Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

ก่อนรับการเปลี่ยนแปลงจาก Claude Code ควรตรวจ Diff เพื่อดูว่าไฟล์ใดถูกแก้ และแต่ละส่วนเปลี่ยนไปอย่างไร ผู้ใช้ ComSiam ควรเทียบการแก้ไขกับโจทย์ที่สั่งไว้ พร้อมตรวจสถานะ Git เพื่อแยกงานเดิมที่มีอยู่แล้วออกจากงานรอบนี้
Diff คือมุมมองเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโค้ดเดิมกับโค้ดปัจจุบัน โดยทั่วไปจะแสดงบรรทัดที่เพิ่ม ลบ หรือแก้ไข ช่วยตรวจได้ว่า Claude Code:
Diff ช่วยให้มองเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าโค้ดถูกต้อง จึงควรตรวจร่วมกับการทดสอบและความเข้าใจของผู้พัฒนา
① ตรวจสถานะโปรเจกต์ก่อนเริ่ม
ก่อนมอบหมายงาน ให้รัน git status --short เพื่อดูว่ามีไฟล์ที่แก้ค้างอยู่หรือไม่ ข้อมูลนี้ช่วยป้องกันการเข้าใจผิดว่างานเดิมเป็นการเปลี่ยนแปลงจาก Claude Code
② เปิดดูรายการไฟล์ที่เปลี่ยน
หลัง Claude Code ทำงานเสร็จ ให้ตรวจรายการไฟล์ที่เปลี่ยนก่อน หากมีไฟล์ที่ไม่เกี่ยวกับโจทย์ ให้ถามเหตุผลก่อนรับการแก้ไข
③ ตรวจ Diff ทีละส่วน
เปิดหน้าต่าง Diff ใน Claude Code หรือใช้คำสั่ง git diff เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่ยังไม่ได้ Stage อ่านบริบทโดยรอบบรรทัดที่แก้ ไม่ดูเฉพาะบรรทัดที่เพิ่มหรือลบ
④ ตรวจไฟล์ที่ Stage แล้วแยกต่างหาก
ถ้ามีการ Stage ไฟล์ไว้แล้ว ใช้ git diff --staged เพื่อตรวจสิ่งที่จะถูกนำเข้า Commit การตรวจเฉพาะ git diff อาจไม่ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ใน Staging Area
⑤ พิจารณาไฟล์ใหม่และไฟล์ที่ถูกลบ
ไฟล์ที่ยังไม่ถูกติดตามอาจไม่ปรากฏในผล git diff ตามปกติ จึงควรตรวจ git status --short เพิ่ม เพื่อดูไฟล์ใหม่ ไฟล์ที่ถูกลบ และสถานะของไฟล์ทั้งหมด
⑥ รันทดสอบและตรวจผลก่อน Commit
หลังอ่าน Diff แล้ว ให้รันทดสอบที่เกี่ยวข้อง ตรวจว่าผลผ่านตามเกณฑ์ และยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้ตั้งใจ ก่อนตัดสินใจ Commit หรือส่งขึ้น Repository
ผู้ใช้ ComSiam สามารถถาม Claude Code เพิ่มได้ว่า “สรุป Diff โดยแยกตามไฟล์ อธิบายเหตุผลของแต่ละการเปลี่ยนแปลง และระบุจุดที่อาจกระทบส่วนอื่น” แต่ควรตรวจโค้ดจริงประกอบ ไม่อาศัยคำสรุปเพียงอย่างเดียว
ช่วยสรุปการเปลี่ยนแปลงใน Diff ปัจจุบัน แยกตามไฟล์
สำหรับแต่ละไฟล์ ให้อธิบายว่าเปลี่ยนอะไร ทำไปเพื่ออะไร และอาจกระทบส่วนใด
ระบุไฟล์ที่เปลี่ยนแต่ไม่เกี่ยวกับโจทย์ [สรุปโจทย์] ด้วย
อย่าแก้ไขไฟล์เพิ่มเติมระหว่างการตรวจ และอย่าสรุปว่าการทดสอบผ่าน หากยังไม่ได้รันจริง
อย่ารีบสั่งให้ย้อนทั้งหมด หากมีงานเดิมหรือการแก้ไขจากแหล่งอื่นอยู่ในโปรเจกต์ ให้ระบุไฟล์หรือส่วนที่ต้องการให้แก้กลับอย่างชัดเจน และตรวจ Diff ซ้ำหลังปรับ หากไม่แน่ใจว่าไฟล์ใดเป็นงานเดิม ให้เก็บสำเนาหรือใช้ Git ตรวจประวัติและสถานะก่อนดำเนินการ
ตรวจ Diff โดยเริ่มจากสถานะ Git ดูรายการไฟล์ อ่านโค้ดที่เปลี่ยนทั้งส่วนที่ยังไม่ Stage และส่วนที่ Stage แล้ว จากนั้นตรวจไฟล์ใหม่และรันทดสอบตามความเหมาะสม การตรวจอย่างเป็นขั้นตอนช่วยให้เห็นขอบเขตของงานก่อนรับโค้ด แต่ยังควรใช้วิจารณญาณและทดสอบระบบก่อนนำไปใช้งานจริง