วิธีสมัคร Canva สำหรับองค์กรไม่แสวงหากำไร พร้อมเอกสารและขั้นตอนตรวจสอบ

องค์กรการกุศล NGO และองค์กรเพื่อสังคมที่ผ่านเกณฑ์สามารถสมัคร Canva for Nonprofits เพื่อรับฟีเจอร์พรีเมียมของ Canva Pro พร้อมเครื่องมือทำงานร่วมกันฟรีหนึ่งทีม สูงสุด 50 คน

การสมัครไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ไม่ได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ ผู้สมัครต้องแสดงว่าองค์กรจดทะเบียนถูกต้อง มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะ เป็นอิสระจากรัฐบาล และไม่ได้ดำเนินงานเพื่อผลกำไรเชิงพาณิชย์

Canva for Nonprofits ให้สิทธิ์อะไรบ้าง

องค์กรที่ผ่านการอนุมัติจะได้รับสิทธิ์สำคัญ ได้แก่

  • ฟีเจอร์พรีเมียมทั้งหมดของ Canva Pro
  • รูปภาพ วิดีโอ เพลง และกราฟิกพรีเมียม
  • ดาวน์โหลดไฟล์พื้นหลังโปร่งใส
  • เครื่องมือลบพื้นหลัง
  • Brand Kit แบบอัปเกรด
  • อัปโหลดโลโก้ ฟอนต์ และชุดสี
  • สร้างและเผยแพร่ Brand Templates
  • แชร์งานและโฟลเดอร์กับทีม
  • ใช้ลิงก์เทมเพลต
  • เครื่องมือทำงานร่วมกัน
  • สิทธิ์ใช้ Affinity ตามเงื่อนไขของบริการ
  • ทีมฟรีหนึ่งทีม สูงสุด 50 สมาชิก

หากต้องการมากกว่า 50 ที่นั่ง Canva ระบุว่ามีส่วนลด 50% สำหรับ Canva Enterprise โดยต้องติดต่อฝ่ายขายเพื่อขอรายละเอียด

❶ ตรวจสอบว่าองค์กรมีคุณสมบัติหรือไม่

ก่อนเตรียมเอกสาร ควรตรวจสอบว่าองค์กรเข้าเกณฑ์พื้นฐานทั้งสามข้อต่อไปนี้

จดทะเบียนเป็นองค์กรการกุศลอย่างเป็นทางการ

องค์กรต้องมีสถานะจดทะเบียนที่ Canva หรือผู้ตรวจสอบยอมรับในประเทศนั้น การรวมกลุ่มทำกิจกรรมโดยไม่มีนิติฐานะหรือเอกสารรับรองอาจไม่เพียงพอ

เป็นอิสระจากรัฐบาล

องค์กรต้องไม่เป็นส่วนราชการ หน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรที่ถูกควบคุมโดยหน่วยงานภาครัฐตามลักษณะที่ Canva กำหนด

ไม่ดำเนินงานเพื่อกำไรเชิงพาณิชย์

วัตถุประสงค์หลักต้องเป็นการกุศลหรือสร้างประโยชน์ต่อสังคม ไม่ใช่สร้างกำไรให้เจ้าของ ผู้ถือหุ้น หรือสมาชิก

การตรงตามเงื่อนไขพื้นฐานไม่ได้รับประกันว่าจะผ่าน เพราะ Canva พิจารณาใบสมัคร เอกสาร และความสอดคล้องกับนโยบายเป็นรายกรณี

❷ องค์กรใดมักไม่มีสิทธิ์สมัคร

องค์กรต่อไปนี้อาจไม่เข้าเกณฑ์ Canva for Nonprofits

  • หน่วยงานและองค์กรของรัฐบาล
  • รัฐวิสาหกิจหรือองค์กรที่รัฐควบคุม
  • พรรคหรือองค์กรทางการเมือง
  • องค์กรรณรงค์ทางการเมือง
  • โรงเรียนระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษา
  • มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษา
  • บริษัทที่แสวงหากำไร
  • บริษัทเพื่อสังคมที่จดทะเบียนแบบแสวงหากำไร
  • สมาคมการค้าและสมาคมวิชาชีพ
  • องค์กรที่ให้ประโยชน์เฉพาะสมาชิกเป็นหลัก
  • มูลนิธิที่ทำหน้าที่ให้ทุนแก่องค์กรอื่นเป็นหลัก
  • มูลนิธิเอกชนบางประเภท
  • ชมรมสังคมหรือองค์กรผลประโยชน์ร่วม
  • สโมสรและลีกกีฬาเชิงพาณิชย์
  • สถาบันการเงิน บริษัทประกัน และองค์กรลงทุน
  • องค์กรพัฒนาธุรกิจหรือฝึกอาชีพบางประเภท

โรงเรียนควรตรวจสอบ Canva for Education ส่วนมหาวิทยาลัยควรพิจารณา Canva for Campus หรือแพ็กเกจการศึกษาระดับอุดมศึกษา

❸ เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนสมัคร

เอกสารที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับประเทศและประเภทองค์กร แต่โดยทั่วไปควรเตรียมรายการต่อไปนี้

หลักฐานการจดทะเบียนองค์กร

ใช้เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานรับรอง ซึ่งแสดงชื่อองค์กร เลขทะเบียน และสถานะองค์กรไม่แสวงหากำไรอย่างชัดเจน

เอกสารจัดตั้งหรือข้อบังคับ

เอกสารควรแสดงโครงสร้าง วัตถุประสงค์เพื่อการกุศล วิธีบริหารองค์กร และข้อกำหนดเกี่ยวกับการไม่แบ่งผลกำไร

หลักฐานความเกี่ยวข้องของผู้สมัคร

Canva อาจขอหลักฐานว่าผู้สมัครมีสิทธิ์ดำเนินการในนามองค์กร เช่น

  • หนังสือรับรองการทำงาน
  • หนังสือแต่งตั้ง
  • หนังสือยืนยันจากผู้มีอำนาจ
  • บัตรพนักงาน
  • บัตรอาสาสมัคร
  • เอกสารที่มีชื่อ ตำแหน่ง และองค์กร
  • อีเมลที่ใช้โดเมนขององค์กร

ข้อมูลติดต่อองค์กร

เตรียมชื่อองค์กร เว็บไซต์ ที่อยู่ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลผู้ประสานงานให้ตรงกับเอกสารจดทะเบียน

เอกสารภาษาอื่น

หากเอกสารไม่ใช่ภาษาที่ระบบรองรับ อาจต้องใช้คำแปลหรือเอกสารประกอบเพิ่มเติมตามที่ผู้ตรวจสอบร้องขอ ไม่ควรแปลหรือแก้ไขเอกสารราชการด้วยตนเองจนทำให้สาระสำคัญเปลี่ยนไป

❹ วิธีเตรียมไฟล์เอกสารให้ผ่านการตรวจสอบง่ายขึ้น

ก่อนอัปโหลดเอกสาร ควรตรวจสอบดังนี้

  • ถ่ายหรือสแกนเอกสารครบทุกหน้า
  • ภาพไม่เบลอและไม่มีแสงสะท้อน
  • เห็นชื่อองค์กรและเลขทะเบียนชัดเจน
  • ไม่มีขอบเอกสารถูกตัด
  • เอกสารยังมีผลใช้งาน
  • ชื่อองค์กรตรงกับข้อมูลในใบสมัคร
  • ใช้ไฟล์ประเภทที่ระบบรองรับ
  • ไม่ใส่รหัสผ่านในไฟล์
  • ไม่แก้ไขรายละเอียดสำคัญ
  • ปิดข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็น หากข้อกำหนดอนุญาต

ตั้งชื่อไฟล์ให้เข้าใจง่าย เช่น เอกสารจดทะเบียน ข้อบังคับองค์กร และหนังสือรับรองผู้สมัคร เพื่อป้องกันการอัปโหลดผิดรายการ

❺ สมัครบัญชี Canva ก่อนยื่นคำขอ

ผู้สมัครต้องมีบัญชี Canva ที่ใช้งานได้และมีอีเมลถูกต้องก่อนเริ่มสมัคร

แนวทางที่แนะนำคือ

  1. ใช้อีเมลขององค์กร
  2. สมัครบัญชี Canva หรือเข้าสู่ระบบบัญชีเดิม
  3. ตรวจสอบชื่อและอีเมลในโปรไฟล์
  4. ยืนยันอีเมลให้เรียบร้อย
  5. เปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน
  6. หลีกเลี่ยงการใช้บัญชีส่วนตัวของอาสาสมัครชั่วคราว
  7. กำหนดว่าบุคคลใดจะเป็นผู้ดูแลหลัก

สิทธิ์ที่ได้รับเป็นขององค์กร จึงควรใช้บัญชีที่องค์กรสามารถควบคุมได้ระยะยาว

❻ วิธีสมัคร Canva for Nonprofits

ขั้นตอนสมัครโดยทั่วไปมีดังนี้

  1. เข้าสู่ระบบ Canva ด้วยบัญชีของผู้สมัคร
  2. เปิดหน้าสมัคร Canva for Nonprofits
  3. ตรวจสอบเกณฑ์คุณสมบัติของประเทศ
  4. อ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขของโครงการ
  5. เลือกประเภทองค์กรให้ตรงกับสถานะจริง
  6. กรอกชื่อองค์กรตามเอกสารจดทะเบียน
  7. กรอกเว็บไซต์และข้อมูลติดต่อ
  8. อธิบายพันธกิจและกิจกรรมขององค์กร
  9. กรอกข้อมูลผู้สมัครและตำแหน่ง
  10. อัปโหลดเอกสารที่ระบบร้องขอ
  11. ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด
  12. ยอมรับข้อกำหนด
  13. ส่งใบสมัคร
  14. ตรวจสอบอีเมลยืนยันการรับคำขอ

Canva ร่วมมือกับ Goodstack เพื่อช่วยตรวจสอบคุณสมบัติในหลายประเทศ ผู้สมัครอาจถูกส่งไปยังขั้นตอนตรวจสอบของผู้ให้บริการดังกล่าว

❼ สมัครผ่านหน้าการเรียกเก็บเงินได้อย่างไร

หากมีบัญชี Canva อยู่แล้ว สามารถตรวจสอบตัวเลือกสมัครได้ดังนี้

  1. เข้าสู่ระบบ Canva
  2. คลิกรูปโปรไฟล์
  3. เปิด “การตั้งค่า”
  4. ไปที่ “การเรียกเก็บเงิน” หรือ “Billing”
  5. ค้นหาตัวเลือกอัปเกรดเป็น Canva for Nonprofits
  6. เปิดแบบฟอร์ม
  7. กรอกข้อมูลและส่งเอกสารตามขั้นตอน

หากเลือกว่าเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรหรือองค์กรการกุศลระหว่างสมัครบัญชี Canva อาจแสดงข้อความบนหน้าแรกพร้อมลิงก์ใบสมัครเป็นเวลา 30 วัน แต่ยังสามารถสมัครจากหน้าการเรียกเก็บเงินภายหลังได้

❽ ควรกรอกข้อมูลในใบสมัครอย่างไร

ใช้ชื่อองค์กรตามกฎหมาย

อย่าใช้ชื่อย่อหรือชื่อโครงการแทนชื่อที่จดทะเบียน เว้นแต่แบบฟอร์มมีช่องให้ระบุชื่อที่ใช้สื่อสารแยกต่างหาก

อธิบายพันธกิจอย่างตรงไปตรงมา

ระบุว่าองค์กรช่วยใคร ทำกิจกรรมอะไร และสร้างประโยชน์สาธารณะอย่างไร ไม่ควรใช้คำโฆษณากว้างๆ โดยไม่มีรายละเอียด

ตัวอย่างโครงสร้างคำอธิบาย ได้แก่

“องค์กรของเราจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือ [กลุ่มเป้าหมาย] ผ่านกิจกรรม [ประเภทกิจกรรม] โดยไม่มีการแบ่งผลกำไรให้สมาชิก และนำทรัพยากรกลับไปใช้ตามวัตถุประสงค์ขององค์กร”

ใช้ข้อมูลให้ตรงกันทุกจุด

ชื่อ ที่อยู่ เว็บไซต์ และอีเมลควรสอดคล้องกับเอกสาร หากองค์กรเพิ่งเปลี่ยนชื่อหรือที่อยู่ ควรแนบเอกสารรับรองการเปลี่ยนแปลง

เลือกประเภทองค์กรให้ถูกต้อง

อย่าเลือกประเภทที่ดูใกล้เคียงเพียงเพื่อให้ผ่าน เพราะประเภทองค์กรที่ไม่ตรงกับเอกสารเป็นสาเหตุสำคัญของการปฏิเสธ

❾ Canva ตรวจสอบใบสมัครนานกี่วัน

Canva ระบุว่าจะพยายามแจ้งผลผ่านอีเมลที่ให้ไว้ภายใน 72 ชั่วโมง แต่บางกรณีอาจใช้เวลานานกว่า เช่น

  • เอกสารไม่ชัดเจน
  • ต้องขอเอกสารเพิ่มเติม
  • ยืนยันความเกี่ยวข้องของผู้สมัครไม่ได้
  • ชื่อองค์กรไม่ตรงกัน
  • ต้องตรวจสอบสถานะเฉพาะประเทศ
  • องค์กรไม่ตอบกลับการตรวจสอบ
  • มีใบสมัครซ้ำ
  • มีผู้สมัครจำนวนมาก

ระหว่างรอผล องค์กรยังสามารถใช้ Canva Free ได้ตามปกติ

❿ วิธีตรวจสอบผลการสมัคร

ให้ตรวจสอบช่องทางต่อไปนี้

  • กล่องข้อความเข้าอีเมล
  • โฟลเดอร์สแปมหรืออีเมลขยะ
  • การแจ้งเตือนภายใน Canva
  • หน้าการเรียกเก็บเงิน
  • สถานะแพ็กเกจของทีม
  • ข้อความจากผู้ให้บริการตรวจสอบ

อย่าคลิกลิงก์จากอีเมลที่น่าสงสัย ควรตรวจสอบโดเมนผู้ส่งและเข้าสู่ระบบผ่านเว็บไซต์ Canva โดยตรงเมื่อต้องส่งข้อมูลสำคัญ

สมัคร Canva for Nonprofits ไม่ผ่าน แก้ไขอย่างไร

Canva จะส่งอีเมลอธิบายผล ให้แก้ไขตามสาเหตุที่ระบุ

เอกสารไม่ครบหรือไม่ชัด

สแกนเอกสารใหม่ให้เห็นรายละเอียดครบถ้วน และใช้ประเภทเอกสารที่ยอมรับในประเทศขององค์กร

เลือกประเภทองค์กรผิด

ตรวจสอบสถานะตามกฎหมายและยื่นใหม่ภายใต้ประเภทที่ตรงกับเอกสารจริง

ยืนยันความเกี่ยวข้องของผู้สมัครไม่ได้

แนบหนังสือรับรองที่ลงนาม บัตรพนักงาน บัตรอาสาสมัคร หรือหลักฐานที่แสดงชื่อ บทบาท และชื่อองค์กรอย่างชัดเจน

พันธกิจไม่ตรงเกณฑ์

อธิบายวัตถุประสงค์และกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะให้ชัดขึ้น พร้อมแนบข้อบังคับหรือรายงานกิจกรรม แต่ไม่ควรเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงเพื่อให้ผ่าน

ข้อมูลไม่ตรงกัน

แก้ชื่อ ที่อยู่ เว็บไซต์ และข้อมูลติดต่อให้สอดคล้องกับเอกสารทุกฉบับ

Canva อนุญาตให้ส่งใบสมัครใหม่เมื่อแก้ไขข้อมูลหรือเอกสารแล้ว โดยไม่มีบทลงโทษสำหรับการยื่นใหม่โดยสุจริต

ขึ้นข้อความว่าองค์กรใช้ Canva อยู่แล้วทำอย่างไร

หากพบข้อความในลักษณะ “Your organization is already using Canva” หมายความว่าองค์กรอาจมีทีม Canva อยู่แล้ว

ให้ดำเนินการดังนี้

  1. ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่หรือฝ่ายสื่อสารขององค์กร
  2. ค้นหาผู้ดูแลบัญชี Canva คนเดิม
  3. ขอให้ผู้ดูแลเชิญคุณเข้าทีม
  4. หลีกเลี่ยงการสร้างทีมซ้ำ
  5. ติดต่อ Canva หากไม่สามารถระบุตัวผู้ดูแลได้

การมีหลายทีมซ้ำกันอาจทำให้ไฟล์ สมาชิก และสิทธิ์ขององค์กรกระจัดกระจาย

ได้รับอนุมัติแล้วต้องทำอะไรต่อ

หลังได้รับสิทธิ์ ควรตั้งค่าทีมให้เป็นระบบทันที

  1. ตรวจสอบว่าแพ็กเกจเปลี่ยนเป็น Canva for Nonprofits แล้ว
  2. ตั้งชื่อทีมตามชื่อองค์กร
  3. เพิ่มผู้ดูแลสำรอง
  4. เชิญสมาชิกด้วยอีเมลของตนเอง
  5. กำหนดบทบาทเท่าที่จำเป็น
  6. ตั้งค่า Brand Kit
  7. สร้างโฟลเดอร์กลาง
  8. จัดทำ Brand Templates
  9. ตรวจสอบสิทธิ์การแชร์
  10. กำหนดขั้นตอนเมื่อพนักงานหรืออาสาสมัครออก

สมาชิกแต่ละคนควรใช้บัญชีแยกกัน ไม่ควรแชร์รหัสผ่านบัญชีเดียว

ถ้ามี Canva Pro แบบเสียเงินอยู่แล้วต้องทำอย่างไร

อย่ารีบยกเลิกแพ็กเกจเดิมก่อนทราบผลการสมัคร เพราะการยกเลิกอาจกระทบสิทธิ์และขั้นตอนทำงานในช่วงรอตรวจสอบ

เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้ตรวจสอบ

  • แพ็กเกจถูกเปลี่ยนหรือสร้างในทีมใด
  • งานเดิมอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวหรือพื้นที่ทีม
  • การสมัครเดิมยังต่ออายุอัตโนมัติหรือไม่
  • มีค่าบริการค้างอยู่หรือไม่
  • ต้องยกเลิกแพ็กเกจเดิมแยกต่างหากหรือไม่
  • มีสิทธิ์ขอคืนเงินตามเงื่อนไขหรือไม่

การได้รับอนุมัติไม่ได้หมายความว่าค่าบริการเดิมจะได้รับคืนโดยอัตโนมัติ หากไม่แน่ใจควรติดต่อฝ่ายช่วยเหลือก่อนเปลี่ยนแปลงการชำระเงิน

ข้อผิดพลาดที่ทำให้สมัครไม่ผ่าน

  • ใช้ชื่อองค์กรไม่ตรงกับเอกสาร
  • อัปโหลดเอกสารไม่ครบ
  • ภาพเอกสารเบลอหรือถูกตัด
  • ใช้เอกสารหมดอายุ
  • เลือกประเภทองค์กรผิด
  • ใช้อีเมลที่ตรวจสอบความเกี่ยวข้องไม่ได้
  • เว็บไซต์องค์กรไม่มีข้อมูลพันธกิจ
  • ส่งเอกสารของอีกองค์กรหนึ่ง
  • สมัครในนามบุคคลทั่วไป
  • สร้างใบสมัครซ้ำหลายบัญชี
  • ไม่ตอบอีเมลขอข้อมูลเพิ่มเติม
  • องค์กรเป็นประเภทที่ Canva ไม่รองรับ

คำถามที่พบบ่อย

สมัคร Canva for Nonprofits เสียเงินไหม

ไม่เสียค่าสมัคร และสิทธิ์ฟรีครอบคลุมหนึ่งทีมสูงสุด 50 สมาชิกสำหรับองค์กรที่ผ่านการอนุมัติ

ต้องใช้บัตรเครดิตหรือไม่

การสมัครโครงการเน้นการยืนยันสถานะองค์กร ไม่ใช่การซื้อแพ็กเกจ แต่ควรอ่านข้อความบนหน้าจอก่อนยืนยันทุกครั้ง เพื่อไม่ให้สมัครแพ็กเกจแบบชำระเงินโดยไม่ตั้งใจ

องค์กรในประเทศไทยสมัครได้ไหม

สมัครได้หากประเภทองค์กรและเอกสารจดทะเบียนได้รับการรองรับ ต้องตรวจสอบรายชื่อประเทศและเอกสารที่ Goodstack ยอมรับในขณะยื่นคำขอ

ใช้ Gmail สมัครได้หรือไม่

อาจใช้ได้ แต่ Canva แนะนำให้ใช้อีเมลที่ตรงกับโดเมนองค์กรเมื่อเป็นไปได้ เพราะช่วยยืนยันความเกี่ยวข้องได้ง่ายกว่า

ส่งใบสมัครใหม่ได้กี่ครั้ง

หากถูกปฏิเสธเพราะข้อมูลหรือเอกสารไม่ถูกต้อง สามารถแก้ไขและยื่นใหม่ได้โดยไม่มีข้อจำกัดสำหรับการส่งใหม่โดยสุจริต

ใครควรเป็นผู้สมัคร

ควรเป็นกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือผู้รับผิดชอบที่มีอำนาจและสามารถแสดงหลักฐานความเกี่ยวข้องกับองค์กรได้

สรุป

วิธีสมัคร Canva สำหรับองค์กรไม่แสวงหากำไร เริ่มจากตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะประเทศ เตรียมเอกสารจดทะเบียนและหลักฐานความเกี่ยวข้อง สมัครบัญชี Canva ด้วยอีเมลที่ถูกต้อง กรอกแบบฟอร์ม และดำเนินการตรวจสอบผ่านระบบที่กำหนด

Canva มักแจ้งผลภายใน 72 ชั่วโมง แต่อาจใช้เวลานานกว่านั้นหากต้องตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม หากสมัครไม่ผ่าน ให้อ่านเหตุผล แก้ไขข้อมูล และยื่นใหม่ด้วยเอกสารที่ชัดเจนและตรงตามสถานะจริง

เมื่อได้รับอนุมัติ องค์กรจะใช้ฟีเจอร์ Canva Pro พร้อมเครื่องมือทำงานร่วมกันได้ฟรีหนึ่งทีม สูงสุด 50 คน โดยควรตั้งค่าผู้ดูแล สมาชิก Brand Kit และสิทธิ์การแชร์อย่างเป็นระบบตั้งแต่เริ่มต้น