วิธีเพิ่มเว็บไซต์ให้ Gemini Deep Research ศึกษา

Gemini Deep Research สามารถค้นหาและศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์จำนวนมากผ่าน Google Search ได้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเรามี เว็บไซต์หรือโดเมนเฉพาะที่ต้องการให้ Gemini ให้ความสำคัญ เช่น เว็บไซต์ทางการ งานวิจัย เว็บไซต์คู่แข่ง หรือ Documentation ของผู้ผลิต เราสามารถระบุเว็บไซต์เหล่านั้นไว้ใน Prompt และตรวจ Research Plan ก่อนเริ่มค้นคว้าได้

ตัวอย่างเช่น หากต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Wi-Fi 7 และต้องการให้ Gemini ให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ของ Wi-Fi Alliance และผู้ผลิตอุปกรณ์โดยตรง สามารถกำหนดเว็บไซต์หรือชื่อโดเมนที่ต้องการลงใน Prompt ได้

แต่มีเรื่องสำคัญที่ควรเข้าใจก่อน:

Gemini Apps ปัจจุบันไม่ได้ระบุในคู่มือว่ามีปุ่มสำหรับเพิ่มโดเมนเว็บไซต์ใดก็ได้เป็น Source แบบล็อกเฉพาะเว็บไซต์โดยตรง

Google ระบุ Source หลักของ Deep Research ได้แก่ Google Search และแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม เช่น Gmail, Drive, ไฟล์ และ Notebook

ดังนั้นสำหรับเว็บไซต์ทั่วไป วิธีที่เหมาะสมคือ

① เปิด Google Search เป็น Source
② ระบุเว็บไซต์หรือโดเมนใน Prompt
③ กำหนดว่าเว็บไซต์ใดควรเป็น Source หลัก
④ ตรวจ Research Plan
⑤ ดู Sites browsed ระหว่าง Research
⑥ ตรวจ Citation หลังรายงานเสร็จ

บทความนี้จะอธิบาย วิธีเพิ่มเว็บไซต์ให้ Gemini Deep Research ศึกษา และวิธีควบคุม Source ให้ได้ข้อมูลตรงตามที่ต้องการมากที่สุด

🔎 Gemini Deep Research เพิ่มเว็บไซต์ได้ไหม

สามารถสั่งให้ Gemini Deep Research ศึกษาเว็บไซต์หรือโดเมนที่เราระบุได้ผ่าน Prompt โดยใช้ Google Search เป็นช่องทางในการค้นคว้าข้อมูลบนเว็บ

ตัวอย่าง:

“ทำ Deep Research เกี่ยวกับ Gemini Deep Research โดยให้ความสำคัญกับข้อมูลจาก support.google.com และ blog.google ก่อนเว็บไซต์อื่น”

หรือ

“วิเคราะห์ข้อมูลจากเว็บไซต์บริษัท A, บริษัท B และบริษัท C แล้วเปรียบเทียบสินค้า ราคา และจุดขาย”

Gemini จะนำคำสั่งดังกล่าวไปใช้ประกอบการสร้าง Research Plan และการค้นคว้า

อย่างไรก็ตาม การระบุเว็บไซต์ใน Prompt ไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นการสร้าง Firewall ที่บังคับระบบให้เข้าเฉพาะเว็บไซต์เหล่านั้นเสมอ

ถ้าต้องการ Research ที่เข้มงวด ควรตรวจ Source หลัง Research ทุกครั้ง

① 🌐 เปิด Gemini Deep Research

เริ่มต้นโดยเปิด Gemini และเข้าสู่บัญชี Google

จากช่อง Prompt เลือก

Deep Research

เมื่อเปิดโหมดนี้ Gemini จะสามารถสร้าง Research Plan และค้นข้อมูลจากหลาย Source เพื่อสร้างรายงานให้

② 🔍 เปิด Google Search เป็น Source

สำหรับการ Research เว็บไซต์ ต้องเปิด Google Search

Google Search เป็น Source เริ่มต้นของ Deep Research อยู่แล้ว

ดังนั้นหากไม่ได้ปิดเอง โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องตั้งค่าเพิ่ม

สามารถตรวจได้จากเมนู

Sources

ถ้าต้องการ Research จากเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต ให้ Google Search ยังคงถูกเลือกอยู่

③ 🔗 เตรียม URL หรือชื่อโดเมนที่ต้องการให้ศึกษา

ก่อนเขียน Prompt ควรรวบรวมเว็บไซต์ที่ต้องการให้ Gemini ให้ความสำคัญ

ตัวอย่าง:

  • support.google.com
  • blog.google
  • developers.google.com
  • example.com

ถ้ามีหน้าที่เฉพาะเจาะจง สามารถให้ URL ของหน้านั้นแทนการระบุเพียง Domain

วิธีนี้เหมาะมากเมื่อเรารู้แล้วว่าข้อมูลต้นฉบับอยู่ที่ไหน

④ ✍️ ใส่เว็บไซต์ลงใน Prompt

สามารถเขียนเว็บไซต์ที่ต้องการให้ Research ลงไปพร้อมคำสั่งได้เลย

ตัวอย่าง:

“ทำ Deep Research เรื่อง Gemini Deep Research

ให้ความสำคัญกับข้อมูลจาก

  1. support.google.com
  2. blog.google
  3. developers.google.com

ใช้เว็บไซต์อื่นเพิ่มเติมได้เฉพาะเมื่อจำเป็น และหากข้อมูลจาก Source อื่นขัดแย้งกับข้อมูลทางการของ Google ให้แสดงความแตกต่างอย่างชัดเจน”

Prompt ลักษณะนี้ดีกว่าการเขียนเพียงว่า

“ค้นข้อมูลจากเว็บ”

เพราะเราได้กำหนด Source Priority ให้ Gemini แล้ว

⑤ ⭐ ระบุว่าเว็บไซต์ไหนเป็น Source หลัก

ถ้ามีเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้เป็นพิเศษ ให้บอก Gemini ตรง ๆ ว่าเป็น Primary Source

ตัวอย่าง:

“ใช้เว็บไซต์ Google อย่างเป็นทางการเป็น Primary Source สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ Feature, Limit, Availability และวิธีใช้งาน Gemini”

จากนั้นสามารถกำหนดว่า

“ใช้เว็บไซต์ข่าวและ Blog เป็น Secondary Source สำหรับบริบทหรือความคิดเห็นเพิ่มเติมเท่านั้น”

วิธีนี้ช่วยแยกบทบาทของ Source ได้ชัดเจน

⑥ 🏛️ ให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ทางการ

หาก Research เรื่อง Product หรือ Service ควรเริ่มจากเว็บไซต์เจ้าของผลิตภัณฑ์

ตัวอย่าง:

Google Gemini

ควรให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ของ Google

Microsoft Windows

ควรให้ความสำคัญกับ Microsoft

Apple

ควรตรวจ Apple ก่อนเว็บไซต์รีวิว

WordPress

ควรดู Documentation และ WordPress.org เมื่อเป็นเรื่อง Specification หรือวิธีใช้งานอย่างเป็นทางการ

หลักง่าย ๆ คือ

ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ → ตรวจเจ้าของผลิตภัณฑ์ก่อน

แล้วจึงใช้ Source อื่นประกอบ

⑦ 🎯 ระบุหน้าที่ของแต่ละเว็บไซต์

ถ้ามีเว็บไซต์หลายประเภท ไม่ควรให้ทุกเว็บมีน้ำหนักเท่ากัน

ตัวอย่าง Prompt:

“ใช้เว็บไซต์ผู้ผลิตสำหรับ Specification

ใช้เว็บไซต์ Review สำหรับประสบการณ์ใช้งาน

ใช้ Forum สำหรับปัญหาที่ผู้ใช้พบ

ใช้หน่วยงานมาตรฐานสำหรับข้อมูลทางเทคนิค”

นี่ช่วยให้ Gemini เข้าใจว่า Source แต่ละประเภทควรตอบคำถามส่วนใด

⑧ 📊 เพิ่มเว็บไซต์คู่แข่งเพื่อเปรียบเทียบ

Gemini Deep Research มีประโยชน์มากในการศึกษาคู่แข่ง

สมมติต้องการเปรียบเทียบบริษัท 5 ราย

สามารถระบุเว็บไซต์แต่ละราย เช่น

“วิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งต่อไปนี้

  1. competitor-a.com
  2. competitor-b.com
  3. competitor-c.com
  4. competitor-d.com
  5. competitor-e.com

เปรียบเทียบ Service, Pricing, USP, Target Customer, Guarantee และ Positioning”

จากนั้น Deep Research สามารถค้นข้อมูลเพิ่มเติมประกอบได้

⑨ 🛒 ใช้เว็บไซต์สินค้าเพื่อเปรียบเทียบ Product

หากต้อง Research สินค้า สามารถระบุเว็บไซต์ผู้ผลิตหลายราย

ตัวอย่าง:

“เปรียบเทียบ Router Wi-Fi 7 จากเว็บไซต์ผู้ผลิต ASUS, TP-Link, D-Link และ Netgear

สำหรับ Specification ให้ใช้เว็บไซต์ผู้ผลิตเป็น Source หลัก

สำหรับประสบการณ์การใช้งานจริง ให้ใช้ Review อิสระเป็น Source รอง”

วิธีนี้ช่วยป้องกันปัญหาที่ AI นำ Specification จากเว็บขายสินค้าที่ข้อมูลผิดมาใช้เป็นหลัก

⑩ 📚 เพิ่มเว็บไซต์งานวิจัย

สำหรับ Academic Research สามารถกำหนดเว็บไซต์ประเภท

  • มหาวิทยาลัย
  • Journal
  • Research Institution
  • Government
  • Standards Organization

ได้

Prompt ตัวอย่าง:

“เน้น Research Paper และข้อมูลจากมหาวิทยาลัยหรือ Research Institution

หลีกเลี่ยงการใช้ Blog ทั่วไปเป็น Evidence สำหรับข้อสรุปเชิงวิชาการ”

อย่างไรก็ตาม Deep Research ไม่ได้รับประกันว่าจะเข้าถึงฐานข้อมูลวิชาการแบบ Subscription ทุกแห่ง

หากมี Paper ที่สำคัญอยู่แล้ว วิธีที่แม่นกว่าคืออัปโหลดไฟล์ Paper เข้า Gemini โดยตรง

⑪ 📄 ถ้ามีบทความเฉพาะหน้า ควรให้ URL หรือ Domain

ถ้าต้องการให้ Gemini ศึกษา บทความหนึ่งหน้าโดยเฉพาะ ควรระบุ URL ของหน้านั้น

แต่ถ้าต้องการให้ศึกษาเว็บไซต์โดยรวม สามารถระบุ Domain

ตัวอย่าง:

ต้องการบทความเฉพาะ

ใช้ URL ของบทความ

ต้องการข้อมูลทั้งหมดของบริษัท

ระบุ Domain เช่น

example.com

แล้วบอก Gemini ว่าต้องการค้นหัวข้อใดในเว็บไซต์นั้น

⑫ 🧠 ตรวจ Research Plan หลังใส่เว็บไซต์

หลังส่ง Prompt Gemini จะสร้าง Research Plan

อย่าเพิ่งกด Start Research

ตรวจว่า Plan มีขั้นตอนเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่เราระบุหรือไม่

ตัวอย่างเช่น เราสั่งให้เปรียบเทียบเว็บไซต์คู่แข่ง 5 ราย

Research Plan ควรมีส่วนประมาณ

① วิเคราะห์คู่แข่งแต่ละราย
② เก็บข้อมูล Product
③ เปรียบเทียบ Pricing
④ วิเคราะห์ Positioning
⑤ หา Market Gap

ถ้า Plan ไม่กล่าวถึงเว็บไซต์สำคัญ สามารถใช้ Edit plan เพิ่มคำสั่งเข้าไปก่อนเริ่ม Research

⑬ 🛠️ แก้ Research Plan ให้เน้นเว็บไซต์ที่ต้องการ

ตัวอย่างคำสั่ง:

“เพิ่มขั้นตอนตรวจข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัทแต่ละรายโดยตรงก่อนใช้ Source ภายนอก”

หรือ

“เพิ่มการตรวจ Documentation จากเว็บไซต์ผู้ผลิตสำหรับ Specification ทุกข้อ”

หรือ

“ใช้เว็บไซต์ทั้ง 5 แห่งเป็นแหล่งข้อมูลหลักของ Competitor Analysis”

การแก้ Plan ช่วยเพิ่มโอกาสที่ Research จะตรงกับ Source Strategy ที่กำหนด

⑭ 👀 ดู Sites browsed ระหว่าง Deep Research

ระหว่างที่ Gemini กำลังทำ Research ใน Workflow ที่รองรับ สามารถดูส่วน

Sites browsed

เพื่อดูเว็บไซต์ที่ Deep Research กำลังใช้

นี่เป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มากสำหรับการตรวจ Source

สามารถดูได้ว่า Gemini กำลังเปิด

  • เว็บไซต์ทางการ
  • เว็บไซต์คู่แข่ง
  • ข่าว
  • Blog
  • Forum
  • Research

ประเภทใดอยู่

ถ้าเห็นเว็บไซต์ที่น่าสนใจสามารถเปิดใน Tab ใหม่เพื่ออ่านเองได้ด้วย

⑮ ✅ วิธีตรวจว่า Gemini เข้าเว็บไซต์ที่เราระบุหรือไม่

หลังเริ่ม Research ให้ตรวจอย่างน้อย 2 จุด

① Sites browsed

ดูระหว่างกระบวนการ Research

② Sources หรือ Citation ใน Report

ตรวจหลังรายงานเสร็จ

หากเว็บไซต์ที่เราระบุไม่ปรากฏเลย อาจเกิดจาก

  • Google Search หาไม่พบหน้าที่เกี่ยวข้อง
  • เว็บไซต์ไม่เปิดให้ระบบเข้าถึง
  • หน้าเว็บต้อง Login
  • robots หรือระบบเว็บไซต์จำกัดการเข้าถึง
  • URL เปลี่ยน
  • เนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับ Research Plan มากพอ

ไม่ควรสรุปว่า Gemini อ่านเว็บไซต์แล้วเพียงเพราะเราพิมพ์ URL เข้า Prompt

⑯ 🚫 สั่งให้ Research เฉพาะเว็บไซต์เดียวได้ไหม

สามารถเขียน Prompt ขอให้ Gemini Research โดยเน้นเว็บไซต์เดียว เช่น

“ใช้ example.com เป็นแหล่งข้อมูลหลัก และอย่าใช้ Source ภายนอกเพื่อเติมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ Product”

แต่ต้องเข้าใจว่า คู่มือ Gemini Apps ปัจจุบันไม่ได้ระบุว่ามีโหมดล็อก Web Research ไปยัง Domain ใด Domain หนึ่งโดยเฉพาะผ่าน Source Picker

ดังนั้น Prompt เป็นการกำหนด Instruction ไม่ใช่ Access Control

ถ้าเป็นงานสำคัญมาก ต้องตรวจ Citation ว่าข้อมูลจริงมาจากเว็บไซต์ที่กำหนด

⑰ 🔒 จำกัดเว็บไซต์ให้เฉพาะ Source ที่เชื่อถือได้

สามารถเขียน Prompt เช่น

“สำหรับข้อมูลทางเทคนิค ให้ใช้เฉพาะเว็บไซต์ทางการหรือ Standards Organization

อย่าใช้ Forum, Social Media หรือเว็บไซต์ที่ไม่มี Source เป็นหลักฐานสำหรับ Specification”

วิธีนี้ช่วยลด Source คุณภาพต่ำ

แต่หลังได้รายงานควรตรวจด้วยว่า Gemini ปฏิบัติตามจริงหรือไม่

⑱ ⚔️ ใช้หลายเว็บไซต์ Cross-check กัน

อย่าให้เว็บไซต์เดียวเป็นผู้ตัดสินข้อเท็จจริงทุกอย่างโดยไม่จำเป็น

ตัวอย่างเรื่อง Market Size

สามารถให้ Gemini ตรวจ

  • Government
  • Industry Association
  • Research Company
  • Financial Report

Prompt:

“Cross-check ตัวเลข Market Size กับ Source อิสระอย่างน้อยหลายแห่ง และระบุหากข้อมูลไม่ตรงกัน”

จะช่วยลดความเสี่ยงจาก Source เดียวผิด

⑲ 🔁 เว็บไซต์ให้ข้อมูลไม่ตรงกันทำอย่างไร

อย่าสั่งว่า

“เลือกข้อมูลที่ถูกที่สุด”

ควรให้ Gemini เปรียบเทียบ

  • วันที่
  • Definition
  • Methodology
  • Population
  • Geography
  • Sample
  • Forecast Model

ตัวอย่าง Prompt:

“หากเว็บไซต์แต่ละแห่งให้ Market Size ไม่ตรงกัน ให้แสดงตัวเลขของแต่ละ Source และอธิบายเหตุผลที่ตัวเลขอาจแตกต่างกัน”

นี่เป็นวิธี Research ที่ดีกว่าการบังคับเลือกคำตอบเดียว

⑳ 📅 สั่งให้ใช้เฉพาะเว็บไซต์ข้อมูลใหม่

สำหรับเรื่องที่เปลี่ยนเร็ว สามารถกำหนด Time Window

ตัวอย่าง:

“ใช้ Source ที่เผยแพร่หรืออัปเดตภายใน 12 เดือนล่าสุดเป็นหลัก”

หรือ

“สำหรับ Feature ของ Software ให้ตรวจ Documentation เวอร์ชันปัจจุบันก่อนใช้บทความเก่า”

แต่ไม่ควรตัด Source เก่าทั้งหมด เพราะ Source ต้นฉบับบางเรื่องอาจเก่าแต่ยังมีคุณค่า

㉑ 📰 แยกเว็บไซต์ข่าวกับเว็บไซต์ต้นฉบับ

ตัวอย่างเช่น

ข่าวบอกว่า Google เปิด Feature ใหม่

ควรหา Google Announcement ต้นฉบับด้วย

Workflow:

News → Original Announcement → Verification

ไม่ควรใช้ข่าวที่อ้างข่าวอีกเว็บหนึ่งหลายทอด

㉒ 💻 ใช้ Documentation เป็น Source หลักสำหรับเทคโนโลยี

ถ้าทำ Research เกี่ยวกับ

  • Software
  • API
  • Router
  • Operating System
  • AI
  • Cloud

ควรระบุ Official Documentation

ตัวอย่าง Prompt:

“สำหรับ Feature และ Limit ของ Gemini ให้ใช้ Google Help หรือ Documentation ของ Google เป็น Primary Source

ใช้เว็บไซต์อื่นเฉพาะสำหรับ Comparison หรือความคิดเห็น”

ช่วยลดปัญหาการใช้บทความเก่าที่ Feature เปลี่ยนไปแล้ว

㉓ 💬 Forum ควรเพิ่มหรือไม่

Forum และ Community มีประโยชน์ แต่เหมาะกับคำถามบางประเภท

ควรใช้เมื่อ Research เรื่อง

  • Bug
  • User Experience
  • Complaint
  • Workaround
  • Pain Point

ตัวอย่าง:

“ใช้เว็บไซต์ผู้ผลิตสำหรับ Specification และใช้ Community เพื่อหา Bug หรือปัญหาที่ผู้ใช้รายงานซ้ำ”

ไม่ควรใช้ Forum เป็นหลักสำหรับข้อมูลทางการ

㉔ ⭐ เว็บไซต์รีวิวควรใช้แบบไหน

เว็บไซต์ Review เหมาะสำหรับ

  • Performance
  • Usability
  • Real-world Testing
  • ข้อดีข้อเสีย

แต่ควรตรวจ

  • Methodology
  • Affiliate
  • Sponsor
  • Sample
  • วิธี Test

และเปรียบเทียบหลาย Review

ไม่ควรใช้ Review เพียงหนึ่งเว็บไซต์แล้วสรุปว่า Product หนึ่งดีที่สุด

㉕ 🏢 เพิ่มเว็บไซต์บริษัทของเราเองได้ไหม

ได้ สามารถระบุ Domain ของบริษัทใน Prompt ได้

ตัวอย่าง:

“วิเคราะห์เว็บไซต์ example-company.com เพื่อสรุป Service, Positioning และ Content Structure แล้วเปรียบเทียบกับคู่แข่ง 5 ราย”

มีประโยชน์สำหรับ

  • Website Audit
  • Content Audit
  • Competitor Research
  • Positioning
  • Product Comparison

แต่สำหรับข้อมูลภายในที่ไม่ได้อยู่บนเว็บไซต์ ควรเพิ่มไฟล์หรือ Drive เป็น Source เพิ่มเติม

㉖ 🔎 ใช้ Deep Research วิเคราะห์เว็บไซต์เพื่อ SEO

สามารถระบุเว็บไซต์ของเราและคู่แข่งแล้วขอวิเคราะห์

  • Topic
  • Service Page
  • Content
  • Entity
  • FAQ
  • Search Intent
  • Content Gap

ตัวอย่าง:

“ศึกษาเว็บไซต์ของเราและคู่แข่ง 5 ราย วิเคราะห์หัวข้อที่แต่ละเว็บครอบคลุม แล้วหา Content Gap”

อย่างไรก็ตาม Deep Research ไม่ใช่ Web Crawler สำหรับ Technical SEO เต็มรูปแบบ

ข้อมูล เช่น

  • Crawl Error
  • Index Status
  • Core Web Vitals
  • Backlink
  • Ranking

ควรใช้เครื่องมือ SEO ที่ออกแบบสำหรับข้อมูลเหล่านั้นด้วย

㉗ 📊 วิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งอย่างไรไม่ให้กว้างเกินไป

อย่าสั่งว่า

“วิเคราะห์เว็บไซต์นี้ทั้งหมด”

ควรกำหนดว่าต้องการอะไร

เช่น

“วิเคราะห์เฉพาะหน้า Service, Pricing, FAQ และ Blog”

หรือ

“วิเคราะห์ Content Strategy โดยเน้นบทความเกี่ยวกับ SEO”

ช่วยให้ Gemini ไม่เสีย Research ไปกับหน้าที่ไม่เกี่ยวข้อง

㉘ 🔗 ถ้ามีเว็บไซต์หลายสิบแห่งควรทำอย่างไร

หากต้องวิเคราะห์เว็บไซต์จำนวนมาก ไม่ควรใส่ทุก Domain โดยไม่มีโครงสร้าง

ควรแบ่งเป็นกลุ่ม เช่น

กลุ่ม 1

คู่แข่งหลัก

กลุ่ม 2

เว็บไซต์ทางการ

กลุ่ม 3

Research

กลุ่ม 4

Community

จากนั้นบอก Gemini ว่าแต่ละกลุ่มใช้ทำอะไร

ช่วยให้รายงานมี Source Strategy ที่ชัดกว่า

㉙ 📎 ถ้าเว็บสำคัญเข้าไม่ได้ทำอย่างไร

หากเว็บไซต์

  • ต้อง Login
  • มี Paywall
  • ป้องกัน Bot
  • โหลดด้วยระบบที่ Gemini เข้าถึงไม่ได้

Deep Research อาจไม่สามารถอ่านข้อมูลได้ครบ

ถ้าคุณมีสิทธิ์เข้าถึงเนื้อหานั้นอย่างถูกต้อง สามารถใช้ทางเลือก เช่น

  • ดาวน์โหลดเอกสารที่อนุญาต
  • Export เป็น PDF
  • อัปโหลดไฟล์
  • เก็บ Source ใน Notebook

แล้วใช้ไฟล์นั้นร่วมกับ Deep Research

ไม่ควรพยายามใช้ Gemini เพื่อข้าม Paywall หรือระบบป้องกันที่ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง

㉚ 📓 ใช้ Gemini Notebook หากต้องการเก็บเว็บไซต์ระยะยาว

ถ้ามีเว็บไซต์จำนวนมากที่ต้อง Research ซ้ำใน Project เดิม การเก็บ Source ใน Gemini Notebook อาจเหมาะกว่า

Gemini Notebook สามารถค้น Source จากเว็บและนำ Source ที่ต้องการเข้า Notebook ได้

จากนั้นใช้ Notebook เป็น Knowledge Base ระยะยาว

เหมาะกับ

  • Thesis
  • Competitor Intelligence
  • Industry Research
  • Technology Research
  • Content Project

จึงสามารถทำ Workflow:

ค้นเว็บไซต์ → Import เข้า Notebook → ใช้ Notebook กับ Deep Research

ได้

📝 ตัวอย่าง Prompt เพิ่มเว็บไซต์ให้ Deep Research

“ทำ Deep Research เรื่อง Google Gemini

ให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ต่อไปนี้เป็น Primary Sources:

  • support.google.com
  • blog.google
  • developers.google.com

สำหรับข้อมูล Feature, Limit, Availability และวิธีใช้งาน ให้ตรวจ Source ของ Google ก่อน

สามารถใช้เว็บไซต์อื่นเพิ่มเติมสำหรับ Comparison หรือ Context ได้ แต่หากข้อมูลขัดแย้งกับ Source ทางการ ให้แสดงความแตกต่างและระบุวันที่ของแต่ละ Source

หลัง Research ให้ระบุเว็บไซต์หลักที่ใช้สำหรับข้อสรุปสำคัญ”

🥊 ตัวอย่าง Prompt วิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่ง

“ทำ Deep Research คู่แข่งจากเว็บไซต์ต่อไปนี้:

  • competitor-a.com
  • competitor-b.com
  • competitor-c.com

วิเคราะห์เฉพาะ

① Service
② Pricing
③ Target Customer
④ USP
⑤ Guarantee
⑥ FAQ
⑦ Content Strategy

ใช้เว็บไซต์ของแต่ละบริษัทเป็น Primary Source สำหรับข้อมูล Product และ Price

ใช้เว็บไซต์ภายนอกเฉพาะสำหรับ Review หรือความคิดเห็นจากผู้ใช้

สร้างตารางเปรียบเทียบและระบุข้อมูลที่ไม่สามารถยืนยันได้”

🎓 ตัวอย่าง Prompt สำหรับงานวิชาการ

“Research เรื่อง Generative AI กับการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับเว็บไซต์มหาวิทยาลัย Research Institution และ Paper ต้นฉบับ

ใช้ Blog หรือเว็บไซต์ข่าวสำหรับ Background เท่านั้น

ค้นทั้ง Evidence ที่สนับสนุนและคัดค้านผลของ Generative AI ต่อการเรียนรู้ และแสดง Limitations ของแต่ละ Study”

💻 ตัวอย่าง Prompt สำหรับเทคโนโลยี

“ทำ Deep Research เรื่อง Wi-Fi 7

ให้ความสำคัญกับ Wi-Fi Alliance, IEEE และ Documentation ของผู้ผลิต Chip หรือ Network Equipment

สำหรับ Specification ให้หลีกเลี่ยงการใช้ Retail Website เป็น Source หลัก

ใช้ Review และ Community สำหรับ Real-world Performance, Bug และ User Experience เท่านั้น”

💡 สูตรกำหนดเว็บไซต์ใน Prompt

สามารถใช้โครงสร้างนี้ได้

① Research Topic

ศึกษาอะไร

② Primary Websites

เว็บหลักคืออะไร

③ Secondary Websites

เว็บเสริมคืออะไร

④ Role

แต่ละ Source ใช้ตอบอะไร

⑤ Recency

ข้อมูลช่วงไหน

⑥ Cross-check

ต้องตรวจหลาย Source หรือไม่

⑦ Output

ต้องการ Report แบบไหน

ตัวอย่างสูตร:

“Research [หัวข้อ] โดยใช้ [เว็บไซต์ A/B/C] เป็น Primary Source สำหรับ [ข้อมูล] ใช้ Source อื่นสำหรับ [ข้อมูลเสริม] เน้นข้อมูลช่วง [เวลา] Cross-check Claim สำคัญ และสรุปเป็น [รูปแบบผลลัพธ์]”

⚠️ ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

❌ ① ใส่ URL แล้วคิดว่า Gemini อ่านแน่นอน

ต้องตรวจ Sites browsed และ Citation

❌ ② ใช้เว็บไซต์เดียวสำหรับทุกเรื่อง

เว็บไซต์หนึ่งอาจมี Bias หรือข้อมูลไม่ครบ

❌ ③ ใช้ Blog แทน Official Source

โดยเฉพาะ Specification และ Policy

❌ ④ ไม่ตรวจวันที่

เว็บไซต์เก่าอาจมีข้อมูล Feature ที่ล้าสมัย

❌ ⑤ ใช้ Review เป็นข้อเท็จจริงทางการ

Review เหมาะกับประสบการณ์ ไม่ใช่ Specification

❌ ⑥ ไม่ตรวจ Research Plan

Gemini อาจไม่ได้ให้ Priority กับเว็บไซต์ที่ต้องการ

❌ ⑦ เชื่อ Citation โดยไม่เปิด Source

Citation ต้องตรวจว่า Support Claim จริงหรือไม่

✅ Checklist เพิ่มเว็บไซต์ให้ Gemini Deep Research

ก่อน Start Research ให้ตรวจว่า

① Google Search เปิดอยู่
② URL หรือ Domain ถูกต้อง
③ ระบุ Primary Source แล้ว
④ ระบุ Secondary Source แล้ว
⑤ บอกว่าแต่ละเว็บใช้ทำอะไร
⑥ กำหนดช่วงเวลาของข้อมูล
⑦ Research Plan กล่าวถึงเว็บไซต์สำคัญ
⑧ Source คุณภาพต่ำถูกจำกัดหรือไม่
⑨ ต้อง Cross-check Claim สำคัญหรือไม่
⑩ รู้ว่าจะตรวจ Citation หลัง Research อย่างไร

ระหว่าง Research

⑪ ตรวจ Sites browsed

หลัง Research

⑫ เปิด Citation
⑬ ตรวจ Original Source
⑭ ตรวจวันที่
⑮ ตรวจข้อมูลที่ขัดแย้งกัน

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเพิ่มเว็บไซต์ใน Gemini Deep Research

Gemini Deep Research เพิ่มเว็บไซต์ได้ไหม

สามารถระบุ URL หรือ Domain ที่ต้องการให้ Gemini ให้ความสำคัญใน Prompt แล้วใช้ Google Search เป็น Source สำหรับ Research เว็บไซต์นั้นได้

มีปุ่ม Add Website โดยตรงไหม

คู่มือ Gemini Apps ปัจจุบันระบุ Source Picker สำหรับ Google Search, Gmail, Drive รวมถึงไฟล์และ Notebook แต่ไม่ได้ระบุ Source Picker แบบเพิ่ม Domain เว็บทั่วไปทีละเว็บไซต์ ดังนั้นการระบุเว็บไซต์ทั่วไปทำผ่าน Prompt และต้องตรวจ Source ภายหลัง

ใส่ URL ใน Prompt ได้ไหม

สามารถระบุ URL หรือชื่อ Domain ในคำสั่งเพื่อบอก Gemini ว่าต้องการ Research เว็บไซต์ใด และควรอธิบายด้วยว่าต้องการข้อมูลส่วนไหนจากเว็บนั้น

กำหนดให้ใช้เว็บไซต์ทางการก่อนเว็บอื่นได้ไหม

ได้ สามารถระบุว่าเว็บไซต์ทางการเป็น Primary Source และเว็บไซต์อื่นเป็น Secondary Source

บังคับให้ใช้เฉพาะเว็บไซต์เดียวได้ไหม

สามารถกำหนด Instruction ให้เน้นเว็บไซต์เดียว แต่ไม่ควรมองเป็นการล็อกทางเทคนิค ต้องตรวจ Sites browsed และ Citation ว่ารายงานใช้ Source ที่กำหนดจริง

ดูได้ไหมว่า Gemini เปิดเว็บไซต์อะไร

ใน Workflow ที่รองรับสามารถดู Sites browsed ระหว่าง Deep Research และดู Source/Citation หลังรายงานเสร็จ

ถ้าเว็บไซต์เข้าไม่ได้ทำอย่างไร

หากคุณมีสิทธิ์ใช้งานข้อมูล สามารถดาวน์โหลดหรือ Export เนื้อหาเป็นไฟล์ที่รองรับแล้วอัปโหลดให้ Gemini แทนได้

เพิ่มเว็บไซต์คู่แข่งหลายเว็บได้ไหม

ได้ สามารถระบุ Domain หลายแห่งแล้วขอให้ Gemini เปรียบเทียบตามเกณฑ์ที่กำหนด

ใช้เว็บไซต์เฉพาะเพื่อ SEO Research ได้ไหม

ได้ เหมาะกับ Content, Service, Positioning และ Content Gap แต่ Technical SEO ควรใช้เครื่องมือ Crawl หรือข้อมูล SEO โดยตรงเพิ่มเติม

Gemini จะเชื่อเว็บไซต์ที่เราให้เสมอไหม

ไม่ควรต้องการให้ AI เชื่อ Source โดยอัตโนมัติ ควรให้ระบบเปรียบเทียบกับ Source อื่น และตรวจข้อเท็จจริงสำคัญด้วยตัวเอง

✅ สรุปวิธีเพิ่มเว็บไซต์ให้ Gemini Deep Research ศึกษา

หากต้องการให้ Gemini Deep Research ศึกษาเว็บไซต์เฉพาะ วิธีที่ใช้งานได้ง่ายคือ

① เปิด Deep Research
② เปิด Google Search เป็น Source
③ เตรียม URL หรือ Domain
④ ใส่เว็บไซต์ใน Prompt
⑤ กำหนด Primary และ Secondary Source
⑥ บอกว่าแต่ละเว็บใช้สำหรับข้อมูลอะไร
⑦ ตรวจ Research Plan
⑧ Edit Plan หากจำเป็น
⑨ Start Research
⑩ ดู Sites browsed
⑪ ตรวจ Citation หลังรายงานเสร็จ

สิ่งสำคัญคือ การใส่ URL ลงใน Prompt ไม่ควรถูกตีความว่า Gemini ถูกล็อกให้ใช้เว็บไซต์นั้น 100%

คู่มือ Gemini Apps ปัจจุบันระบุ Source หลักเป็น Google Search, Gmail, Drive, ไฟล์ และ Notebook โดยยังไม่ได้ระบุ Source Picker สำหรับเพิ่ม Domain เว็บทั่วไปทีละเว็บแบบเฉพาะเจาะจง

ดังนั้นวิธีควบคุม Web Research ที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ

ระบุเว็บไซต์ → กำหนดบทบาทของ Source → ตรวจ Research Plan → ดู Sites browsed → ตรวจ Citation

สำหรับข้อมูลสำคัญควรให้ Source ต้นฉบับ เช่น เว็บไซต์ทางการ หน่วยงานรัฐ งานวิจัย หรือ Documentation มี Priority สูงกว่า Blog และเว็บไซต์สรุปทั่วไป

เมื่อใช้วิธีนี้ Gemini Deep Research จะไม่ได้เพียง “ค้นเว็บให้เรา” แต่เราสามารถกำหนด Source Strategy เพื่อให้ AI Research จากเว็บไซต์ที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ของงานมากขึ้น และได้รายงานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ง่ายกว่าเดิม