Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

vivo Y18 แบตเตอรี่ลดเร็วผิดปกติ แบตหมดไว ชาร์จเต็มแล้วใช้งานได้ไม่นาน หรือแบตลดทั้งที่ไม่ได้ใช้งาน เป็นปัญหาที่อาจเกิดจากความสว่างหน้าจอ แอปทำงานเบื้องหลัง สัญญาณมือถือไม่เสถียร ความร้อนสะสม หรือแบตเตอรี่ที่เริ่มเสื่อมสภาพ
แม้ vivo Y18 จะมีแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh แต่ระยะเวลาใช้งานจริงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้ เช่น การเปิดหน้าจอ 90Hz เล่นเกม ดู TikTok ใช้งาน Facebook โทรผ่าน LINE หรือเปิดฮอตสปอตแชร์อินเทอร์เน็ต
หากพบว่าแบตเตอรี่ลดเร็วกว่าปกติ ไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือ Factory Reset เพราะหลายกรณีสามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับตั้งค่าโทรศัพท์
บทความนี้จาก ComSiam จะอธิบายวิธีตั้งค่า vivo Y18 ให้ประหยัดแบตเตอรี่บน Android 14 และ Funtouch OS 14 ตั้งแต่การตรวจสอบ Battery Usage การตั้งค่าหน้าจอ การจัดการแอปเบื้องหลัง การตรวจสอบสัญญาณ 4G ไปจนถึงการวิเคราะห์แบตเตอรี่เสื่อม โดยเน้นไม่ลบรูปภาพ ประวัติ LINE หรือข้อมูลสำคัญ
ก่อนเริ่มแก้ไข ควรตรวจสอบว่าแบตเตอรี่ลดเร็วเฉพาะตอนใช้งานหนัก หรือแม้ขณะวางโทรศัพท์ไว้โดยไม่ได้ใช้งาน
การดูว่าแบตเตอรี่ลดเร็วอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าแบตเสื่อม ควรตรวจสอบสาเหตุจากการใช้งานและการตั้งค่าก่อน
ข้อมูลจำเพาะที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานของ vivo Y18 มีดังนี้
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| รุ่นโทรศัพท์ | vivo Y18 |
| แบตเตอรี่ | 5,000 mAh |
| ประเภทแบตเตอรี่ | Lithium-ion |
| กำลังชาร์จสูงสุด | 15W |
| ชิปประมวลผล | MediaTek Helio G85 |
| ระบบปฏิบัติการเมื่อเปิดตัว | Android 14 |
| ระบบ vivo | Funtouch OS 14 |
| หน้าจอ | LCD 6.56 นิ้ว |
| อัตรารีเฟรชสูงสุด | 90Hz |
| RAM รุ่นไทย | 4GB / 8GB |
| พื้นที่เก็บข้อมูลรุ่นไทย | 128GB |
| เครือข่ายมือถือ | รองรับ 4G |
vivo ระบุผลทดสอบการใช้งานแบตเตอรี่ของ Y18 เช่น การเล่นวิดีโอ YouTube ประมาณ 19.33 ชั่วโมงภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลทดสอบในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่ระยะเวลาที่รับประกันสำหรับการใช้งานจริงทุกเครื่อง
หากใช้งานหลายแอป สัญญาณไม่ดี หรือเปิดความสว่างสูง ระยะเวลาใช้งานอาจสั้นลงได้
วิธีแรกที่ควรทำเมื่อ vivo Y18 แบตเตอรี่ลดเร็ว คือดูว่าแอปใดใช้พลังงานมากที่สุด
① เปิด Settings (การตั้งค่า)
② เลือก Battery (แบตเตอรี่)
③ ค้นหาหัวข้อ Battery Usage หรือรายการการใช้พลังงาน
④ ตรวจสอบแอปที่ใช้แบตเตอรี่มาก
⑤ เปรียบเทียบกับเวลาที่ใช้งานแอปจริง
⑥ ตรวจสอบว่าแอปนั้นทำงานเบื้องหลังหรือไม่
⑦ หากพบการใช้พลังงานผิดปกติ ให้ตรวจสอบการตั้งค่าของแอปนั้น
ชื่อเมนูอาจแตกต่างเล็กน้อยตามเวอร์ชัน Funtouch OS ที่ติดตั้งอยู่
ไม่สามารถกำหนดเปอร์เซ็นต์เดียวสำหรับทุกแอปได้ เพราะขึ้นอยู่กับเวลาและลักษณะการใช้งาน
หากดู TikTok ต่อเนื่องหลายชั่วโมง แล้ว TikTok ใช้แบตเตอรี่เป็นอันดับต้น ๆ อาจเป็นเรื่องสอดคล้องกับพฤติกรรมใช้งาน
แต่หากไม่ได้เปิดแอปนั้นเลยและยังใช้แบตเตอรี่มากผิดปกติ ควรตรวจสอบกิจกรรมเบื้องหลังเพิ่มเติม
หน้าจอเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมาก โดยเฉพาะเมื่อเปิดสว่างสูงหรือใช้งานต่อเนื่อง
vivo Y18 มีหน้าจอ LCD ที่รองรับโหมดความสว่างสูงสำหรับการใช้งานกลางแจ้ง
เมื่อใช้ความสว่างสูงต่อเนื่อง ระบบแสดงผลต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้น
การลดความสว่างเมื่ออยู่ในอาคารจึงอาจช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนการตั้งค่าอื่น
vivo Y18 รองรับอัตรารีเฟรชหน้าจอสูงสุด 90Hz ซึ่งช่วยให้การเลื่อนหน้าจอและภาพเคลื่อนไหวดูต่อเนื่องขึ้นในสถานการณ์ที่รองรับ
อย่างไรก็ตาม อัตรารีเฟรชสูงอาจใช้พลังงานมากกว่า 60Hz ในบางรูปแบบการใช้งาน
① เปิด Settings
② เข้า Display & Brightness
③ ค้นหา Screen Refresh Rate
④ เลือก 60Hz หากต้องการทดลองประหยัดแบตเตอรี่
⑤ หากต้องการความลื่น สามารถเลือก 90Hz หรือโหมดอัตโนมัติตามตัวเลือกของเครื่อง
⑥ ทดลองใช้งานภายใต้รูปแบบใกล้เคียงกันแล้วเปรียบเทียบ
| การตั้งค่า | ข้อดี | ข้อควรทราบ |
|---|---|---|
| 60Hz | อาจช่วยลดการใช้พลังงาน | ภาพเคลื่อนไหวอาจดูต่อเนื่องน้อยกว่า |
| 90Hz | การเลื่อนดูนุ่มนวลขึ้น | อาจใช้พลังงานเพิ่ม |
| Auto หากมี | ให้ระบบจัดการ | ผลขึ้นอยู่กับแอปและระบบ |
หากเป้าหมายหลักคือประหยัดแบตเตอรี่ ควรทดลอง 60Hz ก่อน
แต่การลดจาก 90Hz เป็น 60Hz ไม่ได้รับประกันว่าแบตจะเพิ่มระยะเวลาใช้งานเท่ากันทุกเครื่อง
Battery Saver หรือโหมดประหยัดพลังงานเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยลดการใช้พลังงานบางส่วนของระบบ
ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบ โหมดประหยัดพลังงานอาจลดกิจกรรมเบื้องหลัง ภาพเคลื่อนไหว หรือการทำงานบางประเภท
บางแอปอาจมีการแจ้งเตือนล่าช้า โดยเฉพาะเมื่อถูกจำกัดการทำงานเบื้องหลัง
ดังนั้นไม่ควรเปิดโหมดประหยัดพลังงานโดยไม่ตรวจสอบผลกระทบต่อ LINE หรือแอปที่ต้องรับข้อความสำคัญ
อาการแบตเตอรี่ลดระหว่างนอนหลับหรือขณะวางเครื่องไว้เฉย ๆ อาจเกิดจากการทำงานเบื้องหลังของระบบและเครือข่าย
① ก่อนนอน บันทึกเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่
② ตรวจสอบว่าไม่มีการดาวน์โหลดไฟล์สำคัญที่ต้องทำงานต่อ
③ ปิดหน้าจอและวางเครื่องในอุณหภูมิปกติ
④ ตอนเช้าตรวจสอบเปอร์เซ็นต์อีกครั้ง
⑤ เปิด Battery Usage ตรวจสอบกิจกรรมระหว่างคืน
⑥ ทำการเปรียบเทียบหลายคืนหากจำเป็น
หากแบตเตอรี่ลดมากผิดปกติซ้ำ ๆ ทั้งที่ไม่ได้ใช้งาน ควรตรวจสอบแอป สัญญาณมือถือ และสุขภาพแบตเตอรี่เพิ่มเติม
แอปที่ทำงานเบื้องหลังอาจใช้พลังงานเพื่อซิงก์ข้อมูล ดาวน์โหลดไฟล์ หรือรับการแจ้งเตือน
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรปิดการทำงานเบื้องหลังของทุกแอป เพราะบางแอปจำเป็นต้องทำงานต่อเนื่อง
หากปิดการทำงานเบื้องหลังมากเกินไป อาจทำให้การแจ้งเตือนล่าช้าหรือไม่แสดงจนกว่าจะเปิดแอป
ควรพิจารณาตามการใช้งานจริง
LINE อาจใช้พลังงานมากขึ้นเมื่อเปิดวิดีโอคอล โทรเสียง ส่งไฟล์จำนวนมาก หรือใช้งานต่อเนื่อง
① เปิด Settings
② เข้า Battery Usage
③ ตรวจสอบรายการ LINE
④ เปรียบเทียบกับระยะเวลาที่โทรหรือเปิดใช้งานจริง
⑤ อัปเดต LINE ผ่าน Google Play Store
⑥ รีสตาร์ตโทรศัพท์หาก LINE ทำงานผิดปกติ
⑦ ตรวจสอบว่ามีกิจกรรมสำรองข้อมูลหรืออัปโหลดไฟล์ค้างอยู่หรือไม่
ไม่ควรกด Clear Data, Clear Storage หรือถอนการติดตั้ง LINE โดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้ข้อมูลแอปและประวัติสนทนาที่ไม่ได้สำรองสูญหาย
การลดการใช้พลังงานควรเริ่มจากการตรวจสอบกิจกรรมของแอปและการตั้งค่าที่ปลอดภัยก่อน
แอปโซเชียลมีเดียที่แสดงวิดีโอและรูปภาพต่อเนื่องอาจใช้พลังงานจากหน้าจอ ชิปประมวลผล ระบบเสียงและเครือข่ายพร้อมกัน
หากแบตลดเร็วเฉพาะช่วงดูวิดีโอต่อเนื่อง อาจสัมพันธ์กับการใช้พลังงานตามลักษณะงาน
แต่หากแบตยังลดเร็วมากหลังปิดแอปและพักหน้าจอ ควรตรวจสอบกิจกรรมเบื้องหลังและแบตเตอรี่เพิ่มเติม
การเล่นเกมใช้พลังงานสูงเพราะ CPU และ GPU ต้องประมวลผลภาพและการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
vivo Y18 ใช้ MediaTek Helio G85 ซึ่งมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพเมื่อเล่นเกมกราฟิกสูงเป็นเวลานาน
① เปิดเมนู Graphics ภายในเกม
② ลดคุณภาพกราฟิกเป็น Low หรือ Medium ตามความเหมาะสม
③ เลือกค่าเฟรมเรตที่เครื่องรักษาได้อย่างเสถียร
④ ลดความสว่างหน้าจอ
⑤ ปิดการดาวน์โหลดเบื้องหลังที่ไม่จำเป็น
⑥ หลีกเลี่ยงการเล่นเมื่อเครื่องร้อนจัด
⑦ พักเครื่องหากเริ่มมีอาการกระตุกและร้อน
การเล่นเกมหนักพร้อมชาร์จอาจทำให้ความร้อนสะสมมากขึ้น
ความร้อนสูงอาจมีผลต่อการจัดการพลังงานและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ จึงควรหลีกเลี่ยงหากเครื่องเริ่มร้อนผิดปกติ
สัญญาณมือถือที่อ่อนหรือเปลี่ยนแปลงบ่อยอาจทำให้โทรศัพท์ใช้พลังงานในการรักษาการเชื่อมต่อมากขึ้น
หากอยู่ในพื้นที่ไม่มีสัญญาณและไม่จำเป็นต้องรับสายชั่วคราว การเปิด Airplane Mode อาจลดการใช้พลังงานจากระบบเครือข่ายได้
แต่จะทำให้ไม่สามารถรับสายหรือใช้งานเครือข่ายมือถือขณะเปิดโหมดดังกล่าว
ระบบเชื่อมต่อแต่ละประเภทใช้พลังงานต่างกัน และขึ้นอยู่กับกิจกรรมจริง ไม่ใช่เพียงสถานะเปิดหรือปิดเท่านั้น
การเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ที่เสถียรอาจใช้พลังงานน้อยกว่าการใช้เครือข่ายมือถือที่สัญญาณอ่อนในบางสถานการณ์
การเปิด Bluetooth ไว้โดยไม่ได้เชื่อมต่ออุปกรณ์ ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานสูงเสมอไป
แต่การเชื่อมต่ออุปกรณ์และส่งข้อมูลต่อเนื่องย่อมมีการใช้พลังงาน
การใช้แผนที่นำทางหรือแอปติดตามตำแหน่งเป็นเวลานานอาจเพิ่มการใช้แบตเตอรี่
① เปิด Settings
② เข้า Location
③ ตรวจสอบแอปที่เข้าถึงตำแหน่ง
④ เลือกให้เข้าถึงเฉพาะขณะใช้แอป หากเหมาะสม
⑤ ตรวจสอบว่าแอปสำคัญยังทำงานได้ตามปกติ
ไม่ควรปิดสิทธิ์ของแอปนำทางหรือแอปความปลอดภัยโดยไม่เข้าใจผลกระทบ
การเปิด Mobile Hotspot ทำให้โทรศัพท์ทำหน้าที่เชื่อมต่อเครือข่ายมือถือและกระจายอินเทอร์เน็ตให้อุปกรณ์อื่น
จึงอาจใช้พลังงานมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการดาวน์โหลดหรือรับส่งข้อมูลต่อเนื่อง
หากใช้ฮอตสปอตเป็นประจำ ควรแยกการใช้แบตเตอรี่ในช่วงแชร์อินเทอร์เน็ตออกจากช่วงใช้งานโทรศัพท์ทั่วไปก่อนประเมินว่าแบตเสื่อมหรือไม่
ความร้อนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระทบแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
Google ระบุว่าเมื่อโทรศัพท์ร้อน แบตเตอรี่อาจลดเร็วขึ้นแม้ไม่ได้ใช้งาน และความร้อนสูงอาจส่งผลเสียต่อแบตเตอรี่ได้
① หยุดใช้งานหนักชั่วคราว
② นำเครื่องออกจากบริเวณที่ร้อน
③ ถอดสายชาร์จหากเครื่องร้อนผิดปกติ
④ วางบนพื้นผิวที่ระบายความร้อนได้
⑤ รอให้เครื่องเย็นลงก่อนใช้งานหนักอีกครั้ง
หากแบตเตอรี่บวม เครื่องร้อนจัดโดยไม่ได้ใช้งาน หรือมีกลิ่นผิดปกติ ให้หยุดใช้งานและส่งตรวจสอบ ไม่ควรชาร์จต่อ
หากแบตลดเร็วหลังการอัปเดตระบบ อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานเบื้องหลังหรือแอปบางตัวที่ทำงานผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปทันทีว่าการอัปเดตเป็นสาเหตุ
ไม่ควรรีบย้อนเวอร์ชันระบบ แฟลชเฟิร์มแวร์ หรือ Factory Reset เพียงเพราะพบแบตลดเร็วหลังอัปเดต
หากเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ลดอย่างรวดเร็ว หรือเครื่องดับทั้งที่ยังแสดงแบตเตอรี่เหลือ อาจเกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่หรือระบบประเมินระดับพลังงาน
① รีสตาร์ตโทรศัพท์
② ตรวจสอบว่าเกิดเฉพาะขณะเล่นเกมหรือไม่
③ ตรวจสอบความร้อน
④ ชาร์จด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม
⑤ สังเกตว่าอาการเกิดซ้ำในระดับแบตเตอรี่ใกล้เคียงกันหรือไม่
⑥ หากเกิดซ้ำ ให้ศูนย์บริการตรวจสอบ
ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมด 0% ซ้ำ ๆ เพื่อหวังฟื้นฟูแบตเตอรี่ เพราะไม่ได้ซ่อมความเสื่อมทางเคมีของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีการเสื่อมสภาพตามเวลา อุณหภูมิ และจำนวนรอบการชาร์จ
อาการเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน จึงควรตรวจสอบก่อนเปลี่ยนแบตเตอรี่
vivo ให้ข้อมูลการทดสอบเกี่ยวกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ Y18 ในเงื่อนไขห้องปฏิบัติการ โดยกล่าวถึงความทนทานระยะยาวประมาณ 40 เดือน
แต่ไม่ใช่การรับประกันว่าแบตเตอรี่ทุกเครื่องจะใช้งานได้โดยไม่มีการเสื่อมตลอดระยะเวลาดังกล่าว
การใช้งานจริงขึ้นอยู่กับการชาร์จ ความร้อนและสภาพของแต่ละเครื่อง
โหมดประหยัดแบตเหมาะกับช่วงที่ต้องการยืดระยะเวลาใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อไม่สะดวกชาร์จโทรศัพท์
อย่างไรก็ตาม การเปิดตลอดเวลาอาจส่งผลต่อการทำงานเบื้องหลังของบางแอป
หากจำเป็นต้องรับการแจ้งเตือนทันที ควรตั้งค่าการใช้พลังงานให้เหมาะกับแอปแต่ละตัว
นอกจากการตั้งค่าแล้ว พฤติกรรมการชาร์จและการใช้งานมีผลต่ออายุแบตเตอรี่ระยะยาว
สามารถชาร์จถึง 100% เมื่อจำเป็น ไม่จำเป็นต้องกังวลกับการชาร์จเต็มเป็นครั้งคราว
สิ่งสำคัญกว่าการยึดตัวเลขเปอร์เซ็นต์เดียว คือการหลีกเลี่ยงความร้อนสูงและใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ปลอดภัย
ไม่ควร Factory Reset เป็นขั้นตอนแรกเมื่อ vivo Y18 แบตเตอรี่ลดเร็ว
เพราะหากปัญหาเกิดจากความสว่างหน้าจอ แอปกินแบต สัญญาณมือถือ หรือแบตเตอรี่เสื่อม การล้างข้อมูลอาจไม่แก้สาเหตุ
① ตรวจสอบ Battery Usage
② ลดความสว่างหน้าจอ
③ ทดลองใช้หน้าจอ 60Hz
④ ตรวจสอบแอปเบื้องหลัง
⑤ ตรวจสอบสัญญาณ 4G และ Wi-Fi
⑥ เปิด Battery Saver เมื่อเหมาะสม
⑦ ตรวจสอบอุณหภูมิ
⑧ อัปเดตแอปที่มีปัญหา
⑨ รีสตาร์ตโทรศัพท์
⑩ ส่งตรวจแบตเตอรี่หากยังผิดปกติ
จึงควรใช้วิธีที่ไม่ลบข้อมูลก่อนเสมอ
| อาการ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | การตั้งค่าหรือวิธีแก้ |
|---|---|---|
| แบตลดเร็วเมื่อเปิดหน้าจอ | ความสว่างสูง | ลด Brightness |
| แบตลดขณะเลื่อนหน้าจอ | การใช้รีเฟรชเรตสูง | ทดลอง 60Hz |
| แบตลดตอนกลางคืน | แอปหรือสัญญาณเครือข่าย | ตรวจ Battery Usage |
| LINE ใช้แบตมาก | วิดีโอคอลหรือกิจกรรมเบื้องหลัง | ตรวจการใช้พลังงานของ LINE |
| TikTok กินแบต | วิดีโอและหน้าจอทำงานต่อเนื่อง | ลดความสว่างและเวลาการใช้งาน |
| เล่นเกมแบตหมดไว | CPU และ GPU ทำงานหนัก | ลดกราฟิกและพักเครื่อง |
| ใช้ 4G แล้วแบตไหล | สัญญาณอ่อน | ทดลองพื้นที่สัญญาณดี |
| เปิดฮอตสปอตแบตหมดเร็ว | แชร์ข้อมูลต่อเนื่อง | ปิดเมื่อไม่ใช้งาน |
| เครื่องร้อนและแบตลด | ความร้อนสะสม | หยุดใช้งานหนัก |
| แบตลดฮวบ | แบตเตอรี่หรือระบบไฟผิดปกติ | ส่งตรวจหากเกิดซ้ำ |
| แบตหมดเร็วหลังอัปเดต | ระบบหรือแอปทำงานผิดปกติ | รีสตาร์ตและตรวจอัปเดต |
| แบตเสื่อม | ความจุจริงลดลง | ตรวจสุขภาพแบตเตอรี่ |
ตารางนี้เป็นแนวทางการวิเคราะห์เบื้องต้น ไม่ได้ใช้ยืนยันสาเหตุโดยไม่ตรวจสอบโทรศัพท์จริง
หากต้องการทราบว่าการปรับตั้งค่าช่วยได้หรือไม่ ควรบันทึกผลอย่างเป็นระบบ
① ชาร์จโทรศัพท์ในระดับที่พร้อมใช้งาน
② บันทึกเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่เริ่มต้น
③ เปิด Battery Usage เพื่อดูข้อมูลเดิม
④ ตั้งความสว่างหน้าจอให้เหมาะสม
⑤ ทดลองเลือกหน้าจอ 60Hz
① ใช้งาน LINE และ Facebook ตามปกติ
② หลีกเลี่ยงเกมหนักหากต้องการทดสอบการใช้งานทั่วไป
③ สังเกตความร้อน
④ บันทึกเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่เป็นระยะ
① ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือ
② เปิด Battery Usage
③ ดูว่าแอปใดใช้พลังงานสูงที่สุด
④ เปรียบเทียบกับวันก่อนที่มีรูปแบบการใช้งานใกล้เคียงกัน
หากแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นหลังปรับหน้าจอและแอปเบื้องหลัง แสดงว่าการตั้งค่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง
หากแบตยังลดเร็วมากทั้งที่ใช้งานใกล้เคียงกัน ควรตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่หรือระบบเพิ่มเติม
ไม่ควรเปรียบเทียบวันที่เล่นเกมหนักกับวันที่ใช้เพียง LINE เพราะพฤติกรรมใช้พลังงานต่างกันมาก
เริ่มจาก Settings > Battery แล้วตรวจสอบ Battery Usage จากนั้นลดความสว่างหน้าจอและตรวจสอบแอปที่ใช้พลังงานสูง
vivo Y18 รุ่นประเทศไทยมีแบตเตอรี่ 5,000 mAh ตามข้อมูลจำเพาะของผู้ผลิต
อัตรารีเฟรช 90Hz อาจใช้พลังงานมากกว่า 60Hz ในบางสถานการณ์ หากต้องการประหยัดแบตสามารถทดลองใช้ 60Hz
ตรวจสอบ Battery Usage สัญญาณมือถือ แอปที่ซิงก์ข้อมูลและกิจกรรมเบื้องหลัง แล้วเปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่หลายคืน
ตรวจสอบว่าใช้วิดีโอคอลหรือมีการทำงานเบื้องหลังมากหรือไม่ อัปเดตแอปและตรวจ Battery Usage โดยไม่ลบข้อมูล LINE
ตรวจสอบการตั้งค่าการทำงานเบื้องหลังและสิทธิ์แจ้งเตือนของ LINE เพราะโหมดประหยัดพลังงานอาจจำกัดกิจกรรมของแอปบางประเภท
การเล่นเกมใช้พลังงานสูงกว่าการใช้งานพื้นฐาน โดยเฉพาะเกมกราฟิกหนัก แต่หากแบตลดฮวบหรือเครื่องร้อนผิดปกติ ควรตรวจสอบเพิ่มเติม
อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อเครือข่ายมือถือสัญญาณอ่อน ขณะที่ Wi-Fi มีสัญญาณเสถียร
สังเกตการใช้งานที่สั้นลงมาก แบตลดฮวบ เครื่องดับเอง หรือแบตเตอรี่บวม หากต้องการยืนยันควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบ
ยังไม่ควรสรุปทันที อาจเกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่หรือระบบประเมินพลังงาน ควรตรวจสอบและส่งศูนย์บริการหากเกิดซ้ำ
ไม่จำเป็น ควรรีสตาร์ต ตรวจ Battery Usage อัปเดตแอปและสังเกตอาการก่อน
ขึ้นอยู่กับการใช้งาน เพราะอาจลดกิจกรรมเบื้องหลังและทำให้การแจ้งเตือนบางแอปล่าช้า
ควรพิจารณาเมื่อพบว่าแบตเตอรี่เสื่อมหรือผิดปกติจากการตรวจสอบ ไม่ควรเปลี่ยนเพียงเพราะใช้งานหนักแล้วแบตลดเร็ว
อาจช่วยกรณีซอฟต์แวร์ผิดปกติบางประเภท แต่ไม่ได้ซ่อมแบตเตอรี่เสื่อม และมีความเสี่ยงต่อข้อมูล จึงไม่ใช่วิธีแรกที่ควรใช้
หาก vivo Y18 แบตเตอรี่ลดเร็วผิดปกติ แบตหมดไว หรือแบตลดแม้ไม่ได้ใช้งาน ควรเริ่มจากตรวจสอบ Battery Usage เพื่อดูว่าแอปหรือกิจกรรมใดใช้พลังงานสูงที่สุด
จากนั้นปรับความสว่างหน้าจอ ทดลองใช้อัตรารีเฟรช 60Hz จัดการแอปเบื้องหลังที่ไม่จำเป็น และใช้ Battery Saver เมื่อเหมาะสม
หากแบตลดเร็วเมื่อใช้ 4G หรือฮอตสปอต ควรตรวจสอบคุณภาพสัญญาณเครือข่ายร่วมด้วย
สำหรับอาการแบตลดฮวบ เครื่องดับทั้งที่ยังมีแบตเตอรี่ หรือมีความร้อนผิดปกติ ควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบแบตเตอรี่และระบบจ่ายไฟ
สิ่งสำคัญคือไม่ควรรีบ Factory Reset ถอนการติดตั้ง LINE หรือลบข้อมูลแอปเพื่อแก้ปัญหาแบตหมดเร็ว เพราะอาจทำให้รูปภาพและประวัติสนทนาสูญหายโดยไม่จำเป็น
ComSiam แนะนำให้เริ่มจากการตั้งค่าที่ปลอดภัยและตรวจสอบการใช้พลังงานจริงก่อน หาก vivo Y18 ยังแบตเตอรี่ลดเร็วผิดปกติหลังแก้ไขแล้ว ควรตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงสาเหตุและหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น