Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Microsoft Copilot Studio กับ Power Virtual Agents ต่างกันอย่างไร? คำตอบคือ Microsoft Power Virtual Agents (PVA) เป็นแพลตฟอร์มเดิมสำหรับสร้าง Chatbot แบบ Low-Code ส่วน Microsoft Copilot Studio เป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาต่อยอดจาก Power Virtual Agents โดยเพิ่มความสามารถด้าน Generative AI, AI Agents, Knowledge, Tools, Workflows และการเชื่อมต่อ Microsoft 365 Copilot
Microsoft ประกาศเปิดตัว Copilot Studio และรวมความสามารถของ Power Virtual Agents เข้าเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ใหม่เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2023 ในงาน Microsoft Ignite 2023 โดยมีเป้าหมายขยายจากเครื่องมือสร้าง Chatbot แบบดั้งเดิม ไปสู่แพลตฟอร์มสร้างและจัดการ AI Assistant ที่ทำได้มากกว่าการตอบคำถามตามบทสนทนาที่กำหนดไว้
ดังนั้น Copilot Studio จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนหน้าตาโปรแกรม แต่เป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มให้รองรับการทำงานของ AI ที่ยืดหยุ่นขึ้น ตั้งแต่การตอบคำถามจากเอกสาร ไปจนถึงการเรียกเครื่องมือเพื่อดำเนินงานในระบบธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม Power Virtual Agents รุ่นเดิมก็มีความสามารถด้าน Generative Answers และการเชื่อม Actions บางส่วนก่อนเปลี่ยนชื่อแล้ว จึงไม่ควรเข้าใจว่าความสามารถ AI ทั้งหมดเพิ่งเกิดขึ้นหลังการเปิดตัว Copilot Studio
บทความนี้ comsiam จะอธิบายประวัติ Power Virtual Agents เหตุผลที่ Microsoft เปลี่ยนมาใช้ Copilot Studio ความแตกต่างด้านฟีเจอร์ การสร้าง AI Agent การใช้งาน Topics, Generative Answers และ Power Automate รวมถึงวิธีตรวจสอบและย้าย Classic Bots มาสู่ Copilot Studio รุ่นใหม่
Microsoft Power Virtual Agents หรือ PVA เป็นเครื่องมือสร้าง Chatbot แบบ Low-Code ที่ Microsoft เปิดให้ใช้งานทั่วไปในเดือนธันวาคม 2019
จุดเด่นคือช่วยให้ผู้ใช้สร้าง Chatbot สำหรับตอบคำถามและดำเนินงานบางประเภทได้ โดยไม่ต้องพัฒนาโปรแกรมทั้งหมดด้วยตนเอง
บริษัทต้องการสร้าง Chatbot รับแจ้งปัญหาคอมพิวเตอร์
ผู้ใช้พิมพ์ว่า:
“ต้องการแจ้งซ่อมคอมพิวเตอร์”
ระบบจะเริ่ม Topic รับแจ้งซ่อม แล้วถามข้อมูลตามขั้นตอน เช่น
หลังจากนั้น Chatbot สามารถส่งข้อมูลไปยัง Flow ที่เตรียมไว้ได้
เหมาะกับงานที่มีขั้นตอนชัดเจนและสามารถออกแบบบทสนทนาไว้ล่วงหน้า
แต่หากผู้ใช้ถามนอกเหนือจาก Topics ที่เตรียมไว้ Chatbot แบบดั้งเดิมอาจต้องใช้ Fallback หรือความสามารถ AI เพิ่มเติมเพื่อจัดการคำถามนั้น
Microsoft Copilot Studio เป็นแพลตฟอร์ม Low-Code สำหรับสร้าง AI Agents, Workflows และความสามารถ AI ที่เชื่อมต่อกับข้อมูลและระบบธุรกิจ
เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาต่อยอดจาก Power Virtual Agents โดยเพิ่มแนวทางการสร้าง Agent ที่ใช้ Generative AI เป็นส่วนสำคัญ
พนักงานถามว่า:
“Wi-Fi สำนักงานใช้งานไม่ได้ ต้องแก้อย่างไร?”
Agent สามารถค้น Knowledge เพื่อแนะนำขั้นตอนตรวจสอบ
หากพนักงานต้องการแจ้งซ่อม Agent สามารถใช้ Tool ที่เตรียมไว้เพื่อสร้างรายการตามสิทธิ์และเงื่อนไขที่กำหนด
ช่วยให้นักพัฒนาและผู้สร้างระบบออกแบบ Agent ได้ทั้งแบบใช้ Knowledge อย่างยืดหยุ่น และแบบควบคุมบทสนทนาด้วย Topics
การเปลี่ยนชื่อไม่ได้เกิดขึ้นทันทีโดยไม่มีการพัฒนาฟีเจอร์มาก่อน
Microsoft เปิดให้ใช้ Power Virtual Agents สำหรับสร้าง Chatbot แบบ Low-Code
แนวทางหลักคือใช้ Topics และบทสนทนาที่ผู้สร้างกำหนด
ในงาน Microsoft Build 2023 Microsoft ประกาศความสามารถใหม่ของ Power Virtual Agents เช่น
แสดงให้เห็นว่า Power Virtual Agents เริ่มเปลี่ยนจาก Chatbot ที่พึ่งกฎและ Topics ไปสู่การใช้ AI มากขึ้นก่อนการเปลี่ยนชื่อ
Microsoft เปิดตัว Copilot Studio ที่งาน Microsoft Ignite 2023
พร้อมประกาศรวมความสามารถของ Power Virtual Agents เข้ามาใน Copilot Studio
ชื่อ Power Virtual Agents จึงถูกยุติการใช้เป็นชื่อผลิตภัณฑ์หลัก
Copilot Studio ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม เช่น
Microsoft Copilot Studio
ส่วน Power Virtual Agents เป็นชื่อเดิมที่อาจยังพบในเอกสารเก่า คลิปสอน หรือ URL ของเอกสาร Microsoft
| หัวข้อ | Power Virtual Agents แบบเดิม | Microsoft Copilot Studio |
|---|---|---|
| สถานะชื่อผลิตภัณฑ์ | ชื่อเดิม | ชื่อปัจจุบัน |
| จุดเน้น | สร้าง Chatbot | สร้าง AI Agents และ Workflows |
| แนวทางพัฒนา | Low-Code | Low-Code และ AI-Assisted |
| Topics | รองรับ | รองรับ |
| Trigger Phrases | ใช้เป็นหลัก | ใช้ได้ตาม Orchestration Mode |
| Knowledge | ความสามารถเดิมและ Generative Answers บางรุ่น | รองรับ Knowledge Sources หลากหลาย |
| Generative AI | เพิ่มเข้ามาในช่วงหลัง | เป็นความสามารถสำคัญ |
| Generative Orchestration | ไม่ใช่แนวทางหลักของ Classic Bots | รองรับ |
| Tools | Actions และการเชื่อมต่อ | Tools, Connectors และ Flows |
| Power Automate | รองรับ | รองรับ |
| Microsoft 365 Copilot | ไม่ใช่จุดเน้นเดิม | รองรับการขยายความสามารถ |
| Analytics | มี | พัฒนาต่อยอด |
| Security | ใช้ระบบ Power Platform | มี Governance และ Controls เพิ่มเติม |
| เหมาะกับ | Chatbot ตามขั้นตอน | AI Agents และระบบอัตโนมัติ |
หมายเหตุ: ตารางเปรียบเทียบ Power Virtual Agents แบบดั้งเดิมกับ Copilot Studio รุ่นใหม่ ไม่ได้หมายความว่า Power Virtual Agents ทุกรุ่นขาด Generative AI เพราะ Microsoft เพิ่มความสามารถดังกล่าวก่อนการเปลี่ยนชื่อแล้ว
มีเหตุผลสำคัญหลายประการ
Chatbot แบบเดิมมักทำงานตามบทสนทนาที่เตรียมไว้
แต่ Generative AI สามารถเข้าใจคำถามที่หลากหลายขึ้นและสร้างคำตอบจากข้อมูลได้
ชื่อ Copilot Studio จึงสะท้อนบทบาทที่กว้างกว่าการสร้าง Virtual Agent แบบเดิม
Microsoft พัฒนา Microsoft Copilot สำหรับการใช้งานหลายรูปแบบ
Copilot Studio จึงเป็นเครื่องมือสำหรับสร้างและขยายความสามารถของ Copilot รวมถึงสร้าง Agent เฉพาะสำหรับองค์กร
จากเดิมที่เน้นสนทนา ระบบขยายไปสู่การเรียก Tools และ Workflows เพื่อดำเนินงานจริง
เช่น SharePoint, Dataverse และบริการผ่าน Connectors
ผู้สร้างสามารถใช้ภาษาธรรมชาติเพื่อช่วยสร้างและปรับแต่งความสามารถบางส่วนได้
AI Agent อาจต้องค้นข้อมูล เลือกเครื่องมือ และทำงานหลายขั้นตอน ไม่ใช่เพียงตอบคำถามตาม Script
เพิ่มความสำคัญของ Governance, Analytics และ Security
Topics เป็นความสามารถที่มีมาตั้งแต่ Power Virtual Agents และยังมีบทบาทใน Copilot Studio
Topics ใช้กำหนดรูปแบบการสนทนา เช่น
เน้น Trigger Phrases และการออกแบบบทสนทนาด้วย Topics
ยังรองรับ Topics แต่สามารถใช้ Generative Orchestration เลือกว่าจะตอบจาก Knowledge หรือเรียก Tool ตามคำขอได้
ควรใช้เมื่อกระบวนการต้องมีขั้นตอนแน่นอน เช่น
ไม่จำเป็นต้องยกเลิก Topics ทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนไปใช้ AI แบบ Generative
Generative Answers ช่วยให้ Chatbot ตอบคำถามจาก Knowledge ได้โดยไม่ต้องสร้าง Topic สำหรับทุกคำถาม
ผู้สร้างกำหนดคำถาม:
“บริษัทรับติดตั้ง Wi-Fi หรือไม่?”
แล้วกำหนดคำตอบไว้
หากผู้ใช้ถามต่างรูปแบบ อาจต้องเตรียม Trigger Phrases เพิ่มเติม
ผู้สร้างเพิ่มรายละเอียดบริการ Wi-Fi เป็น Knowledge
ผู้ใช้สามารถถาม เช่น
Agent สามารถค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้วสร้างคำตอบได้
Generative Answers ไม่รับประกันคำตอบถูกต้องทุกครั้ง
ต้องตรวจสอบ Knowledge, Citations และการตีความข้อมูล
Generative Orchestration เป็นความสามารถที่ช่วยให้ AI Agent เลือกและจัดลำดับการใช้ Knowledge, Topics และ Tools ตามคำขอ
ผู้ใช้ถาม:
“วิธีแก้ Wi-Fi ต่อไม่ได้ทำอย่างไร?”
Agent อาจใช้ Knowledge ตอบคำถาม
แต่หากถามว่า:
“ช่วยแจ้งซ่อม Wi-Fi ให้หน่อย”
Agent อาจใช้ Tool สำหรับสร้างรายการแจ้งซ่อม
Chatbot แบบ Classic มักพึ่ง Trigger Phrases และ Flow ที่กำหนดไว้
Generative Orchestration มีความยืดหยุ่นในการเลือกความสามารถมากกว่า
ขึ้นอยู่กับ Agent และ Harness ที่ใช้
ควรตรวจสอบ Generative AI Settings, ชื่อและ Description ของ Topics และ Tools
การเปิด Generative Orchestration ไม่ได้ทำให้ Agent มีสิทธิ์ทำงานทุกอย่างโดยอัตโนมัติ
ยังต้องเพิ่ม Tools และกำหนด Authentication กับ Authorization ให้ถูกต้อง
Power Automate เป็นเครื่องมือสำคัญที่เชื่อมกับทั้งสองแพลตฟอร์ม
สามารถใช้ Flow เพื่อดำเนินงานตามขั้นตอนที่กำหนด เช่น สร้างรายการหรือส่งข้อความ
สามารถใช้ Agent Flows และ Tools เพื่อเรียกกระบวนการอัตโนมัติที่ซับซ้อนขึ้นตามความสามารถที่รองรับ
พนักงานแจ้งว่า:
“เครื่องพิมพ์สำนักงานใช้งานไม่ได้”
Agent สามารถเก็บข้อมูลแล้วเรียก Flow เพื่อ
การเปลี่ยนชื่อจาก Power Virtual Agents เป็น Copilot Studio ไม่ได้ทำให้ Flows เดิมถูกแปลงเป็น Agent Flows รุ่นใหม่โดยอัตโนมัติทุกกรณี
ควรตรวจสอบ Trigger, Response และ Connections ก่อนใช้งาน
Copilot Studio เน้นการเชื่อม Knowledge Sources ให้ AI ค้นและสร้างคำตอบได้
ตัวอย่าง Knowledge ได้แก่
บริษัทมีคู่มือการติดตั้ง Fiber Optic
พนักงานถาม:
“ก่อนทำ Fusion Splicing ต้องเตรียมอะไรบ้าง?”
Agent สามารถค้นหาคำตอบจากคู่มือที่ได้รับอนุญาต
ไม่จำเป็นต้องสร้าง Question-and-Answer Topic สำหรับทุกหัวข้อในคู่มือ
การเชื่อม Knowledge บางประเภทต้องใช้ Authentication และ Permissions
ไม่ควรเปิดเอกสารภายในให้อ่านได้สาธารณะเพียงเพื่อให้ AI ตอบคำถาม
บริษัทมี Chatbot ตอบคำถามทั่วไป เช่น
แต่ผู้สร้างต้องเตรียม Topics จำนวนมาก
ใช้ Copilot Studio เพิ่มข้อมูลบริการเป็น Knowledge
Agent รองรับคำถามที่หลากหลายขึ้นโดยไม่ต้องเขียนบทสนทนาสำหรับทุกคำถาม
การรับแจ้งซ่อมที่ต้องเก็บข้อมูลและยืนยันก่อนดำเนินงาน
Chatbot มี Topic เช่น
สามารถใช้ Knowledge จากคู่มือ IT และ Tools สำหรับสร้าง Ticket
“Windows 11 ต่อ Wi-Fi ไม่ได้ ต้องทำอย่างไร?”
Agent ใช้ Knowledge ตอบ
“ช่วยเปิด Ticket แจ้งซ่อมให้หน่อย”
Agent ใช้ Tool หลังเก็บข้อมูลที่จำเป็น
ลดการต้องออกแบบ Topics สำหรับปัญหาย่อยจำนวนมาก แต่ยังควบคุมขั้นตอนที่สำคัญได้
บริษัทมีเว็บไซต์ให้บริการ
สร้าง Topics สำหรับตอบคำถามบริการ
ใช้ Knowledge จากเว็บไซต์เพื่อรองรับคำถามหลากหลายขึ้น
ลูกค้าถาม:
“ถ้าต้องการติดตั้ง Fiber Optic ในโรงงานต้องเตรียมข้อมูลอะไร?”
Agent ค้น Knowledge และอธิบายข้อมูลเบื้องต้น
หากต้องการให้ Agent ส่งคำขอสำรวจหน้างานจริง ต้องมี Tool หรือ Flow ที่รองรับเพิ่มเติม
ความสามารถของ Power Virtual Agents ถูกรวมเข้ามาใน Microsoft Copilot Studio แล้ว
แต่หากองค์กรมี Classic Bots ที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้ อาจยังพบรูปแบบการสร้างเดิมหรือข้อกำหนดสำหรับการย้ายระบบ
ไม่เสมอไป
Microsoft มีแนวทางสำหรับ Clone และ Convert Classic Bots ที่เข้าเงื่อนไข เพื่อย้ายเข้าสู่ Unified Authoring Experience
อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดบางประเภทที่อาจทำให้ไม่สามารถใช้เครื่องมือแปลงอัตโนมัติได้
เปิด Classic Bot ที่ต้องการย้าย
พิจารณาภาษา ฟีเจอร์ และการเชื่อมต่อที่ใช้อยู่
เก็บรายละเอียด Topics, Variables, Connections และ Channels ก่อนดำเนินการ
สำหรับ Bot ที่รองรับการย้าย จะมีตัวเลือกสำหรับคัดลอกและแปลง
ควรใช้ชื่อแยกจาก Bot Production
ตรวจสอบองค์ประกอบที่ถูกย้าย
ทดสอบลำดับการสนทนา
ตรวจสอบชนิดและค่าข้อมูล
ทดสอบการเรียก Connections
Classic Bots ที่มีคุณสมบัติบางประเภทอาจไม่มีสิทธิ์ Clone เช่น
หาก Bot ไม่เข้าเงื่อนไข ระบบอาจแนะนำให้สร้าง Agent ใหม่แทน
ดังนั้น Bot ภาษาไทยไม่ควรถูกสมมติว่าสามารถแปลงอัตโนมัติได้เสมอไป ต้องตรวจสอบข้อจำกัดในเครื่องมือย้ายของ Microsoft ก่อนดำเนินการ
| รายการ | เหตุผล |
|---|---|
| Bot Language | มีผลต่อความเข้ากันได้ |
| Topics | ต้องทำงานถูกต้อง |
| Trigger Phrases | ต้องตรวจสอบหลังย้าย |
| Variables | อาจมีการเปลี่ยนรูปแบบ |
| Power Automate | ต้องตรวจ Connections |
| Authentication | ต้องตั้งค่าถูกต้อง |
| Channels | ต้องทดสอบอีกครั้ง |
| Knowledge | ต้องตรวจสอบแหล่งข้อมูล |
| Handoff | อาจมีข้อจำกัด |
| Analytics | ควรวางแผนเก็บข้อมูล |
| Security | ต้องทดสอบสิทธิ์ |
| Production | ไม่ควรเปลี่ยนทันทีโดยไม่ทดสอบ |
ทั้งสองอยู่ในระบบนิเวศ Microsoft Power Platform และเกี่ยวข้องกับการจัดการ Identity, Permissions และ Governance
Copilot Studio รุ่นใหม่มีการพัฒนาความสามารถเพิ่มเติมสำหรับควบคุม Agent, Knowledge และ Tools
เพราะการเปลี่ยนรูปแบบการสร้าง Agent อาจทำให้เกิดความแตกต่างด้านการเชื่อมต่อหรือขั้นตอน Authentication
ไม่ควรถือว่า Bot ใหม่มีระดับความปลอดภัยเหมือนระบบเดิมโดยไม่ทดสอบ
Power Virtual Agents เป็นชื่อผลิตภัณฑ์เดิม จึงไม่ควรนำราคาแพ็กเกจเก่ามาใช้เป็นราคาปัจจุบันโดยตรง
ปัจจุบัน Copilot Studio มีรูปแบบการคิดค่าใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Copilot Credits และสิทธิ์การใช้งานขององค์กร
จำนวน Sessions ไม่จำเป็นต้องเท่ากับจำนวน Copilot Credits
ควรประเมินจากรูปแบบการใช้ความสามารถจริงก่อนเลือกแพ็กเกจ
เพราะผลิตภัณฑ์รวมเข้ามาใน Copilot Studio แล้ว
ตรวจสอบว่าคู่มือใช้ Classic Authoring หรือ Unified Authoring
ตรวจสอบ Orchestration Mode และรูปแบบ Topic
ตรวจสอบภาษาและฟีเจอร์ที่ไม่รองรับ
ทดสอบ Trigger และลำดับบทสนทนา
ตรวจสอบชนิดข้อมูลและ Mapping
ตรวจสอบ Trigger, Response และ Connection
ตรวจสอบ Authentication และ Knowledge Source
ตรวจสอบ Description และแหล่งข้อมูล
ปรับ Tool Name และ Description
ตรวจสอบ Identity Provider และสิทธิ์ผู้ใช้งาน
ตรวจสอบการ Publish และ Channel
ตรวจสอบ Embed Code และ Authentication
ตรวจสอบนิยามตัวชี้วัดและประเภท Agent
ตรวจสอบ License และ Copilot Credits ปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์แต่ละอย่างอาจมีข้อกำหนด License, Harness และ Environment แตกต่างกัน ควรตรวจสอบความพร้อมใช้งานก่อนเลือกนำมาใช้
ปัจจุบันใช้ชื่อ Microsoft Copilot Studio โดยความสามารถของ Power Virtual Agents ถูกรวมเข้ามาในแพลตฟอร์มนี้
Microsoft ประกาศ Copilot Studio เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2023
เพื่อสะท้อนความสามารถที่ขยายจาก Chatbot ไปสู่ Generative AI และการสร้าง AI Agents
Copilot Studio เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาต่อยอดจาก Power Virtual Agents ไม่ใช่สองแพลตฟอร์มใหม่ที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง
ความสามารถเดิมถูกรวมไว้ใน Copilot Studio แต่ Classic Bots อาจต้องพิจารณาการย้ายระบบและข้อจำกัดตามรุ่น
Copilot Studio มีความสามารถใหม่มากกว่า โดยเฉพาะ Generative AI และ Agent Orchestration แต่ระบบเดิมที่ทำงานตามขั้นตอนชัดเจนอาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสถาปัตยกรรมทั้งหมดทันที
ไม่จำเป็นสำหรับการสร้าง Agent และ Chatbot พื้นฐาน
Power Virtual Agents มีความสามารถ Generative AI บางส่วนก่อนเปลี่ยนชื่อแล้ว โดย Microsoft ประกาศเพิ่มในปี 2023
มี และยังเหมาะกับกระบวนการที่ต้องควบคุมลำดับบทสนทนา
ได้ตามรูปแบบ Topic และ Orchestration Mode ที่รองรับ
มี สำหรับสร้างคำตอบจาก Knowledge Sources
มี เพื่อช่วยเลือก Knowledge, Topics และ Tools ตามคำขอ
ได้ผ่าน Flows และ Tools ที่รองรับ
ได้ตามการตั้งค่า Knowledge, Authentication และ Permissions
ได้ โดยเผยแพร่ Agent ผ่าน Channel ที่รองรับ
บางกรณีสามารถใช้วิธี Copy and Convert ได้ แต่มีข้อจำกัดตามคุณสมบัติของ Bot
คู่มือการย้าย Classic Bot ของ Microsoft ระบุว่าบอทที่ใช้ภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษไม่เข้าเงื่อนไขการ Clone แบบดังกล่าว จึงควรตรวจสอบทางเลือกการย้ายหรือสร้างใหม่
ควรทดสอบ Topics, Variables, Connections, Authentication และ Channels ทั้งหมดที่สำคัญ
ไม่ควรเปรียบเทียบจากแพ็กเกจเก่าโดยตรง เพราะรูปแบบ License และ Billing เปลี่ยนแปลงไป
สำหรับผู้เริ่มต้นในปัจจุบัน ควรเรียน Microsoft Copilot Studio เป็นหลัก และศึกษาคำว่า Power Virtual Agents เพื่อเข้าใจเอกสารหรือระบบเดิม
Microsoft Power Virtual Agents เป็นแพลตฟอร์มสร้าง Chatbot แบบ Low-Code ที่เปิดใช้งานทั่วไปตั้งแต่ปี 2019
ต่อมา Microsoft เพิ่มความสามารถ Generative AI และประกาศเปิดตัว Microsoft Copilot Studio เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2023 โดยนำความสามารถของ Power Virtual Agents มารวมไว้ในผลิตภัณฑ์ใหม่
Copilot Studio จึงเป็นการพัฒนาต่อยอด ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนชื่อโปรแกรม เพราะรองรับการสร้าง AI Agents ที่ใช้ Knowledge, Topics, Tools และ Workflows ได้อย่างยืดหยุ่นขึ้น
สำหรับองค์กรที่มี Classic Bots อยู่แล้ว ควรตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อนย้าย และไม่ควรสมมติว่า Bot ทุกภาษาและทุกฟีเจอร์สามารถแปลงอัตโนมัติได้
สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ แนะนำให้ศึกษา Copilot Studio โดยตรง เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่ Microsoft ใช้พัฒนาความสามารถ AI Agents และระบบอัตโนมัติในปัจจุบัน
comsiam แนะนำให้ใช้แนวทาง สำรวจระบบเดิม → ตรวจสอบ Topics และ Flows → ประเมินความเข้ากันได้ → วางแผนย้าย → ทดสอบ Knowledge และ Tools → ตรวจสอบ Security → Publish → ติดตาม Analytics → ปรับปรุงต่อเนื่อง
การเข้าใจความแตกต่างของ Power Virtual Agents กับ Copilot Studio จะช่วยให้เลือกเทคโนโลยีได้เหมาะสม วางแผนย้าย Chatbot เดิมอย่างรอบคอบ และต่อยอดสู่การสร้าง AI Agent สำหรับงานธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ