Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากพบว่า หน้าจอมือถือปรับ 120Hz ไม่ได้ เมนู Refresh Rate หาย เลือกได้เพียง 60Hz หรือเปิดโหมดความลื่นไหลสูงแล้วหน้าจอยังไม่เปลี่ยน ปัญหาอาจเกิดจากรุ่นมือถือไม่รองรับ ความละเอียดหน้าจอไม่เข้ากัน โหมดประหยัดพลังงานทำงาน เครื่องร้อน หรือแอปและระบบกำลังจำกัดอัตรารีเฟรช
Refresh Rate คือจำนวนครั้งที่หน้าจออัปเดตภาพภายในหนึ่งวินาที หน้าจอ 120Hz สามารถอัปเดตภาพได้สูงสุด 120 ครั้งต่อวินาที จึงทำให้การเลื่อนหน้าเว็บ เมนู และภาพเคลื่อนไหวดูต่อเนื่องกว่า 60Hz
อย่างไรก็ตาม การระบุว่าหน้าจอรองรับ 120Hz ไม่ได้หมายความว่าหน้าจอจะทำงานที่ 120Hz ตลอดเวลา มือถือหลายรุ่นใช้ระบบ Adaptive Refresh Rate ซึ่งจะปรับลดหรือเพิ่มตามเนื้อหา อุณหภูมิ แบตเตอรี่ และแอปที่เปิดใช้งาน
● เมนู 120Hz หายจากการตั้งค่า
● เลือกได้เพียง Standard หรือ 60Hz
● กดเลือก 120Hz แล้วค่ากลับเป็น 60Hz
● เปิดโหมด High แล้วหน้าจอยังไม่ลื่น
● 120Hz ใช้ไม่ได้เมื่อเปิดความละเอียดสูงสุด
● เมนู Refresh Rate เป็นสีเทาและกดไม่ได้
● เปิดโหมดประหยัดพลังงานแล้ว 120Hz หาย
● 120Hz ใช้ได้เฉพาะบางแอป
● เกมรองรับ 120 FPS แต่เครื่องแสดงเพียง 60 FPS
● เครื่องร้อนแล้ว Refresh Rate ลดลง
● อาการเริ่มหลังอัปเดตระบบ
● 120Hz หายหลังเปลี่ยนหน้าจอ
หน้าจออัปเดตภาพสูงสุดประมาณ 60 ครั้งต่อวินาที
เหมาะกับ
ให้ความลื่นไหลมากกว่า 60Hz แต่ใช้พลังงานน้อยกว่า 120Hz ในบางรุ่น
พบได้ในมือถือระดับกลางและรุ่นที่ต้องการสมดุลระหว่างความลื่นกับแบตเตอรี่
ทำให้การเลื่อนหน้าจอและภาพเคลื่อนไหวลื่นขึ้น เหมาะกับ
แต่ 120Hz อาจใช้พลังงานเพิ่มขึ้น และไม่ใช่ทุกแอปที่รองรับ
มือถือบางรุ่นมีชื่อใกล้เคียงกัน แต่ใช้หน้าจอและ Refresh Rate ต่างกัน เช่น
ควรตรวจสอบชื่อรุ่นเต็มและรหัสเครื่อง ไม่ควรดูจากชื่อซีรีส์เพียงอย่างเดียว
บางเครื่องมีเมนู High Refresh Rate แต่ค่าจริงสูงสุดคือ 90Hz ไม่ใช่ 120Hz
ชื่อโหมดอาจใช้คำว่า
โดยไม่ได้แสดงตัวเลขชัดเจน
Battery Saver หรือ Low Power Mode มักจำกัด Refresh Rate ไว้ที่ 60Hz เพื่อประหยัดแบตเตอรี่
อาการที่พบบ่อยคือ
โหมด Ultra Power Saving, Maximum Power Saving หรือ Extreme Battery Saver อาจจำกัดทั้ง
ต้องออกจากโหมดดังกล่าวก่อนจึงจะเลือก 120Hz ได้
มือถือบางรุ่นไม่สามารถเปิดความละเอียดสูงสุดและ 120Hz พร้อมกันได้ เช่น ระบบอาจให้เลือก
หากเปิด QHD หรือความละเอียดสูงสุด เมนู 120Hz อาจถูกปิดอัตโนมัติ
แม้ไม่ได้เปิด Battery Saver ด้วยตนเอง ระบบอาจลด Refresh Rate อัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ เพื่อยืดเวลาการใช้งาน
บางรุ่นจะกลับมาใช้ 120Hz หลังชาร์จแบตเตอรี่สูงกว่าระดับที่กำหนด
เมื่ออุณหภูมิสูง ระบบอาจลด Refresh Rate จาก 120Hz เหลือ 60Hz เพื่อลดภาระของหน้าจอและชิปประมวลผล
มักเกิดระหว่าง
มือถือที่ใช้โหมด Adaptive จะไม่ได้ทำงานที่ 120Hz ตลอดเวลา ระบบอาจลดลงเมื่อ
นี่อาจเป็นการทำงานปกติ ไม่ใช่ความผิดปกติ
บางแอปกำหนด Refresh Rate ไว้ที่ 60Hz เพื่อ
หากหน้า Home ลื่น แต่บางแอปดูไม่ลื่น อาจเป็นข้อจำกัดของแอป
Refresh Rate ของหน้าจอกับ FPS ของเกมไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
แม้หน้าจอเปิด 120Hz แต่เกมอาจจำกัดอยู่ที่
เกมบางเกมต้องเปิดโหมด FPS สูงภายในเมนูกราฟิก และอาจรองรับเฉพาะมือถือบางรุ่น
Game Booster หรือ Game Mode อาจตั้งค่าเป็นโหมดประหยัดพลังงาน ทำให้เกมทำงานเพียง 60Hz หรือ 60 FPS
ควรตรวจสอบโปรไฟล์ของเกมแต่ละเกม
แอปหรือเกมบางตัวมีเมนู Battery Saving แยกจากระบบ หากเปิดอยู่ เกมอาจลดทั้งความละเอียดและ FPS
ฟังก์ชันการช่วยการเข้าถึง เช่น Reduce Motion หรือ Remove Animations อาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าหน้าจอไม่ลื่น แม้ Refresh Rate ยังเป็น 120Hz
แอปปรับแต่งระบบ แอปประหยัดแบตเตอรี่ หรือแอปควบคุม Refresh Rate อาจบังคับเครื่องให้อยู่ที่ 60Hz
แอปประเภทนี้บางตัวต้องใช้สิทธิ์ Accessibility, ADB หรือการแก้ค่าระบบ จึงอาจทำให้การตั้งค่าปกติไม่ทำงาน
เมื่อเชื่อมต่อจอภายนอก ระบบอาจจำกัด Refresh Rate ของหน้าจอมือถือหรือจอที่เชื่อมต่อให้ตรงกับอุปกรณ์ปลายทาง
สายและอะแดปเตอร์บางประเภทอาจรองรับเพียง 60Hz
หลังอัปเดต Android หรือระบบของผู้ผลิต อาจเกิดปัญหา เช่น
หากกดเลือก 120Hz แล้วค่ากลับไปเป็น 60Hz อาจเกิดจาก
หาก 120Hz หายหลังเปลี่ยนหน้าจอ มีโอกาสใช้หน้าจออะไหล่ที่
แม้เมนูระบบยังแสดง 120Hz แต่พาเนลอาจไม่สามารถแสดงผลได้จริง
การเชื่อมต่อหน้าจอไม่สมบูรณ์อาจทำให้ระบบลดโหมดการแสดงผลหรือเกิดอาการร่วม เช่น
หากเมนู 120Hz หายร่วมกับอาการหน้าจอผิดปกติ อาจเกี่ยวข้องกับ
เข้าเมนู
การตั้งค่า > เกี่ยวกับโทรศัพท์
ตรวจสอบ
อย่าอ้างอิงจากชื่อซีรีส์หรือกล่องของรุ่นใกล้เคียงเพียงอย่างเดียว
ไปที่เมนูใกล้เคียงกับ
การตั้งค่า > จอแสดงผล > อัตราการรีเฟรชหน้าจอ
ตัวเลือกอาจมีชื่อว่า
เลือก
จากนั้นล็อกหน้าจอและเปิดใหม่เพื่อทดสอบ
ปิดโหมดประหยัดพลังงานทุกระดับ แล้วกลับไปตรวจสอบเมนู 120Hz อีกครั้ง
หากเมนูเคยเป็นสีเทา ควรกลับมากดเลือกได้หลังปิดโหมดและชาร์จแบตเตอรี่เพิ่ม
หากแบตเตอรี่ต่ำ ให้ชาร์จก่อนทดสอบ
ระบบบางรุ่นอาจจำกัด 120Hz เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด แม้ผู้ใช้ไม่ได้เปิดโหมดประหยัดพลังงานเอง
ไปที่
การตั้งค่า > จอแสดงผล > ความละเอียดหน้าจอ
หากเลือกความละเอียดสูงสุดอยู่ ให้ทดลองลดลงหนึ่งระดับ เช่น
จากนั้นกลับไปเปิด 120Hz ใหม่
เข้า Game Booster, Game Space หรือ Game Mode แล้วเลือกโปรไฟล์
หลีกเลี่ยง Battery Saving หากต้องการใช้ FPS และ Refresh Rate สูง
เข้าเมนูกราฟิกของเกมแล้วตรวจสอบ
บางเกมจะเปิด FPS สูงได้เฉพาะเมื่อปรับกราฟิกต่ำลง
เลื่อนหน้า Home, การตั้งค่า และเว็บเบราว์เซอร์เพื่อเปรียบเทียบ
หากเมนูระบบลื่น แต่เกมหรือแอปบางตัวไม่ลื่น แสดงว่า 120Hz อาจทำงานอยู่ แต่แอปถูกจำกัดที่ 60 FPS
ตรวจสอบฟังก์ชัน เช่น
เปิดภาพเคลื่อนไหวกลับเป็นค่าปกติ แล้วทดสอบความลื่นอีกครั้ง
รีสตาร์ทเครื่องเพื่อให้ระบบหน้าจอและบริการ Refresh Rate โหลดค่าใหม่
หลังเปิดเครื่อง ให้ตรวจสอบโหมดพลังงานและ Refresh Rate ก่อนเปิดเกมหรือแอปจำนวนมาก
หากเครื่องร้อน ให้
เมื่อเครื่องเย็นลง ให้ทดสอบใหม่
ไม่ควรนำมือถือไปแช่ตู้เย็นหรือใช้ความเย็นจัด
ปิดแอปที่ใช้ทรัพยากรสูง เช่น
ระบบอาจลด Refresh Rate เมื่อเครื่องทำงานหนักหรือมีอุณหภูมิสูง
ถอนหรือปิดแอปประเภท
จากนั้นรีสตาร์ทและตั้งค่าใหม่ผ่านเมนูของระบบ
หาก 120Hz ใช้ไม่ได้หลังติดตั้งแอปใหม่ ให้เข้า Safe Mode
หากเมนู 120Hz กลับมาใน Safe Mode แสดงว่าแอปภายนอกอาจกำลังเปลี่ยนค่าหน้าจอหรือโหมดพลังงาน
Split Screen, Pop-up View และ Floating Window อาจทำให้ระบบจำกัด Refresh Rate ในบางแอป
ออกจากทุกหน้าต่างแล้วทดสอบแอปแบบเต็มจอ
ถอดสาย USB-C, HDMI, Dock หรือระบบแสดงผลไร้สาย แล้วทดสอบ Refresh Rate บนหน้าจอมือถือโดยตรง
ติดตั้งอัปเดตล่าสุดของแอปหรือเกมที่ต้องการใช้ 120Hz
เกมบางเกมเพิ่มการรองรับ FPS สูงเป็นรายรุ่นผ่านการอัปเดต ไม่ได้รองรับทุกอุปกรณ์ทันที
ตรวจสอบอัปเดต Android และระบบของผู้ผลิต
แพตช์ใหม่อาจแก้ปัญหา
Android บางรุ่นอนุญาตให้ล้าง Cache ของ System UI หรือแอปการตั้งค่าได้
ควรล้างเฉพาะ Cache และหลีกเลี่ยงการล้างข้อมูลแอประบบแบบสุ่ม เพราะอาจทำให้การตั้งค่าหน้าจอหรือหน้า Home ถูกรีเซ็ต
พื้นที่จัดเก็บใกล้เต็มอาจทำให้ระบบทำงานช้าและค่าบางอย่างไม่ถูกบันทึก
ลบหรือย้าย
หากเมนู 120Hz ยังผิดปกติ สามารถลองรีเซ็ตการตั้งค่าระบบโดยไม่ลบรูปภาพและไฟล์ส่วนตัวได้ในหลายรุ่น
ค่าที่อาจถูกคืน ได้แก่
ควรอ่านรายละเอียดก่อนยืนยัน
ควรทำเมื่อ
หลังรีเซ็ต ให้ทดสอบ 120Hz ก่อนติดตั้งแอปทั้งหมดกลับคืน
หาก 120Hz หายหลังเปลี่ยนจอ ให้ตรวจสอบทันทีว่า
ควรนำกลับไปให้ร้านเดิมทดสอบก่อนหมดประกันงานซ่อม
ควรส่งตรวจเมื่อ
ช่างควรตรวจสอบชุดหน้าจอ สายแพร ขั้วต่อ วงจรแสดงผล และชนิดหน้าจออะไหล่
✅ 120Hz กลับมาหลังปิด Battery Saver
✅ ใช้ได้เมื่อแบตเตอรี่สูงขึ้น
✅ ใช้ได้หลังเครื่องเย็น
✅ ต้องลดความละเอียดก่อนจึงเลือกได้
✅ เมนู High หรือ Adaptive ยังอยู่
✅ หน้า Home ลื่นแต่บางแอปไม่ลื่น
✅ เกิดเฉพาะบางแอป
✅ เมนูระบบลื่นตามปกติ
✅ เกมแสดงตัวเลือกสูงสุดเพียง 60 FPS
✅ แอปอื่นรองรับ Refresh Rate สูง
✅ อัปเดตเกมแล้วดีขึ้น
✅ อาการเริ่มหลังเปลี่ยนหน้าจอ
✅ สีดำและความสว่างต่างจากเดิม
✅ 120Hz เลือกได้แต่ภาพยังเหมือน 60Hz
✅ หน้าจอกะพริบเมื่อเปิด High Mode
✅ ลายนิ้วมือใต้จอหรือ AOD ใช้ไม่ได้ร่วมด้วย
✅ มีเส้นหรือสีเพี้ยน
✅ หน้าจอดับเมื่อเลือก 120Hz
✅ อาการเกิดหลังตกหรือโดนน้ำ
✅ รีเซ็ตระบบแล้วไม่หาย
✅ ขยับเครื่องแล้วการแสดงผลเปลี่ยน
อาจเป็นเพราะระบบ Adaptive ลด Refresh Rate ตามเนื้อหา เช่น
ควรทดสอบด้วยการเลื่อนเมนูระบบหรือหน้าเว็บ ไม่ควรวัดจากวิดีโอเพียงอย่างเดียว
ไม่เหมือนกัน
หากเกมทำงานเพียง 60 FPS แม้หน้าจอเป็น 120Hz ผู้ใช้ก็จะเห็นภาพจากเกมสูงสุดประมาณ 60 ภาพต่อวินาที
มือถือบางรุ่นจำกัดไม่ให้ใช้ความละเอียดสูงสุดและ 120Hz พร้อมกัน เนื่องจากใช้พลังงานและกำลังประมวลผลสูง
ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างความละเอียดสูงกับ Refresh Rate สูงตามข้อจำกัดของรุ่น
ระบบลด Refresh Rate เพื่อประหยัดพลังงานและลดภาระของชิปกับหน้าจอ
ถือเป็นพฤติกรรมปกติของมือถือหลายรุ่น
อาจเกิดจาก
โดยทั่วไปใช้พลังงานมากกว่า 60Hz โดยเฉพาะเมื่อทำงานที่ 120Hz ต่อเนื่องและใช้ความสว่างสูง
โหมด Adaptive ช่วยลดการใช้แบตเตอรี่โดยลด Refresh Rate เมื่อแสดงภาพนิ่งหรือเนื้อหาที่ไม่ต้องใช้ความลื่นสูง
อาจเพิ่มการใช้พลังงานและความร้อนเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ
หากเครื่องร้อนมาก ระบบอาจลดกลับเป็น 60Hz เพื่อป้องกันความเสียหาย
ควรนำกลับไปให้ร้านเดิมตรวจสอบว่าอะไหล่รองรับ 120Hz จริงหรือไม่
หน้าจอที่ใส่แทนได้ทางกายภาพ ไม่ได้หมายความว่าจะรองรับคุณสมบัติเดิมทุกอย่าง เช่น
ปัญหาเลือก 120Hz ไม่ได้เพียงอย่างเดียวมักไม่อันตราย แต่ควรหยุดใช้งานและนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
✅ เปิด 120Hz แล้วหน้าจอกะพริบ
✅ มีเส้นหรือสีเพี้ยน
✅ หน้าจอดับเป็นช่วง
✅ เครื่องร้อนผิดปกติ
✅ หน้าจอเผยอหรือฝาหลังป่อง
✅ อาการเกิดหลังตกหรือโดนน้ำ
✅ อาการเริ่มหลังเปลี่ยนหน้าจอ
หากหน้าจอหรือฝาหลังป่อง ควรปิดเครื่อง งดชาร์จ และไม่กดชิ้นส่วนกลับเข้าที่
❌ ใช้แอปบังคับ 120Hz จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
❌ แก้ค่าระบบผ่านคำสั่งที่ไม่เข้าใจ
❌ บังคับ 120Hz ขณะเครื่องร้อนจัด
❌ ชาร์จไปเล่นเกม 120 FPS ไปเป็นเวลานาน
❌ เปิดความละเอียดและประสิทธิภาพสูงสุดทุกอย่างโดยไม่จำเป็น
❌ Factory Reset ก่อนสำรองข้อมูล
❌ เปลี่ยนหน้าจอทันทีโดยยังไม่ปิด Battery Saver
❌ ฝืนใช้หน้าจอที่กะพริบหรือมีเส้น
✅ ใช้โหมด Adaptive
✅ ปิด Battery Saver เฉพาะเวลาที่ต้องการความลื่น
✅ ลดความละเอียดหากรุ่นไม่รองรับพร้อมกัน
✅ ลดกราฟิกเกมเพื่อเปิด FPS สูง
✅ พักเครื่องเมื่อร้อน
✅ ไม่ชาร์จไปเล่นเกมไป
✅ ปิดแอปเบื้องหลังที่ไม่จำเป็น
✅ อัปเดตระบบและเกมสม่ำเสมอ
✅ ใช้หน้าจออะไหล่ที่รองรับสเปกเดิม
✅ กลับไปใช้ 60Hz เมื่อแบตเตอรี่ต่ำ
มักเกิดจากรุ่นไม่รองรับ เปิด Battery Saver ใช้ความละเอียดสูงเกินข้อจำกัด เครื่องร้อน หรือหน้าจออะไหล่รองรับเพียง 60Hz
แอปอาจล็อก Refresh Rate หรือสร้างภาพได้เพียง 60 FPS แม้หน้าจอรองรับ 120Hz
Adaptive จะปรับขึ้นลงตามเนื้อหาเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ ส่วนแบบคงที่จะพยายามรักษาค่าสูงไว้มากกว่า แต่ใช้พลังงานเพิ่มขึ้น
ใช้พลังงานมากกว่า 60Hz ในหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะเกม ความสว่างสูง และการใช้งานต่อเนื่อง
ควรชาร์จแบตเตอรี่ พักเครื่องให้เย็น ลดความละเอียด รีสตาร์ท และตรวจสอบว่าแอปภายนอกกำลังควบคุม Refresh Rate หรือไม่
อาจเกิดจากบั๊กของระบบ การเปลี่ยนชื่อเมนู หรือระบบตรวจพบข้อจำกัดบางอย่าง ควรรีสตาร์ทและติดตั้งแพตช์ใหม่เมื่อมี
ขึ้นอยู่กับชนิดและเกรดอะไหล่ ต้องสอบถามร้านและทดสอบจริง เพราะหน้าจอราคาต่ำบางรุ่นรองรับเพียง 60Hz
ไม่ควรทำเป็นขั้นตอนแรก ควรปิด Battery Saver ลดความละเอียด รีสตาร์ท เข้า Safe Mode และอัปเดตระบบก่อน
อาการ หน้าจอมือถือปรับ 120Hz ไม่ได้ มักเกิดจากรุ่นมือถือไม่รองรับ เปิดโหมดประหยัดพลังงาน แบตเตอรี่ต่ำ เครื่องร้อน หรือความละเอียดหน้าจอไม่สามารถใช้ร่วมกับ 120Hz ได้
ควรเริ่มจากตรวจสอบรุ่นเต็ม ปิด Battery Saver ชาร์จแบตเตอรี่ ลดความละเอียด และเลือกโหมด High หรือ Adaptive จากเมนูจอแสดงผล หากเมนูระบบลื่นแต่บางแอปหรือเกมยังอยู่ที่ 60 FPS แสดงว่าแอปอาจเป็นผู้จำกัด ไม่ใช่หน้าจอเสีย
หาก 120Hz หายหลังเปลี่ยนหน้าจอ มีภาพกะพริบ สีเพี้ยน หรือคุณสมบัติ AOD และลายนิ้วมือใต้จอหายร่วมด้วย ควรนำกลับไปตรวจสอบชนิดอะไหล่ comsiam แนะนำให้เลือกร้านที่ระบุชัดเจนว่าหน้าจอรองรับ Refresh Rate เดิมของเครื่องและมีประกันการแสดงผล
comsiam รวบรวมคู่มือแก้ปัญหา Refresh Rate, 120Hz และการแสดงผลมือถือไว้อย่างเป็นขั้นตอน เพื่อช่วยแยกข้อจำกัดของระบบ แอป และหน้าจออะไหล่ก่อนเสียค่าซ่อม