Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Microsoft Copilot บนมือถือสามารถใช้งานด้วยเสียงได้ ทำให้ผู้ใช้พูดคำถามแทนการพิมพ์ เหมาะกับเวลาขับรถ เดินทาง ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน หรือคนที่พิมพ์บนมือถือไม่สะดวก
การใช้เสียงไม่ได้หมายถึงเพียงพูดแล้วให้ระบบแปลงเป็นข้อความ แต่ในประสบการณ์ที่รองรับ ผู้ใช้สามารถสนทนากับ Copilot แบบต่อเนื่องได้คล้ายคุยกับผู้ช่วย AI โดยตรง
บทความนี้ comsiam จะอธิบายวิธีใช้ Microsoft Copilot ด้วยเสียงบน Android และ iPhone แบบทีละขั้น พร้อมวิธีแก้กรณีไมค์ไม่ทำงานหรือ Copilot ฟังผิด
ได้ในแอปและบัญชีที่รองรับ
ผู้ใช้สามารถแตะปุ่ม Voice แล้วเริ่มพูดคำถามแทนการพิมพ์ได้
ตัวอย่าง
ช่วยวางแผนงานวันนี้ให้หน่อย
หรือ
อธิบาย Wi-Fi 7 แบบง่าย ๆ
ขั้นตอนทั่วไปคือ
ชื่อปุ่มและตำแหน่งอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชันของแอป
ต้องเปิดถ้าต้องการใช้เสียง
ถ้าไม่อนุญาต Microphone ระบบจะไม่ได้ยินสิ่งที่พูด
สามารถเปิดหรือปิดสิทธิ์นี้ได้ภายหลังจาก Settings ของมือถือ
โดยทั่วไปให้ไปที่
Settings > Apps > Microsoft Copilot > Permissions > Microphone
จากนั้นเลือกอนุญาตตามต้องการ
ชื่อเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยในแต่ละยี่ห้อ
ไปที่
Settings > Privacy & Security > Microphone
แล้วเปิด Microsoft Copilot
หรือเข้า Settings ของแอป Copilot โดยตรง
ได้
สามารถพูดภาษาไทยตามธรรมชาติ เช่น
ช่วยสรุปเรื่องนี้ให้หน่อย
ช่วยคิดชื่อร้าน 10 ชื่อ
ช่วยเขียนข้อความขอบคุณลูกค้า
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ
ไม่จำเป็น
สามารถพูดเป็นประโยคธรรมชาติ เช่น
ฉันกำลังเลือกซื้อโน้ตบุ๊ก งบประมาณสามหมื่นบาท ใช้ Office กับ Photoshop ช่วยบอกว่าควรดูสเปกอะไรบ้าง
มักให้คำตอบดีกว่าพูดแค่
ซื้อโน้ตบุ๊กอะไรดี
ใช้สูตร
สิ่งที่ต้องการ + รายละเอียด + รูปแบบคำตอบ
ตัวอย่าง
ช่วยวางแผนงานวันนี้ มี 5 งาน ขอเรียงจากสำคัญที่สุดและทำเป็นรายการสั้น ๆ
Copilot จะเข้าใจงานชัดขึ้น
ได้ในโหมดสนทนาที่รองรับ
ตัวอย่าง
ถามก่อนว่า
Wi-Fi 7 คืออะไร
แล้วถามต่อว่า
ต่างจาก Wi-Fi 6 ยังไง
จากนั้น
ถ้าบ้านทั่วไปจำเป็นต้องใช้ไหม
ไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องเดิมใหม่ทุกครั้ง
การกดไมค์บนคีย์บอร์ดมักเป็นการแปลงเสียงเป็นข้อความ
แต่ Copilot Voice สามารถออกแบบมาเพื่อให้สนทนากับ AI ด้วยเสียงโดยตรงในประสบการณ์ที่รองรับ
จึงเหมาะกับการถามตอบต่อเนื่องมากกว่า
ได้ในโหมด Voice ที่รองรับ
ผู้ใช้สามารถพูดคำถามและฟังคำตอบโดยไม่ต้องมองหน้าจอตลอดเวลา
เหมาะกับการฝึกภาษาและการใช้งานระหว่างทำงานอื่น
ได้
พูดว่า
ช่วยเขียนข้อความแจ้งลูกค้าว่าสินค้าจะส่งพรุ่งนี้ แบบสุภาพและสั้น
จากนั้น Copilot สามารถสร้างข้อความให้
พูดว่า
ช่วยร่างอีเมลขอใบเสนอราคาแบบมืออาชีพ
แล้วเพิ่มรายละเอียด เช่น
ยิ่งพูดข้อมูลครบ ผลลัพธ์ยิ่งพร้อมใช้
ตัวอย่าง
ช่วยแปลประโยคนี้เป็นภาษาอังกฤษแบบสุภาพ
แล้วพูดประโยคภาษาไทยตามมา
เหมาะกับคนที่พิมพ์ภาษาอังกฤษไม่คล่อง
ใช้ Prompt เช่น
คุยภาษาอังกฤษกับฉันแบบง่าย ๆ และช่วยแก้ถ้าฉันพูดผิด
เหมาะกับการฝึกสนทนา
สามารถเริ่มจากประโยคสั้น ๆ ก่อน
ได้
ถ้าฟังไม่ทัน ให้พูดว่า
ช่วยพูดช้าลง
หรือ
อธิบายใหม่แบบสั้นและช้า
เหมาะกับการฝึกภาษา
ได้
พูดว่า
อธิบายใหม่แบบคนไม่มีพื้นฐาน
หรือ
ใช้คำง่ายกว่านี้
Copilot จะปรับระดับการอธิบายตามคำขอ
ตัวอย่าง
ช่วยคิดหัวข้อคลิปเกี่ยวกับเทคโนโลยี 20 หัวข้อ
หรือ
ช่วยคิดชื่อร้านที่จำง่าย 10 ชื่อ
เหมาะกับตอนที่มีไอเดียในหัวและต้องการพูดออกมาเร็ว ๆ
ได้
สามารถพูด
ช่วยจัดสิ่งที่ฉันกำลังจะพูดให้เป็นรายการ
จากนั้นพูดไอเดียต่อเนื่อง
Copilot จะช่วยจัดข้อมูลให้เป็นระบบ
ได้ถ้าสะดวกและปลอดภัย
แต่ไม่ควรใช้งานที่ต้องแตะหรือมองหน้าจอในขณะขับรถ
ถ้าจำเป็นควรใช้ระบบ Hands-free ที่ถูกกฎหมายและปลอดภัยตามสถานการณ์
โดยทั่วไปสามารถใช้ไมโครโฟนจากหูฟัง Bluetooth ได้ถ้ามือถือเลือกอุปกรณ์นั้นเป็น Input
คุณภาพขึ้นอยู่กับ
สาเหตุที่พบบ่อย เช่น
การพูดชัดและแบ่งประโยคช่วยได้มาก
ลอง
ถ้ายังผิด ให้แก้ด้วยข้อความแทน
ได้
เช่นชื่อรุ่นที่มีตัวเลขหรืออักษรอังกฤษอาจถูกตีความผิด
กรณีนี้ควรพิมพ์ชื่อรุ่น เช่น
US-9015LSZH
หรือ
RTX 5070
ให้ชัดเจนแทนการพูด
ได้ แต่ควรแบ่งเป็นส่วน
แทนที่จะพูดยาวมากในครั้งเดียว ให้พูด
ฉันมีข้อมูล 3 อย่าง
แล้วบอกทีละข้อ
จากนั้นถามว่า
จากข้อมูลทั้งหมด ช่วยแนะนำให้หน่อย
ช่วยลดความผิดพลาดในการรับเสียง
ได้
สามารถพูดต่อว่า
แก้ข้อมูลก่อนหน้านี้ จาก 20,000 เป็น 30,000 บาท
หรือ
เมื่อกี้พูดผิด รุ่นที่ถูกคือรุ่น B
ไม่จำเป็นต้องเริ่มบทสนทนาใหม่
ได้ในงานทั่วไป
เช่น
200,000 บาท ดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน ดอกเบี้ยเดือนละเท่าไร
แต่ข้อมูลการเงินจริงควรตรวจตัวเลขอีกครั้งก่อนตัดสินใจ
ได้ถ้าบริการสามารถเข้าถึงข้อมูลปัจจุบันในขณะนั้น
แต่ข้อมูลที่เปลี่ยนเร็วควรตรวจวันที่และแหล่งข้อมูลด้วย
ได้
ถ้ามีข้อความอยู่แล้ว สามารถส่งข้อความก่อน แล้วใช้เสียงถามว่า
ช่วยสรุปข้อความนี้ให้เหลือ 5 ข้อ
หรือ
ประเด็นสำคัญที่สุดคืออะไร
ในประสบการณ์ที่รองรับ สามารถส่งรูปแล้วถามด้วยเสียง เช่น
ช่วยอธิบายภาพนี้ให้หน่อย
หรือ
ในรูปมีข้อความอะไร
เป็นการใช้ Voice ร่วมกับ Vision
ใช้
เพราะการประมวลผล AI ต้องเชื่อมต่อบริการออนไลน์ในหลายกรณี
ถ้าอินเทอร์เน็ตช้า อาจเกิด
ได้ถ้าสัญญาณดี
ไม่จำเป็นต้องใช้ 5G เสมอไป
แต่การสนทนาด้วยเสียงต้องการการเชื่อมต่อที่เสถียร
ถ้าอยู่ในบ้านหรือสำนักงาน Wi-Fi ที่เสถียรมักเหมาะกว่า
โดยเฉพาะการคุย Voice ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ตรวจ
บางครั้งเสียงอาจถูกส่งออกไปยังหูฟัง Bluetooth ที่ยังเชื่อมต่ออยู่
ลอง
ฟีเจอร์อาจทยอยเปิดให้ผู้ใช้ไม่พร้อมกัน
ขึ้นอยู่กับเวอร์ชันและสิทธิ์ของบริการ
บางความสามารถอาจต้อง Sign in ก่อน
เพื่อใช้งานได้ครบ แนะนำให้ Sign in ด้วย Microsoft Account
อย่าพูดข้อมูลอ่อนไหวโดยไม่จำเป็น เช่น
การพูดด้วยเสียงก็ถือเป็นการส่งข้อมูลให้บริการ AI เช่นเดียวกับการพิมพ์
ระวังทั้ง Privacy และคนรอบข้าง
หลีกเลี่ยงการพูด
ในที่ที่คนอื่นได้ยิน
ลองพูด 5 แบบนี้
เหมาะกับการเริ่มฝึกใช้ Voice
ได้
ต้องเปิดถ้าต้องการใช้ Voice
ได้โดยทั่วไปถ้ามือถือเลือกไมโครโฟนของอุปกรณ์นั้น
ได้ถ้าอินเทอร์เน็ตเสถียร
พูดช้าลง ใช้ประโยคสั้น หรือพิมพ์คำสำคัญแทน
วิธีใช้ Microsoft Copilot ด้วยเสียงบนมือถือ คือเปิดแอป Copilot แตะปุ่ม Voice อนุญาต Microphone แล้วพูดสิ่งที่ต้องการถามได้ทันที
สามารถใช้ Voice กับงานต่าง ๆ เช่น
สิ่งสำคัญคือพูดให้ชัด แบ่งคำถามยาวเป็นช่วง และตรวจคำตอบเมื่อเป็นข้อมูลสำคัญ
comsiam แนะนำให้เริ่มจากคำถามสั้น ๆ ก่อน แล้วค่อยถามต่อเป็นบทสนทนา เพราะวิธีนี้มักใช้งานง่ายกว่าการพยายามพูด Prompt ยาวทั้งหมดในครั้งเดียว และยังช่วยลดโอกาสที่ระบบจะฟังข้อมูลสำคัญผิด