Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Microsoft Copilot เก็บข้อมูลอะไรบ้าง? เมื่อเราพิมพ์คำถาม ส่งข้อความ อัปโหลดรูปภาพ หรือแนบไฟล์ PDF ให้ AI วิเคราะห์ ข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บไว้ที่ไหน Microsoft สามารถนำไปใช้อะไรได้บ้าง และเมื่อเราลบประวัติสนทนาแล้ว ข้อมูลจะหายไปจริงหรือไม่?
คำถามเหล่านี้สำคัญสำหรับผู้ใช้ Microsoft Copilot ทั้งบน Windows 11 เว็บไซต์ โทรศัพท์มือถือ และ Microsoft 365 เพราะข้อมูลที่ส่งให้ AI อาจเกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัว การทำงาน เอกสารบริษัท หรือข้อมูลลูกค้า
คำตอบสั้น ๆ คือ Microsoft Copilot สามารถจัดเก็บข้อความสนทนา คำตอบ ประวัติการใช้งาน รวมถึงประมวลผลไฟล์และรูปภาพที่ผู้ใช้ส่งเข้าไปได้ แต่สถานที่จัดเก็บ ระยะเวลาเก็บรักษา และการนำข้อมูลไปใช้แตกต่างกันตามประเภทบัญชีและบริการ
บทความนี้จาก comsiam จะอธิบายให้เข้าใจอย่างละเอียดว่า Copilot เก็บข้อมูลอะไรไว้บ้าง ข้อมูลอยู่ในระบบใด ใครสามารถเข้าถึงได้ และมีวิธีจัดการหรือลบข้อมูลอย่างไร เพื่อให้ใช้งาน AI ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
เมื่อใช้งาน Microsoft Copilot ระบบอาจประมวลผลและบันทึกข้อมูลหลายประเภทเพื่อให้ AI ทำงานได้อย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับผู้ใช้
ข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน ได้แก่
การที่ระบบจัดเก็บข้อมูลไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทุกประเภทจะถูกเก็บในที่เดียวกัน หรือมีระยะเวลาจัดเก็บเท่ากันทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น ข้อความแชตของบัญชีส่วนตัวอาจถูกจัดการผ่านระบบประวัติสนทนาของ Copilot ขณะที่ข้อมูลการสนทนาขององค์กรอาจอยู่ภายใต้นโยบาย Microsoft 365 และ Microsoft Purview
เก็บครับ หากเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่รองรับประวัติการสนทนา ผู้ใช้สามารถเปิดดูคำถามและคำตอบที่เคยสนทนากับ Copilot ได้
ตัวอย่างข้อมูลในประวัติ ได้แก่
การเก็บประวัติมีประโยชน์เพราะสามารถย้อนกลับมาอ่านข้อมูลเดิมได้โดยไม่ต้องเริ่มถามใหม่ทุกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวควรตรวจสอบประวัติที่บันทึกไว้เป็นประจำ และไม่ควรใช้พื้นที่สนทนาเป็นที่เก็บรหัสผ่านหรือข้อมูลลับ
Microsoft ระบุระยะเวลาประวัติสนทนาสำหรับ Copilot ผู้ใช้ทั่วไปไว้ที่ 18 เดือน และอนุญาตให้ลบบทสนทนารายการเดียวหรือลบประวัติทั้งหมดได้
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาดังกล่าวไม่ใช่กฎที่ใช้กับ Copilot ทุกผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะบัญชีองค์กรที่อาจมีนโยบายจัดเก็บข้อมูลต่างกัน
ผู้ใช้ควรตรวจสอบนโยบายล่าสุดตามประเภทบัญชีที่ใช้งาน
ข้อความที่พิมพ์ให้ Copilot เรียกว่า Prompt ส่วนคำตอบที่ระบบสร้างขึ้นเรียกว่า Response
ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกบันทึกในระบบคลาวด์ที่เกี่ยวข้องกับบริการ Copilot เพื่อรองรับประวัติสนทนา การประมวลผล และการดำเนินงานตามนโยบายของ Microsoft
ตัวอย่างเช่น เมื่อพิมพ์คำสั่งว่า
“ช่วยสรุปบทความนี้เป็นภาษาไทย 10 ข้อ”
ระบบต้องนำข้อความดังกล่าวไปประมวลผลเพื่อสร้างคำตอบ และหากเป็นการสนทนาที่บันทึกประวัติได้ ข้อความและคำตอบอาจปรากฏในประวัติการใช้งานด้วย
โดยทั่วไป ข้อมูลการสนทนาไม่ได้จัดเก็บเฉพาะในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ แต่เกี่ยวข้องกับระบบคลาวด์ของ Microsoft ด้วย
แม้จะลบแอป Copilot ออกจาก Windows หรือโทรศัพท์ ก็ไม่ควรสรุปว่าประวัติสนทนาที่เชื่อมกับบัญชี Microsoft ถูกลบไปพร้อมกัน
หากต้องการจัดการข้อมูลที่บันทึกไว้ ต้องตรวจสอบการตั้งค่าประวัติและความเป็นส่วนตัวของบัญชีโดยตรง
เมื่อผู้ใช้อัปโหลดรูปภาพให้ Copilot วิเคราะห์ เช่น รูปเอกสาร ภาพหน้าจอ หรือภาพสินค้า ระบบจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลในภาพเพื่อสร้างคำตอบ
ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่
รูปภาพที่อัปโหลดอาจถูกเก็บรักษาตามนโยบายของบริการ และอาจมีความเกี่ยวข้องกับประวัติการสนทนานั้น
สิ่งที่ควรระวัง: รูปภาพอาจมีข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ตั้งใจ เช่น ชื่อจริง เบอร์โทรศัพท์ เลขบัญชี ที่อยู่ หรือข้อมูลลูกค้าที่ปรากฏอยู่ในเอกสาร
ก่อนอัปโหลดภาพ ควรตรวจดูรายละเอียดให้ครบและปิดบังข้อมูลที่ไม่จำเป็น
การจัดเก็บภาพที่สร้างด้วย AI ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และบริการที่ใช้ เช่น ประวัติการสนทนา พื้นที่จัดเก็บที่เชื่อมต่อ หรือไฟล์ที่ผู้ใช้บันทึกเอง
รูปภาพที่ดาวน์โหลดลงคอมพิวเตอร์จะเป็นไฟล์อีกชุดหนึ่ง การลบประวัติแชตจึงไม่ได้หมายความว่าไฟล์ภาพที่เคยดาวน์โหลดจะหายไปด้วย
เมื่ออัปโหลดไฟล์ให้ Copilot อ่านหรือวิเคราะห์ ระบบต้องเข้าถึงเนื้อหาของไฟล์ที่ได้รับอนุญาตเพื่อดำเนินการตามคำสั่ง
ตัวอย่างเช่น
การเก็บรักษาไฟล์ขึ้นอยู่กับช่องทางที่ใช้ส่งไฟล์และประเภทบริการ
ไม่ควรสรุปว่าไฟล์ทุกไฟล์ถูกเก็บถาวร แต่ก็ไม่ควรเข้าใจว่าไฟล์จะถูกลบทันทีหลัง AI วิเคราะห์เสร็จ
Microsoft มีนโยบายการจัดการไฟล์และระยะเวลาเก็บรักษาที่แตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะระหว่าง Copilot สำหรับบุคคลทั่วไปกับ Microsoft 365 สำหรับองค์กร
สำหรับองค์กร ไฟล์ที่ผู้ใช้อัปโหลดใน Copilot Chat บางรูปแบบอาจถูกเก็บใน OneDrive และอยู่ภายใต้นโยบายการจัดการไฟล์ขององค์กร
ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะไฟล์ต้นฉบับ ไฟล์ที่อัปโหลด ไฟล์แนบ และประวัติสนทนาอาจถูกจัดการแยกกัน
ตัวอย่างเช่น หากใช้ Copilot วิเคราะห์ไฟล์ Excel ที่จัดเก็บใน OneDrive แล้วลบบทสนทนา ไฟล์ Excel ต้นฉบับใน OneDrive ไม่ได้ถูกลบตามโดยอัตโนมัติ
จึงควรตรวจสอบตำแหน่งจัดเก็บไฟล์เพิ่มเติมทุกครั้ง
นอกจากข้อความและไฟล์ Copilot อาจใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบัญชีและการตั้งค่าของผู้ใช้
ตัวอย่างข้อมูล ได้แก่
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า Copilot สามารถอ่านข้อมูลทุกอย่างในคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ได้โดยอัตโนมัติ
การเข้าถึงข้อมูลของแอป ไฟล์ และบริการอื่นขึ้นอยู่กับความสามารถของผลิตภัณฑ์ สิทธิ์ของบัญชี และการอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
Memory คือคุณสมบัติที่ช่วยให้ Copilot จดจำข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับผู้ใช้ เพื่อปรับคำตอบให้เหมาะกับความต้องการในครั้งต่อไป
ตัวอย่างเช่น
แต่ Memory ไม่ใช่สิ่งเดียวกับ Conversation History
Conversation History คือบันทึกการสนทนาที่ผ่านมา ส่วน Memory คือข้อมูลที่ Copilot ใช้จดจำรายละเอียดเพื่อช่วยปรับประสบการณ์การใช้งาน
ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและจัดการ Memory ได้ตามตัวเลือกที่มีในบริการ
ไม่จำเป็น เพราะการปิดความจำกับการลบประวัติสนทนาเป็นคนละการดำเนินการ
หากไม่ต้องการให้ข้อมูลเดิมถูกใช้งาน ควรตรวจสอบทั้ง Memory, Personalization และ Conversation History แยกจากกัน
เรื่องนี้ต้องแยกประเภทบัญชีอย่างชัดเจน
Microsoft มีตัวเลือกให้ผู้ใช้ที่เข้าเงื่อนไขจัดการการใช้ข้อมูลสนทนาเพื่อฝึกโมเดล Generative AI
ผู้ใช้สามารถตรวจสอบตัวเลือกดังกล่าวในส่วน Privacy ของ Copilot
อย่างไรก็ตาม การปิดการใช้ข้อมูลเพื่อฝึกโมเดลไม่ได้หมายความว่าระบบจะหยุดประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูลทุกประเภท เพราะยังอาจมีการดำเนินงานเพื่อให้บริการและรักษาความปลอดภัย
เมื่อใช้งานภายใต้ Enterprise Data Protection ข้อความ Prompt และ Response จะได้รับการปกป้องตามเงื่อนไขบริการระดับองค์กร และ Microsoft ระบุว่าไม่นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ฝึก Foundation Models
แต่ข้อมูลการใช้งานยังอาจถูกจัดเก็บเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านการตรวจสอบและการปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์กร
สำหรับ Copilot ที่ใช้กับ Microsoft 365 ภายใต้บัญชีองค์กร ข้อมูลอาจเกี่ยวข้องกับบริการหลายส่วน เช่น
ข้อมูลการสนทนา Prompt และ Response สามารถอยู่ในระบบ Microsoft 365 ที่รองรับการตรวจสอบและนโยบายเก็บรักษาขององค์กร
สำหรับข้อมูลการโต้ตอบที่ต้องใช้ด้าน Compliance ระบบอาจเก็บข้อมูลในพื้นที่จัดเก็บที่เกี่ยวข้องกับ Exchange Online เพื่อรองรับ eDiscovery และ Retention Policies
ขณะที่ไฟล์ต้นฉบับยังคงอยู่ในแหล่งจัดเก็บของตัวเองตามสิทธิ์และนโยบายที่กำหนด
ผู้ดูแลระบบที่ได้รับสิทธิ์เหมาะสมอาจใช้เครื่องมือด้าน Compliance, Content Search หรือ eDiscovery ตรวจสอบข้อมูลการโต้ตอบของ Copilot ได้ตามความสามารถของบริการและนโยบายองค์กร
ดังนั้นพนักงานไม่ควรเข้าใจว่าการใช้ Copilot ด้วยบัญชีบริษัทเป็นการสนทนาส่วนตัวที่ผู้ดูแลระบบไม่มีทางตรวจสอบได้
| ประเด็น | บัญชีส่วนบุคคล | บัญชีองค์กรที่มี EDP |
|---|---|---|
| ประวัติสนทนา | จัดการผ่าน Copilot | อยู่ภายใต้ระบบและนโยบาย Microsoft 365 |
| ข้อความ Prompt | ประมวลผลตามนโยบายผู้บริโภค | อยู่ภายใต้การปกป้องข้อมูลระดับองค์กร |
| การฝึก AI | มีตัวเลือกควบคุมตามเงื่อนไข | ไม่ใช้ Prompt และ Response ฝึก Foundation Models |
| ไฟล์ที่อัปโหลด | ขึ้นอยู่กับบริการ | อาจจัดเก็บใน OneDrive หรือบริการองค์กร |
| ระยะเวลาเก็บ | ตามนโยบายผลิตภัณฑ์ | อาจกำหนดผ่าน Retention Policies |
| การตรวจสอบ | เครื่องมือส่วนบุคคล | มีเครื่องมือ Audit และ eDiscovery ตามสิทธิ์ |
ข้อสำคัญคือการใช้บัญชี Microsoft เดียวกันไม่ได้แปลว่าทุกผลิตภัณฑ์มีเงื่อนไขข้อมูลเหมือนกัน ต้องพิจารณาบริการและสิทธิ์ที่ใช้งานจริง
สำหรับผู้ใช้ Copilot ที่ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีส่วนบุคคล สามารถตรวจสอบประวัติได้ตามขั้นตอนทั่วไปดังนี้
หากไม่พบประวัติ ควรตรวจสอบว่าเข้าสู่ระบบถูกบัญชีหรือไม่ รวมถึงเวอร์ชันของแอปและความพร้อมใช้งานของฟีเจอร์
การลบประวัติสนทนาเป็นวิธีสำคัญในการจัดการข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้อีกต่อไป
สำหรับบัญชีที่รองรับ สามารถใช้ตัวเลือกจัดการประวัติทั้งหมดจาก Copilot หรือเครื่องมือความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับบัญชี
ควรอ่านรายละเอียดการลบก่อนยืนยัน เพราะการลบประวัติไม่ได้หมายความว่า Memory ไฟล์ที่บันทึกไว้ และข้อมูลทุกประเภทจะถูกลบพร้อมกัน
ข้อมูลบางส่วนอาจยังคงอยู่ชั่วคราวหรืออยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย กฎหมาย และการเก็บรักษาข้อมูล
โดยเฉพาะบัญชีองค์กรที่มี Retention Policy หรือ Legal Hold ข้อมูลอาจถูกเก็บตามข้อกำหนด แม้ผู้ใช้ไม่เห็นข้อความในแอปแล้ว
หากไม่ต้องการให้ Copilot ใช้ความจำเพื่อปรับคำตอบ สามารถตรวจสอบการตั้งค่าได้ดังนี้
ชื่อเมนูอาจเปลี่ยนตามอัปเดตหรืออุปกรณ์
การปิด Memory ไม่เท่ากับการลบประวัติแชต ดังนั้นผู้ใช้ควรจัดการข้อมูลทั้งสองส่วนให้ครบถ้วน
สำหรับ Copilot บัญชีส่วนบุคคลที่มีตัวเลือกดังกล่าว สามารถตรวจสอบตามช่องทางที่ใช้ได้
เปิดโปรไฟล์ของ Copilot แล้วเข้าสู่ส่วน Privacy เพื่อค้นหาตัวเลือก Training on conversation activity
เปิดโปรไฟล์ เลือก Settings แล้วไปยัง Privacy เพื่อตรวจสอบตัวเลือกเกี่ยวกับการฝึกโมเดล
เปิดเมนูบัญชี เข้าไปยัง Privacy และตรวจสอบตัวเลือกการฝึกโมเดลที่มี
หากไม่พบเมนู ควรตรวจสอบประเภทบัญชี เวอร์ชันแอป และเงื่อนไขความพร้อมใช้งานก่อน
แม้ Copilot จะมีมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่ข้อมูลบางประเภทไม่ควรส่งเข้าไปโดยไม่มีความจำเป็นหรือการอนุญาตที่เหมาะสม
| ประเภทข้อมูล | เหตุผลที่ควรหลีกเลี่ยง |
|---|---|
| รหัสผ่านและ OTP | เสี่ยงต่อความปลอดภัยของบัญชี |
| API Key และ Private Key | อาจทำให้ระบบถูกเข้าถึง |
| บัตรประชาชนและเอกสารยืนยันตัวตน | เป็นข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญ |
| เลขบัตรเครดิต | เสี่ยงต่อการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ |
| ประวัติสุขภาพ | เป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว |
| รายชื่อลูกค้า | อาจเกี่ยวข้องกับความลับและข้อกำหนดด้านข้อมูล |
| สัญญาธุรกิจ | อาจมีรายละเอียดที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ |
| ข้อมูลเงินเดือน | อาจกระทบความเป็นส่วนตัวของพนักงาน |
หากจำเป็นต้องวิเคราะห์เอกสารเหล่านี้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์และการตั้งค่าที่ได้รับอนุญาต พร้อมปิดบังข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องก่อนอัปโหลด
ตำแหน่งจัดเก็บข้อมูลขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ ภูมิภาคของบริการ การกำหนดค่าบัญชี และข้อผูกพันเรื่อง Data Residency ที่เกี่ยวข้อง
ไม่ควรสรุปว่าเพียงเพราะผู้ใช้อยู่ประเทศไทย ข้อมูล Copilot ทั้งหมดจะถูกจัดเก็บในศูนย์ข้อมูลภายในประเทศไทย
สำหรับองค์กร Microsoft มีเอกสารอธิบายเรื่อง Data Residency และขอบเขตพื้นที่ให้บริการของ Microsoft 365 แต่รายละเอียดแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และประเภทข้อมูล
นอกจากนี้ ตำแหน่งที่จัดเก็บข้อมูลกับสถานที่ที่ระบบ AI ประมวลผลข้อมูลอาจไม่ใช่สถานที่เดียวกัน
ธุรกิจที่มีข้อกำหนดด้านที่ตั้งข้อมูลควรตรวจสอบเงื่อนไขบริการและความพร้อมใช้งานตามภูมิภาคก่อนนำไปใช้งานจริง
Copilot อาจบันทึก Prompt และ Response ตามนโยบายของผลิตภัณฑ์และการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ควรถือว่าทุกฟีเจอร์และทุกบัญชีมีการจัดเก็บเหมือนกันทั้งหมด
แม้ไม่ได้เข้าสู่ระบบ บริการออนไลน์อาจยังประมวลผลข้อมูลที่จำเป็นต่อการตอบคำถามและการดำเนินงานของระบบ การไม่มีบัญชีไม่ได้รับประกันว่าไม่มีการประมวลผลข้อมูลใด ๆ
การลบรูปภาพออกจากอุปกรณ์ไม่ได้หมายความว่าไฟล์ที่เคยอัปโหลดไปยังบริการออนไลน์จะถูกลบตามทันที ต้องตรวจสอบนโยบายและการจัดการไฟล์ในบริการที่ใช้ด้วย
ไม่สามารถสรุปเช่นนั้นได้ ระยะเวลาเก็บรักษาขึ้นอยู่กับประเภทข้อมูล ผลิตภัณฑ์ นโยบายบัญชี และข้อกำหนดด้านกฎหมายหรือ Compliance
ประวัติไม่ได้ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะโดยอัตโนมัติ แต่ผู้ที่เข้าถึงบัญชีของคุณได้ หรือผู้มีสิทธิ์ตรวจสอบข้อมูลภายในองค์กรตามนโยบายที่เกี่ยวข้อง อาจเข้าถึงข้อมูลบางส่วนได้
ไม่จำเป็น การถอนการติดตั้งแอปออกจากอุปกรณ์ไม่ใช่การส่งคำขอลบประวัติหรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับบัญชีบนคลาวด์
ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ บางการทำงานใช้ไฟล์ที่อยู่บน OneDrive หรืออาจสร้างไฟล์ในพื้นที่จัดเก็บที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้หมายความว่า Copilot ทุกประเภทเก็บข้อความทั้งหมดไว้เป็นไฟล์ OneDrive ที่ผู้ใช้มองเห็น
อาจยังเก็บประวัติได้ เพราะการควบคุมการใช้ข้อมูลเพื่อฝึก AI กับการควบคุมการจัดเก็บประวัติเป็นคนละเรื่อง
Microsoft Copilot สามารถประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน เช่น ข้อความ Prompt คำตอบ ประวัติสนทนา ไฟล์ รูปภาพ และข้อมูลการตั้งค่าบางประเภท
แต่รายละเอียดการจัดเก็บขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้กำลังใช้ Copilot บัญชีส่วนบุคคล Copilot Chat สำหรับองค์กร หรือความสามารถ AI ภายใน Microsoft 365
สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ควรเข้าใจว่าการลบแชต การปิด Memory หรือการปิดการฝึก AI เป็นการลบข้อมูลทุกประเภทพร้อมกัน เพราะแต่ละอย่างมีขอบเขตการทำงานต่างกัน
ข้อแนะนำจาก comsiam: ก่อนใช้ Copilot กับข้อมูลสำคัญ ควรตรวจสอบประเภทบัญชี เลือกใช้บริการให้ตรงกับระดับความลับของงาน หลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำเป็น และจัดการประวัติ แฟ้มข้อมูล และ Memory อย่างสม่ำเสมอ
การเข้าใจว่า AI เก็บข้อมูลอะไรและจัดการข้อมูลอย่างไร จะช่วยให้ใช้งาน Microsoft Copilot ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น
ComSiam Professional Team