Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

องค์กรการกุศล NGO และองค์กรเพื่อสังคมที่ผ่านเกณฑ์สามารถสมัคร Canva for Nonprofits เพื่อรับฟีเจอร์พรีเมียมของ Canva Pro พร้อมเครื่องมือทำงานร่วมกันฟรีหนึ่งทีม สูงสุด 50 คน
การสมัครไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ไม่ได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ ผู้สมัครต้องแสดงว่าองค์กรจดทะเบียนถูกต้อง มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะ เป็นอิสระจากรัฐบาล และไม่ได้ดำเนินงานเพื่อผลกำไรเชิงพาณิชย์
องค์กรที่ผ่านการอนุมัติจะได้รับสิทธิ์สำคัญ ได้แก่
หากต้องการมากกว่า 50 ที่นั่ง Canva ระบุว่ามีส่วนลด 50% สำหรับ Canva Enterprise โดยต้องติดต่อฝ่ายขายเพื่อขอรายละเอียด
ก่อนเตรียมเอกสาร ควรตรวจสอบว่าองค์กรเข้าเกณฑ์พื้นฐานทั้งสามข้อต่อไปนี้
องค์กรต้องมีสถานะจดทะเบียนที่ Canva หรือผู้ตรวจสอบยอมรับในประเทศนั้น การรวมกลุ่มทำกิจกรรมโดยไม่มีนิติฐานะหรือเอกสารรับรองอาจไม่เพียงพอ
องค์กรต้องไม่เป็นส่วนราชการ หน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรที่ถูกควบคุมโดยหน่วยงานภาครัฐตามลักษณะที่ Canva กำหนด
วัตถุประสงค์หลักต้องเป็นการกุศลหรือสร้างประโยชน์ต่อสังคม ไม่ใช่สร้างกำไรให้เจ้าของ ผู้ถือหุ้น หรือสมาชิก
การตรงตามเงื่อนไขพื้นฐานไม่ได้รับประกันว่าจะผ่าน เพราะ Canva พิจารณาใบสมัคร เอกสาร และความสอดคล้องกับนโยบายเป็นรายกรณี
องค์กรต่อไปนี้อาจไม่เข้าเกณฑ์ Canva for Nonprofits
โรงเรียนควรตรวจสอบ Canva for Education ส่วนมหาวิทยาลัยควรพิจารณา Canva for Campus หรือแพ็กเกจการศึกษาระดับอุดมศึกษา
เอกสารที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับประเทศและประเภทองค์กร แต่โดยทั่วไปควรเตรียมรายการต่อไปนี้
ใช้เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานรับรอง ซึ่งแสดงชื่อองค์กร เลขทะเบียน และสถานะองค์กรไม่แสวงหากำไรอย่างชัดเจน
เอกสารควรแสดงโครงสร้าง วัตถุประสงค์เพื่อการกุศล วิธีบริหารองค์กร และข้อกำหนดเกี่ยวกับการไม่แบ่งผลกำไร
Canva อาจขอหลักฐานว่าผู้สมัครมีสิทธิ์ดำเนินการในนามองค์กร เช่น
เตรียมชื่อองค์กร เว็บไซต์ ที่อยู่ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลผู้ประสานงานให้ตรงกับเอกสารจดทะเบียน
หากเอกสารไม่ใช่ภาษาที่ระบบรองรับ อาจต้องใช้คำแปลหรือเอกสารประกอบเพิ่มเติมตามที่ผู้ตรวจสอบร้องขอ ไม่ควรแปลหรือแก้ไขเอกสารราชการด้วยตนเองจนทำให้สาระสำคัญเปลี่ยนไป
ก่อนอัปโหลดเอกสาร ควรตรวจสอบดังนี้
ตั้งชื่อไฟล์ให้เข้าใจง่าย เช่น เอกสารจดทะเบียน ข้อบังคับองค์กร และหนังสือรับรองผู้สมัคร เพื่อป้องกันการอัปโหลดผิดรายการ
ผู้สมัครต้องมีบัญชี Canva ที่ใช้งานได้และมีอีเมลถูกต้องก่อนเริ่มสมัคร
แนวทางที่แนะนำคือ
สิทธิ์ที่ได้รับเป็นขององค์กร จึงควรใช้บัญชีที่องค์กรสามารถควบคุมได้ระยะยาว
ขั้นตอนสมัครโดยทั่วไปมีดังนี้
Canva ร่วมมือกับ Goodstack เพื่อช่วยตรวจสอบคุณสมบัติในหลายประเทศ ผู้สมัครอาจถูกส่งไปยังขั้นตอนตรวจสอบของผู้ให้บริการดังกล่าว
หากมีบัญชี Canva อยู่แล้ว สามารถตรวจสอบตัวเลือกสมัครได้ดังนี้
หากเลือกว่าเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรหรือองค์กรการกุศลระหว่างสมัครบัญชี Canva อาจแสดงข้อความบนหน้าแรกพร้อมลิงก์ใบสมัครเป็นเวลา 30 วัน แต่ยังสามารถสมัครจากหน้าการเรียกเก็บเงินภายหลังได้
อย่าใช้ชื่อย่อหรือชื่อโครงการแทนชื่อที่จดทะเบียน เว้นแต่แบบฟอร์มมีช่องให้ระบุชื่อที่ใช้สื่อสารแยกต่างหาก
ระบุว่าองค์กรช่วยใคร ทำกิจกรรมอะไร และสร้างประโยชน์สาธารณะอย่างไร ไม่ควรใช้คำโฆษณากว้างๆ โดยไม่มีรายละเอียด
ตัวอย่างโครงสร้างคำอธิบาย ได้แก่
“องค์กรของเราจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือ [กลุ่มเป้าหมาย] ผ่านกิจกรรม [ประเภทกิจกรรม] โดยไม่มีการแบ่งผลกำไรให้สมาชิก และนำทรัพยากรกลับไปใช้ตามวัตถุประสงค์ขององค์กร”
ชื่อ ที่อยู่ เว็บไซต์ และอีเมลควรสอดคล้องกับเอกสาร หากองค์กรเพิ่งเปลี่ยนชื่อหรือที่อยู่ ควรแนบเอกสารรับรองการเปลี่ยนแปลง
อย่าเลือกประเภทที่ดูใกล้เคียงเพียงเพื่อให้ผ่าน เพราะประเภทองค์กรที่ไม่ตรงกับเอกสารเป็นสาเหตุสำคัญของการปฏิเสธ
Canva ระบุว่าจะพยายามแจ้งผลผ่านอีเมลที่ให้ไว้ภายใน 72 ชั่วโมง แต่บางกรณีอาจใช้เวลานานกว่า เช่น
ระหว่างรอผล องค์กรยังสามารถใช้ Canva Free ได้ตามปกติ
ให้ตรวจสอบช่องทางต่อไปนี้
อย่าคลิกลิงก์จากอีเมลที่น่าสงสัย ควรตรวจสอบโดเมนผู้ส่งและเข้าสู่ระบบผ่านเว็บไซต์ Canva โดยตรงเมื่อต้องส่งข้อมูลสำคัญ
Canva จะส่งอีเมลอธิบายผล ให้แก้ไขตามสาเหตุที่ระบุ
สแกนเอกสารใหม่ให้เห็นรายละเอียดครบถ้วน และใช้ประเภทเอกสารที่ยอมรับในประเทศขององค์กร
ตรวจสอบสถานะตามกฎหมายและยื่นใหม่ภายใต้ประเภทที่ตรงกับเอกสารจริง
แนบหนังสือรับรองที่ลงนาม บัตรพนักงาน บัตรอาสาสมัคร หรือหลักฐานที่แสดงชื่อ บทบาท และชื่อองค์กรอย่างชัดเจน
อธิบายวัตถุประสงค์และกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะให้ชัดขึ้น พร้อมแนบข้อบังคับหรือรายงานกิจกรรม แต่ไม่ควรเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงเพื่อให้ผ่าน
แก้ชื่อ ที่อยู่ เว็บไซต์ และข้อมูลติดต่อให้สอดคล้องกับเอกสารทุกฉบับ
Canva อนุญาตให้ส่งใบสมัครใหม่เมื่อแก้ไขข้อมูลหรือเอกสารแล้ว โดยไม่มีบทลงโทษสำหรับการยื่นใหม่โดยสุจริต
หากพบข้อความในลักษณะ “Your organization is already using Canva” หมายความว่าองค์กรอาจมีทีม Canva อยู่แล้ว
ให้ดำเนินการดังนี้
การมีหลายทีมซ้ำกันอาจทำให้ไฟล์ สมาชิก และสิทธิ์ขององค์กรกระจัดกระจาย
หลังได้รับสิทธิ์ ควรตั้งค่าทีมให้เป็นระบบทันที
สมาชิกแต่ละคนควรใช้บัญชีแยกกัน ไม่ควรแชร์รหัสผ่านบัญชีเดียว
อย่ารีบยกเลิกแพ็กเกจเดิมก่อนทราบผลการสมัคร เพราะการยกเลิกอาจกระทบสิทธิ์และขั้นตอนทำงานในช่วงรอตรวจสอบ
เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้ตรวจสอบ
การได้รับอนุมัติไม่ได้หมายความว่าค่าบริการเดิมจะได้รับคืนโดยอัตโนมัติ หากไม่แน่ใจควรติดต่อฝ่ายช่วยเหลือก่อนเปลี่ยนแปลงการชำระเงิน
ไม่เสียค่าสมัคร และสิทธิ์ฟรีครอบคลุมหนึ่งทีมสูงสุด 50 สมาชิกสำหรับองค์กรที่ผ่านการอนุมัติ
การสมัครโครงการเน้นการยืนยันสถานะองค์กร ไม่ใช่การซื้อแพ็กเกจ แต่ควรอ่านข้อความบนหน้าจอก่อนยืนยันทุกครั้ง เพื่อไม่ให้สมัครแพ็กเกจแบบชำระเงินโดยไม่ตั้งใจ
สมัครได้หากประเภทองค์กรและเอกสารจดทะเบียนได้รับการรองรับ ต้องตรวจสอบรายชื่อประเทศและเอกสารที่ Goodstack ยอมรับในขณะยื่นคำขอ
อาจใช้ได้ แต่ Canva แนะนำให้ใช้อีเมลที่ตรงกับโดเมนองค์กรเมื่อเป็นไปได้ เพราะช่วยยืนยันความเกี่ยวข้องได้ง่ายกว่า
หากถูกปฏิเสธเพราะข้อมูลหรือเอกสารไม่ถูกต้อง สามารถแก้ไขและยื่นใหม่ได้โดยไม่มีข้อจำกัดสำหรับการส่งใหม่โดยสุจริต
ควรเป็นกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือผู้รับผิดชอบที่มีอำนาจและสามารถแสดงหลักฐานความเกี่ยวข้องกับองค์กรได้
วิธีสมัคร Canva สำหรับองค์กรไม่แสวงหากำไร เริ่มจากตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะประเทศ เตรียมเอกสารจดทะเบียนและหลักฐานความเกี่ยวข้อง สมัครบัญชี Canva ด้วยอีเมลที่ถูกต้อง กรอกแบบฟอร์ม และดำเนินการตรวจสอบผ่านระบบที่กำหนด
Canva มักแจ้งผลภายใน 72 ชั่วโมง แต่อาจใช้เวลานานกว่านั้นหากต้องตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม หากสมัครไม่ผ่าน ให้อ่านเหตุผล แก้ไขข้อมูล และยื่นใหม่ด้วยเอกสารที่ชัดเจนและตรงตามสถานะจริง
เมื่อได้รับอนุมัติ องค์กรจะใช้ฟีเจอร์ Canva Pro พร้อมเครื่องมือทำงานร่วมกันได้ฟรีหนึ่งทีม สูงสุด 50 คน โดยควรตั้งค่าผู้ดูแล สมาชิก Brand Kit และสิทธิ์การแชร์อย่างเป็นระบบตั้งแต่เริ่มต้น