Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือค้างหรือเปิดไม่ติดหลังติดตั้งแอปใหม่ มักเกิดจากแอปไม่เข้ากับระบบ ใช้ทรัพยากรมาก ได้รับสิทธิ์ควบคุมระบบ หรือถูกตั้งเป็น Launcher และแอปหน้าจอล็อก วิธีแก้สำหรับ Android คือเข้า Safe Mode แล้วถอนการติดตั้งแอปต้นเหตุ ส่วน iPhone ให้บังคับรีสตาร์ทและลบแอปทันทีเมื่อเข้าเครื่องได้
หากโทรศัพท์ค้างที่โลโก้และเข้า Safe Mode ไม่ได้ ควรใช้ Recovery Mode โดยเลือก Reboot System หรือ Update ที่ไม่ลบข้อมูลก่อน ไม่ควรรีบเลือก Factory Reset, Wipe Data, Restore หรือ Erase เพราะจะลบข้อมูลในเครื่อง
ควรสงสัยแอปที่เพิ่งติดตั้งเมื่อพบว่า
หากอาการเริ่มก่อนติดตั้งแอป อาจไม่ได้เกิดจากแอปเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจพื้นที่เก็บข้อมูล ระบบ และฮาร์ดแวร์ร่วมด้วย
เริ่มจากบังคับรีสตาร์ทเพื่อหยุดแอปและเริ่มระบบใหม่ โดยทั่วไปไม่ลบข้อมูล
โทรศัพท์บางรุ่นอาจใช้ Power พร้อมปุ่มเพิ่มเสียงแทน
หากเครื่องกลับมาใช้งานได้ ให้ถอนแอปที่เพิ่งติดตั้งทันที ก่อนเปิดแอปอื่นหรือทดสอบซ้ำ
หาก Android ยังเปิดถึงหน้าจอแต่ค้างเป็นช่วง ๆ โทรศัพท์หลายรุ่นสามารถเข้า Safe Mode ผ่านเมนู Power ได้
วิธีทั่วไปคือ
ชื่อและขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามยี่ห้อ หากไม่มีตัวเลือกดังกล่าว ให้ใช้วิธีเข้า Safe Mode ระหว่างเปิดเครื่อง
Android หลายรุ่นสามารถเข้า Safe Mode ระหว่างเริ่มระบบได้
วิธีทั่วไปคือ
วิธีนี้ไม่เหมือนกันทุกยี่ห้อ บางรุ่นอาจใช้ชุดปุ่มหรือขั้นตอนอื่น หากลองแล้วเข้าเมนูระบบแทน ไม่ควรกดคำสั่งแบบสุ่ม
Safe Mode จะปิดแอปที่ดาวน์โหลดไว้ชั่วคราว แต่ไม่ลบแอปหรือข้อมูลโดยอัตโนมัติ
เมื่อเข้า Safe Mode สำเร็จ ให้ไปที่
การตั้งค่า > แอป > ดูแอปทั้งหมด
จากนั้นทำตามขั้นตอนนี้
หากติดตั้งหลายแอปในช่วงเวลาเดียวกัน ควรถอนทีละแอป เริ่มจากแอปที่มีสิทธิ์สูงหรือทำงานตลอดเวลา
แอปที่มีโอกาสรบกวนระบบมากกว่าแอปทั่วไป ได้แก่
ไม่ควรถอนแอประบบที่ไม่ทราบหน้าที่ เพราะอาจทำให้โทรศัพท์ทำงานผิดปกติมากขึ้น
แอปบางตัวอาจได้รับสิทธิ์ผู้ดูแลอุปกรณ์หรือการช่วยการเข้าถึง จึงต้องปิดสิทธิ์ก่อนจึงจะถอนออกได้
ให้ตรวจในเมนู
ปิดเฉพาะสิทธิ์ของแอปที่ติดตั้งเองและเป็นต้นเหตุต้องสงสัย จากนั้นกลับไปที่หน้าแอปแล้วถอนการติดตั้ง
ไม่ควรปิดสิทธิ์ของบริการระบบที่ไม่ทราบหน้าที่ และไม่ควรใช้โปรแกรมภายนอกเพื่อบังคับลบแอป
Launcher คือแอปที่ควบคุมหน้าจอหลัก ไอคอน และเมนูแอป หาก Launcher ใหม่มีปัญหา อาจปลดล็อกแล้วหน้าจอดำหรือค้าง
เมื่อเข้า Safe Mode ให้ทำดังนี้
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามยี่ห้อ แต่ควรเลือกหน้าจอหลักของระบบก่อนลบแอปภายนอก
แอปล็อกหน้าจอจากภายนอกอาจแสดงทับหน้าจอล็อกของระบบ ทำให้ใส่รหัสแล้วเด้งกลับหรือปัดหน้าจอไม่ได้
ให้เข้า Safe Mode แล้ว
ไม่ควรพยายามข้าม PIN หรือรหัสของระบบ หากลืมรหัสควรใช้ช่องทางกู้คืนอย่างเป็นทางการของเจ้าของอุปกรณ์
การติดตั้งแอปใหม่อาจทำให้พื้นที่เก็บข้อมูลเต็มจนระบบค้าง แม้ตัวแอปจะไม่ได้มีข้อผิดพลาดโดยตรง
ใน Safe Mode ให้ตรวจพื้นที่และลบหรือย้าย
ควรเหลือพื้นที่ให้ระบบสร้างไฟล์ชั่วคราว หลังลบแล้วให้รีสตาร์ทและตรวจอาการอีกครั้ง
หากยังเข้าการตั้งค่าได้ สามารถลองล้างแคชก่อนถอนแอป
ไปที่
การตั้งค่า > แอป > เลือกแอป > พื้นที่จัดเก็บ > ล้างแคช
การล้างแคชโดยทั่วไปไม่ลบข้อมูลบัญชี แต่ไม่ควรเลือก ล้างข้อมูล หรือ ล้างพื้นที่จัดเก็บ โดยไม่ตรวจผลกระทบ เพราะอาจทำให้ข้อมูลภายในแอป การตั้งค่า หรือสถานะเข้าสู่ระบบหาย
หากแอปเป็นต้นเหตุชัดเจน การถอนการติดตั้งมักตรงจุดกว่าการล้างแคชเพียงอย่างเดียว
iPhone ไม่มี Safe Mode สำหรับผู้ใช้ทั่วไปแบบ Android จึงควรเริ่มจากบังคับรีสตาร์ท
เมื่อเข้าเครื่องได้ ให้ลบแอปทันทีด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง
ไปที่
การตั้งค่า > ทั่วไป > พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของ iPhone > เลือกแอป > ลบแอป
คำสั่งลบแอปอาจลบข้อมูลที่เก็บอยู่ภายในแอปด้วย หากข้อมูลยังไม่ได้ซิงค์หรือสำรอง ควรพิจารณาความสำคัญก่อน
บน iPhone อาจมีสองตัวเลือก
ลบตัวแอปแต่เก็บเอกสารและข้อมูลไว้ เมื่อดาวน์โหลดใหม่ข้อมูลอาจกลับมา แต่ถ้าตัวแอปทำให้ระบบค้าง การติดตั้งกลับอาจทำให้อาการกลับมา
ลบทั้งตัวแอปและข้อมูลที่เก็บในเครื่อง เหมาะเมื่อแอปเป็นต้นเหตุชัดเจน แต่ข้อมูลภายในที่ไม่ซิงค์อาจสูญหาย
ควรตรวจว่าแอปมีข้อมูลสำรองหรือซิงค์กับบัญชีไว้หรือไม่ก่อนเลือก
หากค้างที่โลโก้และเข้า Safe Mode ไม่ได้ ให้ลองตามลำดับนี้
ระบบ Recovery ทั่วไปไม่สามารถถอนแอปเฉพาะตัวได้อย่างง่ายดาย หากระบบยังเปิดไม่สำเร็จ ควรใช้เครื่องมือซ่อมอย่างเป็นทางการที่ตรงรุ่นหรือให้ช่างประเมินก่อนล้างข้อมูล
หากบังคับรีสตาร์ทแล้ว iPhone ยังค้างที่โลโก้ ให้เชื่อมต่อกับ Mac หรือ PC ที่มีโปรแกรมจัดการอุปกรณ์ของ Apple แล้วใช้ Recovery Mode
เมื่อมีตัวเลือก ให้เลือก Update ก่อน เพื่อพยายามติดตั้งระบบใหม่โดยรักษาข้อมูล
ไม่ควรเลือก Restore หากยังต้องการข้อมูล เพราะคำสั่งนี้จะลบข้อมูลในเครื่อง
หาก Update สำเร็จและเข้าเครื่องได้ ให้ลบแอปต้นเหตุและสำรองข้อมูลทันที
เมื่อโทรศัพท์กลับมาใช้งานได้ ควรสำรองข้อมูลก่อนทดสอบแอปเพิ่มเติม
ข้อมูลที่ควรสำรอง ได้แก่
จากนั้นจึงอัปเดตระบบและแอปอื่นจาก Store อย่างเป็นทางการ
ขึ้นอยู่กับว่าแอปเก็บข้อมูลไว้ที่ใด
ข้อมูลอาจยังอยู่เมื่อ
ข้อมูลอาจหายเมื่อ
หากข้อมูลในแอปสำคัญ ควรตรวจระบบสำรองก่อนลบเมื่อสามารถเข้าเครื่องได้
เป็นไปได้ โดยเฉพาะแอปที่ทำงานตั้งแต่เปิดเครื่อง ได้รับสิทธิ์สูง หรือเปลี่ยน Launcher และหน้าจอล็อก แต่ Boot Loop อาจเกิดจากแบตเตอรี่ ระบบอัปเดต และฮาร์ดแวร์ได้เช่นกัน
หากเข้า Safe Mode แล้ว Boot Loop หาย มีแนวโน้มว่าแอปภายนอกเป็นสาเหตุ แต่ถ้ายังเกิดใน Safe Mode ควรตรวจระบบและฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม
ยังไม่ควร Factory Reset เป็นขั้นตอนแรก ควรลองตามลำดับนี้ก่อน
Factory Reset ควรเป็นทางเลือกท้าย ๆ เพราะจะลบข้อมูลทั้งหมดและไม่สามารถแก้ฮาร์ดแวร์เสียได้
ควรนำเครื่องไปตรวจเมื่อพบว่า
ควรแจ้งชื่อแอป วันที่ติดตั้ง และอาการที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าไม่อนุญาตให้ล้างข้อมูลโดยไม่แจ้งก่อน
ให้เข้า Safe Mode แล้วไปที่การตั้งค่า > แอป > เลือกแอป > ถอนการติดตั้ง หากเข้า Safe Mode ไม่ได้ ควรใช้ Reboot System หรือ Repair ที่ไม่ลบข้อมูลก่อน
iPhone ไม่มี Safe Mode สำหรับผู้ใช้ทั่วไปแบบ Android ให้บังคับรีสตาร์ท แล้วลบแอปเมื่อเข้าเครื่องได้ หรือใช้ Recovery Update หากค้างที่โลโก้
ข้อมูลที่เก็บเฉพาะในเครื่องอาจหาย แต่ข้อมูลที่ซิงค์กับบัญชีอาจกลับมาได้ ควรตรวจระบบสำรองก่อนลบเมื่อทำได้
โดยทั่วไปข้อมูลส่วนตัวไม่หาย แต่ต้องไม่เลือก Wipe Data, Factory Reset, Restore หรือ Erase
Safe Mode ไม่ลบข้อมูล เป็นเพียงการเปิดเครื่องโดยปิดแอปภายนอกชั่วคราว
มือถือค้างหลังติดตั้งแอปใหม่ควรบังคับรีสตาร์ทและเข้า Safe Mode บน Android จากนั้นถอนแอปต้นเหตุ ปิดสิทธิ์พิเศษ และตรวจ Launcher หน้าจอล็อก รวมถึงพื้นที่เก็บข้อมูล ส่วน iPhone ให้บังคับรีสตาร์ทและลบแอปเมื่อเข้าเครื่องได้
หากยังเข้าเครื่องไม่ได้ ให้เลือก Reboot System หรือ Update ที่รักษาข้อมูลก่อน ไม่ควรใช้โปรแกรมภายนอกหรือ Factory Reset ทันที แนวทางของ comsiam เน้นลบเฉพาะแอปต้นเหตุโดยไม่ล้างเครื่อง สามารถติดตามคู่มือปัญหามือถือจาก comsiam เพื่อแก้อาการค้างหลังติดตั้งแอปอย่างถูกลำดับ