ก่อนซื้อเครื่องพิมพ์ ต้องรวมค่าเครื่อง ค่าหมึก และค่าดูแลอย่างไรให้เห็นต้นทุนจริง

การเปรียบเทียบต้นทุนเครื่องพิมพ์ให้ครบ ต้องรวม ราคาเครื่อง ค่าหมึกหรือโทนเนอร์ ค่ากระดาษ และค่าอะไหล่หรือการดูแลที่เกี่ยวข้อง แล้วเทียบตามจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ในช่วงเวลาเดียวกัน การดูแค่ราคาเครื่องหรือราคาหมึกหนึ่งชุดอาจทำให้เข้าใจค่าใช้จ่ายจริงไม่ครบ

เริ่มจากประเมินงานต่อเดือนและแยกสัดส่วนสีหรือขาวดำ จากนั้นคำนวณต้นทุนรวมของแต่ละรุ่นด้วยวิธีเดียวกัน ComSiam สรุปสูตรและรายการที่ควรนำมาเปรียบเทียบไว้ด้านล่าง

① รายการค่าใช้จ่ายที่ควรนำมาคิด

รายการควรตรวจสอบอะไร
ราคาเครื่องราคาซื้อและอุปกรณ์ที่รวมมา
หมึกหรือโทนเนอร์ราคาชุดทดแทน รหัสที่ใช้ และจำนวนหน้าที่พิมพ์ได้
กระดาษราคาต่อแผ่นและชนิดกระดาษที่ใช้ประจำ
อะไหล่สิ้นเปลืองเช่น ชุดดรัม หากเครื่องรุ่นนั้นมีแยก
การดูแลหรือซ่อมเงื่อนไขประกันและค่าใช้จ่ายหลังหมดประกัน
อุปกรณ์เสริมสาย ถาด หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นแต่ไม่ได้รวมมา

ไม่ใช่ทุกเครื่องจะมีค่าใช้จ่ายทุกรายการเหมือนกัน ให้ตรวจสอบตามรุ่นจริงและนับเฉพาะสิ่งที่จำเป็นกับงานของคุณ

② ประเมินจำนวนงานและช่วงเวลาที่ต้องการเปรียบเทียบ

กำหนดช่วงเวลาเดียวกันก่อนเทียบ เช่น หนึ่งปีหรือจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ จากนั้นบันทึกข้อมูลต่อไปนี้:

  • จำนวนหน้าที่พิมพ์ต่อเดือน
  • สัดส่วนเอกสารสีและขาวดำ
  • จำนวนหน้าต่อชุดที่พิมพ์
  • จำนวนเดือนหรือปีที่วางแผนใช้เครื่อง
  • ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นในบางช่วง

ใช้ปริมาณงานจริงหรือประมาณจากประวัติการพิมพ์ อย่าคิดจากจำนวนไฟล์ เพราะหนึ่งไฟล์อาจมีหลายหน้าและพิมพ์หลายชุด

③ คำนวณต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์

เริ่มจากคำนวณต้นทุนวัสดุสิ้นเปลืองต่อหน้า:

ต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์ต่อหน้าโดยประมาณ = ราคาวัสดุสิ้นเปลือง ÷ จำนวนหน้าที่ระบุว่าพิมพ์ได้

จากนั้นคูณด้วยจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์:

ค่าวัสดุสิ้นเปลืองตามช่วงเวลาที่ประเมิน = จำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ × ต้นทุนต่อหน้า

สำหรับเครื่องสี ให้แยกงานสีและขาวดำ และรวมราคาหมึกหรือโทนเนอร์ทุกสีที่เกี่ยวข้อง ผลผลิตที่ผู้ผลิตระบุเป็นค่าประมาณ ผลจริงอาจเปลี่ยนตามเนื้อหาและการตั้งค่าพิมพ์

④ รวมราคาเครื่องและค่าใช้จ่ายอื่น

ใช้สูตรนี้เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนรวมในช่วงเวลาที่กำหนด:

ต้นทุนรวมโดยประมาณ = ราคาเครื่อง + ค่าหมึกหรือโทนเนอร์ + ค่ากระดาษ + ค่าอะไหล่สิ้นเปลือง + ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น

หากต้องการดูค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหน้า:

ต้นทุนรวมต่อหน้า = ต้นทุนรวม ÷ จำนวนหน้าที่พิมพ์ทั้งหมดในช่วงเวลานั้น

แยกบันทึกแต่ละรายการไว้ เพื่อให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายส่วนใดทำให้รุ่นหนึ่งแพงกว่ารุ่นอื่น

⑤ ตัวอย่างตารางเปรียบเทียบก่อนซื้อ

กรอกข้อมูลจากรุ่นที่สนใจ โดยใช้ปริมาณงานและช่วงเวลาเดียวกัน:

รายการรุ่น Aรุ่น B
ราคาเครื่อง
ค่าหมึกหรือโทนเนอร์ตามจำนวนงาน
ค่ากระดาษ
ค่าอะไหล่หรืออุปกรณ์สิ้นเปลือง
ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น
ต้นทุนรวมในช่วงเวลาที่กำหนด
จำนวนหน้าที่พิมพ์ในช่วงเดียวกัน
ต้นทุนรวมต่อหน้า

การใช้ตารางช่วยให้ไม่หลงกับราคาเริ่มต้นหรือโปรโมชัน และเห็นต้นทุนรวมของแต่ละรุ่นชัดขึ้น

⑥ ระวังตัวเลขที่ทำให้เปรียบเทียบคลาดเคลื่อน

  • ใช้ราคาหมึกหรือโทนเนอร์ให้ตรงกับรุ่น
  • แยกข้อมูลของหมึกดำและหมึกสี
  • ตรวจสอบว่าผลผลิตที่ระบุเป็นของชุดเริ่มต้นหรือชุดซื้อทดแทน
  • ใช้เงื่อนไขคำนวณเดียวกันกับทุกรุ่น
  • อย่าลืมค่าอะไหล่ที่แยกจากหมึกหรือโทนเนอร์
  • หากตัวเลขต้นทุนต่อหน้าไม่รวมกระดาษ ให้บวกค่ากระดาษแยก

⑦ เช็กลิสต์ก่อนเลือกเครื่องพิมพ์

  1. ประเมินจำนวนหน้าต่อเดือนแล้ว
  2. แยกงานสีและขาวดำ
  3. ตรวจสอบราคาหมึกหรือโทนเนอร์และผลผลิตต่อชุด
  4. รวมค่ากระดาษและอะไหล่สิ้นเปลือง
  5. กำหนดช่วงเวลาและปริมาณงานเดียวกันสำหรับเปรียบเทียบ
  6. คำนวณต้นทุนรวมและต้นทุนเฉลี่ยต่อหน้า
  7. ตรวจสอบประกันและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดหลังหมดประกัน

⑧ สรุป: คำนวณต้นทุนเครื่องพิมพ์อย่างไรให้เห็นภาพจริง?

ให้รวมราคาเครื่อง ค่าหมึกหรือโทนเนอร์ กระดาษ และอะไหล่ที่จำเป็นตามช่วงเวลาที่จะใช้งาน แล้วหารด้วยจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ การใช้ปริมาณงานและช่วงเวลาเดียวกันช่วยให้เปรียบเทียบรุ่นได้ยุติธรรมขึ้น

ComSiam แนะนำให้บันทึกตัวเลขของแต่ละรุ่นในตารางก่อนซื้อ วิธีนี้ช่วยให้เห็นต้นทุนที่ต้องจ่ายจริงและเลือกเครื่องให้เหมาะกับงบและปริมาณงาน

⑨ คำถามที่พบบ่อย

ต้นทุนเครื่องพิมพ์ควรคำนวณในช่วงเวลากี่ปี?

เลือกช่วงเวลาที่สอดคล้องกับแผนใช้งาน เช่น หนึ่งปีหรือจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ แล้วใช้ช่วงเดียวกันเปรียบเทียบทุกเครื่อง

ควรรวมค่ากระดาษด้วยไหม?

หากต้องการทราบค่าใช้จ่ายพิมพ์ทั้งหมด ควรรวมค่ากระดาษ แต่หากเปรียบเทียบเฉพาะต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์ ให้แยกตัวเลขไว้อย่างชัดเจน

เครื่องสีต้องคำนวณต้นทุนอย่างไร?

แยกงานสีและขาวดำ แล้วรวมราคาหมึกหรือโทนเนอร์ทุกสีที่เกี่ยวข้อง เพราะการใช้สีและขาวดำมีต้นทุนต่างกัน

ต้องรวมค่าอะไหล่ไว้ด้วยหรือไม่?

ควรรวมอะไหล่สิ้นเปลืองที่รุ่นนั้นต้องเปลี่ยนตามการใช้งาน เช่น ชุดดรัม หากแยกจากตลับโทนเนอร์

ราคาเครื่องถูกกว่าหมายถึงคุ้มกว่าไหม?

ไม่เสมอไป ควรดูต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง ปริมาณงาน และค่าใช้จ่ายตลอดช่วงที่วางแผนใช้ด้วย