Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีเชื่อม Microsoft Dataverse กับ Copilot Studio ทำได้โดยเปิด AI Agent ที่ต้องการ เลือก Knowledge → Add knowledge → Dataverse จากนั้นเลือกตารางข้อมูลธุรกิจที่ต้องการ กำหนดชื่อและ Description แล้วกด Add to agent เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อย ให้ทดสอบว่า Agent สามารถค้นหาและตอบคำถามจากข้อมูลในตารางได้ถูกต้อง โดยต้องเปิด Dataverse Search และตั้งค่า Authentication เป็น Authenticate with Microsoft
Microsoft Dataverse เป็นแพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลธุรกิจของ Microsoft Power Platform รองรับข้อมูลแบบมีโครงสร้าง เช่น รายชื่อลูกค้า สินค้า โครงการ คำขอบริการ และรายการแจ้งซ่อม
เมื่อนำ Dataverse มาเชื่อมกับ Microsoft Copilot Studio องค์กรสามารถสร้าง AI Agent ที่ช่วยค้นหาและอธิบายข้อมูลธุรกิจโดยใช้ภาษาธรรมชาติได้
ตัวอย่างเช่น บริษัทมีตาราง Service Requests สำหรับจัดเก็บรายการแจ้งซ่อมของลูกค้า พนักงานสามารถถาม Agent ว่า
“มีงานแจ้งซ่อมที่ยังไม่เสร็จในสัปดาห์นี้กี่รายการ?”
AI Agent สามารถใช้ Dataverse Knowledge เพื่อค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องและสร้างคำตอบตามความสามารถที่รองรับและสิทธิ์ของผู้ใช้งาน
นอกจากนี้ยังสามารถนำ Dataverse ไปใช้ร่วมกับ Tools และ Workflows เพื่อสร้างกระบวนการทำงาน เช่น ตรวจสอบข้อมูลก่อนสร้างรายการใหม่ หรืออัปเดตสถานะงานภายใต้สิทธิ์และเงื่อนไขที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม การเพิ่ม Dataverse เป็น Knowledge ไม่ได้หมายความว่า Agent สามารถเพิ่ม แก้ไข หรือลบข้อมูลในฐานข้อมูลได้ทันที การดำเนินงานดังกล่าวต้องใช้ Tools หรือ Actions ที่รองรับและกำหนดสิทธิ์แยกต่างหาก
บทความนี้ comsiam จะสอนวิธีเชื่อม Dataverse กับ Copilot Studio ตั้งแต่การเตรียมตาราง เปิด Dataverse Search เลือก Knowledge ตั้งค่า Authentication ทดสอบคำถามจากฐานข้อมูล ไปจนถึงตัวอย่างสร้าง AI Agent สำหรับธุรกิจและวิธีแก้ปัญหาที่พบบ่อย
Microsoft Dataverse เป็นบริการจัดเก็บและบริหารข้อมูลของ Microsoft Power Platform ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับแอปและกระบวนการธุรกิจ
Dataverse ช่วยให้องค์กรจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบตาราง กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล และควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงได้
Dataverse ทำงานร่วมกับบริการต่างๆ ใน Microsoft Ecosystem เช่น
Dataverse เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลที่รองรับข้อมูลแบบมีโครงสร้าง โดยผู้ใช้งานสามารถกำหนด Tables, Columns, Relationships และ Security Roles ได้
แต่ไม่ได้ทำงานเหมือนการให้ผู้ใช้เข้าถึงฐานข้อมูล SQL โดยตรงทุกขั้นตอน เพราะ Dataverse มีชั้นบริการและกลไกด้านความปลอดภัยของตัวเอง
เช่น ค้นหาข้อมูลโครงการและสถานะงาน
ใช้ข้อมูลในตาราง Dataverse ประกอบการตอบคำถาม
ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเขียนคำสั่งฐานข้อมูลด้วยตัวเอง
เช่น งานที่ยังไม่เสร็จหรือโครงการในช่วงเวลาที่กำหนด
ใช้ข้อมูลที่ได้รับอนุญาตจากระบบ Service Management
ช่วยค้นข้อมูลสินค้า ลูกค้า หรือโอกาสทางการขายตามสิทธิ์
ค้นหาข้อมูลอุปกรณ์และรายการแจ้งปัญหา
ช่วยค้นข้อมูลประวัติการบำรุงรักษาและสถานะงาน
สามารถขยายความสามารถด้วย Tools และ Workflows
พนักงานสามารถถามคำถามแทนการเปิดตารางหลายชุด
| องค์ประกอบ | หน้าที่ |
|---|---|
| Table | เก็บข้อมูลประเภทหนึ่ง |
| Column | ระบุคุณสมบัติของข้อมูล |
| Row | รายการข้อมูลแต่ละรายการ |
| Relationship | เชื่อมโยงตาราง |
| View | กำหนดรูปแบบการแสดงข้อมูล |
| Security Role | ควบคุมสิทธิ์ |
| Dataverse Search | ค้นหาข้อมูลจากตาราง |
| Quick Find View | กำหนดคอลัมน์สำหรับการค้นหา |
| Knowledge Source | แหล่งข้อมูลที่ Agent ใช้ตอบ |
| Tool / Action | ใช้ดำเนินงานกับระบบ |
| RequestID | ServiceType | Location | Status |
|---|---|---|---|
| SR-1001 | LAN | ขอนแก่น | Open |
| SR-1002 | Fiber Optic | กรุงเทพฯ | In Progress |
| SR-1003 | Wi-Fi | อุดรธานี | Completed |
| SR-1004 | CCTV | ขอนแก่น | Open |
ข้อมูลในตารางเป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายการทำงาน
หากเชื่อมตารางนี้กับ Copilot Studio ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์สามารถถามเกี่ยวกับรายการงานตามข้อมูลที่ระบบค้นหาได้
นี่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งก่อนสร้าง Agent ที่เชื่อมฐานข้อมูล
ใช้ค้นหาและตอบคำถามจากข้อมูล
ตัวอย่าง:
“มีรายการแจ้งซ่อมประเภท Fiber Optic อะไรบ้าง?”
ใช้เรียกการดำเนินงานที่กำหนด เช่น
ความสามารถเหล่านี้ขึ้นอยู่กับ Connector หรือ Tool ที่กำหนดไว้จริงและสิทธิ์ที่ได้รับ
| หัวข้อ | Dataverse Knowledge | Dataverse Tool |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์ | ค้นหาและอธิบายข้อมูล | เรียกการทำงานกับข้อมูล |
| ตอบคำถาม | ได้ | ได้ตามผลลัพธ์ Tool |
| อ่านข้อมูล | ผ่านระบบ Knowledge | ผ่าน Action ที่กำหนด |
| เพิ่มรายการ | ไม่ใช่หน้าที่ของ Knowledge | ทำได้เมื่อรองรับ |
| แก้ไขรายการ | ไม่ใช่หน้าที่ของ Knowledge | ทำได้เมื่อรองรับ |
| ลบรายการ | ไม่ใช่หน้าที่ของ Knowledge | ทำได้เมื่อรองรับ |
| การควบคุมสิทธิ์ | ตามการเข้าถึงข้อมูล | ตาม Connection และ Action |
| เหมาะกับ | Knowledge Assistant | Transactional Agent |
คำแนะนำ: หากต้องการให้ Agent ตรวจสอบสถานะงานอย่างแม่นยำจากรหัสรายการเฉพาะ หรือแก้ไขข้อมูลจริง ควรพิจารณาใช้ Tool ที่เชื่อมระบบโดยตรงร่วมกับ Knowledge
ต้องมีบัญชีและสิทธิ์สร้างหรือแก้ไข Agent
Environment ต้องมี Dataverse ที่พร้อมใช้งาน
เตรียม Dataverse Tables ที่ต้องการ
ต้องเปิดใช้งาน Dataverse Search ใน Environment
ต้องตั้งค่า Agent เป็น Authenticate with Microsoft
ผู้สร้าง Agent และผู้ใช้งานต้องมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลตามหน้าที่
ตรวจสอบ Role ที่ได้รับใน Dataverse
ควรใช้ตารางที่มีข้อมูลปัจจุบันและไม่ขัดแย้งกัน
เตรียมคำอธิบายว่าข้อมูลแต่ละชุดใช้ทำอะไร
ควรมีคำถามที่ครอบคลุมการค้นหาและกรองข้อมูล
Dataverse Knowledge ต้องใช้ Dataverse Search
หากไม่ได้เปิดใช้งาน ผู้สร้าง Agent อาจไม่สามารถเพิ่ม Dataverse Tables เป็น Knowledge ได้
ชื่อเมนูและตำแหน่งการตั้งค่าอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชันของ Power Platform Admin Center
ต้องให้ผู้ดูแล Environment ดำเนินการ
การสร้าง Search Index สามารถใช้ความจุ Dataverse เพิ่มเติม และอาจมีผลต่อต้นทุนตาม License และปริมาณข้อมูล
องค์กรควรตรวจสอบความจุและค่าใช้จ่ายก่อนเปิดใช้กับข้อมูลจำนวนมาก
ขั้นตอนนี้ใช้กับ Agent และ Knowledge Experience ที่รองรับ Dataverse Tables
ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีที่ได้รับสิทธิ์
ตรวจสอบว่าอยู่ใน Environment ที่มี Dataverse Tables ที่ต้องการ
ไปที่ Agents แล้วเลือก Agent ที่ต้องการ
ตัวอย่าง:
Business Data Assistant
สำหรับหน้าจอใหม่ เลือก Build แล้วเปิด Knowledge จาก Components Panel
สำหรับหน้าจออื่น อาจสามารถเปิดผ่านหน้า Overview หรือ Knowledge ได้โดยตรง
เปิดหน้าต่างเลือกแหล่งข้อมูล
เลือก Dataverse จากรายการ Knowledge Sources
ระบบจะแสดง Dataverse Tables ที่บัญชีสามารถเข้าถึงได้
ตัวอย่าง:
สามารถเลือกได้สูงสุด 15 Dataverse Tables ต่อหนึ่ง Knowledge Source
ควรเลือกเฉพาะตารางที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ Agent
ตั้งชื่อให้เข้าใจง่าย
ตัวอย่าง:
Service Management Data
ตัวอย่าง:
“This Dataverse knowledge source contains service requests, project records, service categories, and work statuses. Use it to answer employee questions about service operations and project tracking.”
ยืนยันเพิ่ม Dataverse เป็น Knowledge
ต้องตั้งค่า Agent เป็น Authenticate with Microsoft
เปิดหน้าทดสอบแล้วถามคำถามจากข้อมูลจริง
ทดลองด้วยบัญชีผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ต่างกัน
เมื่อผ่านการทดสอบ ให้ Publish ตามขั้นตอนของ Agent ที่รองรับ
หากยังไม่มีตารางธุรกิจ สามารถสร้างผ่าน Power Apps ได้
ขั้นตอนโดยภาพรวม:
| Column | Data Type | หน้าที่ |
|---|---|---|
| RequestID | Text | เลขรายการ |
| CustomerName | Text | ชื่อลูกค้า |
| ServiceType | Choice / Text | ประเภทบริการ |
| Location | Text | สถานที่ |
| RequestDate | Date | วันที่รับงาน |
| Status | Choice | สถานะ |
| Technician | Lookup / Text | ผู้รับผิดชอบ |
| Description | Multiline Text | รายละเอียด |
| Priority | Choice | ความเร่งด่วน |
ควรเลือกชนิดข้อมูลให้ตรงกับการใช้งานจริง
เพราะข้อมูลวันที่ ตัวเลข และความสัมพันธ์มีรูปแบบเฉพาะ
การออกแบบ Columns ให้ถูกต้องช่วยให้ค้นหา กรอง และใช้ข้อมูลกับแอปธุรกิจได้ดีขึ้น
Description ช่วยให้ระบบ Orchestration เข้าใจว่า Knowledge Source มีข้อมูลเกี่ยวกับอะไร
“Company data”
คำอธิบายนี้ไม่เพียงพอ
“This Dataverse source contains customer service requests, project records, service categories, assigned technicians, and job statuses. Use it when authorized employees ask about service tickets, ongoing projects, and outstanding work.”
ประเภทข้อมูล + ตารางสำคัญ + กลุ่มผู้ใช้ + คำถามที่รองรับ
Customer Records
สำหรับข้อมูลลูกค้าที่ได้รับอนุญาต
Product Catalog
สำหรับข้อมูลสินค้า
Service Requests
สำหรับงานแจ้งซ่อม
Project Tracking
สำหรับสถานะโครงการ
Maintenance Records
สำหรับประวัติบำรุงรักษา
การแยก Knowledge Sources และ Description ตามหน้าที่ช่วยลดการเลือกข้อมูลผิดแหล่ง
คุณภาพการค้นหาไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อ Knowledge เพียงอย่างเดียว
Dataverse ใช้ข้อมูลเกี่ยวกับ Table และ Columns ในการค้นหา
แทนที่จะใช้ชื่อ Column ว่า
Field01
ควรใช้ชื่อที่สื่อความหมาย เช่น
ServiceStatus
หรือ
AssignedTechnician
ชื่อข้อมูลที่ชัดเจนช่วยให้ผู้ดูแลและระบบค้นหาเข้าใจโครงสร้างได้ดีขึ้น
ข้อมูล Dataverse ไม่ได้มีเฉพาะข้อความสั้นหรือรายการแบบตาราง
บางองค์กรใช้ Multiline Text สำหรับบันทึกคำอธิบายยาว หรือใช้ File Columns แนบเอกสาร
Microsoft มีความสามารถ Preview สำหรับเพิ่มคุณภาพการค้นหาเนื้อหาแบบไม่มีโครงสร้างจาก Columns ประเภทนี้
Multiline Text
ใช้เก็บรายละเอียด เช่น
File
ใช้เก็บไฟล์แนบที่เกี่ยวข้องกับรายการ
ความสามารถค้นหาข้อความยาวและไฟล์แนบแบบนี้มีส่วนที่อยู่ในสถานะ Preview
ก่อนนำไปใช้กับระบบ Production ควรตรวจสอบความพร้อมของ Tenant และข้อจำกัดของฟีเจอร์
ควรตรวจสอบการจัดทำดัชนีใหม่
Microsoft ระบุว่าบางกรณีระบบอาจใช้เวลาถึงสองวันในการจัดเตรียมข้อมูลย้อนหลัง
หากจำเป็น อาจพิจารณาเพิ่ม Knowledge Source อีกครั้งหลังปรับ Columns ตามแนวทางที่รองรับ
Dataverse Tables ที่เพิ่มเป็น Knowledge ต้องใช้ Authenticate with Microsoft
นี่คือข้อกำหนดสำคัญ
เพราะระบบใช้ตัวตนผู้ใช้งานสำหรับตรวจสอบสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
ไม่ได้
ผู้ใช้ต้องมีสิทธิ์อ่านข้อมูลใน Dataverse ตาม Security Roles และข้อกำหนดของระบบ
Security Roles เป็นกลไกกำหนดสิทธิ์ใน Dataverse
ตัวอย่างสิทธิ์ ได้แก่
Sales User
อ่านข้อมูลสินค้าและข้อมูลลูกค้าที่ได้รับอนุญาต
Service Technician
อ่านรายการงานและบันทึกที่เกี่ยวข้อง
IT Administrator
จัดการระบบตามสิทธิ์ผู้ดูแล
Finance User
เข้าถึงข้อมูลการเงินตามหน้าที่
เพราะไม่ควรให้พนักงานทุกคนเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดของบริษัท
ข้อสำคัญ: Instructions ที่ระบุว่าไม่ให้เปิดเผยข้อมูลลับ ไม่สามารถใช้แทน Security Roles ของ Dataverse ได้
สมมติว่าบริษัทมี Dataverse Table ชื่อ
IT Service Requests
| TicketNumber | IssueType | Status | Priority |
|---|---|---|---|
| IT-1001 | Wi-Fi | Open | High |
| IT-1002 | Printer | Completed | Low |
| IT-1003 | LAN | In Progress | Medium |
| IT-1004 | Windows | Open | Medium |
ข้อมูลทั้งหมดเป็นตัวอย่าง
IT Helpdesk Data Assistant
Dataverse Table: IT Service Requests
คำถามที่ต้องการข้อมูลเฉพาะแบบแน่นอน เช่น Ticket Number หรือการนับข้อมูลทั้งหมด ควรตรวจสอบว่าระบบ Knowledge ให้คำตอบครบถ้วน
หากต้องการผลลัพธ์ที่แม่นยำตามเงื่อนไขฐานข้อมูล อาจใช้ Dataverse Tool เพื่อค้นหารายการแบบมีโครงสร้างโดยตรง
สมมติว่าบริษัทให้บริการติดตั้ง LAN, Wi-Fi, CCTV และ Fiber Optic
มี Dataverse Tables ดังนี้
Customers
ข้อมูลลูกค้า
Projects
ข้อมูลโครงการ
Service Requests
รายการแจ้งซ่อม
Equipment
ข้อมูลอุปกรณ์
Maintenance Records
ประวัติการบำรุงรักษา
สร้าง Agent สำหรับช่วยพนักงานค้นข้อมูลโครงการและสถานะงาน
IT Project Assistant
ฝ่ายขายสามารถใช้ Dataverse สำหรับข้อมูลสินค้าและโอกาสทางการขาย
“มี Opportunities ที่ยังเปิดอยู่ในเดือนนี้อะไรบ้าง?”
หรือ
“สินค้ารุ่นนี้มีคุณสมบัติอะไรในระบบ?”
ข้อมูลราคาหรือสถานะสต็อกต้องมาจากข้อมูลจริงที่ได้รับอนุญาต
Agent ไม่ควรสร้างราคาหรือปริมาณสินค้าเมื่อไม่พบข้อมูลที่ยืนยันได้
หากต้องการตรวจสอบข้อมูลแบบมีเงื่อนไขชัดเจนและให้ผลลัพธ์ล่าสุด ควรพิจารณาใช้ Dataverse Tool ที่เรียกข้อมูลโดยตรง
หากต้องการให้ Agent ตรวจสอบ Ticket จากรหัสเฉพาะ สามารถสร้าง Tool ที่เรียก Dataverse ได้ตามความสามารถของ Connector หรือ Workflow
ผู้ใช้ถาม:
“ตรวจสอบ Ticket IT-1001”
Agent ดำเนินงานดังนี้
“When an authorized user asks for the status of a service ticket, request the ticket number if missing. Use the configured Dataverse lookup tool to retrieve the record. Report only the status returned by the tool. Never invent a ticket or claim that a ticket was updated unless the tool confirms success.”
ต้องใช้ Tool หรือ Action สำหรับ Create Row พร้อมกำหนดการตรวจสอบข้อมูลและสิทธิ์อย่างเหมาะสม
ไม่ใช่ความสามารถที่ได้จาก Knowledge โดยอัตโนมัติ
ควรทดสอบหลายสถานการณ์
ถามข้อมูลที่ทราบผลลัพธ์จาก Dataverse
เช่น งานที่ยังไม่เสร็จในสัปดาห์นี้
ตรวจสอบว่า Agent ไม่สร้างรายการขึ้นเอง
ตรวจสอบว่าเลือกข้อมูลเกี่ยวข้อง
ตรวจสอบจำนวนและยอดรวมกับข้อมูลต้นทาง
ทดลองภาษาพูดและคำศัพท์ที่พนักงานใช้งานจริง
ทดสอบบัญชีที่มีสิทธิ์ต่างกัน
ตรวจสอบความพร้อมของ Search Index และผลลัพธ์
ตรวจสอบว่าสามารถค้นข้อความยาวได้ตามการตั้งค่า
หากมี Tools ให้ทดสอบกรณีระบบเชื่อมต่อผิดพลาด
| KPI | สิ่งที่ควรวัด |
|---|---|
| Answer Accuracy | ความถูกต้องของคำตอบ |
| Retrieval Success | การค้นหาข้อมูลสำเร็จ |
| Permission Compliance | ไม่เปิดเผยข้อมูลเกินสิทธิ์ |
| Tool Success Rate | การเรียก Tool สำเร็จ |
| Response Time | เวลาตอบสนอง |
| User Satisfaction | ความพึงพอใจ |
| Data Freshness | ความเป็นปัจจุบัน |
| Cost per Interaction | ต้นทุนต่อการใช้งาน |
เตรียมคำถาม 100 ข้อ โดยมีคำตอบที่ผู้ดูแลตรวจสอบจาก Dataverse แล้ว
จากนั้นให้ Agent ตอบและประเมินผลว่า
ควรใช้ผลทดสอบเหล่านี้ประกอบการปรับ Knowledge และ Tools
หาก Search ไม่พร้อม อาจไม่สามารถเพิ่ม Table ได้
No authentication และ Authenticate manually ไม่รองรับสำหรับ Knowledge ประเภทนี้
ควรเลือกเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
หากไม่มีสิทธิ์ Table อาจไม่ปรากฏ
Microsoft ระบุว่าปัจจุบันรองรับ Virtual Tables ที่ใช้ Finance and Operations Data Provider สำหรับ Knowledge ประเภทนี้
ควรตรวจสอบก่อนนำไปใช้ Production
อาจมีผลต่อต้นทุน Dataverse
ต้องใช้ Tools หรือ Actions
คำตอบจาก Knowledge เป็นการค้นคืนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรแทนที่การ Query แบบกำหนดเงื่อนไขชัดเจนในงานที่ต้องการความครบถ้วนสูง
เช่น รายได้ ยอดขาย สต็อก และข้อมูลการเงิน
ตรวจสอบ Dataverse Search และการตั้งค่า Search and Index ของ Environment
ตรวจสอบ Security Roles และสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
ตรวจสอบ Knowledge Description และ Authentication
ตรวจสอบว่า Dataverse Search เปิดใช้งานและ Table พร้อมค้นหา
ตรวจสอบ Searchable Columns และ Quick Find View
ตรวจสอบว่าตั้งค่า Multiline Text ให้ค้นหาได้ และฟีเจอร์ Preview พร้อมใช้งาน
ตรวจสอบประเภทไฟล์และการตั้งค่า Search ของ Table
เปลี่ยนเป็น Authenticate with Microsoft ตามข้อกำหนด
ตรวจสอบ Security Roles และ Permissions ของบัญชีผู้ใช้
ตรวจสอบข้อมูลจริงและ Description ของ Knowledge
ตรวจสอบการอัปเดต Search Index
Knowledge ไม่รองรับการสร้างข้อมูลโดยตรง ต้องใช้ Tools หรือ Workflows
ตรวจสอบ Connection, Parameters และ Authentication
ใช้การค้นหาแบบมีโครงสร้างผ่าน Tool เมื่อจำเป็นต้องได้รายการครบหรือจำนวนที่แน่นอน
ตรวจสอบ Dataverse Capacity และ Copilot Credits ที่เกี่ยวข้อง
| รายการ | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|
| Dataverse Environment | ถูกต้อง |
| Dataverse Search | เปิดใช้งาน |
| Tables | เลือกเหมาะสม |
| Columns | ชัดเจน |
| Quick Find View | ตั้งค่าถูกต้อง |
| Knowledge Description | ตรงกับข้อมูล |
| Authentication | Authenticate with Microsoft |
| Security Roles | ถูกต้อง |
| User Permissions | ตรวจสอบแล้ว |
| Sensitive Data | จำกัดสิทธิ์ |
| Tools | ตั้งค่าถูกต้อง |
| Error Handling | พร้อมใช้งาน |
| Test Questions | ผ่านการทดสอบ |
| Numeric Validation | ตรวจสอบแล้ว |
| Billing | ประเมินแล้ว |
| Agent Owner | มีผู้รับผิดชอบ |
| Publish | เวอร์ชันล่าสุด |
| Monitoring | มีแผนติดตาม |
สำหรับงานธุรกิจ ควรให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ถูกต้องและการกำหนดสิทธิ์ มากกว่าการเชื่อม Tables จำนวนมากที่สุด
เปิด Agent ไปที่ Knowledge เลือก Add knowledge แล้วเลือก Dataverse จากนั้นเลือก Tables ตั้งชื่อและ Description แล้วกด Add to agent
Dataverse คือแพลตฟอร์มจัดเก็บและบริหารข้อมูลธุรกิจของ Microsoft Power Platform
ได้ โดยใช้ Dataverse Tables เป็น Knowledge หรือเชื่อมผ่าน Tools ตามความสามารถที่รองรับ
ต้องเปิด Dataverse Search ใน Environment
ต้องใช้ Authenticate with Microsoft
ไม่ได้สำหรับ Dataverse Tables ที่เพิ่มเป็น Knowledge ประเภทนี้
เลือกได้สูงสุด 15 Tables ต่อหนึ่ง Knowledge Source
ได้ตามขอบเขต Knowledge Sources และความสามารถในการค้นหาที่รองรับ
ไม่ได้โดยตรง ต้องใช้ Tools หรือ Actions ที่รองรับสำหรับการเพิ่ม แก้ไข หรือลบข้อมูล
ทำได้เมื่อเพิ่ม Tool หรือ Workflow ที่รองรับและกำหนดสิทธิ์ถูกต้อง
สามารถถามคำถามภาษาไทยได้ในประสบการณ์ที่รองรับ แต่ควรทดสอบการค้นหาชื่อ Tables, Columns และข้อมูลภาษาไทยจริง
การทำดัชนีค้นหาสามารถใช้ Dataverse Capacity เพิ่มเติมและอาจส่งผลต่อต้นทุน
Dataverse เหมาะกับข้อมูลธุรกิจแบบตาราง ส่วน SharePoint เหมาะกับเอกสารและข้อมูลที่ทีมร่วมกันจัดการ
Dataverse เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับแอปธุรกิจที่มีความสัมพันธ์และสิทธิ์ ส่วน Excel เป็นเครื่องมือ Spreadsheet สำหรับจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล
อาจเกิดจากไม่มีสิทธิ์ หรือ Environment ยังไม่เปิด Dataverse Search
ควรตรวจสอบ Knowledge Name, Description, Authentication และการตั้งค่าการใช้ข้อมูล
ได้ เช่น ใช้ข้อมูล Tickets อุปกรณ์ และสถานะงาน โดยต้องตั้งค่าการเข้าถึงและทดสอบความถูกต้อง
ได้ เช่น ใช้ข้อมูลสินค้า ลูกค้า และ Opportunities ภายใต้สิทธิ์ที่กำหนด
Microsoft Copilot Studio รองรับการใช้ Dataverse Tables เป็น Knowledge เพื่อให้ AI Agent ค้นหาและตอบคำถามจากข้อมูลธุรกิจได้
ขั้นตอนหลักคือเตรียม Dataverse Tables เปิด Dataverse Search ตั้งค่า Authentication เป็น Authenticate with Microsoft แล้วเพิ่ม Dataverse Knowledge ผ่าน Copilot Studio
สำหรับองค์กรที่มีข้อมูลลูกค้า โครงการ สินค้า และรายการแจ้งซ่อม Dataverse สามารถเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการสร้าง AI Agent ที่ช่วยพนักงานค้นหาข้อมูลด้วยภาษาธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม Knowledge เหมาะกับการค้นหาและอธิบายข้อมูล หากต้องการสร้างหรือแก้ไขรายการจริง ต้องใช้ Tools หรือ Workflows ที่มีสิทธิ์เหมาะสม
เรื่องสำคัญที่สุดคือการกำหนด Security Roles ตรวจสอบคุณภาพข้อมูล และทดสอบด้วยบัญชีผู้ใช้หลายระดับสิทธิ์ เพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
comsiam แนะนำให้ใช้แนวทาง ออกแบบ Tables → เตรียมข้อมูล → เปิด Dataverse Search → ตั้ง Authentication → เพิ่ม Knowledge → กำหนด Description → ทดสอบ → ตรวจสอบสิทธิ์ → Publish → ติดตามผล
การเชื่อม Dataverse อย่างถูกต้องจะช่วยให้องค์กรนำข้อมูลธุรกิจที่มีอยู่มาใช้กับ AI Agent ได้อย่างเป็นระบบ เพิ่มความสะดวกในการค้นหาข้อมูล และต่อยอดไปสู่กระบวนการทำงานอัตโนมัติผ่าน Microsoft Power Platform ได้อย่างมีประสิทธิภาพ