Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

การเลือกเครื่องพิมพ์ให้เหมาะกับจำนวนหน้าต่อเดือน เริ่มจากประเมินปริมาณงานจริง แล้วเทียบกับช่วงปริมาณงานที่ผู้ผลิตแนะนำสำหรับเครื่องรุ่นนั้น หากพิมพ์น้อย อาจไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นสำหรับสำนักงานขนาดใหญ่ แต่ถ้าพิมพ์ต่อเนื่องหรือมีงานพุ่งเป็นช่วง ควรเลือกรุ่นที่รองรับงานได้เหมาะสม
อย่าใช้ตัวเลข “พิมพ์ได้สูงสุดต่อเดือน” เป็นเป้าหมายการใช้งานประจำโดยอัตโนมัติ เพราะอาจต่างจากปริมาณงานที่ผู้ผลิตแนะนำ ComSiam สรุปวิธีนับจำนวนหน้าและเลือกเครื่องให้พอดีกับการใช้งานไว้ให้แล้ว
ก่อนซื้อ ให้บันทึกจำนวนหน้าที่พิมพ์ในช่วงหนึ่งเดือน โดยแยกประเภทงาน เช่น
ถ้ายังไม่มีข้อมูล ให้ตรวจสอบประวัติการพิมพ์หรือจดจำนวนหน้าในแต่ละสัปดาห์ แล้วรวมเป็นยอดโดยประมาณต่อเดือน อย่าลืมนับทุกหน้าที่พิมพ์จริง ไม่ใช่จำนวนไฟล์ เพราะหนึ่งไฟล์อาจมีหลายหน้าและหลายชุด
ใช้แนวทางนี้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วตรวจสอบสเปกของรุ่นที่สนใจ:
| ลักษณะการพิมพ์ | สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ |
|---|---|
| พิมพ์เป็นครั้งคราวและครั้งละไม่กี่หน้า | ราคาเครื่อง ขนาด และต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์ |
| พิมพ์เป็นประจำตลอดเดือน | ปริมาณงานที่ผู้ผลิตแนะนำและต้นทุนต่อหน้า |
| พิมพ์หลายชุดหรือมีช่วงงานเร่ง | ความเร็วพิมพ์ ถาดกระดาษ และความสามารถรองรับงาน |
| พิมพ์สีจำนวนมาก | ต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์สีและปริมาณงานที่รองรับ |
| ใช้ร่วมกันหลายคน | การเชื่อมต่อเครือข่ายและความสะดวกในการจัดคิวงาน |
ไม่มีจำนวนหน้าตายตัวที่บอกว่าเครื่องทุกยี่ห้อควรใช้กับงานระดับใด ให้ดูข้อมูลของรุ่นนั้นประกอบกับปริมาณงานจริง
สเปกเครื่องพิมพ์อาจระบุตัวเลขการใช้งานมากกว่าหนึ่งแบบ ควรแยกความหมายก่อนนำมาเปรียบเทียบ
ให้เทียบปริมาณที่คุณพิมพ์จริงกับช่วงที่ผู้ผลิตแนะนำ และเผื่อช่วงที่มีงานเพิ่ม เช่น สิ้นเดือน ช่วงสอบ หรือช่วงจัดทำรายงาน
ประเภทเครื่องเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่ารองรับงานได้มากแค่ไหน ควรดูข้อมูลปริมาณงาน ความเร็ว และวัสดุสิ้นเปลืองของรุ่นที่สนใจด้วย
คำนวณค่าใช้จ่ายหมึกหรือโทนเนอร์จากปริมาณที่พิมพ์:
ต้นทุนวัสดุสิ้นเปลืองต่อเดือนโดยประมาณ = จำนวนหน้าต่อเดือน × ต้นทุนวัสดุสิ้นเปลืองต่อหน้า
จากนั้นรวมค่ากระดาษและอุปกรณ์สิ้นเปลืองอื่น หากเครื่องพิมพ์สี ให้แยกจำนวนหน้าสีและขาวดำ เพราะแต่ละแบบมีต้นทุนไม่เท่ากัน
เมื่อนำเครื่องหลายรุ่นมาเทียบ ให้ใช้จำนวนหน้าและช่วงเวลาประเมินเดียวกัน และตรวจสอบข้อมูลผลผลิตตามรหัสหมึกหรือโทนเนอร์ที่ตรงกับเครื่อง
ปริมาณเฉลี่ยต่อเดือนอาจไม่สะท้อนงานทั้งหมด หากมีบางเดือนที่ต้องพิมพ์มากเป็นพิเศษ ควรพิจารณาทั้งยอดเฉลี่ยและยอดสูงสุดที่เกิดขึ้นจริง
เช็กเพิ่มเติมว่า:
ให้เริ่มจากนับจำนวนหน้าที่พิมพ์จริงต่อเดือน แยกงานสีและขาวดำ แล้วเทียบกับช่วงปริมาณงานที่ผู้ผลิตแนะนำ หากพิมพ์เป็นครั้งคราว ให้พิจารณาราคาเครื่องและต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง หากพิมพ์ต่อเนื่อง ให้ดูปริมาณงาน ความเร็ว และความจุถาดกระดาษร่วมด้วย
ComSiam แนะนำให้เผื่องานในเดือนที่พิมพ์มากกว่าปกติ แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขสูงสุดของเครื่องแทนปริมาณงานประจำ การเทียบสเปกกับจำนวนหน้าจริงช่วยเลือกเครื่องที่ไม่เล็กหรือใหญ่เกินความจำเป็น
นับจำนวนกระดาษที่พิมพ์จริงทั้งหมด เช่น เอกสาร 10 หน้า จำนวน 3 ชุด ให้นับเป็น 30 หน้าที่พิมพ์
ใช้เป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ควรตรวจสอบปริมาณงานที่ผู้ผลิตแนะนำสำหรับการใช้งานประจำด้วย
ดูทั้งปริมาณเฉลี่ยและยอดงานสูงสุดที่เกิดขึ้นจริง แล้วตรวจสอบความเร็ว ความจุถาดกระดาษ และความสามารถรองรับงานของรุ่น
ไม่ควร ควรพิจารณาปริมาณงานที่แนะนำ ต้นทุนต่อหน้า ประเภทงาน ฟังก์ชัน และความจุถาดกระดาษร่วมกัน
ควรแยก เพราะต้นทุนและวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ต่างกัน โดยเฉพาะเครื่องพิมพ์สีที่ใช้หมึกหรือโทนเนอร์หลายสี