Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีเชื่อม SharePoint กับ Microsoft Copilot Studio ทำได้โดยเปิด AI Agent ที่ต้องการ เลือกเมนู Knowledge คลิก Add knowledge แล้วเลือก SharePoint จากนั้นระบุ URL ของ SharePoint Site, Folder หรือ List ที่รองรับ ตั้งชื่อแหล่งข้อมูล กำหนด Description และกด Add to agent เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ ให้ทดสอบว่า Agent สามารถค้นหาและตอบคำถามจากเอกสารที่ผู้ใช้งานมีสิทธิ์เข้าถึงได้
การเชื่อม SharePoint เป็นหนึ่งในวิธีสร้าง AI Agent สำหรับองค์กรที่มีประโยชน์อย่างมาก เพราะบริษัทสามารถนำข้อมูลที่จัดเก็บอยู่แล้ว เช่น คู่มือพนักงาน นโยบายบริษัท ขั้นตอนการทำงาน และเอกสารทางเทคนิค มาใช้เป็น Knowledge เพื่อให้ AI ช่วยตอบคำถามได้
ตัวอย่างเช่น บริษัทมีเอกสารคู่มือระบบ LAN, Wi-Fi, Server และ Fiber Optic อยู่ใน SharePoint เมื่อเชื่อมข้อมูลกับ Copilot Studio พนักงานสามารถถามว่า
“ขั้นตอนตรวจสอบระบบเครือข่ายก่อนส่งมอบงานมีอะไรบ้าง?”
AI Agent จะค้นหาข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องและนำมาสรุปเป็นคำตอบ โดยอาศัยสิทธิ์การเข้าถึง SharePoint ของผู้ใช้งานตามการตั้งค่าที่รองรับ
ข้อดีสำคัญคือไม่จำเป็นต้องคัดลอกข้อมูลบริษัททั้งหมดมาใส่ใน Instructions และไม่จำเป็นต้องสร้างคำตอบสำหรับทุกคำถามด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม การเชื่อม SharePoint ไม่ได้หมายความว่า AI จะเข้าถึงเอกสารทุกไฟล์ได้โดยอัตโนมัติ ระบบยังต้องพิจารณา Authentication, Permissions, การจัดทำดัชนีค้นหา รูปแบบไฟล์ และข้อจำกัดด้านความปลอดภัย
บทความนี้ comsiam จะสอนวิธีเชื่อม SharePoint กับ Copilot Studio แบบละเอียด ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การเพิ่ม Knowledge การกำหนดสิทธิ์ การตั้งค่า Instructions การสร้าง AI Agent สำหรับพนักงาน การทดสอบ และการแก้ปัญหาเมื่อ Agent ไม่สามารถตอบจากเอกสารบริษัทได้
Microsoft SharePoint เป็นบริการสำหรับจัดเก็บ จัดการ และแบ่งปันข้อมูลภายในองค์กร
ส่วน Microsoft Copilot Studio เป็นแพลตฟอร์มสำหรับสร้าง AI Agents ที่สามารถใช้ Knowledge และ Tools เพื่อช่วยผู้ใช้งานทำงาน
เมื่อนำทั้งสองระบบมาเชื่อมต่อกัน SharePoint จะทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูล และ Copilot Studio จะใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบคำตอบของ Agent
ไม่จำเป็น
SharePoint สามารถจัดเก็บและจัดการเอกสารได้ด้วยตัวเอง
แต่การเพิ่ม Copilot Studio ช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาคำตอบด้วยภาษาธรรมชาติ โดยไม่ต้องเปิดอ่านเอกสารหลายฉบับด้วยตัวเองทุกครั้ง
ใช้ข้อมูลที่องค์กรมีอยู่แล้วเพื่อช่วยตอบคำถามพนักงาน
ผู้ใช้งานสามารถถามคำถามแทนการค้นหาและเปิดไฟล์จำนวนมาก
กำหนดแหล่งข้อมูลให้ตรงกับนโยบายและเอกสารที่ต้องการ
สำหรับ SharePoint Knowledge แบบเชื่อมไซต์หรือรายการ ระบบสามารถใช้สิทธิ์ของผู้ใช้งานเพื่อตรวจสอบเนื้อหาที่เข้าถึงได้
ช่วยให้พนักงานค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาจากคู่มือภายใน
ช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับนโยบายและขั้นตอนงานบุคคล
ช่วยค้นข้อมูลสินค้าและเอกสารบริการ
ค้นหาคู่มือการติดตั้งและบำรุงรักษา
ช่วยให้เจ้าหน้าที่มีเวลาไปจัดการงานที่ซับซ้อนกว่า
สามารถเพิ่มแหล่งข้อมูลตามฝ่ายหรือโครงการในภายหลัง
Copilot Studio รองรับการใช้ SharePoint เป็น Knowledge หลายรูปแบบ
| ประเภทข้อมูล | ตัวอย่างการใช้งาน |
|---|---|
| SharePoint Sites | เว็บไซต์เอกสารของฝ่ายงาน |
| Document Libraries | คลังเอกสารบริษัท |
| SharePoint Folders | โฟลเดอร์คู่มือเฉพาะโครงการ |
| SharePoint Files | เอกสาร Word, PDF หรือไฟล์ที่รองรับ |
| SharePoint Lists | ตารางรายการข้อมูลธุรกิจ |
| SharePoint Pages | หน้าข้อมูลภายในที่รองรับ |
เป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและเอกสารของทีมงานหรือหน่วยงาน
ตัวอย่าง:
เป็นพื้นที่เก็บเอกสารใน SharePoint เช่น คู่มือ นโยบาย และรายงาน
เป็นรายการข้อมูลแบบมีโครงสร้าง เช่น
ได้สำหรับ SharePoint Pages ที่อยู่ในรูปแบบที่ระบบรองรับ
เนื้อหาบางประเภท เช่น Classic Pages หรือส่วนประกอบ SharePoint Framework บางรูปแบบ อาจไม่สามารถใช้สร้างคำตอบได้
ในหน้าต่าง Add knowledge อาจพบตัวเลือก SharePoint มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง
การเลือกให้ถูกต้องมีความสำคัญ เพราะวิธีเข้าถึงและซิงโครไนซ์ข้อมูลแตกต่างกัน
เป็นการเชื่อม SharePoint ในรูปแบบที่รองรับการค้นหาจากไซต์และรายการข้อมูล
ระบบสามารถใช้การยืนยันตัวตนของผู้ใช้ เพื่อตรวจสอบว่าแต่ละคนมีสิทธิ์อ่านข้อมูลใด
เหมาะกับองค์กรที่ต้องการให้ Agent ตอบคำถามจากข้อมูล SharePoint ภายใต้สิทธิ์ของผู้ใช้งาน
เป็นการเลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์เฉพาะเพื่อนำมาใช้เป็น Knowledge
วิธีนี้มีความสามารถด้านการซิงโครไนซ์ข้อมูลจากแหล่งต้นทางตามรูปแบบที่รองรับ
| หัวข้อ | SharePoint Site/List | SharePoint Files/Folders |
|---|---|---|
| ข้อมูลหลัก | ไซต์และรายการ | ไฟล์และโฟลเดอร์ |
| วิธีเลือก | URL หรือ Browse Lists | Browse Files/Folders |
| การค้นหา | ใช้ระบบค้นหา SharePoint ที่รองรับ | ใช้ระบบจัดเตรียมข้อมูลสำหรับค้นหา |
| เหมาะกับ | เอกสารและรายการระดับองค์กร | ชุดเอกสารเฉพาะ |
| การซิงโครไนซ์ | ตามแหล่งข้อมูลและระบบค้นหา | รองรับการซิงโครไนซ์ไฟล์ |
| สิทธิ์ | ต้องตรวจสอบสิทธิ์ตามวิธีเชื่อมต่อ | ต้องตรวจสอบรูปแบบ Authentication และสิทธิ์ |
คำแนะนำ: สำหรับการสร้าง AI ตอบคำถามจากเอกสารบริษัทโดยใช้สิทธิ์ SharePoint ของพนักงาน ควรเริ่มจาก SharePoint Knowledge แบบเชื่อม Site ที่รองรับการตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้
องค์กรต้องมีสภาพแวดล้อม Microsoft 365 ที่รองรับ SharePoint และ Copilot Studio
ผู้สร้างต้องได้รับสิทธิ์ใช้งาน Copilot Studio และมีสิทธิ์เข้าถึงแหล่งข้อมูลที่ต้องการ
ควรเตรียมไซต์ที่มีเอกสารพร้อมใช้งาน
ตรวจสอบว่าแต่ละกลุ่มผู้ใช้มีสิทธิ์เข้าถึงเอกสารอย่างเหมาะสม
ต้องกำหนดวิธีการยืนยันตัวตนที่รองรับ
ควรสร้าง Agent ใน Environment ที่องค์กรอนุญาต
สำหรับ SharePoint Knowledge บางรูปแบบ Copilot Studio ต้องใช้ Dataverse Search ที่เปิดใช้งานใน Environment
เลือกเอกสารที่เป็นปัจจุบันและได้รับอนุมัติ
ควรเตรียมคำถามจริงจากพนักงานอย่างน้อย 10–20 คำถาม
ควรกำหนดเจ้าของ Agent และผู้ดูแลเอกสารให้ชัดเจน
ตัวอย่างนี้ใช้การเพิ่ม SharePoint Knowledge ระดับ Agent สำหรับ Standard Harness
ลงชื่อเข้าใช้ Microsoft Copilot Studio ด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์
ตรวจสอบว่าอยู่ใน Environment ที่เหมาะสม
ไปที่เมนู Agents แล้วเลือก Agent ที่ต้องการ
ตัวอย่าง:
Company Knowledge Assistant
เลือกเมนู Knowledge หรือกด Add knowledge จากหน้า Overview
ระบบจะแสดงตัวเลือกแหล่งข้อมูล
หากต้องการเชื่อม SharePoint Site ให้เลือก SharePoint จากส่วน Featured
ตัวอย่างรูปแบบ:
URL นี้เป็นตัวอย่าง ต้องแทนด้วย SharePoint Site จริงขององค์กร
สามารถใส่หลาย URL โดยแยกบรรทัดตามวิธีที่ระบบรองรับ
ตัวอย่าง:
IT Department Documents
ตัวอย่าง:
“This SharePoint site contains approved internal IT policies, troubleshooting guides, network documentation, and maintenance procedures. Use it for employee questions about internal IT support.”
ยืนยันเพิ่ม SharePoint เป็น Knowledge
ตรวจสอบว่า Agent ใช้วิธียืนยันตัวตนที่รองรับการเข้าถึง SharePoint
ทดลองถามคำถามจากเอกสารจริง
ทดสอบด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์และไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเอกสาร
หาก Agent ไม่พบข้อมูล ให้ตรวจสอบ URL, Permissions, Index และ Description
เมื่อผ่านการทดสอบ ให้ Publish Agent ตามเงื่อนไข License
ทดสอบผ่าน Teams หรือช่องทางอื่นที่รองรับ โดยใช้บัญชีผู้ใช้จริงในกลุ่มทดลอง
หากองค์กรมีเอกสารหลายประเภท อาจต้องการให้ Agent ใช้เฉพาะข้อมูลโครงการหนึ่ง
SharePoint Site:
มีโฟลเดอร์สำหรับ
หากใช้ SharePoint Site Knowledge สามารถกำหนด URL ไปยังตำแหน่งที่ต้องการค้นหาได้ตามรูปแบบที่รองรับ
ระบบจะค้นหาภายในขอบเขตไซต์หรือโฟลเดอร์ที่ลงทะเบียน และส่วนย่อยที่เกี่ยวข้อง
การเชื่อมโฟลเดอร์หนึ่งไม่ได้หมายความว่า Agent จะเข้าถึงโฟลเดอร์ข้างเคียงโดยอัตโนมัติ
หากต้องการใช้ข้อมูลจากหลายตำแหน่ง ต้องเพิ่มแหล่งข้อมูลให้ครอบคลุมตามความจำเป็น
SharePoint Lists เหมาะกับข้อมูลแบบตารางที่มีรายการเปลี่ยนแปลงเป็นประจำ
ตัวอย่างเช่น
Microsoft ระบุว่าการเชื่อม SharePoint Lists ในรูปแบบนี้สามารถใช้ข้อมูลจากต้นทางแบบ Real-Time ได้ตามความสามารถที่รองรับ
อย่างไรก็ตาม ยังต้องพิจารณาสิทธิ์ของผู้ใช้และคุณภาพการค้นหา
Microsoft แนะนำให้เลือก SharePoint Lists ไม่เกิน 10 รายการต่อ Agent เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม
Lists ที่มีข้อมูลมากกว่า 35,000 แถวอาจทำให้คุณภาพและเวลาตอบสนองลดลง
ไม่เท่ากัน
Knowledge ใช้สำหรับค้นหาและตอบคำถาม
หากต้องการให้ Agent สร้างหรือแก้ไขรายการใน SharePoint List ต้องเพิ่ม Tools หรือ Workflows ที่มีสิทธิ์เหมาะสม
Description ช่วยให้ Agent เข้าใจว่า SharePoint Source มีข้อมูลเกี่ยวกับอะไร
โดยเฉพาะเมื่อใช้ Generative Orchestration
“SharePoint documents”
กว้างเกินไปและไม่บอกขอบเขต
“This SharePoint knowledge source contains approved network installation procedures, LAN and Wi-Fi troubleshooting documents, fiber optic splicing guides, OTDR testing procedures, and maintenance checklists. Use it for internal technical support questions.”
ประเภทเอกสาร + หัวข้อข้อมูล + กลุ่มผู้ใช้ + ประเภทคำถาม
HR Policies
เอกสารนโยบายพนักงาน
IT Knowledge Base
คู่มือแก้ไขปัญหา IT
Sales Documentation
ข้อมูลสินค้าและการขาย
Engineering Manuals
คู่มือทางเทคนิค
Project Procedures
ขั้นตอนดำเนินโครงการ
การแยก Description ให้ชัดเจนช่วยให้ Agent เลือกข้อมูลได้ตรงงานมากขึ้น
Instructions ควรระบุขอบเขตและพฤติกรรมที่ต้องการ
“You are an internal company knowledge assistant.
Answer employee questions using approved SharePoint knowledge sources.
Respect user permissions and do not attempt to reveal information the user is not authorized to access.
Respond in polite Thai.
Use information from the most relevant SharePoint documents.
Do not invent company policies, equipment specifications, financial figures, or project statuses.
If the available knowledge is insufficient, explain that the answer cannot be confirmed.
For technical procedures, provide numbered steps and appropriate safety precautions.
Do not claim that an external business action was completed unless a connected tool confirms success.”
ไม่รับประกัน
ต้องตั้งค่า Authentication และ SharePoint Permissions ให้ถูกต้องด้วย
Instructions เป็นส่วนกำหนดพฤติกรรม ไม่ใช่ระบบควบคุมสิทธิ์แทน Microsoft Entra หรือ SharePoint
Authentication เป็นส่วนสำคัญของการเชื่อม SharePoint
สำหรับ SharePoint Knowledge ที่ใช้การตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้ ระบบต้องทราบว่าผู้สนทนาเป็นใคร
เป็นตัวเลือกที่รองรับการใช้ตัวตน Microsoft ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
เช่น
เหมาะกับกรณีที่ต้องกำหนดกระบวนการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม
SharePoint รองรับรูปแบบการเชื่อมต่อผ่าน Microsoft Entra ID ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ไม่เหมาะกับ SharePoint Knowledge ที่ต้องใช้ตัวตนผู้ใช้
สำหรับการเชื่อม SharePoint แบบนี้ หากตั้ง No authentication ระบบจะไม่ดึงข้อมูล SharePoint มาใช้ตอบคำถาม
ผู้ใช้ต้องมีสิทธิ์อ่านข้อมูลใน SharePoint Site หรือ List ที่ต้องการ
หากไม่มีสิทธิ์ Agent ไม่ควรแสดงข้อมูลนั้น
ในกรณีใช้ Authentication แบบกำหนดเอง ผู้ดูแลระบบอาจต้องตั้งค่า App Registration ใน Microsoft Entra
ตัวอย่าง Delegated Permissions ที่ Microsoft ระบุ ได้แก่
ไม่ใช่
สำหรับ SharePoint Knowledge ที่ใช้สิทธิ์ผู้ใช้ การกำหนด Scopes ที่จำเป็นไม่ได้ทำให้ผู้ใช้งานได้รับสิทธิ์เข้าถึงเอกสารเกินกว่าที่ตนมีอยู่ใน SharePoint
การตั้งค่า App Registration และการให้ Consent ควรดำเนินการโดยผู้ดูแลที่มีความรู้ด้านความปลอดภัย
ไม่ควรเพิ่ม Permissions โดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจหรือไม่มีการตรวจสอบ
SharePoint สามารถกำหนดสิทธิ์ในระดับไซต์ ไลบรารี โฟลเดอร์ และไฟล์ตามโครงสร้างที่องค์กรใช้
บริษัทมีเอกสารสามชุด
Employee Handbook
พนักงานทั่วไปอ่านได้
IT Administration Guide
เฉพาะฝ่าย IT อ่านได้
Finance Reports
เฉพาะฝ่ายการเงินอ่านได้
หากสร้าง Agent ที่ใช้ SharePoint Knowledge ภายใต้การยืนยันตัวตนของผู้ใช้ พนักงานทั่วไปไม่ควรได้รับข้อมูลจากเอกสาร Finance Reports ที่ไม่มีสิทธิ์อ่าน
ระบบ SharePoint Knowledge รองรับการพิจารณาสิทธิ์จาก Sensitivity Labels ตามรูปแบบที่รองรับ
แต่เอกสารที่ถูกเข้ารหัสด้วยการป้องกันบางประเภทอาจไม่สามารถนำเนื้อหามาใช้สร้างคำตอบได้ แม้เจ้าของบัญชีจะเปิดไฟล์นั้นได้
HR Knowledge Assistant
ตอบคำถามเกี่ยวกับนโยบายพนักงาน
ไม่ควรให้ Agent เปิดเผยข้อมูลเงินเดือนหรือข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ์เข้าถึง
หากไม่มีนโยบายที่ยืนยันได้ Agent ควรแจ้งให้ตรวจสอบกับฝ่าย HR
IT Support Knowledge Agent
“Windows 11 เชื่อมต่อ Wi-Fi ไม่ได้ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?”
Agent ควรค้นข้อมูลจากคู่มือ IT ที่ได้รับอนุมัติ แล้วอธิบายเป็นขั้นตอน
Agent ไม่ควรแนะนำให้ปิด Firewall หรือข้ามมาตรการความปลอดภัยโดยไม่มีการอนุญาต
ธุรกิจที่มีเอกสารการติดตั้งระบบ Fiber Optic สามารถสร้าง Agent สำหรับช่วยทีมช่างได้
Fiber Technical Assistant
Agent ควรใช้เกณฑ์การทดสอบจากเอกสารโครงการหรือมาตรฐานที่กำหนดจริง
ไม่ควรสร้างค่า Pass/Fail หรือรับรองผล OTDR โดยไม่มีค่าการวัดที่ตรวจสอบได้
สมมติว่าบริษัทมี SharePoint List ชื่อ
Maintenance Schedule
มีคอลัมน์
“เครื่อง Switch ชั้น 3 มีกำหนดบำรุงรักษาเมื่อไร?”
Agent สามารถใช้ข้อมูลจาก List ที่เชื่อมต่อเพื่อตอบตามสิทธิ์และความสามารถที่รองรับ
ต้องเพิ่ม Tool หรือ Workflow ที่สามารถแก้ไขรายการใน SharePoint List ได้จริง
Knowledge ที่ใช้ค้นหาข้อมูลไม่ได้ให้สิทธิ์เขียนข้อมูลโดยอัตโนมัติ
หากผู้ใช้งานไม่มีสิทธิ์ Agent ไม่สามารถแสดงข้อมูลนั้นได้
ควรตรวจสอบรูปแบบไฟล์ที่ใช้ได้กับระบบค้นหาและ Generative Answers
เช่น เอกสารที่ป้องกันด้วยการเข้ารหัสตาม Sensitivity Label บางรูปแบบ
ระบบ Generative Answers รองรับ SharePoint Modern Pages ตามข้อจำกัดที่ Microsoft กำหนด
ข้อมูลใน Web Part บางชนิดอาจไม่ถูกนำมาใช้ตอบ
ต้องรอการจัดทำดัชนีของ SharePoint Search
โดยเฉพาะ Lists ที่มีข้อมูลจำนวนมาก
หากตั้งค่าผิด Agent อาจไม่พบข้อมูล
หากองค์กรเปิดใช้การจำกัด SharePoint Search บางรูปแบบ อาจทำให้ Knowledge ประเภทนี้ไม่สามารถตอบได้
หากย้ายหรือเปลี่ยนชื่อไซต์หรือโฟลเดอร์ อาจต้องอัปเดตลิงก์ใน Knowledge
ข้อจำกัดขึ้นอยู่กับ License และการตั้งค่า Semantic Search
Microsoft ระบุว่าการใช้ SharePoint Generative Answers ในกรณีนี้มีข้อจำกัดไฟล์สูงสุด 7 MB โดยต้องปิด Tenant Graph Grounding with Semantic Search
เมื่อเปิด Tenant Graph Grounding with Semantic Search ตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถรองรับไฟล์สูงสุด 200 MB สำหรับ SharePoint Generative Answers
| เงื่อนไข | ขนาดไฟล์สูงสุด |
|---|---|
| ไม่มี License ตามเงื่อนไข Semantic Search | 7 MB |
| มี Microsoft 365 Copilot และเปิด Semantic Search ตามข้อกำหนด | 200 MB |
ตัวเลขนี้เป็นข้อจำกัดการประมวลผลไฟล์สำหรับ SharePoint Generative Answers ไม่ใช่ขนาดไฟล์สูงสุดที่ SharePoint สามารถจัดเก็บได้
ควรทดสอบทั้งคุณภาพข้อมูลและความปลอดภัย
ถามคำถามที่มีคำตอบชัดเจน
ใช้ข้อความที่พนักงานพูดจริง
ตรวจสอบว่า Agent เลือกแหล่งข้อมูลเหมาะสม
ตรวจสอบว่า Agent ไม่สร้างคำตอบขึ้นเอง
ตรวจสอบว่าระบบค้นหาเอกสารที่เพิ่งเพิ่มได้หรือไม่
ตรวจสอบว่า Agent ไม่ใช้ข้อมูลที่ยกเลิกแล้ว
ทดลองด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์แตกต่างกัน
ตรวจสอบว่าเอกสารที่มีการป้องกันสามารถนำมาใช้ตอบได้หรือไม่
ตรวจสอบว่าข้อมูลรายการปัจจุบันถูกต้อง
ทดสอบหลัง Publish ผ่าน Microsoft Teams หรือช่องทางที่ใช้งานจริง
ตรวจสอบ URL และสิทธิ์ของผู้สร้าง Agent
ตรวจสอบว่าผู้ใช้มีสิทธิ์ Read ใน SharePoint หรือไม่
ตรวจสอบรูปแบบไฟล์ การเข้ารหัส และข้อจำกัดขนาดไฟล์
ตรวจสอบการจัดทำดัชนีของ SharePoint Search
เปิด SharePoint แล้วค้นหาคำเฉพาะจากเอกสาร
หากค้นหาไม่พบใน SharePoint เอง ควรแก้ปัญหาการจัดทำดัชนีก่อน
ตรวจสอบการตั้งค่า Microsoft Entra และสิทธิ์ App Registration ตามรูปแบบที่ใช้
เปลี่ยนเป็นวิธียืนยันตัวตนที่รองรับ SharePoint Knowledge
อัปเดต URL ใน Knowledge ให้ตรงกับตำแหน่งใหม่
ตรวจสอบสิทธิ์และลองระบุ URL ของ List โดยตรง
ตรวจสอบ Knowledge Description, Instructions และเนื้อหาที่ค้นพบ
ตรวจสอบเอกสารต้นทางและการอัปเดตดัชนี
ตรวจสอบการ Publish, Authentication และนโยบายขององค์กร
ตรวจสอบ Sensitivity Labels และการเข้ารหัส
ทดสอบสิทธิ์บัญชีผู้ใช้จริง เพราะผู้สร้าง Agent อาจมีสิทธิ์สูงกว่าพนักงานทั่วไป
ตรวจสอบ Dataverse Search และการตั้งค่า Knowledge ที่เกี่ยวข้องใน Environment
| รายการ | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|
| Microsoft 365 Tenant | พร้อมใช้งาน |
| Copilot Studio Environment | ถูกต้อง |
| SharePoint URL | ถูกต้อง |
| Knowledge Type | เหมาะกับข้อมูล |
| Authentication | ตั้งค่าถูกต้อง |
| Permissions | จำกัดตามสิทธิ์ |
| Dataverse Search | เปิดเมื่อจำเป็น |
| File Formats | รองรับ |
| File Size | อยู่ในข้อจำกัด |
| Encryption | ตรวจสอบแล้ว |
| Knowledge Description | ชัดเจน |
| Instructions | ไม่สร้างข้อมูลขึ้นเอง |
| Test Questions | ผ่านการทดสอบ |
| Permission Testing | ผ่านการทดสอบ |
| Agent Owner | มีผู้รับผิดชอบ |
| Publish | ใช้เวอร์ชันล่าสุด |
| Monitoring | มีแผนติดตาม |
สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่จำนวนเอกสาร แต่คือการทำให้ Agent เข้าถึงข้อมูลที่เหมาะสมและตอบได้ถูกต้องตามสิทธิ์ของผู้ใช้
เปิด Agent ไปที่ Knowledge กด Add knowledge เลือก SharePoint ระบุ URL ตั้งชื่อและ Description แล้วกด Add to agent จากนั้นทดสอบ
ได้สำหรับเอกสารที่รองรับ โดยต้องผ่านข้อกำหนดด้าน Authentication, Permissions และการค้นหา
ใช้สร้าง AI Agent สำหรับตอบคำถามจากคู่มือ นโยบาย และข้อมูลบริษัท
ได้ตามรูปแบบการเชื่อมต่อและ URL ที่รองรับ
ได้ โดยสามารถใช้ Lists เป็น Knowledge สำหรับตอบคำถามจากข้อมูลรายการ
การเชื่อม SharePoint List แบบ Knowledge รองรับการใช้ข้อมูลจากต้นทางแบบ Real-Time ตามความสามารถของบริการ
ต้องมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลที่ต้องการ สำหรับ Knowledge แบบตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้
สำหรับ SharePoint Knowledge ที่ใช้ตัวตนผู้ใช้ ไม่สามารถใช้ No authentication เพื่อดึงข้อมูลมาตอบได้
สามารถใช้เอกสารและคำถามภาษาไทยได้ในความสามารถที่รองรับ แต่ควรทดสอบคุณภาพการค้นหา
ได้เมื่อไฟล์อยู่ในรูปแบบและขนาดที่รองรับ และไม่มีการป้องกันที่ทำให้ระบบอ่านไม่ได้
มีข้อจำกัดตาม License และการตั้งค่า เช่น 7 MB หรือ 200 MB สำหรับ SharePoint Generative Answers ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาจาก Classic Pages บางรูปแบบไม่รองรับการสร้างคำตอบ จึงควรใช้ Modern Pages ที่รองรับ
อาจเกิดจาก Permissions, Authentication, Search Index, รูปแบบไฟล์ การเข้ารหัส หรือ URL ไม่ถูกต้อง
ได้ สามารถใช้ SharePoint เป็น Knowledge และเผยแพร่ Agent ผ่าน Teams ตามความสามารถและนโยบายองค์กร
SharePoint Knowledge สามารถใช้ระบบจัดการสิทธิ์และข้อมูลต้นทางตามรูปแบบการเชื่อมต่อ ส่วนไฟล์ที่อัปโหลดโดยตรงเป็นข้อมูลอีกประเภทหนึ่งที่ต้องระวังการเปิดเผยต่อผู้ใช้ Agent
ทำได้เมื่อเพิ่ม Tools หรือ Workflows ที่รองรับและมีสิทธิ์เขียนข้อมูล ไม่ใช่ความสามารถที่เกิดจากการเพิ่ม Knowledge เพียงอย่างเดียว
Microsoft Copilot Studio สามารถเชื่อม SharePoint เป็น Knowledge เพื่อให้ AI Agent ค้นหาข้อมูลจากเอกสารบริษัทและสร้างคำตอบจากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้
ขั้นตอนหลักคือเปิด Agent เลือก Knowledge กด Add knowledge เลือก SharePoint ระบุ URL ตั้งชื่อและ Description แล้วตรวจสอบ Authentication ก่อนทดสอบและ Publish
สำหรับองค์กรที่มีข้อมูลจำนวนมาก SharePoint เป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะช่วยจัดการเอกสารและกำหนดสิทธิ์ตามผู้ใช้งานได้
อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบรูปแบบไฟล์ ขนาดไฟล์ Search Index, Sensitivity Labels และการตั้งค่าความปลอดภัยเพื่อให้ Agent ตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง
การนำ SharePoint มาใช้เป็น Knowledge เหมาะกับงาน HR, IT Helpdesk, Sales, Engineering และระบบเอกสารองค์กร โดยเฉพาะงานที่มีคู่มือหรือนโยบายจำนวนมาก
comsiam แนะนำให้ใช้แนวทาง เตรียมเอกสาร → ตรวจสอบ Permissions → เชื่อม SharePoint → เขียน Description → ตั้ง Instructions → ทดสอบ → ตรวจสอบความปลอดภัย → Publish → ติดตามผล
การออกแบบ SharePoint Knowledge อย่างเหมาะสมจะช่วยให้ AI Agent ใช้เอกสารของบริษัทได้ตรงประเด็นมากขึ้น ลดภาระการค้นหาข้อมูล และสนับสนุนการนำ AI ไปใช้งานจริงในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ