Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Canva Pro เหมาะกับผู้ใช้งานรายบุคคลที่ต้องการเทมเพลต สื่อ และเครื่องมือออกแบบพรีเมียม ส่วน Canva Business เหมาะกับบุคคลที่ทำธุรกิจ นักการตลาด และทีมที่ต้องการโควตา AI มากขึ้น การจัดการแบรนด์ ระบบสมาชิก ข้อมูลโฆษณา และเครื่องมือธุรกิจเพิ่มเติม
Canva Business รวมฟีเจอร์ทั้งหมดของ Canva Pro ดังนั้นความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือพื้นฐาน แต่เป็นความสามารถด้านการขยายธุรกิจและการทำงานร่วมกัน
หากทำคอนเทนต์คนเดียวและโควตา Pro เพียงพอ ให้เลือก Canva Pro แต่ถ้ามีหลายคน ต้องจัดการหลายแบรนด์ ใช้ AI จำนวนมาก หรือต้องการข้อมูลด้านการตลาด Canva Business จะเหมาะกว่า
Canva Pro คือแพ็กเกจสำหรับผู้ใช้งานรายบุคคลที่ต้องการฟีเจอร์พรีเมียมมากกว่า Canva Free เช่น
เหมาะกับครีเอเตอร์ เจ้าของร้านที่ทำงานคนเดียว ฟรีแลนซ์ Blogger, YouTuber และผู้ที่ต้องสร้างคอนเทนต์เป็นประจำ
Canva Business คือแพ็กเกจสำหรับบุคคลและทีมที่ต้องการใช้ Canva เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ โดยรวมทุกอย่างจาก Canva Pro แล้วเพิ่มเครื่องมือ เช่น
แม้ชื่อจะเป็น Business แต่ผู้ใช้งานคนเดียวสามารถสมัครได้ หากต้องการฟีเจอร์ธุรกิจขั้นสูง
| รายการ | Canva Pro | Canva Business |
|---|---|---|
| กลุ่มผู้ใช้ | ผู้ใช้รายบุคคล | บุคคล นักการตลาด และทีม |
| ฟีเจอร์ Canva Pro | มี | มีทั้งหมด |
| สมาชิกหลายคน | ไม่เหมาะกับการแชร์บัญชี | ซื้อที่นั่งแยกได้ |
| โควตา AI | ระดับ Pro | สูงกว่า Pro |
| Brand Kit | สูงสุด 5 ชุดตามแพ็กเกจปัจจุบัน | สูงสุด 100 ชุดตามแพ็กเกจปัจจุบัน |
| พื้นที่จัดเก็บ | 100GB | 500GB ตามแพ็กเกจปัจจุบัน |
| จัดการสมาชิก | จำกัด | รองรับ |
| กำหนดบทบาท | จำกัด | รองรับ |
| Brand Controls | จำกัด | มีมากกว่า |
| ระบบอนุมัติงาน | จำกัด | รองรับมากกว่า |
| Ad Insights | จำกัด | มีตามช่องทางที่รองรับ |
| Flourish | ไม่ใช่ฟีเจอร์หลัก | รวมตามแพ็กเกจ |
| ส่วนลดงานพิมพ์ | ตามข้อเสนอ | อาจมีส่วนลด 10% ตามเงื่อนไข |
| เหมาะกับ | คนทำงานคนเดียว | ธุรกิจและทีมที่กำลังเติบโต |
ฟีเจอร์ จำนวน Brand Kit พื้นที่จัดเก็บ และโควตาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดก่อนสมัคร
ตามหน้าแพ็กเกจ Canva ประเทศไทย ณ วันที่ตรวจสอบ ราคาที่แสดงมีดังนี้
ราคาสามารถเปลี่ยนแปลงตามประเทศ ภาษี โปรโมชัน จำนวนที่นั่ง และรอบรายเดือนหรือรายปี ให้ยึดยอดบนหน้าชำระเงินเป็นข้อมูลสุดท้าย
หากราคาอยู่ที่ 320 บาทต่อคนต่อเดือน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณจะเป็นดังนี้
| จำนวนผู้ใช้ | ค่าใช้จ่ายต่อเดือนโดยประมาณ |
|---|---|
| 1 คน | 320 บาท |
| 2 คน | 640 บาท |
| 3 คน | 960 บาท |
| 5 คน | 1,600 บาท |
| 10 คน | 3,200 บาท |
ตารางนี้เป็นเพียงการคำนวณจากราคาต่อคน ไม่รวมภาษี โปรโมชัน หรือการปรับราคาที่อาจเกิดขึ้น
ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานหนึ่งคน เจ้าของบัญชีสามารถใช้บนอุปกรณ์ส่วนตัวหลายเครื่องได้ แต่ไม่ควรแชร์รหัสผ่านให้เพื่อน พนักงาน หรือคนในครอบครัว
รองรับทีมโดยให้สมาชิกแต่ละคนมีบัญชีและที่นั่งของตนเอง เจ้าของและผู้ดูแลสามารถเชิญ ลบ และกำหนดบทบาทให้สมาชิกได้
ระบบที่นั่งเหมาะกับบริษัทมากกว่าการแชร์บัญชี เพราะสามารถตรวจสอบผู้ใช้งานและถอนสิทธิ์เมื่อพนักงานลาออกได้
Canva Pro และ Business มีเครื่องมือ AI แต่ Business ให้โควตาสูงกว่า เหมาะกับผู้ที่ใช้ AI ผลิตงานจำนวนมาก เช่น
โควตา AI อาจถูกแบ่งตามระดับเครื่องมือ และ AI แต่ละประเภทอาจใช้จำนวนเครดิตไม่เท่ากัน Canva Business จึงไม่ได้หมายความว่าใช้ AI ได้ไม่จำกัด
รองรับ Brand Kit ตามจำนวนที่แพ็กเกจกำหนด เหมาะกับเจ้าของธุรกิจหรือฟรีแลนซ์ที่ดูแลแบรนด์จำนวนไม่มาก
รองรับ Brand Kit มากกว่า เหมาะกับ
Business ยังมีเครื่องมือควบคุมแบรนด์มากกว่า ช่วยป้องกันสมาชิกใช้โลโก้ สี หรือแบบอักษรผิดมาตรฐาน
ทั้งสองแพ็กเกจสามารถใช้เทมเพลตพรีเมียมได้ แต่ Canva Business เน้นการสร้างระบบเทมเพลตสำหรับทีม
ผู้ดูแลสามารถเตรียมเทมเพลต เช่น
สมาชิกสามารถแก้ข้อความและรูปภาพตามที่อนุญาต โดยยังรักษารูปแบบหลักของแบรนด์ไว้
Canva Pro เหมาะกับกระบวนการที่เจ้าของบัญชีทำและตรวจงานด้วยตนเอง
Canva Business เหมาะกับทีมที่มีหลายขั้นตอน เช่น
การมีความคิดเห็น การมอบหมาย และระบบอนุมัติช่วยลดการส่งไฟล์หลายเวอร์ชันผ่านแชตหรืออีเมล
ตามรายละเอียดแพ็กเกจปัจจุบัน
Business เหมาะกับทีมที่เก็บรูปสินค้า วิดีโอ โลโก้ ไฟล์เสียง และผลงานจำนวนมาก
แม้มีพื้นที่มากขึ้น ควรสำรองทรัพย์สินสำคัญไว้อีกแห่งหนึ่ง ไม่ควรใช้ Canva เป็นระบบสำรองข้อมูลเพียงที่เดียว
Flourish ใช้สร้างภาพข้อมูลแบบโต้ตอบ เช่น
ฟีเจอร์นี้เหมาะกับนักการตลาด นักวิเคราะห์ สื่อ และผู้จัดทำรายงาน หากไม่ได้ทำงานกับข้อมูล Canva Pro อาจเพียงพอและไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่มเพื่อ Flourish
Canva Business มีเครื่องมือด้านโฆษณาและข้อมูลเชิงลึกตามแพลตฟอร์มที่รองรับ ช่วยให้ทีมสร้างโฆษณาและดูผลลัพธ์ได้สะดวกขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลใน Canva ไม่ควรแทนระบบโฆษณาต้นทางทั้งหมด ผู้ใช้ควรตรวจสอบข้อมูลจากแพลตฟอร์มโฆษณาโดยตรงก่อนตัดสินใจเรื่องงบประมาณ
เหมาะเมื่อเจ้าของร้าน พนักงานทำคอนเทนต์ และผู้ดูแลโฆษณาต้องใช้ไฟล์และแบรนด์ร่วมกัน
เหมาะกับการจัด Brand Kit แยกลูกค้า สร้างเทมเพลตกลาง และจัดการสมาชิกหลายคน
สำนักงานใหญ่สามารถสร้างเทมเพลตมาตรฐานแล้วให้สาขาแก้เฉพาะรายละเอียดที่จำเป็น
ช่วยรวมขั้นตอนคิด ออกแบบ ตรวจ และเผยแพร่คอนเทนต์ไว้ในระบบเดียวกัน
Business อาจเหมาะ แม้ไม่มีทีม หากโควตา AI และเครื่องมือด้านแบรนด์หรือข้อมูลช่วยสร้างมูลค่ามากกว่าส่วนต่างราคา
ควรพิจารณาอัปเกรดเมื่อ
ยังไม่จำเป็นต้องอัปเกรดหาก
ไม่ควรเลือกแพ็กเกจจากจำนวนฟีเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่ควรเลือกจากฟีเจอร์ที่นำไปใช้จริง
สามารถเปลี่ยนได้ โดยแพ็กเกจ Business อาจมีผลทันที และ Canva จะคิดค่าบริการตามอัตราใหม่ในรอบที่กำหนด
ก่อนเปลี่ยนควรตรวจสอบ
หากเปลี่ยนเป็น Business แล้วกดยกเลิก ระบบไม่ได้กลับเป็น Pro โดยอัตโนมัติ หากต้องการกลับมาใช้ Pro อาจต้องสมัครใหม่ตามราคาปัจจุบัน
Canva Business เหมาะกับบุคคลและทีมที่กำลังเติบโต ส่วน Enterprise เหมาะกับองค์กรที่ต้องการ
หาก Business รองรับจำนวนสมาชิกและขั้นตอนทำงานครบ ก็ยังไม่จำเป็นต้องเลือก Enterprise
ลองคำนวณจากมูลค่าที่ได้รับจริง
Business มีฟีเจอร์มากกว่า แต่ไม่ได้คุ้มกว่าสำหรับทุกคน หากใช้คนเดียวและ Pro เพียงพอ การจ่ายเพิ่มอาจไม่จำเป็น
ได้ เหมาะกับผู้ใช้คนเดียวที่ต้องการโควตา AI และเครื่องมือธุรกิจมากกว่า Pro
สำหรับทีมจะคิดตามจำนวนที่นั่ง ผู้ใช้ต้องตรวจสอบยอดรวมก่อนเพิ่มสมาชิก
Canva Pro เป็นแพ็กเกจรายบุคคล หากต้องการสร้างทีม Canva อาจให้เปลี่ยนเป็น Business
มี Canva ระบุว่า Business รวมฟีเจอร์ทั้งหมดของ Pro และเพิ่มเครื่องมือธุรกิจ
ไม่ Canva Teams ไม่เปิดให้สมัครใหม่ ผู้ใช้ใหม่ที่ต้องการทีมควรเลือก Canva Business
Canva Pro เหมาะกับผู้ใช้งานคนเดียวที่ต้องการเทมเพลต สื่อพรีเมียม ลบพื้นหลัง Magic Resize, Brand Kit และเครื่องมือ AI ในระดับที่เพียงพอ
Canva Business เหมาะกับบุคคลทำธุรกิจ นักการตลาด และทีมที่ต้องการโควตา AI สูงขึ้น Brand Kit มากขึ้น พื้นที่จัดเก็บเพิ่ม ระบบสมาชิก การควบคุมแบรนด์ ข้อมูลโฆษณา และ Flourish
ถ้าทำงานคนเดียวและไม่ได้ใช้ฟีเจอร์ Business ให้เลือก Canva Pro เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ถ้ามีหลายคน หลายแบรนด์ หรือการผลิตคอนเทนต์ในระดับธุรกิจ Canva Business จะตอบโจทย์มากกว่า