเครื่องมือ AI แต่ Business ให้โควตาสูงกว่า เหมาะกับผู้ที่ใช้ AI ผลิตงานจำนวนมาก เช่น

  • สร้างภาพ
  • สร้างวิดีโอ
  • ช่วยเขียนข้อความ
  • ลบหรือแทนที่วัตถุ
  • ขยายภาพ
  • แปลเนื้อหา
  • สร้างสื่อโฆษณา
  • สร้างดีไซน์จากคำสั่ง
  • ใช้ Canva Code
  • ปรับงานให้ตรงกับแบรนด์

โควตา AI อาจถูกแบ่งตามระดับเครื่องมือ และ AI แต่ละประเภทอาจใช้จำนวนเครดิตไม่เท่ากัน Canva Business จึงไม่ได้หมายความว่าใช้ AI ได้ไม่จำกัด

เลือก Pro หาก

  • ใช้ AI เป็นครั้งคราว
  • โควตาปัจจุบันเพียงพอ
  • ทำงานคนเดียว
  • ไม่ได้ผลิตภาพหรือวิดีโอจำนวนมาก

เลือก Business หาก

  • ใช้ AI ทุกวัน
  • มีสมาชิกหลายคนใช้ AI
  • โควตา Pro หมดเป็นประจำ
  • ต้องผลิตคอนเทนต์จำนวนมาก
  • ต้องการ AI ที่ทำงานร่วมกับระบบแบรนด์

ความแตกต่างด้าน Brand Kit

Canva Pro

รองรับ Brand Kit ตามจำนวนที่แพ็กเกจกำหนด เหมาะกับเจ้าของธุรกิจหรือฟรีแลนซ์ที่ดูแลแบรนด์จำนวนไม่มาก

Canva Business

รองรับ Brand Kit มากกว่า เหมาะกับ

  • เอเจนซีที่มีลูกค้าหลายราย
  • บริษัทที่มีหลายผลิตภัณฑ์
  • ธุรกิจหลายสาขา
  • แบรนด์ที่ทำหลายแคมเปญ
  • ทีมที่ต้องใช้โลโก้และสีชุดเดียวกัน

Business ยังมีเครื่องมือควบคุมแบรนด์มากกว่า ช่วยป้องกันสมาชิกใช้โลโก้ สี หรือแบบอักษรผิดมาตรฐาน

ความแตกต่างด้านเทมเพลตแบรนด์

ทั้งสองแพ็กเกจสามารถใช้เทมเพลตพรีเมียมได้ แต่ Canva Business เน้นการสร้างระบบเทมเพลตสำหรับทีม

ผู้ดูแลสามารถเตรียมเทมเพลต เช่น

  • โพสต์โปรโมชั่น
  • งานนำเสนอ
  • ใบเสนอราคา
  • ประกาศบริษัท
  • สื่อรับสมัครงาน
  • รายงาน
  • อินโฟกราฟิก
  • ภาพปกวิดีโอ
  • สื่อของแต่ละสาขา

สมาชิกสามารถแก้ข้อความและรูปภาพตามที่อนุญาต โดยยังรักษารูปแบบหลักของแบรนด์ไว้

ความแตกต่างด้านการอนุมัติงาน

Canva Pro เหมาะกับกระบวนการที่เจ้าของบัญชีทำและตรวจงานด้วยตนเอง

Canva Business เหมาะกับทีมที่มีหลายขั้นตอน เช่น

  1. นักเขียนเตรียมข้อความ
  2. นักออกแบบสร้างภาพ
  3. นักการตลาดตรวจรายละเอียด
  4. ผู้จัดการอนุมัติ
  5. ผู้ดูแลเพจเผยแพร่

การมีความคิดเห็น การมอบหมาย และระบบอนุมัติช่วยลดการส่งไฟล์หลายเวอร์ชันผ่านแชตหรืออีเมล

ความแตกต่างด้านพื้นที่จัดเก็บ

ตามรายละเอียดแพ็กเกจปัจจุบัน

  • Canva Pro มีพื้นที่จัดเก็บ 100GB
  • Canva Business มีพื้นที่จัดเก็บ 500GB สำหรับทีมตามเงื่อนไขปัจจุบัน

Business เหมาะกับทีมที่เก็บรูปสินค้า วิดีโอ โลโก้ ไฟล์เสียง และผลงานจำนวนมาก

แม้มีพื้นที่มากขึ้น ควรสำรองทรัพย์สินสำคัญไว้อีกแห่งหนึ่ง ไม่ควรใช้ Canva เป็นระบบสำรองข้อมูลเพียงที่เดียว

Canva Business มี Flourish เพิ่มอย่างไร

Flourish ใช้สร้างภาพข้อมูลแบบโต้ตอบ เช่น

  • กราฟ
  • แผนภูมิ
  • แผนที่
  • ตารางข้อมูล
  • การเล่าเรื่องด้วยข้อมูล
  • ภาพเคลื่อนไหวจากตัวเลข

ฟีเจอร์นี้เหมาะกับนักการตลาด นักวิเคราะห์ สื่อ และผู้จัดทำรายงาน หากไม่ได้ทำงานกับข้อมูล Canva Pro อาจเพียงพอและไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่มเพื่อ Flourish

Canva Business มีข้อมูลโฆษณาอย่างไร

Canva Business มีเครื่องมือด้านโฆษณาและข้อมูลเชิงลึกตามแพลตฟอร์มที่รองรับ ช่วยให้ทีมสร้างโฆษณาและดูผลลัพธ์ได้สะดวกขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลใน Canva ไม่ควรแทนระบบโฆษณาต้นทางทั้งหมด ผู้ใช้ควรตรวจสอบข้อมูลจากแพลตฟอร์มโฆษณาโดยตรงก่อนตัดสินใจเรื่องงบประมาณ

Canva Business เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

ร้านค้าออนไลน์ที่มีทีม

เหมาะเมื่อเจ้าของร้าน พนักงานทำคอนเทนต์ และผู้ดูแลโฆษณาต้องใช้ไฟล์และแบรนด์ร่วมกัน

เอเจนซี

เหมาะกับการจัด Brand Kit แยกลูกค้า สร้างเทมเพลตกลาง และจัดการสมาชิกหลายคน

ธุรกิจหลายสาขา

สำนักงานใหญ่สามารถสร้างเทมเพลตมาตรฐานแล้วให้สาขาแก้เฉพาะรายละเอียดที่จำเป็น

ทีมการตลาด

ช่วยรวมขั้นตอนคิด ออกแบบ ตรวจ และเผยแพร่คอนเทนต์ไว้ในระบบเดียวกัน

ผู้ใช้คนเดียวที่ใช้ AI มาก

Business อาจเหมาะ แม้ไม่มีทีม หากโควตา AI และเครื่องมือด้านแบรนด์หรือข้อมูลช่วยสร้างมูลค่ามากกว่าส่วนต่างราคา

Canva Pro เหมาะกับใคร

  • ครีเอเตอร์ทำงานคนเดียว
  • YouTuber
  • Blogger
  • ฟรีแลนซ์
  • เจ้าของร้านที่ทำคอนเทนต์เอง
  • นักเรียนหรือผู้ทำงานนำเสนอทั่วไป
  • ผู้ที่ต้องการลบพื้นหลัง
  • ผู้ที่ต้องใช้สื่อพรีเมียม
  • ผู้ที่มีแบรนด์จำนวนไม่มาก
  • ผู้ที่โควตา AI ระดับ Pro เพียงพอ

เมื่อไรควรอัปเกรดจาก Pro เป็น Business

ควรพิจารณาอัปเกรดเมื่อ

  • ต้องเพิ่มสมาชิกเข้าทีม
  • เริ่มแชร์รหัสผ่านกันในบริษัท
  • มี Brand Kit ไม่เพียงพอ
  • โควตา AI หมดบ่อย
  • ต้องสร้างเทมเพลตให้หลายแผนก
  • ต้องควบคุมการใช้โลโก้และสี
  • ต้องมีผู้ตรวจและอนุมัติงาน
  • ต้องใช้ข้อมูลโฆษณา
  • ต้องใช้ Flourish
  • พื้นที่จัดเก็บ Pro ไม่เพียงพอ

เมื่อไรไม่ควรอัปเกรดเป็น Business

ยังไม่จำเป็นต้องอัปเกรดหาก

  • ใช้งานเพียงคนเดียว
  • Pro มีฟีเจอร์เพียงพอ
  • ไม่ใช้ AI จำนวนมาก
  • มีแบรนด์ไม่เกินสิทธิ์
  • ไม่ต้องเพิ่มสมาชิก
  • ไม่ต้องใช้ข้อมูลโฆษณา
  • ไม่ได้ทำกราฟแบบโต้ตอบ
  • ส่วนต่างราคาไม่ช่วยลดต้นทุนหรือเวลา

ไม่ควรเลือกแพ็กเกจจากจำนวนฟีเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่ควรเลือกจากฟีเจอร์ที่นำไปใช้จริง

เปลี่ยนจาก Canva Pro เป็น Business ได้หรือไม่

สามารถเปลี่ยนได้ โดยแพ็กเกจ Business อาจมีผลทันที และ Canva จะคิดค่าบริการตามอัตราใหม่ในรอบที่กำหนด

ก่อนเปลี่ยนควรตรวจสอบ

  • วันที่มีผล
  • ราคาต่อคน
  • จำนวนที่นั่ง
  • ยอดเรียกเก็บครั้งถัดไป
  • รอบรายเดือนหรือรายปี
  • วิธีคิดค่าบริการจากรอบเดิม
  • วันต่ออายุใหม่

หากเปลี่ยนเป็น Business แล้วกดยกเลิก ระบบไม่ได้กลับเป็น Pro โดยอัตโนมัติ หากต้องการกลับมาใช้ Pro อาจต้องสมัครใหม่ตามราคาปัจจุบัน

Canva Business กับ Canva Enterprise ต่างกันอย่างไร

Canva Business เหมาะกับบุคคลและทีมที่กำลังเติบโต ส่วน Enterprise เหมาะกับองค์กรที่ต้องการ

  • หลายทีมและหลายแผนก
  • SSO
  • SCIM
  • การควบคุมโดเมน
  • บันทึกการตรวจสอบ
  • ระบบอนุมัติหลายระดับ
  • การควบคุม AI ขั้นสูง
  • ความปลอดภัยระดับองค์กร
  • การสนับสนุนเฉพาะ
  • การจัดการแบรนด์ในขนาดใหญ่

หาก Business รองรับจำนวนสมาชิกและขั้นตอนทำงานครบ ก็ยังไม่จำเป็นต้องเลือก Enterprise

วิธีเลือกให้คุ้มค่า

ลองคำนวณจากมูลค่าที่ได้รับจริง

เลือก Canva Pro หาก

  • ใช้งานคนเดียว
  • ต้องการเครื่องมือพรีเมียม
  • ใช้ AI ไม่เกินโควตา
  • ไม่ต้องจัดการสมาชิก
  • ต้องการลดค่าใช้จ่าย

เลือก Canva Business หาก

  • ใช้หลายคน
  • ต้องจัดการหลายแบรนด์
  • ต้องการ AI มากขึ้น
  • ต้องมีระบบทีม
  • ใช้ข้อมูลโฆษณา
  • ใช้ Flourish
  • ฟีเจอร์ที่เพิ่มช่วยประหยัดเวลามากกว่าส่วนต่างราคา

คำถามที่พบบ่อย

Canva Business ดีกว่า Canva Pro หรือไม่

Business มีฟีเจอร์มากกว่า แต่ไม่ได้คุ้มกว่าสำหรับทุกคน หากใช้คนเดียวและ Pro เพียงพอ การจ่ายเพิ่มอาจไม่จำเป็น

Canva Business ใช้คนเดียวได้ไหม

ได้ เหมาะกับผู้ใช้คนเดียวที่ต้องการโควตา AI และเครื่องมือธุรกิจมากกว่า Pro

Canva Business คิดเงินต่อคนหรือไม่

สำหรับทีมจะคิดตามจำนวนที่นั่ง ผู้ใช้ต้องตรวจสอบยอดรวมก่อนเพิ่มสมาชิก

Canva Pro เพิ่มสมาชิกได้ไหม

Canva Pro เป็นแพ็กเกจรายบุคคล หากต้องการสร้างทีม Canva อาจให้เปลี่ยนเป็น Business

Canva Business มีทุกอย่างใน Pro ไหม

มี Canva ระบุว่า Business รวมฟีเจอร์ทั้งหมดของ Pro และเพิ่มเครื่องมือธุรกิจ

Canva Teams ยังสมัครได้ไหม

ไม่ Canva Teams ไม่เปิดให้สมัครใหม่ ผู้ใช้ใหม่ที่ต้องการทีมควรเลือก Canva Business

สรุป Canva Business กับ Canva Pro เลือกแบบไหนดี

Canva Pro เหมาะกับผู้ใช้งานคนเดียวที่ต้องการเทมเพลต สื่อพรีเมียม ลบพื้นหลัง Magic Resize, Brand Kit และเครื่องมือ AI ในระดับที่เพียงพอ

Canva Business เหมาะกับบุคคลทำธุรกิจ นักการตลาด และทีมที่ต้องการโควตา AI สูงขึ้น Brand Kit มากขึ้น พื้นที่จัดเก็บเพิ่ม ระบบสมาชิก การควบคุมแบรนด์ ข้อมูลโฆษณา และ Flourish

ถ้าทำงานคนเดียวและไม่ได้ใช้ฟีเจอร์ Business ให้เลือก Canva Pro เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ถ้ามีหลายคน หลายแบรนด์ หรือการผลิตคอนเทนต์ในระดับธุรกิจ Canva Business จะตอบโจทย์มากกว่า