บอก Claude ให้ชัดว่าอะไรควรทำและห้ามทำ ด้วย Prompt แบบไหน

หากต้องการให้ Claude AI ทำงานตามเงื่อนไข ควรระบุทั้งสิ่งที่ต้องทำและสิ่งที่ห้ามทำให้ชัดเจน การบอกเฉพาะข้อห้ามอาจยังไม่บอกว่าผลลัพธ์ที่ต้องการควรเป็นแบบไหน ส่วนการกำหนดทั้งสองด้านช่วยให้ Claude เข้าใจขอบเขตและเป้าหมายได้ดีขึ้น

บทความนี้แนะนำวิธีเขียน Prompt ที่แยกคำสั่ง ข้อจำกัด และกรณีที่ข้อมูลไม่พอ พร้อมตัวอย่างพร้อมใช้

แยกคำสั่งออกเป็น “ต้องทำ” และ “ห้ามทำ”

ใช้หัวข้อแยกเพื่อให้เงื่อนไขอ่านง่าย เช่น

  • ต้องทำ: งานที่ต้องการให้ Claude ทำ
  • ต้องมี: เนื้อหาหรือข้อมูลที่ห้ามตกหล่น
  • ห้ามทำ: สิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น
  • เมื่อข้อมูลไม่พอ: ให้ถามกลับหรือแจ้งข้อมูลที่ขาด
  • รูปแบบคำตอบ: กำหนดวิธีนำเสนอผลลัพธ์

การแยกส่วนช่วยให้ตรวจได้ว่า Claude ทำตามคำสั่งแต่ละข้อหรือไม่

สูตร Prompt สำหรับระบุสิ่งที่ควรทำและห้ามทำ

งาน: [ระบุสิ่งที่ต้องการให้ทำ]
ต้องทำ: [รายการข้อกำหนด]
ต้องมี: [เนื้อหาที่ห้ามตกหล่น]
ห้ามทำ: [สิ่งที่ไม่ต้องการ]
รูปแบบคำตอบ: [รายการ/ตาราง/ขั้นตอน/ย่อหน้า]
หากข้อมูลไม่พอ: [ถามกลับ/แจ้งส่วนที่ขาด/หยุดก่อนทำ]

ข้อมูลสำหรับงานนี้: [วางรายละเอียด]

ตัวอย่าง: สั่งให้ปรับข้อความ

งาน: ปรับข้อความให้เหมาะสำหรับส่งอีเมลถึงลูกค้า
ต้องทำ: ใช้ภาษาสุภาพ กระชับ และแจ้งขั้นตอนถัดไปให้ชัด
ต้องคงไว้: ความหมาย ราคา และวันที่เดิม
ห้ามทำ: เพิ่มคำสัญญา เปลี่ยนเงื่อนไข หรือเพิ่มข้อมูลที่ไม่ได้ให้
รูปแบบ: แสดงฉบับปรับแล้วและสรุปจุดที่เปลี่ยน

ข้อความ: [วางข้อความ]

เขียนข้อห้ามให้ปฏิบัติตามได้จริง

ข้อห้ามที่กว้างเกินไป เช่น “อย่าทำให้ผิด” ไม่บอกว่าอะไรถือว่าผิด ควรเปลี่ยนเป็นข้อกำหนดที่ตรวจสอบได้ เช่น:

  • ห้ามเพิ่มตัวเลขที่ไม่มีในข้อมูล
  • ห้ามเปลี่ยนชื่อรุ่นหรือวันที่
  • ห้ามนำข้อมูลจากเอกสารตัวอย่างมาใช้กับงานใหม่
  • ห้ามเขียนเกิน 500 คำ
  • ห้ามแก้ส่วนอื่นนอกเหนือจากย่อหน้าที่ระบุ

หากข้อห้ามมีข้อยกเว้น ให้บอกไว้ด้วย เช่น “คงศัพท์เทคนิคภาษาอังกฤษไว้ แต่สามารถอธิบายความหมายเป็นภาษาไทยได้”

ระบุลำดับความสำคัญเมื่อเงื่อนไขมีหลายข้อ

บางครั้งคำสั่งอาจขัดกัน เช่น ต้องการรายละเอียดครบแต่จำกัดจำนวนคำมาก ให้บอกว่าข้อใดสำคัญกว่า:

หากความครบถ้วนขัดกับข้อจำกัดความยาว ให้คงประเด็นที่จำเป็นต่อการทำงานไว้ก่อน แล้วแจ้งส่วนที่ต้องตัดหรือข้อมูลที่ยังขาด

หรือ:

ให้ความถูกต้องของข้อมูลสำคัญกว่าความกระชับ หากต้องเลือกระหว่างสองอย่างนี้

การจัดลำดับช่วยลดโอกาสที่ Claude จะเลือกเองโดยไม่รู้ว่าคุณให้ความสำคัญกับอะไร

ใช้กับเอกสารและข้อมูลต้นฉบับ

เมื่อต้องให้ Claude ทำงานจากเอกสาร ให้กำหนดขอบเขตการใช้ข้อมูล เช่น:

ใช้เฉพาะข้อมูลในเอกสารที่แนบ
ห้ามเติมความรู้ทั่วไปหรือข้อมูลจากแหล่งอื่น
หากไม่พบคำตอบ ให้ระบุว่า “เอกสารไม่มีข้อมูล”
ยกข้อความหรือหัวข้อที่ใช้สนับสนุนคำตอบเมื่อทำได้

คำสั่งนี้ช่วยแยกข้อมูลในเอกสารจากข้อสันนิษฐาน และทำให้ตรวจคำตอบย้อนกลับได้ง่ายขึ้น

ตรวจว่าทำตามข้อกำหนดครบหรือไม่

หลัง Claude ส่งคำตอบแล้ว ให้ใช้เช็กลิสต์ตรวจซ้ำได้:

ตรวจคำตอบตามรายการ “ต้องทำ” “ต้องมี” และ “ห้ามทำ” ข้างต้น
แสดงสถานะผ่าน/ไม่ผ่าน พร้อมข้อความที่พบ
อย่าแก้คำตอบจนกว่าจะสรุปผลการตรวจ

ComSiam แนะนำให้ใช้คำสั่งที่วัดผลได้ เช่น จำนวนข้อ ความยาว หรือข้อมูลที่ต้องคงไว้ แทนข้อกำหนดกว้าง ๆ อย่าง “ทำให้ดี” หรือ “อย่าให้ผิด”

สรุป

การบอก Claude ว่าอะไรควรทำและห้ามทำ ควรแยกเป็นหัวข้อ ระบุสิ่งที่ต้องมี ข้อห้าม รูปแบบ และวิธีจัดการเมื่อข้อมูลไม่พอ หากมีเงื่อนไขที่อาจขัดกัน ให้กำหนดลำดับความสำคัญไว้ก่อน แล้วตรวจคำตอบกับรายการเดิม

คำถามที่พบบ่อย

ควรเขียนข้อห้ามทั้งหมดใน Prompt ไหม

ใส่เฉพาะข้อห้ามที่มีผลต่อคุณภาพหรือความถูกต้องของงาน หากมีมากเกินไปและไม่เกี่ยวกัน อาจทำให้ Prompt ยาวและสับสน

ถ้าคำสั่ง “ต้องทำ” กับ “ห้ามทำ” ขัดกันควรทำอย่างไร

จัดลำดับความสำคัญหรือแก้ให้ไม่ขัดกัน เช่น ระบุว่าควรคงข้อมูลใดไว้ และยอมให้เปลี่ยนส่วนใดได้

การเขียนข้อห้ามช่วยป้องกัน Claude แต่งข้อมูลได้หรือไม่

ช่วยกำหนดวิธีตอบเมื่อข้อมูลไม่พอ แต่ไม่รับประกันว่าจะไม่มีข้อผิดพลาด ควรให้ใช้ข้อมูลจากแหล่งที่ระบุและตรวจคำตอบกับต้นฉบับ

ควรให้ Claude ตรวจข้อกำหนดก่อนหรือหลังทำงาน

ทำได้ทั้งสองแบบ หากงานมีเงื่อนไขมาก ให้ขอให้สรุปสิ่งที่เข้าใจก่อนเริ่ม แล้วตรวจคำตอบเทียบกับข้อกำหนดหลังทำเสร็จ


บทความถัดไป: ป้อนข้อมูลจำนวนมากให้ Claude อย่างไร ไม่ให้สับสนหรือหลุดโจทย์