วิธีใช้ Agents ใน Microsoft 365 Copilot เริ่มต้นอย่างไรให้ใช้งานเป็น

วิธีใช้ Agents ใน Microsoft 365 Copilot สามารถเริ่มต้นได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ Microsoft 365 Copilot เลือกเมนู Agents ค้นหา AI Agent ที่ต้องการ จากนั้นเปิด Agent และพิมพ์คำสั่งเพื่อเริ่มใช้งานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรม

Agents เป็นผู้ช่วย AI ที่ออกแบบให้ทำงานเฉพาะด้าน เช่น ค้นหาข้อมูล สรุปเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ช่วยงานสำนักงาน และสนับสนุนกระบวนการทำงานขององค์กร ความสามารถของแต่ละ Agent แตกต่างกันตามการออกแบบ แหล่งข้อมูล และสิทธิ์ที่ได้รับ

ผู้ใช้งานสามารถเลือก Agent ที่ Microsoft เตรียมไว้ ใช้ Agent ที่องค์กรสร้างขึ้น หรือสร้าง Agent ของตัวเองได้เมื่อบัญชีและสิทธิ์รองรับ

บทความนี้ comsiam จะอธิบายวิธีใช้ Agents ใน Microsoft 365 Copilot แบบละเอียดตั้งแต่เริ่มต้น วิธีค้นหาและเพิ่ม Agent ตัวอย่างคำสั่งที่ใช้งานได้จริง ตลอดจนวิธีแก้ไขปัญหาเมื่อไม่พบเมนู Agents

🤖 Agents ใน Microsoft 365 Copilot คืออะไร?

Agents ใน Microsoft 365 Copilot คือผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถปรับแต่งให้ทำงานเฉพาะด้าน โดยใช้คำสั่ง ข้อมูล และเครื่องมือที่ได้รับอนุญาต

ต่างจากการใช้ Copilot เพื่อสนทนาทั่วไปตรงที่ Agent สามารถถูกออกแบบให้มีบทบาทและขอบเขตงานเฉพาะ เช่น ผู้ช่วยฝ่ายบุคคล ผู้ช่วยค้นหาคู่มือบริษัท หรือผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล

ตัวอย่างเช่น

  • Agent ฝ่ายบุคคล: ตอบคำถามเกี่ยวกับวันลาและสวัสดิการ
  • Agent ฝ่าย IT: ช่วยค้นคู่มือและวิเคราะห์ปัญหาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
  • Agent ฝ่ายขาย: ช่วยค้นรายละเอียดสินค้าและเตรียมข้อมูลลูกค้า
  • Agent ฝ่ายการตลาด: ช่วยวิเคราะห์เนื้อหาและเตรียมแผนการสื่อสาร
  • Agent สำหรับเอกสาร: ค้นหาและสรุปข้อมูลจากแหล่งความรู้ที่เชื่อมต่อ

ความสามารถจริงขึ้นอยู่กับประเภท Agent และบริการที่องค์กรเปิดให้ใช้งาน

✨ ใช้ Agents ใน Microsoft 365 Copilot ทำอะไรได้บ้าง?

1. ค้นหาข้อมูลจากเอกสาร

Agent ที่เชื่อมต่อกับข้อมูลขององค์กรสามารถช่วยค้นหาข้อมูลจากเอกสารที่ผู้ใช้งานมีสิทธิ์เข้าถึง

ตัวอย่างคำสั่ง:

“ค้นหานโยบายการลาประจำปีและสรุปเงื่อนไขสำคัญให้เข้าใจง่าย”

2. สรุปข้อมูลจำนวนมาก

สามารถช่วยย่อเอกสาร คู่มือ หรือข้อความยาวให้เป็นประเด็นสำคัญ

ตัวอย่าง:

“สรุปเอกสารนี้เป็น 10 ข้อ พร้อมระบุสิ่งที่ต้องดำเนินการ”

3. ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล

Agent บางประเภทมีความสามารถในการวิเคราะห์ตาราง ข้อมูลเชิงตัวเลข หรือไฟล์ที่รองรับ

ตัวอย่าง:

“วิเคราะห์ยอดขายแต่ละเดือนและอธิบายเดือนที่มียอดขายลดลง”

4. ช่วยจัดเตรียมรายงาน

สามารถช่วยจัดเรียงข้อมูลในรูปแบบรายงาน ตาราง หรือสรุปสำหรับผู้บริหาร

5. ช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับงานเฉพาะด้าน

หากองค์กรสร้าง Agent จากคู่มือภายใน พนักงานสามารถสอบถามขั้นตอนการทำงานโดยไม่ต้องค้นเอกสารด้วยตนเองทุกครั้ง

6. สนับสนุนกระบวนการทำงานอัตโนมัติ

Agent ที่เชื่อมต่อกับ Actions หรือ Workflow อาจสามารถเรียกใช้เครื่องมือเพื่อดำเนินงานได้ เช่น สร้างรายการงาน ตรวจสอบสถานะ หรือส่งข้อมูลไปยังระบบที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม Agent ไม่ได้มีความสามารถทำงานอัตโนมัติทั้งหมดเหมือนกัน

✅ ก่อนใช้ Agents ใน Microsoft 365 Copilot ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ก่อนเริ่มใช้งาน ควรตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้

  1. มีบัญชี Microsoft ที่รองรับ
  2. สามารถเข้าสู่ Microsoft 365 Copilot ได้
  3. มีสิทธิ์เข้าถึง Agents ตามประเภทบัญชี
  4. องค์กรไม่ได้ปิดกั้น Agent ที่ต้องการ
  5. มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  6. มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลที่ Agent จำเป็นต้องใช้
  7. ตรวจสอบรายละเอียดค่าใช้จ่ายของ Agent ก่อนเพิ่มใช้งาน

Microsoft 365 Copilot ต้องสมัครแพ็กเกจเสียเงินหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับประเภท Agent และรูปแบบการใช้งาน

Agent บางประเภทสามารถใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมภายใต้บริการและสิทธิ์ที่รองรับ ขณะที่ Agent ที่ใช้ข้อมูลภายในองค์กรหรือมีความสามารถขั้นสูงอาจต้องใช้ License เฉพาะหรือระบบคิดค่าใช้จ่ายตามปริมาณการใช้งาน

จึงไม่ควรสรุปว่า Agent ทุกตัวฟรี หรือทุกตัวจำเป็นต้องซื้อ Microsoft 365 Copilot License

🛠️ วิธีใช้ Agents ใน Microsoft 365 Copilot ทีละขั้นตอน

ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนสำหรับผู้เริ่มต้น โดยอ้างอิงรูปแบบการใช้งาน Microsoft Copilot ที่รองรับ Agents

ขั้นตอนที่ 1: เข้าสู่ Microsoft 365 Copilot

เปิด Microsoft 365 Copilot ผ่านเว็บหรือแอปที่บัญชีของคุณรองรับ

ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft สำหรับงานหรือสถานศึกษา หากต้องการใช้ Agents ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในองค์กร

เมื่อเข้าสู่ระบบเรียบร้อย จะพบหน้าสนทนาของ Copilot และเมนูนำทาง

ขั้นตอนที่ 2: ค้นหาเมนู Agents

มองหาเมนู Agents ที่แถบด้านซ้ายของหน้าจอ

กดขยายเมนูเพื่อดู Agents ที่ติดตั้งหรือพร้อมใช้งาน

หากไม่พบ Agent ที่ต้องการ ให้เลือก All agents เพื่อดูรายการเพิ่มเติมใน Agent Store

ชื่อหรือตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชันของแอป ประเภทบัญชี และการตั้งค่าขององค์กร

ขั้นตอนที่ 3: เลือก Agent ที่ต้องการ

พิจารณา Agent จากข้อมูลต่อไปนี้

  • ชื่อ Agent
  • ผู้พัฒนา
  • คำอธิบายหน้าที่
  • ความสามารถที่รองรับ
  • แหล่งข้อมูลหรือเครื่องมือที่เชื่อมต่อ
  • สิทธิ์ที่ต้องใช้
  • เงื่อนไขค่าใช้จ่าย หากมี

ตัวอย่างเช่น หากต้องการค้นหาข้อมูลเชิงลึก ควรเลือก Agent ที่ออกแบบสำหรับงานวิจัยหรือการค้นคว้า

หากต้องการวิเคราะห์ตัวเลข ควรเลือก Agent ที่มีความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูล

ขั้นตอนที่ 4: เพิ่ม Agent ในบัญชี

เมื่อพบ Agent ใน Agent Store ให้เปิดหน้ารายละเอียดแล้วเลือก Add

หาก Agent มีอยู่ในบัญชีแล้ว อาจแสดงปุ่ม Open เพื่อเปิดใช้งานโดยตรง

ในบางองค์กรอาจปรากฏ Request approval แทน Add เนื่องจากต้องได้รับอนุมัติจากผู้ดูแลระบบก่อน

ขั้นตอนที่ 5: เปิด Agent

หลังจากเพิ่มเรียบร้อย ให้เลือก Agent ที่ต้องการจากรายการ

ระบบจะแสดงหน้าสนทนาสำหรับ Agent นั้น โดยบาง Agent อาจมีคำสั่งตัวอย่างให้เลือก

ขั้นตอนที่ 6: พิมพ์คำสั่ง

ตัวอย่างคำสั่งพื้นฐาน:

“ช่วยอธิบายหน้าที่และความสามารถของคุณ”

หรือ

“ช่วยสรุปเอกสารที่ฉันมีสิทธิ์เข้าถึง โดยแบ่งเป็นหัวข้อสำคัญ”

คำสั่งควรตรงกับความสามารถของ Agent เพื่อให้ได้รับคำตอบที่เหมาะสม

ขั้นตอนที่ 7: ตรวจสอบผลลัพธ์

เมื่อ Agent ตอบกลับ ควรตรวจสอบความถูกต้องและแหล่งข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลด้านการเงิน กฎหมาย การตั้งค่าระบบ หรือข้อกำหนดภายในองค์กร

หากคำตอบไม่ตรงความต้องการ สามารถขอให้ Agent อธิบายเพิ่มเติมหรือปรับรูปแบบคำตอบได้

ขั้นตอนที่ 8: ใช้งานต่อเนื่อง

หลังจากใช้งานได้แล้ว สามารถกลับมาเปิด Agent จากเมนู Agents เพื่อทำงานอื่นตามขอบเขตที่รองรับ

🔍 วิธีค้นหา Agents ใน Microsoft 365 Copilot

การค้นหา Agent ที่เหมาะสมเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะ Agent แต่ละตัวอาจมีหน้าที่ต่างกัน

วิธีค้นหา Agent

  1. เปิด Microsoft 365 Copilot
  2. เลือก Agents
  3. เลือก All agents
  4. เรียกดูรายการใน Agent Store
  5. เลือก Agent ที่สนใจ
  6. อ่านรายละเอียดก่อนเพิ่ม
  7. เลือก Add หรือ Open ตามสถานะ

หากองค์กรมี Agent ที่พัฒนาขึ้นเอง ผู้ใช้ที่ได้รับสิทธิ์อาจพบ Agent ดังกล่าวในรายการขององค์กร

ควรเลือก Agent อย่างไร?

เลือกจากงานที่ต้องการทำจริง ไม่ใช่เลือกจากชื่อที่ดูมีความสามารถมากที่สุด

ตัวอย่าง:

งานที่ต้องการประเภท Agent ที่เหมาะสม
ค้นคว้าข้อมูลเชิงลึกAgent สำหรับ Research
วิเคราะห์ข้อมูลตัวเลขAgent สำหรับ Analytics
ค้นหาคู่มือบริษัทAgent ที่เชื่อม Knowledge ขององค์กร
ตอบคำถามฝ่ายบุคคลHR Agent
ช่วยงาน ITIT Support Agent
จัดการ WorkflowAgent ที่รองรับ Actions

ตารางนี้เป็นตัวอย่างประเภทการใช้งาน ไม่ได้หมายความว่าบัญชีทุกประเภทจะมี Agent เหล่านี้ครบทั้งหมด

🧠 วิธีเขียน Prompt ให้ Agents ทำงานได้ตรงความต้องการ

การใช้ Agent ให้มีประสิทธิภาพควรเขียนคำสั่งให้ชัดเจน โดยระบุเป้าหมาย บริบท และรูปแบบผลลัพธ์

สูตรการเขียน Prompt

บทบาท + งานที่ต้องการ + ข้อมูลที่ใช้ + รูปแบบคำตอบ + เงื่อนไข

ตัวอย่าง:

“ช่วยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยฝ่าย IT วิเคราะห์สาเหตุที่คอมพิวเตอร์เชื่อมต่อ Wi-Fi ไม่ได้ โดยอธิบายขั้นตอนตรวจสอบจากง่ายไปยาก และจัดคำตอบเป็นรายการทีละขั้นตอน”

ตัวอย่าง Prompt สำหรับพนักงานออฟฟิศ

“ช่วยสรุปประเด็นสำคัญจากเอกสารที่กำหนด พร้อมแยกงานที่ต้องดำเนินการและผู้รับผิดชอบ หากไม่มีข้อมูลผู้รับผิดชอบให้ระบุว่าไม่พบข้อมูล”

ตัวอย่าง Prompt สำหรับฝ่ายการตลาด

“ช่วยวิเคราะห์แนวคิดการทำการตลาดสำหรับธุรกิจบริการ IT โดยแยกกลุ่มลูกค้า จุดขาย และช่องทางการสื่อสาร พร้อมอธิบายเหตุผล”

ตัวอย่าง Prompt สำหรับฝ่ายขาย

“ช่วยจัดเตรียมคำถามเพื่อประเมินความต้องการของลูกค้าที่กำลังเลือกซื้อระบบเครือข่ายสำนักงาน”

ตัวอย่าง Prompt สำหรับฝ่าย IT

“ช่วยสร้าง Checklist ตรวจสอบปัญหาอินเทอร์เน็ตสำนักงาน โดยแบ่งขั้นตอนตรวจสอบ Router, Switch, Access Point และสาย LAN”

ตัวอย่าง Prompt สำหรับผู้บริหาร

“สรุปข้อมูลยอดขายที่แนบมา โดยแสดงแนวโน้ม จุดที่ควรตรวจสอบ และข้อเสนอแนะ พร้อมแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อสันนิษฐาน”

เคล็ดลับ: หาก Agent ต้องใช้ข้อมูลจากไฟล์หรือระบบเฉพาะ ควรตรวจสอบว่า Agent เข้าถึงแหล่งข้อมูลนั้นได้จริงก่อนสั่งงาน

📁 วิธีใช้ Agents กับเอกสาร SharePoint และ OneDrive

Agent ที่รองรับการเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลของ Microsoft 365 สามารถใช้ข้อมูลจาก SharePoint หรือ OneDrive ภายใต้สิทธิ์ที่กำหนด

ขั้นตอนการใช้งาน

  1. ตรวจสอบว่า Agent รองรับแหล่งข้อมูลที่ต้องการ
  2. ตรวจสอบสิทธิ์เข้าถึงเอกสาร
  3. เปิด Agent ที่เชื่อมต่อข้อมูลดังกล่าว
  4. ระบุคำถามหรือหัวข้อที่ต้องการ
  5. ตรวจสอบคำตอบกับเอกสารต้นทาง

ตัวอย่างการใช้งาน SharePoint

“ค้นหาขั้นตอนการเบิกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากเอกสารภายใน และสรุปวิธีดำเนินการ”

ตัวอย่างการใช้งาน OneDrive

“ช่วยสรุปคู่มือการปฏิบัติงานที่เชื่อมต่อไว้ โดยจัดทำเป็น Checklist สำหรับพนักงานใหม่”

ข้อควรระวัง

การมีไฟล์อยู่ใน SharePoint หรือ OneDrive ไม่ได้หมายความว่า Agent ทุกตัวสามารถเข้าถึงไฟล์ได้ทันที ต้องมีการเชื่อมต่อและกำหนดสิทธิ์ที่เหมาะสมก่อน

💼 วิธีใช้ Agents ใน Microsoft 365 Copilot สำหรับงานจริง

1. งานฝ่ายบุคคล

สร้างหรือเลือก Agent ที่เชื่อมกับคู่มือพนักงาน เพื่อช่วยตอบคำถามเรื่องวันลา วันหยุด และสวัสดิการ

ตัวอย่างคำสั่ง:

“พนักงานใหม่ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างตามนโยบายบริษัท?”

2. งานฝ่ายบัญชี

ใช้ Agent ที่มีความสามารถด้านข้อมูลช่วยสรุปตัวเลขและตรวจหาความผิดปกติเบื้องต้น

ตัวอย่าง:

“ตรวจสอบรายการค่าใช้จ่ายจากข้อมูลที่ได้รับ และระบุรายการที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม”

ผลลัพธ์ควรได้รับการตรวจสอบโดยผู้รับผิดชอบก่อนใช้งานจริง

3. งานฝ่ายการตลาด

ใช้ Agent เพื่อช่วยจัดทำแผนเนื้อหา วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย และเตรียมข้อมูลสำหรับแคมเปญ

4. งานบริการลูกค้า

สร้าง Agent ที่ใช้ข้อมูลบริการของบริษัทตอบคำถามเบื้องต้น เช่น ขั้นตอนแจ้งซ่อม เงื่อนไขการรับประกัน และระยะเวลาให้บริการ

5. งานฝ่าย IT Support

ใช้ Agent เพื่อค้นหาคู่มือและสรุปขั้นตอนตรวจสอบปัญหา

ตัวอย่าง:

“เครื่องพิมพ์ในสำนักงานไม่สามารถพิมพ์ผ่านเครือข่ายได้ ควรเริ่มตรวจสอบอะไรบ้าง?”

6. งานด้านระบบเครือข่าย

Agent สามารถช่วยค้นเอกสารการติดตั้งและคำแนะนำเกี่ยวกับ LAN, Wi-Fi หรือ Fiber Optic ได้เมื่อมีข้อมูลที่เหมาะสม

ตัวอย่าง:

“ช่วยจัดทำ Checklist ก่อนส่งมอบระบบเครือข่ายสำนักงานที่ติดตั้งใหม่”

7. งานสำหรับผู้บริหาร

ใช้ Agent ช่วยเตรียมสรุปข้อมูล รายงานสถานะโครงการ และประเด็นที่ต้องตัดสินใจ

🏗️ วิธีสร้าง Agent ของตัวเองใน Microsoft 365 Copilot

นอกจากการใช้ Agent ที่มีอยู่แล้ว ผู้ใช้ที่ได้รับสิทธิ์ยังสามารถสร้าง Agent เพื่อใช้งานเฉพาะด้านได้

ขั้นตอนที่ 1: เปิดเครื่องมือสร้าง Agent

มองหาคำสั่งสร้าง Agent ใหม่ใน Microsoft Copilot หรือส่วน Agent Builder ที่บัญชีรองรับ

ขั้นตอนที่ 2: กำหนดวัตถุประสงค์

ตัวอย่าง:

“สร้าง Agent สำหรับตอบคำถามเกี่ยวกับการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์”

ขั้นตอนที่ 3: ตั้งชื่อ Agent

ตัวอย่างชื่อ:

IT Network Assistant

ขั้นตอนที่ 4: กำหนด Instructions

ตัวอย่าง:

“คุณเป็นผู้ช่วยฝ่ายเทคนิค ทำหน้าที่อธิบายปัญหาและขั้นตอนตรวจสอบระบบเครือข่าย ใช้ข้อมูลจากเอกสารที่ได้รับอนุญาต ตอบเป็นภาษาไทย และหากไม่มีข้อมูลยืนยันต้องแจ้งผู้ใช้ตามตรง”

ขั้นตอนที่ 5: เพิ่ม Knowledge

เลือกแหล่งข้อมูลที่รองรับตามสิทธิ์ เช่น เอกสารหรือแหล่งความรู้ขององค์กร

ขั้นตอนที่ 6: ทดลองถามคำถาม

ควรทดสอบอย่างน้อยสามรูปแบบ ได้แก่ คำถามทั่วไป คำถามที่ต้องใช้เอกสาร และคำถามที่ไม่มีข้อมูลรองรับ

ขั้นตอนที่ 7: แชร์ให้ทีม

เมื่อ Agent ทำงานได้ตามต้องการ ให้ตรวจสอบสิทธิ์และแชร์กับสมาชิกในทีมตามความสามารถของระบบ

หากต้องการเชื่อมต่อระบบธุรกิจหรือสร้าง Workflow ที่ซับซ้อน ควรพิจารณา Microsoft Copilot Studio เพิ่มเติม

👥 วิธีแชร์ Agent ให้เพื่อนร่วมงาน

หาก Agent รองรับการแชร์ สามารถใช้ขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เปิด Microsoft Copilot
  2. ค้นหา Agent ที่ต้องการ
  3. เปิดเมนูเพิ่มเติมที่มีสัญลักษณ์จุดสามจุด
  4. เลือก Share
  5. คัดลอกลิงก์
  6. ส่งให้เพื่อนร่วมงาน

การแชร์ลิงก์ไม่ได้หมายความว่าผู้รับจะได้รับสิทธิ์เข้าถึง Agent หรือข้อมูลทั้งหมดทันที ผู้รับยังต้องมีสิทธิ์ที่ระบบกำหนด

🔧 วิธีแก้ปัญหา Microsoft 365 Copilot ไม่พบ Agents

ปัญหาที่ 1: ไม่มีเมนู Agents

สาเหตุที่เป็นไปได้

  • บัญชีไม่รองรับความสามารถที่ต้องการ
  • License ไม่ครอบคลุมการใช้งาน
  • ผู้ดูแลระบบจำกัดการเข้าถึง
  • ใช้แอปหรือหน้าตาที่แตกต่างจากคู่มือ

วิธีแก้ไข

  1. ตรวจสอบบัญชีที่ลงชื่อเข้าใช้
  2. ทดลองเปิด Microsoft Copilot ผ่านเว็บ
  3. ตรวจสอบแถบนำทาง
  4. ตรวจสอบสิทธิ์การใช้งาน
  5. ติดต่อผู้ดูแลระบบหากใช้บัญชีองค์กร

ปัญหาที่ 2: ค้นหา Agent ไม่พบ

สาเหตุ

Agent อาจยังไม่ได้รับอนุญาตให้แสดง หรือไม่ได้เปิดให้บัญชีของคุณใช้งาน

วิธีแก้ไข

ตรวจสอบ Agent Store และสอบถามผู้ดูแลระบบเกี่ยวกับการเผยแพร่หรือการกำหนดสิทธิ์ของ Agent นั้น

ปัญหาที่ 3: กด Add ไม่ได้

อาจเกี่ยวข้องกับสิทธิ์ผู้ใช้หรือข้อกำหนดขององค์กร

หากระบบแสดง Request approval ให้ส่งคำขออนุมัติตามขั้นตอน

ปัญหาที่ 4: Agent ไม่สามารถอ่านเอกสาร

สาเหตุที่เป็นไปได้

  • ยังไม่ได้เชื่อมต่อ Knowledge
  • ผู้ใช้ไม่มีสิทธิ์ในเอกสาร
  • แหล่งข้อมูลไม่รองรับ
  • การตั้งค่า Agent ไม่ถูกต้อง
  • เอกสารยังไม่พร้อมสำหรับการค้นหา

วิธีแก้ไข

ตรวจสอบการเชื่อมต่อข้อมูล สิทธิ์ และความพร้อมของเอกสาร โดยไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการเปิดสิทธิ์ข้อมูลให้ทุกคนโดยไม่จำเป็น

ปัญหาที่ 5: Agent ตอบคำถามผิด

ลองแก้ไขโดย

  1. ระบุคำถามให้ชัดเจน
  2. เพิ่มบริบทที่จำเป็น
  3. ขอให้ Agent ระบุแหล่งข้อมูล
  4. ตรวจสอบว่า Agent ใช้ Knowledge ที่ถูกต้อง
  5. เปลี่ยน Agent หากงานไม่ตรงกับความสามารถ
  6. แจ้งผู้พัฒนา Agent เมื่อพบข้อผิดพลาดซ้ำ

ปัญหาที่ 6: Agent ทำงานช้า

อาจเกิดจากภาระงานของระบบ ปริมาณข้อมูล หรือกระบวนการเชื่อมต่อเครื่องมือ

หากเกิดปัญหาต่อเนื่อง ควรตรวจสอบสถานะบริการและให้ผู้ดูแลระบบวิเคราะห์เพิ่มเติม

ปัญหาที่ 7: Agent ใช้งานได้แต่เรียก Actions ไม่ได้

ตรวจสอบสิทธิ์การใช้งาน การยืนยันตัวตน การเชื่อมต่อเครื่องมือ และการอนุญาตให้เรียกกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

🔐 ใช้ Agents ใน Microsoft 365 Copilot อย่างไรให้ปลอดภัย?

การใช้ Agent กับข้อมูลองค์กรควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น

1. ตรวจสอบผู้พัฒนา Agent

ก่อนเพิ่ม Agent ใหม่ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาและข้อมูลผู้พัฒนา

2. ตรวจสอบสิทธิ์ที่ Agent ต้องใช้

ไม่ควรอนุญาตให้ Agent เข้าถึงข้อมูลหรือดำเนินงานเกินความจำเป็น

3. ระวังข้อมูลส่วนบุคคล

หลีกเลี่ยงการนำข้อมูลสำคัญเข้าสู่ Agent ที่องค์กรไม่ได้อนุมัติ

4. ตรวจสอบผลลัพธ์

อย่าใช้คำตอบจาก Agent เป็นข้อสรุปสุดท้ายสำหรับงานด้านการเงิน กฎหมาย หรือการตัดสินใจที่มีผลกระทบสูง

5. ระมัดระวัง Actions

หาก Agent สามารถส่งข้อความ แก้ไขข้อมูล หรือทำรายการในระบบอื่น ควรมีกลไกยืนยันและตรวจสอบการดำเนินงาน

6. ปฏิบัติตามนโยบายองค์กร

การใช้ Agent กับข้อมูลภายในควรเป็นไปตามนโยบายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูล

📊 Agents กับ Copilot Chat ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อCopilot ChatAgents
ลักษณะหลักผู้ช่วย AI สำหรับสนทนาผู้ช่วย AI ที่กำหนดงานเฉพาะ
การถามตอบรองรับรองรับ
หน้าที่เฉพาะขึ้นอยู่กับคำสั่งและความสามารถกำหนดบทบาทได้
Knowledgeตามผลิตภัณฑ์และสิทธิ์กำหนดแหล่งข้อมูลได้ตามประเภท
Actionsตามความสามารถที่รองรับเพิ่ม Actions ได้ใน Agent บางประเภท
การปรับแต่งตามผลิตภัณฑ์ปรับแต่งได้ตามเครื่องมือสร้าง
เหมาะกับงานทั่วไปงานเฉพาะด้านหรือกระบวนการ

ทั้งสองสามารถทำงานร่วมกันได้ โดยผู้ใช้อาจเปิด Agents ผ่านประสบการณ์ของ Microsoft Copilot

💡 เคล็ดลับใช้ Agents ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลือก Agent ให้ตรงกับงาน

Agent สำหรับค้นเอกสารอาจไม่เหมาะกับการวิเคราะห์ตัวเลขซับซ้อน

อธิบายผลลัพธ์ที่ต้องการ

แทนที่จะสั่งว่า

“วิเคราะห์ข้อมูลนี้”

ให้เปลี่ยนเป็น

“วิเคราะห์ยอดขายรายเดือน เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลง และสรุปผลเป็นตารางพร้อมข้อสังเกต”

ใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้

หากต้องใช้ข้อมูลบริษัท ควรเลือก Agent ที่เชื่อมต่อแหล่งข้อมูลที่ได้รับอนุญาต

ตรวจสอบผลก่อนนำไปใช้

Agent อาจให้คำตอบผิดพลาดหรือไม่ครบถ้วน จึงควรตรวจสอบทุกครั้งเมื่อมีผลต่อการดำเนินงาน

เริ่มจากงานขนาดเล็ก

ทดลองใช้ Agent กับงานเดียวที่มีเป้าหมายชัดเจน ก่อนขยายไปสู่กระบวนการที่ซับซ้อน

ประเมินประสิทธิภาพ

วัดเวลาที่ประหยัดได้ อัตราความถูกต้อง และจำนวนครั้งที่ต้องแก้ไขคำตอบ เพื่อประเมินความคุ้มค่า

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ Agents ใน Microsoft 365 Copilot

วิธีเปิด Agents ใน Microsoft 365 Copilot ทำอย่างไร?

ลงชื่อเข้าใช้ Microsoft Copilot เลือกเมนู Agents จากแถบนำทาง แล้วเลือก Agent ที่ต้องการ หากไม่พบให้เข้า All agents

ใช้ Agents ต้องเสียเงินหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับ License ประเภท Agent และการตั้งค่าการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย บางประเภทไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขณะที่บางประเภทมีเงื่อนไขการใช้งานแบบคิดค่าบริการ

ใช้ Agents โดยไม่เขียนโปรแกรมได้ไหม?

ได้ ผู้ใช้สามารถเลือก Agent ที่มีอยู่หรือสร้าง Agent แบบพื้นฐานผ่านเครื่องมือที่รองรับโดยไม่ต้องเขียนโค้ด

ใช้ Agent ภาษาไทยได้หรือไม่?

Agent หลายประเภทสามารถรับคำสั่งและสร้างคำตอบเป็นภาษาไทยได้ แต่คุณภาพการตอบขึ้นอยู่กับโมเดล ข้อมูลและคำสั่งที่กำหนด

Agent อ่านเอกสารบริษัทได้ไหม?

ได้เมื่อ Agent รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลนั้นและผู้ใช้มีสิทธิ์เข้าถึงตามข้อกำหนดของระบบ

Agent ใช้งานบนมือถือได้ไหม?

สามารถใช้งานผ่านแอปหรือช่องทาง Microsoft Copilot ที่รองรับ โดยความพร้อมของเมนูและความสามารถอาจแตกต่างกันระหว่างอุปกรณ์

ใช้ Agents ใน Microsoft Teams ได้หรือไม่?

ได้สำหรับ Agent ที่รองรับการเผยแพร่และใช้งานใน Teams โดยต้องมีสิทธิ์และได้รับอนุญาตตามนโยบายองค์กร

ทำไมบัญชีของฉันไม่มี Agents?

อาจเกิดจากสิทธิ์การใช้งาน ประเภทบัญชี แอปที่ใช้งาน หรือการตั้งค่าขององค์กร

สามารถใช้ Agents หลายตัวได้หรือไม่?

ได้เมื่อบัญชีมีสิทธิ์เข้าถึง Agent เหล่านั้น ผู้ใช้สามารถเลือก Agent ให้เหมาะกับแต่ละงานได้

Agents สามารถทำงานแทนพนักงานทั้งหมดได้หรือไม่?

ไม่ทั้งหมด Agent ช่วยลดงานซ้ำๆ และสนับสนุนการดำเนินงานบางขั้นตอน แต่ยังต้องอาศัยมนุษย์ตรวจสอบงานสำคัญและการตัดสินใจที่มีความเสี่ยง

✅ สรุปวิธีใช้ Agents ใน Microsoft 365 Copilot

การใช้ Agents ใน Microsoft 365 Copilot เริ่มจากการเปิด Microsoft Copilot เลือกเมนู Agents ค้นหา Agent ที่ตรงกับงาน เพิ่ม Agent ตามสิทธิ์ และเริ่มสั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติ

จุดสำคัญคือการเลือก Agent ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล และเขียนคำสั่งอย่างชัดเจน

สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำให้ทดลอง Agent ที่มีอยู่ก่อน แล้วจึงพิจารณาสร้าง Agent เฉพาะขององค์กรเมื่อพบงานที่ทำซ้ำและมีข้อมูลพร้อมใช้งาน

comsiam แนะนำให้เริ่มทดลองจากงานค้นหาคู่มือ การสรุปเอกสาร หรือการตอบคำถามภายในองค์กร เพราะเป็นงานที่กำหนดขอบเขตและตรวจสอบผลลัพธ์ได้ง่าย ก่อนต่อยอดไปสู่การสร้าง Workflow และระบบ AI Agent ขั้นสูง

เมื่อใช้งานอย่างเหมาะสม Agents ใน Microsoft 365 Copilot จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้พนักงานทำงานได้รวดเร็วขึ้น และนำ AI มาช่วยงานได้อย่างเป็นระบบ