Perplexity Enterprise คืออะไร

Perplexity Enterprise คืออะไร ราคาเท่าไหร่ และแตกต่างจาก Perplexity Pro หรือ Max สำหรับผู้ใช้ทั่วไปอย่างไร? Perplexity Enterprise เป็นบริการ AI สำหรับบริษัทและองค์กรที่ต้องการใช้ระบบค้นหาข้อมูล วิเคราะห์เอกสาร สร้างรายงาน และทำงานร่วมกัน โดยมีความสามารถด้านการบริหารสมาชิก ความปลอดภัย และการควบคุมข้อมูลเพิ่มเติมจากบัญชีส่วนบุคคล

จุดเด่นของ Perplexity Enterprise ไม่ใช่เพียงการใช้ AI Search ที่ค้นข้อมูลจากเว็บไซต์พร้อม Sources และ Citations แต่ยังช่วยค้นหาความรู้ภายในองค์กรผ่าน Projects และ Connectors รวมถึงใช้ Perplexity Computer เพื่อดำเนินงานหลายขั้นตอน เช่น วิเคราะห์ข้อมูล สร้างเอกสาร จัดทำ Dashboard และประสานงานกับเครื่องมือที่รองรับ

สำหรับองค์กรที่ต้องการควบคุมความปลอดภัย Perplexity มีความสามารถอย่าง Single Sign-On (SSO), SCIM, Role-Based Access Control (RBAC), Admin Controls, Audit Logs และ Data Retention ตามสิทธิ์และเงื่อนไขการให้บริการ

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์บางประเภทไม่ได้รวมอยู่ในทุกแพ็กเกจ การสมัคร Enterprise Pro ไม่ได้หมายความว่าองค์กรสามารถใช้ฟีเจอร์ทุกอย่างได้ไม่จำกัด และการสมัคร Enterprise Max ก็ยังต้องตรวจเครดิต โควตา และสิทธิ์ของระบบที่เชื่อมต่อ

บทความนี้ ComSiam จะอธิบาย Perplexity Enterprise คืออะไร วิธีใช้งาน ราคา Enterprise Pro และ Enterprise Max การคิดค่าบริการต่อ Seat รวมถึงการตั้งค่าความปลอดภัยและบริหารสมาชิก ครอบคลุม Search, Research, Computer, Spaces, Projects, Internal Knowledge, Connectors, SSO, SCIM, RBAC, SOC 2, Privacy และการเริ่มใช้งานในองค์กร พร้อมตารางเปรียบเทียบ Workflow, Checklist, FAQ และ Prompt ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ

① Perplexity Enterprise คืออะไร

Perplexity Enterprise เป็นแพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กรที่ต้องการค้นคว้าและจัดการงานบนพื้นฐานของข้อมูลสาธารณะและข้อมูลภายในที่ได้รับอนุญาต

ความสามารถหลัก

① ค้นข้อมูลจากเว็บไซต์

② สร้างคำตอบพร้อม Citations

③ ค้นเอกสารภายในองค์กร

④ วิเคราะห์ไฟล์

⑤ จัดทำรายงานด้วย Research

⑥ ใช้ Computer ทำงานหลายขั้นตอน

⑦ สร้าง Projects สำหรับทีม

⑧ เชื่อมต่อแอปและแหล่งข้อมูล

⑨ จัดการสมาชิกเป็น Seat

⑩ กำหนดสิทธิ์การเข้าถึง

⑪ ใช้ระบบยืนยันตัวตนองค์กร

⑫ ตรวจสอบการใช้งานและควบคุมค่าใช้จ่าย

Perplexity Enterprise เหมาะกับใคร

  • บริษัทที่มีเอกสารจำนวนมาก
  • ทีมการตลาด
  • ฝ่ายขาย
  • ฝ่ายบริการลูกค้า
  • ฝ่าย IT
  • นักวิเคราะห์ข้อมูล
  • ฝ่ายกฎหมายและกำกับดูแล
  • ผู้บริหาร
  • องค์กรที่มีหลายแผนกหรือหลายสาขา

ข้อสำคัญ

Enterprise ไม่ใช่เพียงบัญชี Pro หลายบัญชีที่ซื้อรวมกัน เพราะมีการบริหารสิทธิ์และนโยบายระดับองค์กรเพิ่มเติม

② Enterprise Pro กับ Enterprise Max ต่างกันอย่างไร

Perplexity Enterprise มีสองระดับหลัก ได้แก่ Enterprise Pro และ Enterprise Max

Enterprise Pro

เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ AI Search, Research, Computer และเครื่องมือทำงานร่วมกันภายใต้ระบบบริหารสมาชิก

Enterprise Max

เหมาะสำหรับองค์กรหรือพนักงานที่ใช้งาน AI ขั้นสูงจำนวนมาก ต้องการโควตา Research และ Computer สูงกว่า รวมถึงฟีเจอร์ความปลอดภัยและการกำกับดูแลเพิ่มเติม

ตารางเปรียบเทียบ

รายการEnterprise ProEnterprise Max
AI Searchรองรับรองรับ
Pro Search400 ครั้ง/สัปดาห์4,000 ครั้ง/สัปดาห์
Research50 ครั้ง/เดือน500 ครั้ง/เดือน
Computer Credits500/เดือน/Seat15,000/เดือน/Seat
Browser Agent Queries80 ครั้ง/เดือน800 ครั้ง/เดือน
File/App Creation50 ครั้ง/เดือน500 ครั้ง/เดือน
Projectsรองรับรองรับ
Internal Knowledgeรองรับรองรับ
Seat Managementรองรับรองรับ
Enterprise Privacyรองรับรองรับ
ความสามารถขั้นสูงระดับองค์กรสูงขึ้นตามแพ็กเกจ

ตัวเลขเป็นข้อมูลจากคู่มือและหน้า Pricing ที่ตรวจสอบในเดือนตุลาคม 2026 และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายบริการ

③ Perplexity Enterprise ราคาเท่าไหร่

คู่มือ Enterprise Pricing and Billing ซึ่งปรับปรุงวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 ระบุราคาต่อ Seat ดังนี้

แพ็กเกจจ่ายรายเดือนจ่ายรายปี
Enterprise ProUS$40/Seat/เดือนUS$400/Seat/ปี
Enterprise MaxUS$325/Seat/เดือนUS$3,250/Seat/ปี

ราคาเฉลี่ยเมื่อจ่ายรายปี

Enterprise Pro เฉลี่ยประมาณ US$33.33 ต่อเดือนต่อ Seat

Enterprise Max เฉลี่ยประมาณ US$270.83 ต่อเดือนต่อ Seat

หน้า Pricing อาจปัดเศษแสดงเป็น US$34 และ US$271 ต่อเดือนตามลำดับ

สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่มเติม

① ภาษี

② สกุลเงินที่เรียกเก็บ

③ จำนวนสมาชิก

④ รอบ Billing

⑤ เงื่อนไขสัญญา

⑥ เครดิตและการใช้งานเพิ่มเติม

⑦ ส่วนลดตามสิทธิ์

⑧ ใบเสนอราคาจริง

ราคา Enterprise เป็นเงินบาทเท่าไหร่

จำนวนเงินบาทขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมในวันที่ชำระเงิน

หากองค์กรต้องใช้งบประมาณเป็นเงินบาท ควรคำนวณจากอัตราที่ใช้จริงพร้อมเผื่อภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น

④ Seat คืออะไร และคิดค่าบริการอย่างไร

Seat หมายถึงสิทธิ์ใช้งานที่จัดสรรให้สมาชิกแต่ละคนในองค์กร

ตัวอย่าง

บริษัทมีสมาชิกที่ต้องการใช้ AI จำนวน 10 คน

องค์กรอาจจัดสรรดังนี้

  • Enterprise Pro 8 Seats
  • Enterprise Max 2 Seats

ตัวอย่างคำนวณรายเดือน

รายการจำนวนราคาต่อ Seatรวม
Enterprise Pro8US$40US$320
Enterprise Max2US$325US$650
รวม10US$970/เดือน

ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างคำนวณจากราคามาตรฐาน ยังไม่รวมภาษีหรือเงื่อนไขเพิ่มเติม

สามารถผสม Pro กับ Max ได้ไหม

ได้

Perplexity ระบุว่าสามารถให้สมาชิก Enterprise Pro และ Enterprise Max อยู่ร่วมกันในองค์กรเดียวกันได้

ใครควรได้ Max

ควรให้สมาชิกที่ใช้งาน Research, Computer และเครื่องมือขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนใช้ Max

⑤ การเพิ่มหรือลบ Seats กระทบค่าใช้จ่ายอย่างไร

คู่มือ Billing ระบุว่าการเพิ่มสมาชิกระหว่างรอบอาจมีการคิดค่าใช้จ่ายตามสัดส่วนเวลา หรือ Proration

การเพิ่มสมาชิก

เมื่อเพิ่ม Seat ระบบอาจคำนวณค่าบริการตามช่วงเวลาที่เหลือของรอบ Billing

การลบสมาชิก

อาจเกิดเครดิตตามสัดส่วนเพื่อนำไปหักในรอบต่ออายุ ตามเงื่อนไขการสมัคร

ข้อจำกัดช่วงเริ่มต้น

คู่มือระบุข้อผูกพัน Seat ในช่วง 30 วันแรกของการสมัคร ดังนั้นการลด Seat ช่วงแรกอาจยังไม่ปรากฏผลทาง Billing ทันที

ตารางตรวจค่าใช้จ่าย

เหตุการณ์สิ่งที่ควรตรวจ
เพิ่มสมาชิกProrated Charge
ลบสมาชิกProrated Credit
Pro เป็น Maxค่าอัปเกรดและเครดิตเดิม
Max เป็น Proเงื่อนไขลดระดับ
เปลี่ยนรายเดือนเป็นรายปีรอบ Billing
ยกเลิกสมาชิกวันที่และเงื่อนไขสิ้นสุด

ผู้ดูแลควรตรวจใบแจ้งหนี้และยอด Seat ก่อนชำระเงินทุกครั้ง

⑥ Enterprise ต่างจาก Pro และ Max ส่วนตัวอย่างไร

บัญชีส่วนบุคคลเน้นความสะดวกของผู้ใช้งานคนเดียว

Enterprise เพิ่มระบบกำกับดูแลและการทำงานร่วมกัน

ตารางเปรียบเทียบ

รายการPro ส่วนตัวMax ส่วนตัวEnterprise
ค้นข้อมูลจากเว็บรองรับรองรับรองรับ
โมเดลขั้นสูงรองรับสิทธิ์สูงขึ้นตาม Tier
Researchรองรับสูงกว่า Proโควตาองค์กร
Computerตามสิทธิ์เครดิตสูงขึ้นเครดิตต่อ Seat
บริหารสมาชิกไม่ใช่จุดเน้นไม่ใช่จุดเน้นรองรับ
SSOไม่ใช่สิทธิ์หลักไม่ใช่สิทธิ์หลักรองรับตามเงื่อนไข
SCIMไม่ใช่สิทธิ์หลักไม่ใช่สิทธิ์หลักตาม Tier/สัญญา
Audit Logsไม่ใช่สิทธิ์หลักไม่ใช่สิทธิ์หลักตาม Tier/สัญญา
Data Retention Controlsจำกัดจำกัดตาม Tier/สัญญา
นโยบายไม่ใช้ข้อมูลฝึก AIตรวจ Settings และนโยบายตรวจ Settings และนโยบายPerplexity ยืนยันสำหรับ Enterprise

เลือกอะไรดี

หากมีผู้ใช้เพียงคนเดียวและไม่ได้จัดการข้อมูลบริษัท Pro หรือ Max ส่วนตัวอาจเพียงพอ

หากต้องดูแลสมาชิกหลายคนและควบคุมข้อมูลภายใน ควรประเมิน Enterprise

⑦ Enterprise Search ทำอะไรได้บ้าง

Perplexity Search สำหรับองค์กรช่วยค้นข้อมูลจากแหล่งที่ได้รับอนุญาตและสร้างคำตอบพร้อม Citations

ตัวอย่างการใช้งาน

  • ค้นข้อมูลเทคโนโลยี
  • ตรวจแนวโน้มตลาด
  • เปรียบเทียบคู่แข่ง
  • ค้นเอกสารผลิตภัณฑ์
  • เตรียมรายงาน
  • ค้นนโยบายและคู่มือ

Search ภายนอกกับภายในต่างกันอย่างไร

External Search

ค้นข้อมูลจากเว็บไซต์และแหล่งภายนอก

Internal Knowledge Search

ค้นข้อมูลจากไฟล์และระบบภายในที่เชื่อมต่อและมีสิทธิ์เข้าถึง

ข้อควรระวัง

คำตอบจาก AI ยังอาจผิดพลาดหรือล้าสมัย จึงควรตรวจ Citations และเอกสารต้นฉบับ

⑧ Pro Search และ Research ใน Enterprise

Pro Search เหมาะกับคำถามที่ต้องวิเคราะห์ข้อมูลหลายแหล่ง

Research เหมาะกับการค้นคว้าเชิงลึกหลายขั้นตอน

ตัวอย่าง

Pro Search

“เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของระบบ Cloud Backup สำหรับธุรกิจ SME”

Research

“จัดทำรายงานเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มตลาด Cloud Backup ในประเทศไทย พร้อมโอกาสและความเสี่ยง”

ตารางโควตา

รายการEnterprise ProEnterprise Max
Pro Search400/สัปดาห์4,000/สัปดาห์
Research50/เดือน500/เดือน

ข้อสำคัญ

โควตารายสัปดาห์และรายเดือนไม่ควรถูกตีความว่าต้องรีเซ็ตเวลาเที่ยงคืนตามเวลาประเทศไทยเสมอไป

ให้ตรวจข้อความข้อจำกัดและเวลาที่บัญชีแสดงจริง

⑨ Perplexity Computer สำหรับองค์กรคืออะไร

Perplexity Computer เป็นระบบ AI Agent ที่ช่วยดำเนินงานหลายขั้นตอน ตั้งแต่ค้นข้อมูล วิเคราะห์ จัดทำรายงาน เขียนโค้ด ไปจนถึงสร้างไฟล์หรือแอป

ตัวอย่างงาน

① วิเคราะห์คู่แข่ง

② สร้างรายงานผู้บริหาร

③ วิเคราะห์ Spreadsheet

④ สร้าง Presentation

⑤ สร้าง Dashboard

⑥ สร้างแอปต้นแบบ

⑦ สรุปข้อมูลจากบริการที่เชื่อมต่อ

⑧ จัดทำ Workflow ต่อเนื่อง

Computer Credits

ตามหน้า Pricing ปัจจุบัน

แพ็กเกจCredits ต่อเดือนต่อ Seat
Enterprise Pro500
Enterprise Max15,000

Credits คืออะไร

เป็นหน่วยที่ใช้วัดการทำงานของ Computer ตามเงื่อนไขการให้บริการ

งานที่ซับซ้อนอาจใช้เครดิตมากกว่างานง่าย

การควบคุมการใช้เครดิต

ควรกำหนดขอบเขตงาน ตรวจ Usage และใช้มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายที่บัญชีองค์กรรองรับ

⑩ Spaces และ Projects ช่วยงานองค์กรอย่างไร

Spaces และ Projects ช่วยจัดงานและบริบทตามหัวข้อหรือโครงการ

ตัวอย่างโครงสร้าง

Marketing Project

เก็บการวิจัยตลาดและคู่แข่ง

Sales Project

เก็บข้อมูลสินค้าและข้อเสนอขาย

Support Project

เก็บคู่มือและคำถามที่พบบ่อย

IT Project

เก็บ Runbooks และคู่มือระบบ

Management Project

เก็บรายงานและข้อมูลกลยุทธ์

ขั้นตอนสร้างพื้นที่งาน

① กำหนดเจ้าของโครงการ

② ตั้งชื่อ

③ ระบุวัตถุประสงค์

④ เพิ่มสมาชิก

⑤ ตั้งค่าการแชร์

⑥ กำหนด Sources

⑦ เพิ่มไฟล์ที่ได้รับอนุญาต

⑧ ตรวจสิทธิ์

⑨ ทดลองค้นข้อมูล

⑩ ทบทวนข้อมูลเป็นระยะ

สิ่งที่ต้องระวัง

Spaces และ Projects อาจมีรูปแบบสิทธิ์แตกต่างกันตามฟีเจอร์

ไม่ควรสรุปว่าทุกคนในองค์กรเห็นทุก Thread หรือทุกไฟล์โดยอัตโนมัติ

⑪ Organization File Repository แบบเดิมยังใช้งานได้หรือไม่

มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในปี 2026

Perplexity ระบุว่า Organization File Repository แบบเดิมถูกยุติวันที่ 1 ตุลาคม 2026 และไม่ใช่สิทธิ์ใหม่สำหรับลูกค้า Enterprise

หมายความว่าอย่างไร

ไม่ควรวางแผนเริ่มโครงการใหม่โดยอาศัย Organization File Repository รุ่นเก่าที่ถูกยุติแล้ว

ควรใช้อะไรแทน

พิจารณาความสามารถที่ยังรองรับ เช่น

  • My Files
  • Projects
  • File Connectors
  • แหล่งข้อมูลที่องค์กรเชื่อมต่อ
  • ฟีเจอร์จัดการเอกสารตามแพ็กเกจปัจจุบัน

ข้อควรตรวจ

① ระบบใดเป็นแหล่งเก็บข้อมูลหลัก

② มีการสำรองไฟล์หรือไม่

③ สมาชิกมีสิทธิ์เข้าถึงอะไร

④ ระบบรองรับไฟล์ประเภทใด

⑤ มีข้อจำกัดจำนวนไฟล์หรือไม่

⑥ มีการจัดการเวอร์ชันเอกสารอย่างไร

องค์กรที่เคยใช้ระบบเดิมควรตรวจว่าได้ย้ายข้อมูลสำคัญตามประกาศการยุติบริการแล้วหรือไม่

⑫ Internal Knowledge Search คืออะไร

Internal Knowledge Search คือการค้นข้อมูลจากแหล่งความรู้ภายในองค์กรที่ผู้ใช้ได้รับอนุญาต

ตัวอย่างเอกสาร

  • คู่มือพนักงาน
  • คู่มือสินค้า
  • FAQ
  • รายงานโครงการ
  • นโยบายบริษัท
  • เอกสารเทคนิค
  • เอกสารฝ่ายการตลาด
  • รายงานภายใน

ตัวอย่างคำถาม

“ขั้นตอนการส่งมอบงานติดตั้งระบบเครือข่ายตามคู่มือบริษัทมีอะไรบ้าง”

ระบบสามารถช่วยค้นและสรุปเอกสารที่เชื่อมต่อและได้รับอนุญาตได้

ทำไมต้องตรวจเอกสารต้นฉบับ

หากเอกสารเก่า ไม่ครบ หรือมีข้อผิดพลาด AI อาจสร้างคำตอบที่ผิดตามไปด้วย

องค์กรจึงควรมี Document Owner และรอบทบทวนเอกสาร

⑬ Connectors คืออะไร

Connectors คือระบบเชื่อมต่อ Perplexity กับบริการอื่นที่รองรับ

ตัวอย่างประเภทบริการ

  • Cloud Storage
  • Email
  • Calendar
  • Team Collaboration
  • CRM
  • Project Management
  • Business Data
  • Document Systems

ตัวอย่างการใช้งาน

ฝ่ายขายอาจค้นข้อมูลจากเอกสารผลิตภัณฑ์

ฝ่ายบริหารอาจรวบรวมข้อมูลจากรายงานหลายแหล่ง

ฝ่าย IT อาจค้นคู่มือระบบที่ได้รับอนุญาต

ข้อสำคัญ

Connector ไม่ได้ให้สิทธิ์เข้าถึงทุกไฟล์โดยอัตโนมัติ

สิทธิ์ต้องสัมพันธ์กับบัญชี ระบบต้นทาง และนโยบายองค์กร

⑭ วิธีเชื่อมข้อมูลภายในอย่างปลอดภัย

ขั้นตอน

① กำหนดวัตถุประสงค์

② ระบุแหล่งข้อมูล

③ ตรวจประเภทข้อมูล

④ ตรวจเจ้าของข้อมูล

⑤ ตรวจสิทธิ์บัญชี

⑥ เลือก Connector ที่รองรับ

⑦ ตรวจ Permission Scope

⑧ เชื่อมต่อด้วยบัญชีที่ได้รับอนุญาต

⑨ ทดสอบกับข้อมูลทั่วไป

⑩ ตรวจผลการค้นหา

หลัก Least Privilege

ให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น

หากต้องการเพียงอ่านเอกสาร ไม่ควรให้สิทธิ์แก้ไขหรือลบข้อมูลโดยไม่มีเหตุผล

ข้อควรระวัง

หากยกเลิกสิทธิ์ในระบบต้นทาง ต้องตรวจว่า Connector และ Sessions ที่เกี่ยวข้องได้รับการปรับตามนโยบายจริง

⑮ SSO คืออะไร

Single Sign-On หรือ SSO คือระบบให้พนักงานเข้าสู่บริการต่าง ๆ ผ่านระบบยืนยันตัวตนขององค์กร

ประโยชน์

① ลดบัญชีแยกหลายระบบ

② จัดการสิทธิ์จากส่วนกลาง

③ สนับสนุนการยืนยันตัวตนตามนโยบาย

④ ลดภาระผู้ดูแลระบบ

⑤ ช่วยจัดการบัญชีเมื่อพนักงานออก

ตัวอย่าง

พนักงานเข้าสู่ระบบ Identity Provider ของบริษัท แล้วได้รับสิทธิ์เข้า Perplexity Enterprise ตามการตั้งค่า

SSO ปลอดภัย 100% หรือไม่

ไม่ใช่

ยังต้องใช้มาตรการอย่าง MFA, การควบคุม Sessions และการจัดการสิทธิ์ของแอปตามความเหมาะสม

⑯ SCIM คืออะไร และต่างจาก SSO อย่างไร

SCIM คือมาตรฐานสำหรับจัดการข้อมูลสมาชิกและกลุ่มผ่านระบบ Identity Management

ตารางเปรียบเทียบ

รายการSSOSCIM
วัตถุประสงค์ยืนยันตัวตนจัดการสมาชิก
เข้าสู่ระบบจุดเน้นหลักไม่ใช่จุดเน้น
เพิ่มพนักงานไม่ใช่หน้าที่หลักรองรับ
ปรับข้อมูลสมาชิกจำกัดรองรับ
ปิดบัญชีผู้ใช้ทำงานร่วมระบบตัวตนรองรับ Provisioning
จัดการกลุ่มตามระบบรองรับ Group Provisioning

ตัวอย่าง

เมื่อมีพนักงานใหม่ ระบบ Identity Management อาจจัดสมาชิกและกลุ่มให้ Perplexity ตามนโยบายที่กำหนด

เมื่อพนักงานออก ควรดำเนิน Offboarding รวมถึงการถอนสิทธิ์จากระบบต้นทาง

สิทธิ์ SCIM

คู่มือล่าสุดระบุว่าองค์กรที่มี Enterprise Max อย่างน้อยหนึ่ง Seat สามารถได้รับสิทธิ์ SCIM ระดับองค์กรตามเงื่อนไขที่กำหนด

สำหรับ Custom Roles หรือการเชื่อม SCIM Groups บางรูปแบบ อาจมีเงื่อนไขด้านสัญญาเพิ่มเติม

⑰ RBAC คืออะไร

Role-Based Access Control หรือ RBAC เป็นแนวทางกำหนดสิทธิ์ตามบทบาทของผู้ใช้

ตัวอย่าง Roles

  • Organization Owner
  • Admin
  • Project Manager
  • Collaborator
  • Viewer
  • Billing Manager

ชื่อ Roles ที่ระบบแสดงจริงอาจแตกต่างตามสิทธิ์และการตั้งค่า

หลักสำคัญ

พนักงานแต่ละคนควรได้รับสิทธิ์ที่จำเป็นต่อหน้าที่เท่านั้น

ตัวอย่าง

ทีม Marketing ไม่จำเป็นต้องมีสิทธิ์อ่านข้อมูลเงินเดือน

ทีม Sales ไม่จำเป็นต้องมีสิทธิ์เปลี่ยนระบบ SSO

Viewer ไม่ควรมีสิทธิ์ลบข้อมูลสำคัญ

⑱ ตาราง Role และ Access Matrix

ตารางนี้เป็นตัวอย่างนโยบายสำหรับองค์กร ไม่ใช่การยืนยันว่า Perplexity มีทุก Permission แยกละเอียดตามตารางโดยอัตโนมัติ

Roleอ่านข้อมูลสร้างงานแชร์ภายนอกจัดการสมาชิกBilling
Organization Ownerตามสิทธิ์ได้ตามนโยบายได้ตามสิทธิ์
IT Adminตามหน้าที่ได้จำกัดได้ตามมอบหมาย
Project Managerเฉพาะโครงการได้ต้องอนุมัติสมาชิกโครงการตามสิทธิ์ไม่จำเป็น
Collaboratorเฉพาะที่อนุญาตได้จำกัดไม่จำเป็นไม่ได้
Viewerเฉพาะที่อนุญาตจำกัดจำกัดไม่ได้ไม่ได้
Finance Managerข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามหน้าที่จำกัดตามมอบหมายได้ตามสิทธิ์

วิธีนำไปใช้

① กำหนดหน้าที่

② ระบุข้อมูลจำเป็น

③ ตรวจสิทธิ์ที่ระบบรองรับ

④ กำหนดผู้อนุมัติ

⑤ ทดสอบสิทธิ์จริง

⑥ ทบทวนเมื่อมีการเปลี่ยนบุคลากร

⑲ Admin Controls มีอะไรบ้าง

Admin Controls ช่วยให้ผู้ดูแลระบบกำหนดนโยบายและจัดการสมาชิกองค์กร

ตัวอย่างความสามารถ

  • จัดการสมาชิก
  • กำหนดแพ็กเกจ
  • ตรวจ Usage
  • จัดการ Billing
  • ตั้งค่าการแชร์
  • กำหนดการเข้าถึงไฟล์
  • จัดการ Connectors
  • ควบคุมการดาวน์โหลดหรืออัปโหลดตามสิทธิ์
  • ตั้งค่านโยบายองค์กร
  • ตรวจ Audit Logs เมื่อรองรับ

ทำไมจึงสำคัญ

หากองค์กรมีสมาชิกจำนวนมาก การให้พนักงานจัดการสิทธิ์ทั้งหมดเองอาจทำให้ข้อมูลถูกแชร์เกินความจำเป็น

แนวทาง

ควรกำหนดผู้ดูแลหลักและผู้ดูแลสำรอง พร้อมขั้นตอนอนุมัติการเปลี่ยนแปลงสำคัญ

⑳ Audit Logs คืออะไร

Audit Logs เป็นบันทึกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานหรือการเปลี่ยนการตั้งค่าตามประเภท Event ที่ระบบรองรับ

ประโยชน์

① ตรวจการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์

② ตรวจการจัดการสมาชิก

③ ตรวจเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย

④ สนับสนุนการตรวจสอบย้อนหลัง

⑤ ช่วยกระบวนการ Compliance

ตัวอย่างสิ่งที่ควรตรวจ

  • ใครเปลี่ยนสิทธิ์
  • เปลี่ยนเมื่อใด
  • มีการจัดการสมาชิกอย่างไร
  • มีการเปลี่ยนนโยบายใด
  • มีเหตุการณ์ผิดปกติหรือไม่

ข้อจำกัด

ไม่ควรสรุปว่า Audit Logs บันทึกทุก Prompt ทุกคลิก และทุกข้อมูลที่เข้าถึงอย่างละเอียดเท่ากัน

ต้องตรวจเอกสาร Event Types และสิทธิ์ขององค์กรจริง

㉑ Data Retention คืออะไร

Data Retention คือระยะเวลาและเงื่อนไขในการเก็บรักษาข้อมูล

ตัวอย่างข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้อง

  • Threads
  • Files
  • Projects
  • Search Data
  • Audit Logs
  • ข้อมูลจาก Connectors

ทำไมต้องกำหนด Retention

① ลดการเก็บข้อมูลเกินจำเป็น

② สนับสนุน Privacy Compliance

③ ลดความเสี่ยงจากข้อมูลเก่า

④ ช่วยจัดการวงจรเอกสาร

⑤ สนับสนุนกระบวนการลบข้อมูล

ข้อมูลที่ควรตรวจ

ประเภทคำถาม
Threadsเก็บนานเท่าไร
Filesมีการลบอัตโนมัติหรือไม่
Projectsใครเป็นเจ้าของข้อมูล
Connectorsข้อมูลถูกเก็บหรืออ้างอิงอย่างไร
Audit Logsเก็บได้นานเท่าไร
Backupมีเงื่อนไขการเก็บแยกหรือไม่

ข้อสำคัญ

Perplexity มี Configurable Data Retention สำหรับสิทธิ์องค์กรที่รองรับ แต่ต้องตรวจช่วงเวลาที่ตั้งได้และข้อยกเว้นจริง

ไม่ควรถือว่าการลบ Thread ทำให้ข้อมูลทุกสำเนาในทุกระบบถูกลบทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข

㉒ SOC 2 Type II คืออะไร

SOC 2 Type II เป็นการตรวจประเมินการควบคุมของผู้ให้บริการตามเกณฑ์ด้านความไว้วางใจที่เกี่ยวข้อง โดยตรวจทั้งการออกแบบและการทำงานของมาตรการภายในช่วงเวลาที่กำหนด

Perplexity ระบุว่าบริการ Enterprise มี SOC 2 Type II

ประโยชน์ต่อองค์กร

  • ใช้ประกอบ Vendor Risk Assessment
  • ประเมินการควบคุมด้านความปลอดภัย
  • ตรวจระบบบริหารข้อมูล
  • สนับสนุนการจัดซื้อบริการ Cloud
  • ใช้ประกอบการประเมิน Compliance

SOC 2 หมายความว่าปลอดภัย 100% หรือไม่

ไม่ใช่

การมีรายงาน SOC 2 ไม่ใช่การรับประกันว่าจะไม่มีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย

สิ่งที่องค์กรควรตรวจ

① ขอบเขตบริการที่ประเมิน

② ช่วงเวลาของรายงาน

③ เกณฑ์ที่ครอบคลุม

④ ข้อยกเว้นหรือข้อสังเกต

⑤ ความเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่จะนำเข้า

㉓ Privacy ของ Perplexity Enterprise เป็นอย่างไร

Perplexity ระบุว่าไม่ใช้ข้อมูลลูกค้า Enterprise เพื่อฝึกโมเดล AI

ข้อดีของนโยบายนี้

ช่วยให้องค์กรมีความชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลสำหรับการฝึกโมเดลตามข้อตกลงบริการ

ยังต้องตรวจอะไร

  • การประมวลผลข้อมูล
  • การส่งข้อมูลให้ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง
  • การเก็บรักษาข้อมูล
  • สิทธิ์การเข้าถึง
  • การแชร์ Threads และ Projects
  • การเข้าถึงผ่าน Connectors
  • ข้อกำหนด Data Processing
  • กฎหมายและนโยบายองค์กร

ข้อสำคัญ

การไม่ใช้ข้อมูลฝึกโมเดลไม่ได้หมายความว่าระบบไม่ประมวลผลหรือไม่เก็บข้อมูลใดเลย

องค์กรควรอ่าน Privacy Notice และข้อตกลงที่ใช้กับบริการจริง

㉔ HIPAA, GDPR และ PCI DSS เกี่ยวข้องอย่างไร

หน้า Enterprise Pricing ของ Perplexity อ้างถึงมาตรฐานหรือกรอบ Compliance หลายรายการ ได้แก่ SOC 2 Type II, HIPAA, GDPR และ PCI DSS

GDPR

เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

HIPAA

เกี่ยวข้องกับข้อมูลสุขภาพที่อยู่ภายใต้กฎหมายสหรัฐอเมริกาในกรณีที่เกี่ยวข้อง

PCI DSS

เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยข้อมูลบัตรชำระเงินสำหรับระบบที่อยู่ในขอบเขต

ข้อควรระวัง

การที่ผู้ให้บริการประกาศรองรับกรอบ Compliance ไม่ได้ทำให้องค์กรผู้ใช้งานปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับโดยอัตโนมัติ

ต้องตรวจขอบเขต ข้อตกลง และวิธีใช้ข้อมูลจริง

สำหรับองค์กรไทย

ควรพิจารณากฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับประเภทธุรกิจเพิ่มเติม

㉕ วิธีเริ่มต้นใช้ Perplexity Enterprise

ขั้นตอนที่ 1 — กำหนดวัตถุประสงค์

ต้องการลดเวลาในการค้นเอกสาร หรือใช้ AI วิเคราะห์ธุรกิจ

ขั้นตอนที่ 2 — กำหนดสมาชิก

เลือกจำนวน Seats ที่ต้องใช้จริง

ขั้นตอนที่ 3 — เลือก Tier

กำหนด Enterprise Pro หรือ Enterprise Max ตามภาระงาน

ขั้นตอนที่ 4 — สร้างองค์กร

ดำเนินการผ่านช่องทางสมัคร Enterprise ที่บริการรองรับ

ขั้นตอนที่ 5 — ตั้งค่า Admin

กำหนดผู้ดูแลที่รับผิดชอบ

ขั้นตอนที่ 6 — ตั้งค่าความปลอดภัย

ตรวจ SSO, SCIM และ Permissions ตามสิทธิ์

ขั้นตอนที่ 7 — สร้าง Projects

จัดงานแยกตามแผนก

ขั้นตอนที่ 8 — เชื่อมข้อมูล

เริ่มจากแหล่งข้อมูลที่ได้รับอนุญาต

ขั้นตอนที่ 9 — ทดลองใช้งาน

ใช้ Pilot Team

ขั้นตอนที่ 10 — ประเมินผล

ตรวจประสิทธิภาพ ต้นทุน และความปลอดภัยก่อนขยาย

㉖ วิธีบริหารสมาชิก Enterprise

เพิ่มสมาชิก

① เปิด Organization Settings

② เลือก Members

③ ตรวจสิทธิ์ Admin

④ เพิ่มสมาชิกตามเมนู

⑤ กำหนด Tier

⑥ ตรวจค่าใช้จ่าย

⑦ กำหนด Projects ที่เข้าถึง

⑧ ทดสอบ Login

เปลี่ยน Pro เป็น Max

ผู้ดูแลสามารถเปลี่ยน Tier ของสมาชิกตามขั้นตอนที่ระบบรองรับ

ควรตรวจเครดิตและค่าใช้จ่ายตามสัดส่วน

ลบสมาชิก

① ตรวจการโอนความรับผิดชอบงาน

② ตรวจเจ้าของ Projects

③ ถอนสิทธิ์ Connected Apps

④ ลบหรือปิดสมาชิกตามขั้นตอน

⑤ ตรวจ Billing

⑥ เก็บหลักฐานการดำเนินการ

แนวทางสำคัญ

อย่าลบสมาชิกก่อนตรวจว่าเอกสารหรือโครงการสำคัญผูกกับบัญชีของบุคคลนั้นอย่างไร

㉗ Workflow สำหรับองค์กรขนาดเล็ก

ตัวอย่างองค์กร 5–10 คน

แบ่งผู้ใช้งานเป็น

  • Marketing
  • Sales
  • Support
  • IT
  • Management

วิธีเริ่ม

① เลือกทีมทดลอง

② ใช้ Enterprise Pro เป็นฐานตามความเหมาะสม

③ จัด Max ให้สมาชิกที่มีงาน Research หรือ Computer หนัก

④ สร้าง Projects แยกแผนก

⑤ ตั้งสิทธิ์ข้อมูล

⑥ ทดสอบค้นเอกสารภายใน

⑦ วัดเวลาและคุณภาพการทำงาน

⑧ ประเมินค่าใช้จ่าย

ตัวอย่างการใช้งาน

ฝ่ายการตลาดวิเคราะห์คู่แข่ง

ฝ่ายขายค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์

Support ใช้คู่มือแก้ปัญหา

IT ตรวจ Runbooks

ผู้บริหารอ่าน Executive Summary

㉘ Workflow สำหรับองค์กรขนาดใหญ่

องค์กรขนาดใหญ่อาจต้องมีกระบวนการกำกับดูแลมากขึ้น

ขั้นตอน

① Vendor Assessment

② Security Review

③ Legal และ Privacy Review

④ Identity Integration

⑤ Role Design

⑥ Connector Governance

⑦ Data Classification

⑧ Pilot Rollout

⑨ Training

⑩ Monitoring

⑪ Incident Response Planning

⑫ Organization-Wide Rollout

คำถามที่ควรถามก่อนใช้งาน

  • ใครอนุมัติ Connectors
  • ใครกำหนด Retention
  • ใครเข้าถึง Audit Logs
  • ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • ใครตรวจ AI Outputs
  • ใครจัดการ Incident
  • ใครรับผิดชอบ Offboarding

㉙ ตัวอย่างการใช้ Enterprise ในแต่ละแผนก

แผนกUse Caseการควบคุมที่แนะนำ
MarketingMarket ResearchFact-Checking
SalesProduct Researchจำกัดข้อมูลลูกค้า
SupportKnowledge Searchตรวจคู่มือ
ITTroubleshootingห้ามเปลี่ยน Production โดยไม่อนุมัติ
HRPolicy Searchควบคุมข้อมูลพนักงาน
FinanceFinancial Analysisตรวจตัวเลขและสูตร
ManagementExecutive Reportsตรวจสมมติฐาน
LegalDocument Researchตรวจผู้เชี่ยวชาญและกฎหมายต้นฉบับ

ข้อควรจำ

AI ช่วยเตรียมคำตอบและรายงาน แต่ไม่ควรเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายโดยลำพังในงานที่มีผลกระทบสูง

㉚ วิธีบริหาร Credits และค่าใช้จ่าย

สิ่งที่ควรตรวจ

① จำนวน Seats

② Tier ของสมาชิก

③ Computer Credits

④ Pro Search และ Research Usage

⑤ งานที่ใช้ทรัพยากรสูง

⑥ งานที่ทำซ้ำโดยไม่จำเป็น

⑦ การสร้างไฟล์จำนวนมาก

⑧ ค่าใช้จ่ายจาก API แยกต่างหาก

Enterprise รวม API ฟรีหรือไม่

ไม่รวม

คู่มือ Enterprise Billing ระบุว่า API ใช้ระบบเครดิตและการชำระเงินแยกจาก Enterprise Pro และ Enterprise Max

แนวทางลดต้นทุน

เริ่มจากงานที่มีคุณค่าชัดเจน เช่น ลดเวลาสรุปรายงานหรือค้นเอกสาร

อย่าให้ Agent สร้างงานจำนวนมากโดยไม่มีการกำหนดขอบเขตและตรวจ Usage

㉛ วิธีวัด ROI จาก Perplexity Enterprise

ROI หรือ Return on Investment ใช้ช่วยประเมินความคุ้มค่าของการใช้ระบบ

ต้นทุนที่ควรนำมาคิด

  • ค่า Seats
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • เวลาอบรมพนักงาน
  • เวลา IT ดูแลระบบ
  • เวลาตรวจคำตอบ
  • ค่าใช้จ่ายด้าน Compliance
  • ต้นทุนการเปลี่ยน Workflow

ประโยชน์ที่ควรวัด

  • เวลาค้นเอกสารลดลง
  • เวลาทำรายงานลดลง
  • งานซ้ำลดลง
  • ความครบถ้วนของคำตอบดีขึ้น
  • คุณภาพการตัดสินใจดีขึ้น
  • ระยะเวลาตอบลูกค้าลดลง

สูตรตัวอย่าง

ROI = (มูลค่าประโยชน์ที่วัดได้ − ต้นทุนรวม) ÷ ต้นทุนรวม × 100

ข้อควรระวัง

อย่านำเวลาที่ประหยัดได้ทั้งหมดมานับเป็นเงินสดที่องค์กรได้รับจริงโดยไม่มีวิธีคิด

ควรแยก Productivity Benefit กับ Financial Savings

㉜ ตัวอย่าง Prompt ภาษาไทยสำหรับ Enterprise

Prompt 1: Internal Knowledge

“ค้นคู่มือที่ได้รับอนุญาตภายในองค์กรเกี่ยวกับการส่งมอบงานระบบเครือข่าย สรุปขั้นตอนและระบุชื่อเอกสาร เวอร์ชัน และส่วนที่เกี่ยวข้อง หากไม่พบข้อมูลให้ระบุว่าไม่พบ”

Prompt 2: Market Research

“วิเคราะห์ตลาดบริการไอทีในประเทศไทยจากแหล่งสาธารณะและเอกสารที่ฉันมีสิทธิ์เข้าถึง แยกข้อมูลจริง ประมาณการและข้อเสนอเชิงกลยุทธ์”

Prompt 3: Sales Proposal

“จัดทำร่างข้อเสนอจากข้อมูลบริการและราคาที่บริษัทอนุมัติเท่านั้น ห้ามสร้างราคา เงื่อนไขสัญญาหรือการรับประกันขึ้นเอง”

Prompt 4: IT Runbook

“ตรวจปัญหาระบบจาก Runbook ที่ตรงรุ่นและคู่มือผู้ผลิต เสนอขั้นตอนตรวจสอบและ Rollback Plan ห้ามเปลี่ยนระบบจริงโดยไม่ได้รับอนุมัติ”

Prompt 5: Executive Summary

“สรุปรายงานที่ได้รับอนุญาตสำหรับผู้บริหาร แยก Verified Findings, Risks, Assumptions และ Recommendations พร้อมตรวจตัวเลขสำคัญ”

Prompt 6: Privacy Review

“ตรวจเอกสารนี้เพื่อระบุข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลลับที่ไม่ควรแชร์ โดยเสนอวิธีลดความเสี่ยงโดยไม่เผยแพร่เนื้อหาที่ไม่จำเป็น”

Prompt 7: Computer Workflow

“ค้นคว้าข้อมูลและสร้าง Draft รายงานกับตารางสรุปจากแหล่งที่ได้รับอนุญาต ห้ามส่งอีเมลภายนอก เผยแพร่ไฟล์ ลบข้อมูล หรือแก้ไขระบบจริงโดยไม่ได้รับอนุมัติ”

㉝ ตัวอย่าง Prompt ภาษาอังกฤษ

Prompt 1: Enterprise Knowledge Search

“Search only the internal documents I am authorized to access. Cite the exact document title, version, and relevant section. Flag missing or outdated information.”

Prompt 2: Business Research

“Prepare a research report using verified public sources and approved internal materials. Separate facts, estimates, assumptions, and recommendations.”

Prompt 3: Sales Enablement

“Draft a customer proposal using only approved product specifications, pricing, and contract terms. Do not invent discounts or guarantees.”

Prompt 4: Security Review

“Assess this workflow for unnecessary permissions, sensitive data exposure, and prompt injection risks. Recommend least-privilege controls.”

Prompt 5: Executive Reporting

“Create an executive summary with key findings, financial implications, risks, uncertainties, and decision points. Verify all numerical claims.”

Prompt 6: Controlled Automation

“Perform only authorized research and draft creation. Do not send external messages, modify production systems, or delete records without explicit approval.”

㉞ Checklist ก่อนสมัคร Perplexity Enterprise

รายการตรวจสอบสถานะ
① กำหนดวัตถุประสงค์☐
② ประเมินจำนวนสมาชิก☐
③ เลือก Enterprise Pro/Max☐
④ ตรวจราคา Seat☐
⑤ ตรวจรอบ Billing☐
⑥ ตรวจภาษีและสกุลเงิน☐
⑦ ตรวจ Computer Credits☐
⑧ ตรวจ Research Quota☐
⑨ ตรวจ API Costs แยก☐
⑩ กำหนด Organization Owner☐
⑪ กำหนด Admin☐
⑫ ตรวจ SSO☐
⑬ ตรวจ SCIM☐
⑭ ตรวจ RBAC☐
⑮ ตรวจ Custom Roles☐
⑯ ตรวจ Audit Logs☐
⑰ ตรวจ Data Retention☐
⑱ ตรวจ SOC 2☐
⑲ ตรวจ Privacy Terms☐
⑳ กำหนด Projects☐
㉑ กำหนด Sharing Permissions☐
㉒ ตรวจ Connectors☐
㉓ ตรวจ Internal Knowledge☐
㉔ ตรวจ Data Classification☐
㉕ กำหนด Approval Workflow☐
㉖ ทดลอง Pilot Team☐
㉗ ตรวจคำตอบจาก AI☐
㉘ กำหนด KPI☐
㉙ วัดต้นทุนและ ROI☐
㉚ ทบทวนการใช้งานเป็นระยะ☐

㉟ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: Perplexity Enterprise คืออะไร

เป็นบริการ AI สำหรับองค์กรที่รวม Search, Research, Computer, การค้นข้อมูลภายใน และเครื่องมือบริหารสมาชิกกับความปลอดภัยตามแพ็กเกจ

Q2: Enterprise Pro ราคาเท่าไหร่

ราคามาตรฐานตามคู่มือคือ US$40 ต่อ Seat ต่อเดือน หรือ US$400 ต่อ Seat ต่อปี

Q3: Enterprise Max ราคาเท่าไหร่

ราคามาตรฐานคือ US$325 ต่อ Seat ต่อเดือน หรือ US$3,250 ต่อ Seat ต่อปี

Q4: Seat คืออะไร

คือสิทธิ์การใช้งานที่จัดสรรให้สมาชิกแต่ละคนภายในองค์กร

Q5: ซื้อ Enterprise Pro และ Max รวมกันได้ไหม

ได้ องค์กรสามารถจัดสรรทั้งสอง Tier ให้สมาชิกคนละกลุ่ม

Q6: Enterprise Pro ได้ Computer Credits เท่าไหร่

หน้า Pricing ระบุ 500 Credits ต่อเดือนต่อ Seat

Q7: Enterprise Max ได้ Computer Credits เท่าไหร่

หน้า Pricing ระบุ 15,000 Credits ต่อเดือนต่อ Seat

Q8: Enterprise Pro กับ Pro ส่วนตัวต่างกันอย่างไร

Enterprise เพิ่มระบบบริหารสมาชิก ความเป็นส่วนตัวระดับองค์กร และการค้นข้อมูลภายในตามสิทธิ์

Q9: Enterprise ใช้ Research ได้ไหม

ได้ โดยมีโควตาตาม Tier

Q10: Enterprise รองรับ Projects ไหม

รองรับการทำงานร่วมกันและจัดการข้อมูลใน Projects ตามสิทธิ์

Q11: Organization File Repository แบบเดิมยังใช้ได้ไหม

Perplexity ระบุว่ายุติระบบเดิมเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 จึงควรใช้ฟีเจอร์ปัจจุบันอย่าง Projects และ Connectors ตามความเหมาะสม

Q12: Enterprise เชื่อม Google Drive ได้ไหม

มีความสามารถ Connectors สำหรับแหล่งข้อมูลที่รองรับ โดยต้องตรวจสิทธิ์และการอนุญาต

Q13: SSO คืออะไร

เป็นระบบ Single Sign-On ที่ช่วยให้สมาชิกเข้าสู่ Perplexity ผ่านระบบยืนยันตัวตนองค์กร

Q14: SCIM คืออะไร

เป็นมาตรฐานจัดการสมาชิกและกลุ่มผ่านระบบ Identity Management

Q15: RBAC คืออะไร

เป็นแนวทางควบคุมสิทธิ์ตามบทบาทของผู้ใช้

Q16: Enterprise Pro มี Audit Logs ไหม

ความพร้อมใช้งานขึ้นอยู่กับ Tier และเงื่อนไของค์กร โดยคู่มือระบุสิทธิ์ระดับองค์กรเมื่อมี Enterprise Max อย่างน้อยหนึ่ง Seat ตามเงื่อนไขที่กำหนด

Q17: Data Retention ตั้งค่าได้ไหม

Perplexity รองรับ Configurable Data Retention สำหรับสิทธิ์ Enterprise ที่เข้าเงื่อนไข

Q18: Perplexity Enterprise มี SOC 2 Type II ไหม

Perplexity ระบุว่ามี SOC 2 Type II สำหรับบริการ Enterprise ตามขอบเขตที่เกี่ยวข้อง

Q19: Enterprise ใช้ข้อมูลบริษัทฝึก AI ไหม

Perplexity ระบุว่าไม่ใช้ข้อมูลลูกค้า Enterprise เพื่อฝึกโมเดล AI ตามเงื่อนไขบริการ

Q20: Enterprise ปลอดภัย 100% ไหม

ไม่มีระบบใดรับประกันความปลอดภัยทั้งหมด องค์กรยังต้องกำหนดสิทธิ์และดูแลข้อมูลเอง

Q21: ใช้ Enterprise กับข้อมูลส่วนบุคคลได้ไหม

ต้องตรวจนโยบายองค์กร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลก่อน

Q22: Enterprise รวม API Credits ไหม

ไม่รวม API Platform มีการคิดค่าบริการแยกต่างหาก

Q23: เพิ่มสมาชิกกลางเดือนได้ไหม

ได้ตามระบบ Billing โดยอาจคิดค่าบริการตามสัดส่วนระยะเวลาที่เหลือ

Q24: ลบสมาชิกแล้วได้เงินคืนทันทีไหม

ต้องตรวจเงื่อนไข Proration และเครดิตในรอบ Billing ไม่ควรถือว่าจะคืนเงินสดทันทีทุกกรณี

Q25: บริษัทเล็กควรใช้ Enterprise หรือไม่

ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้ ข้อมูลภายใน และความจำเป็นด้านการควบคุม ไม่ใช่เพียงขนาดบริษัท

Q26: Enterprise เหมาะกับทีม Marketing ไหม

เหมาะกับงานวิจัยตลาด วิเคราะห์คู่แข่ง และจัดทำรายงานที่มีการควบคุม Sources

Q27: Enterprise เหมาะกับฝ่าย IT ไหม

เหมาะกับการค้นคู่มือและ Runbooks แต่คำสั่งที่มีผลต่อระบบจริงต้องตรวจสอบและอนุมัติ

Q28: Computer สามารถแก้ไขข้อมูลภายในองค์กรได้ไหม

ขึ้นอยู่กับเครื่องมือและ Permissions ไม่ควรอนุญาตการแก้ไขข้อมูลสำคัญโดยไม่มีการควบคุม

Q29: Enterprise มีส่วนลดสำหรับองค์กรหรือไม่

Perplexity ระบุว่ามีส่วนลดสำหรับองค์กรขนาดใหญ่และองค์กรบางประเภทที่เข้าเกณฑ์ โดยต้องตรวจเงื่อนไขและใบเสนอราคา

Q30: ควรเริ่มใช้ Enterprise อย่างไร

เริ่มจาก Pilot Team กำหนด Roles และ Permissions เชื่อมข้อมูลที่ได้รับอนุญาต แล้ววัดคุณภาพและความคุ้มค่าก่อนขยาย

㊱ สรุป Perplexity Enterprise คืออะไร

Perplexity Enterprise เป็นแพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ Search, Research, Computer และการค้นข้อมูลภายในร่วมกับระบบบริหารสมาชิกและมาตรการความปลอดภัย

Enterprise Pro เหมาะกับทีมที่ต้องการค้นคว้าและทำงานร่วมกันอย่างมีระบบ ส่วน Enterprise Max เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการโควตา Research, Computer และเครื่องมือขั้นสูงมากกว่า

ราคา Enterprise Pro มาตรฐานอยู่ที่ US$40 ต่อ Seat ต่อเดือน หรือ US$400 ต่อปี ส่วน Enterprise Max อยู่ที่ US$325 ต่อ Seat ต่อเดือน หรือ US$3,250 ต่อปี โดยสามารถจัดสรรสองระดับในองค์กรเดียวกันได้

ด้านเทคนิค องค์กรควรทำความเข้าใจ SSO, SCIM, RBAC, Admin Controls, Audit Logs และ Data Retention ก่อนเชื่อมข้อมูลหรือเพิ่มสมาชิกจำนวนมาก

Perplexity ระบุว่ามี SOC 2 Type II และไม่ใช้ข้อมูลลูกค้า Enterprise เพื่อฝึกโมเดล AI แต่ยังต้องตรวจเงื่อนไขการประมวลผลข้อมูลและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ

สำหรับการจัดการความรู้ ต้องใช้ Projects, Files และ Connectors ตามฟีเจอร์ปัจจุบัน โดยไม่อาศัย Organization File Repository แบบเดิมที่ยุติบริการแล้ว

คำแนะนำจาก ComSiam: เริ่มตามขั้นตอน ประเมินความต้องการ → เลือก Pro/Max ตามหน้าที่ → กำหนด Seats → ตรวจ Billing → ตั้งค่า SSO และ Permissions → เชื่อมข้อมูลที่ได้รับอนุญาต → ทดลอง Research และ Computer → ตรวจคุณภาพ → วัดต้นทุนและ ROI → ขยายการใช้งาน

องค์กรไม่ควรเริ่มจากการซื้อแพ็กเกจสูงสุดให้ทุกคน แต่ควรเริ่มจากงานที่วัดผลได้จริง เช่น ลดเวลาค้นเอกสาร ลดเวลาสร้างรายงาน และเพิ่มความถูกต้องของข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

Perplexity Enterprise จะสร้างคุณค่าได้มากที่สุดเมื่อองค์กรมีข้อมูลที่ดี สิทธิ์ที่เหมาะสม และกระบวนการตรวจสอบผลลัพธ์จาก AI ก่อนนำไปใช้จริง