Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

การเปรียบเทียบต้นทุนเครื่องพิมพ์ให้ครบ ต้องรวม ราคาเครื่อง ค่าหมึกหรือโทนเนอร์ ค่ากระดาษ และค่าอะไหล่หรือการดูแลที่เกี่ยวข้อง แล้วเทียบตามจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ในช่วงเวลาเดียวกัน การดูแค่ราคาเครื่องหรือราคาหมึกหนึ่งชุดอาจทำให้เข้าใจค่าใช้จ่ายจริงไม่ครบ
เริ่มจากประเมินงานต่อเดือนและแยกสัดส่วนสีหรือขาวดำ จากนั้นคำนวณต้นทุนรวมของแต่ละรุ่นด้วยวิธีเดียวกัน ComSiam สรุปสูตรและรายการที่ควรนำมาเปรียบเทียบไว้ด้านล่าง
| รายการ | ควรตรวจสอบอะไร |
|---|---|
| ราคาเครื่อง | ราคาซื้อและอุปกรณ์ที่รวมมา |
| หมึกหรือโทนเนอร์ | ราคาชุดทดแทน รหัสที่ใช้ และจำนวนหน้าที่พิมพ์ได้ |
| กระดาษ | ราคาต่อแผ่นและชนิดกระดาษที่ใช้ประจำ |
| อะไหล่สิ้นเปลือง | เช่น ชุดดรัม หากเครื่องรุ่นนั้นมีแยก |
| การดูแลหรือซ่อม | เงื่อนไขประกันและค่าใช้จ่ายหลังหมดประกัน |
| อุปกรณ์เสริม | สาย ถาด หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นแต่ไม่ได้รวมมา |
ไม่ใช่ทุกเครื่องจะมีค่าใช้จ่ายทุกรายการเหมือนกัน ให้ตรวจสอบตามรุ่นจริงและนับเฉพาะสิ่งที่จำเป็นกับงานของคุณ
กำหนดช่วงเวลาเดียวกันก่อนเทียบ เช่น หนึ่งปีหรือจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ จากนั้นบันทึกข้อมูลต่อไปนี้:
ใช้ปริมาณงานจริงหรือประมาณจากประวัติการพิมพ์ อย่าคิดจากจำนวนไฟล์ เพราะหนึ่งไฟล์อาจมีหลายหน้าและพิมพ์หลายชุด
เริ่มจากคำนวณต้นทุนวัสดุสิ้นเปลืองต่อหน้า:
ต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์ต่อหน้าโดยประมาณ = ราคาวัสดุสิ้นเปลือง ÷ จำนวนหน้าที่ระบุว่าพิมพ์ได้
จากนั้นคูณด้วยจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์:
ค่าวัสดุสิ้นเปลืองตามช่วงเวลาที่ประเมิน = จำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ × ต้นทุนต่อหน้า
สำหรับเครื่องสี ให้แยกงานสีและขาวดำ และรวมราคาหมึกหรือโทนเนอร์ทุกสีที่เกี่ยวข้อง ผลผลิตที่ผู้ผลิตระบุเป็นค่าประมาณ ผลจริงอาจเปลี่ยนตามเนื้อหาและการตั้งค่าพิมพ์
ใช้สูตรนี้เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนรวมในช่วงเวลาที่กำหนด:
ต้นทุนรวมโดยประมาณ = ราคาเครื่อง + ค่าหมึกหรือโทนเนอร์ + ค่ากระดาษ + ค่าอะไหล่สิ้นเปลือง + ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น
หากต้องการดูค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหน้า:
ต้นทุนรวมต่อหน้า = ต้นทุนรวม ÷ จำนวนหน้าที่พิมพ์ทั้งหมดในช่วงเวลานั้น
แยกบันทึกแต่ละรายการไว้ เพื่อให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายส่วนใดทำให้รุ่นหนึ่งแพงกว่ารุ่นอื่น
กรอกข้อมูลจากรุ่นที่สนใจ โดยใช้ปริมาณงานและช่วงเวลาเดียวกัน:
| รายการ | รุ่น A | รุ่น B |
|---|---|---|
| ราคาเครื่อง | ||
| ค่าหมึกหรือโทนเนอร์ตามจำนวนงาน | ||
| ค่ากระดาษ | ||
| ค่าอะไหล่หรืออุปกรณ์สิ้นเปลือง | ||
| ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น | ||
| ต้นทุนรวมในช่วงเวลาที่กำหนด | ||
| จำนวนหน้าที่พิมพ์ในช่วงเดียวกัน | ||
| ต้นทุนรวมต่อหน้า |
การใช้ตารางช่วยให้ไม่หลงกับราคาเริ่มต้นหรือโปรโมชัน และเห็นต้นทุนรวมของแต่ละรุ่นชัดขึ้น
ให้รวมราคาเครื่อง ค่าหมึกหรือโทนเนอร์ กระดาษ และอะไหล่ที่จำเป็นตามช่วงเวลาที่จะใช้งาน แล้วหารด้วยจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ การใช้ปริมาณงานและช่วงเวลาเดียวกันช่วยให้เปรียบเทียบรุ่นได้ยุติธรรมขึ้น
ComSiam แนะนำให้บันทึกตัวเลขของแต่ละรุ่นในตารางก่อนซื้อ วิธีนี้ช่วยให้เห็นต้นทุนที่ต้องจ่ายจริงและเลือกเครื่องให้เหมาะกับงบและปริมาณงาน
เลือกช่วงเวลาที่สอดคล้องกับแผนใช้งาน เช่น หนึ่งปีหรือจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ แล้วใช้ช่วงเดียวกันเปรียบเทียบทุกเครื่อง
หากต้องการทราบค่าใช้จ่ายพิมพ์ทั้งหมด ควรรวมค่ากระดาษ แต่หากเปรียบเทียบเฉพาะต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์ ให้แยกตัวเลขไว้อย่างชัดเจน
แยกงานสีและขาวดำ แล้วรวมราคาหมึกหรือโทนเนอร์ทุกสีที่เกี่ยวข้อง เพราะการใช้สีและขาวดำมีต้นทุนต่างกัน
ควรรวมอะไหล่สิ้นเปลืองที่รุ่นนั้นต้องเปลี่ยนตามการใช้งาน เช่น ชุดดรัม หากแยกจากตลับโทนเนอร์
ไม่เสมอไป ควรดูต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง ปริมาณงาน และค่าใช้จ่ายตลอดช่วงที่วางแผนใช้ด้วย