Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Prompt Microsoft Copilot สำหรับเขียนข้อความโฆษณาที่ดี ควรระบุให้ชัดว่า ขายอะไร ลูกค้าคือใคร ปัญหาของลูกค้าคืออะไร จุดเด่นของสินค้าคืออะไร ต้องการให้คนทำอะไรหลังเห็นโฆษณา และมีข้อจำกัดด้านข้อความอะไรบ้าง
ถ้าสั่งเพียงว่า “ช่วยเขียนโฆษณาให้หน่อย” Copilot อาจได้ข้อความที่ดูน่าสนใจ แต่ยังไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย หรืออาจสร้าง Claim ที่ไม่มีข้อมูลรองรับ เช่น “ดีที่สุด”, “ถูกที่สุด”, “เห็นผลทันที” หรือ “รับประกันผล”
สูตรที่ใช้ง่ายคือ:
Product + Audience + Pain Point + Benefit + Proof + Offer + CTA + Tone + Constraints
ตัวอย่าง:
“เขียนข้อความโฆษณาสำหรับสายแลน CAT6 กลุ่มลูกค้าเป็น SME และช่างติดตั้ง โดยเน้นการเลือกสเปกให้เหมาะกับงาน ใช้เฉพาะข้อมูลสินค้าที่ให้ เขียน 5 เวอร์ชันแบบกระชับ และห้ามใช้คำว่า ดีที่สุด ถูกที่สุด หรือรับประกันผล”
Advertising Goal อาจเป็น:
Prompt ควรระบุ Goal ก่อน
ตัวอย่าง:
ข้อความเดียวกันไม่ควรใช้กับทุกกลุ่ม
Pain Point อาจเป็น:
Prompt:
“เริ่มข้อความจาก Pain Point ที่ลูกค้าพบจริง”
ช่วยให้ข้อความดึงความสนใจมากขึ้น
Benefit คือผลลัพธ์ที่ลูกค้าได้รับ
ตัวอย่าง:
ควรเชื่อมกับ Feature ที่มีจริง
Feature:
“CAT6 250MHz”
Benefit:
“เหมาะกับงานเครือข่ายที่ต้องการมาตรฐาน CAT6 ตามสเปกที่ระบุ”
ไม่ควรตีความเกินข้อมูล
Proof อาจเป็น:
ถ้ามีข้อมูลจริง
Prompt:
“ใช้ Proof เฉพาะข้อมูลที่ให้เท่านั้น”
ห้ามเขียน:
“ลูกค้ากว่า 10,000 คนเลือกใช้”
ถ้าไม่มีข้อมูลจริง
ควรใช้ข้อความกลางแทน
Offer อาจเป็น:
ถ้าไม่มี Promotion จริง ไม่ควรสร้างขึ้นเอง
ใช้:
“ห้ามสร้างส่วนลด โปรโมชั่น Coupon หรือ Free Shipping เพิ่มเอง”
สำคัญสำหรับร้านค้าออนไลน์
CTA อาจเป็น:
CTA ควรสัมพันธ์กับ Funnel Stage
AIDA:
Prompt:
“เขียนข้อความโฆษณาแบบ AIDA ภายใน 100 คำ”
เหมาะกับ Social และ Landing Page
PAS:
ตัวอย่าง:
Problem:
เลือกสายแลนไม่ถูก
Agitate:
ซื้อผิดประเภทอาจทำให้ต้องแก้งานภายหลัง
Solution:
ใช้ข้อมูลสเปกและ Use Case เพื่อเลือกให้เหมาะ
ควรระวังไม่ใช้ภาษาขยายความกลัวเกินจริง
BAB:
เหมาะกับการอธิบายการเปลี่ยนแปลง
Prompt:
“เขียนโฆษณาแบบ Before-After-Bridge โดยห้ามสร้างผลลัพธ์ที่รับประกันไม่ได้”
FAB:
เหมาะกับสินค้าที่มี Specification
Prompt:
“ใช้ Product Data นี้สร้าง FAB Copy 5 แบบ”
Hook ต้องทำให้คนหยุดอ่าน
ตัวอย่าง:
Prompt:
“สร้าง Hook 20 แบบโดยไม่ใช้ Clickbait”
ตัวอย่าง:
“CAT6 กับ CAT6A เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน?”
เหมาะกับ Content Ads
ตัวอย่าง:
“ซื้อสายแลนแล้วเพิ่งรู้ว่าสเปกไม่ตรงกับระบบ?”
ควรใช้ถ้าตรงกับปัญหาจริงของลูกค้า
ตัวอย่าง:
“เลือกอุปกรณ์ Network ให้ตรงงานได้ง่ายขึ้นจากข้อมูลสเปกที่ชัดเจน”
เหมาะกับ Educational Advertising
ตัวอย่าง:
“3 จุดที่ควรเช็กก่อนเลือกสายแลนสำหรับสำนักงาน”
ช่วยดึงกลุ่มที่กำลังพิจารณาซื้อ
ควรหลีกเลี่ยง:
ถ้าไม่เหมาะกับ Brand
ตัวอย่าง:
Prompt:
“ใช้ Tone แบบ Professional + Friendly”
ช่วยให้ Copy สอดคล้องกับ Brand
Prompt:
“สร้างข้อความเดียวกัน 3 Tone ได้แก่ Professional, Friendly และ Premium”
ช่วยเลือกเวอร์ชันตาม Channel
Headline ควร:
Prompt:
“สร้าง Headline 20 แบบไม่เกิน 10 คำ”
Subheadline ใช้ขยาย Headline
ตัวอย่าง:
Headline:
“เลือกสายแลนให้ตรงงาน”
Subheadline:
“เปรียบเทียบสเปก รุ่น และ Use Case ก่อนตัดสินใจ”
สำหรับ Social Ads:
Prompt:
“เขียน Primary Text 5 เวอร์ชัน ไม่เกิน 80 คำ”
ช่วยให้ Copy กระชับ
ใช้:
“สร้างข้อความโฆษณา 1–2 ประโยคสำหรับมือถือ”
เหมาะกับพื้นที่ข้อความน้อย
บางสินค้า B2B ต้องอธิบายเพิ่ม
Prompt:
“เขียน Long-form Ad ที่มี Problem, Solution, Evidence และ CTA แต่ไม่เกิน 250 คำ”
Prompt:
“สร้าง Facebook Ad Copy ประกอบด้วย Hook, Body และ CTA สำหรับกลุ่มลูกค้า [Audience]”
มักต้องสั้นและ Visual-first
Prompt:
“สร้าง Caption โฆษณาสั้นที่เสริมภาพสินค้า ไม่อธิบายสิ่งที่เห็นซ้ำมากเกินไป”
Prompt:
“สร้างสคริปต์โฆษณา TikTok 20 วินาที โดยมี Hook 3 วินาทีแรก Problem, Product และ CTA”
เหมาะกับ Short Video
Prompt:
“สร้าง YouTube Ad Script 30 วินาทีโดยเน้น Pain Point และ Benefit”
ควรเขียนให้พูดได้จริง ไม่ใช่บทความ
ข้อความ Search Ads ควรตรง Query
Prompt:
“สร้าง Headline และ Description จาก Keyword และ Landing Page นี้ โดยไม่สร้าง Claim ใหม่”
ถ้าโฆษณาพูด:
“CAT6A 305 เมตร”
Landing Page ควรตอบเรื่องนั้นทันที
ไม่ควรพาไปหน้า Homepage กว้าง ๆ โดยไม่มีเหตุผล
พื้นที่มีจำกัด
Prompt:
“สร้าง Headline 5 คำและ CTA สั้นสำหรับ Banner”
เหมาะกับ Display Creative
Prompt:
“สร้างข้อความสั้นสำหรับ Product Ads โดยเน้น Model, Specification และ Use Case”
ช่วยให้ตรงคนที่มี Purchase Intent
B2B Copy ควรเน้น:
ไม่จำเป็นต้องใช้คำขายแรง
Prompt:
“เขียนข้อความโฆษณาสำหรับลูกค้าในพื้นที่ โดยระบุ Service Area ตามข้อมูลที่ให้ และไม่สร้างพื้นที่บริการเพิ่ม”
โครง:
Prompt:
“สร้างข้อความเปิดตัวสินค้าโดยไม่ใช้คำว่า ‘ปฏิวัติ’ หรือ ‘ดีที่สุด’ ถ้าไม่มีหลักฐาน”
หากมีโปรโมชั่นจริง:
Prompt:
“เขียน Ad Copy โดยรักษาราคา วันสิ้นสุด และเงื่อนไขตาม Source ทุกจุด”
ห้ามใช้:
“เหลือวันนี้วันเดียว”
“เหลือ 3 ชิ้น”
หากไม่มีข้อมูลจริง
Fake Urgency ทำลายความน่าเชื่อถือได้
เช่น:
“โปรโมชั่นถึงวันที่ 31 ตุลาคม”
หากเป็นเงื่อนไขจริง
ชัดกว่าใช้คำเร่งโดยไม่มีหลักฐาน
ใช้เฉพาะ Stock Data จริง
ถ้าไม่ Real-time อย่าเขียนจำนวนคงเหลือแบบเฉพาะเจาะจง
อารมณ์ที่ใช้ได้ เช่น:
แต่ควรเชื่อมกับสินค้าอย่างสมเหตุสมผล
ข้อความเช่น:
“ถ้าไม่ซื้อวันนี้ ธุรกิจคุณอาจพัง”
เป็นการขยายความเสี่ยงเกินจริง
ควรใช้ข้อมูลที่เป็นกลางกว่า
Prompt:
“เขียนโฆษณาสำหรับฝ่าย IT โดยเน้น Specification, Compatibility และ Use Case มากกว่าคำโฆษณา”
เหมาะกับสินค้าทางเทคนิค
Prompt:
“เปลี่ยนข้อมูล Technical นี้เป็นข้อความที่ผู้ใช้ทั่วไปเข้าใจได้ โดยไม่เปลี่ยนความหมาย”
ตัวอย่าง:
“CAT6 หรือ CAT6A แบบไหนเหมาะกับงานคุณ?”
เหมาะกับกลุ่ม Consideration
ไม่ควรโจมตีสินค้าหรือแบรนด์อื่น
บางครั้งโฆษณาที่ให้ความรู้สามารถนำคนเข้าสู่ Funnel ได้ดี
Prompt:
“สร้างข้อความโฆษณาที่ให้คำตอบสั้น ๆ ก่อนชวนอ่าน Guide เพิ่ม”
Prompt:
“เขียนข้อความโฆษณาสำหรับรับ Lead โดยอธิบายสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับและข้อมูลที่ต้องกรอกอย่างชัดเจน”
ตัวอย่าง:
“ต้องการอุปกรณ์ Network สำหรับโครงการ? ส่งรายการและ Requirement เพื่อขอใบเสนอราคา”
เฉพาะเมื่อธุรกิจมีบริการนี้จริง
กลุ่มที่เคยเข้าเว็บอาจต้องการข้อความต่างจากคนใหม่
Prompt:
“สร้าง Retargeting Copy สำหรับคนที่ดูสินค้าแล้วแต่ยังไม่ซื้อ โดยไม่สร้างส่วนลด”
Prompt:
“เขียนข้อความเตือนตะกร้าแบบสุภาพ ไม่กดดัน และไม่สร้างข้อมูล Stock”
Prompt:
“สร้างข้อความสำหรับลูกค้าเดิมโดยเน้นสินค้าเกี่ยวข้องหรือการใช้งานต่อเนื่อง”
ช่วย Cross-sell ได้
ตัวอย่าง:
ลูกค้าซื้อ Cable
อาจโปรโมต Connector ที่เกี่ยวข้อง
แต่ต้องตรวจ Compatibility
Prompt:
“อธิบายว่ารุ่นสูงขึ้นเหมาะในกรณีใด โดยไม่บอกว่ารุ่นเดิมไม่ดี”
ช่วยขายอย่างเป็นธรรม
Angle อาจเป็น:
Prompt:
“สร้าง 10 Ad Angles จาก Product Data นี้”
ตัวอย่าง:
“เร็วขึ้น”
“ความเร็วสูง”
“ใช้งานเร็ว”
ยังเป็น Angle เดียวกัน
ควรแตกแนวคิดจริง
ตัวอย่าง:
ช่วยทดสอบ Message ได้ดีขึ้น
Prompt:
“แต่ละ Angle สร้าง Hook 5 แบบ”
ช่วยได้ชุด Creative จำนวนมากโดยไม่ซ้ำแนวคิด
Prompt:
“จาก Ad Copy นี้ สร้าง Creative Brief ที่มี Message, Visual Idea, Headline และ CTA”
ช่วยส่งงานให้ Designer
ข้อความบนภาพควรสั้น
Prompt:
“ย่อ Message ให้เหลือ 3–6 คำสำหรับใช้บน Banner”
ควรให้ Visual ช่วยสื่อสาร
รายละเอียดสามารถอยู่ใน Caption หรือ Landing Page
Prompt:
“สร้าง Carousel 5 Slide โดยแต่ละ Slide มีหัวข้อและข้อความไม่เกิน 15 คำ”
โครงอาจเป็น:
Prompt:
“สร้าง Storyboard 6 Scene พร้อมข้อความบนจอ Voice-over และ CTA”
ช่วยแปลง Copy เป็น Creative Production
สามารถใช้โครง:
แต่ห้ามสร้าง Testimonial ปลอม
ไม่ควรเขียน:
“ใช้แล้วดีมากครับ จากลูกค้าจริง”
หากไม่มีรีวิวจริง
สามารถสร้างโครง Script แต่ต้องไม่แอบอ้างว่าเป็นลูกค้าจริง
Prompt:
“ใช้ Review ที่ให้เท่านั้น สรุปประเด็นโดยรักษาความหมายเดิม และห้ามเพิ่มผลลัพธ์ใหม่”
ช่วยใช้ Social Proof อย่างถูกต้อง
ควรตรวจ:
โดยเฉพาะข้อมูลที่อาจเปลี่ยนได้
“ทำเครื่องหมายทุก Claim ในข้อความนี้ และบอกว่าข้อไหนต้องมี Evidence เพิ่ม”
ช่วยลดความเสี่ยงจากข้อความเกินจริง
“ตรวจว่าคนที่ไม่รู้จักสินค้าอ่านแล้วเข้าใจหรือไม่ว่าสินค้าคืออะไรและได้ประโยชน์อะไร”
“ลดข้อความโฆษณาลง 40% โดยรักษา Hook, Benefit และ CTA”
เหมาะกับ Mobile
Search Ad หรือ SEO Landing Page อาจมี Keyword
แต่ไม่ควรใช้ซ้ำจนข้อความผิดธรรมชาติ
“ตรวจว่าข้อความนี้ดูขายแรงเกินไปหรือไม่ และ Rewrite ให้ Professional ขึ้น”
เหมาะกับ B2B
“ระบุข้อความที่ฟังดูเกินจริง คลุมเครือ หรือพิสูจน์ยาก”
ช่วยปรับ Copy ให้แข็งแรงขึ้น
“ตรวจว่า CTA สอดคล้องกับ Offer และ Funnel Stage หรือไม่”
เช่น Awareness Content อาจไม่ต้องใช้ “ซื้อทันที” เสมอ
Prompt:
“สร้าง Headline A/B Test 10 คู่ โดยเปลี่ยนเฉพาะ Message Angle หลัก”
ช่วยทดสอบแนวคิดจริง
ตัวอย่าง:
“ดูรายละเอียด”
เทียบกับ:
“เปรียบเทียบรุ่น”
ควรเปลี่ยนทีละตัวแปรเมื่อทำ Test
Prompt:
“สร้าง Hook แบบ Pain เทียบกับ Benefit โดยรักษา Body และ CTA เหมือนกัน”
ช่วยดูว่า Angle ไหนตอบสนองดีกว่า
ข้อความที่ได้ Click สูง อาจไม่ได้ Conversion สูง
ควรดู:
ตาม Goal
Prompt:
“สรุป Performance ของข้อความโฆษณาแต่ละเวอร์ชันตาม KPI ที่ให้ และห้ามสรุปสาเหตุถ้ายังไม่มีข้อมูลรองรับ”
Prompt:
“หา Pattern จากข้อความที่ Performance ดี โดยดู Hook, Angle, Benefit และ CTA”
ช่วยสร้างรอบถัดไป
ไม่ควรสรุปทันทีว่า Copy ไม่ดี
อาจเกี่ยวกับ:
Prompt:
“สร้างรายการตัวแปรที่ควรตรวจเพิ่มเติมก่อนตัดสินว่า Copy เป็นสาเหตุ”
Prompt:
“จากข้อมูลสินค้านี้ สร้าง 10 Ad Copy โดยห้ามสร้าง Feature หรือ Benefit เพิ่ม”
เหมาะกับ Ecommerce
Prompt:
“จากคำถามลูกค้า 20 ข้อนี้ สร้าง Ad Angle ที่ตอบ Pain Point ที่เกิดซ้ำมากที่สุด”
ช่วยใช้ Voice of Customer
Prompt:
“จาก Review จริงเหล่านี้ ดึงคำที่ลูกค้าใช้บ่อย แล้วสร้าง Copy ใหม่โดยไม่อ้างว่าเป็น Quote ถ้าไม่ได้ใช้คำตรง ๆ”
Prompt:
“จาก Search Query นี้ สร้าง Search Ad ที่ตรง Intent ของผู้ค้นหา”
ช่วยลด Message Mismatch
ถ้ามีข้อมูล:
“จาก Competitor Comparison นี้ สร้าง Message ที่เน้นจุดต่างของเราเฉพาะที่มี Evidence”
ไม่ควรโจมตีคู่แข่ง
“ช่วยเขียนข้อความโฆษณาสำหรับ [สินค้า/บริการ]
Product:
[รายละเอียด]
Audience:
[กลุ่มลูกค้า]
Pain Point:
[ปัญหา]
Features:
[ข้อมูลจริง]
Benefits:
[ประโยชน์]
Proof:
[หลักฐาน]
Offer:
[ข้อเสนอ]
Channel:
[Facebook/TikTok/Search/etc.]
Goal:
[Traffic/Lead/Sale]
Tone:
[น้ำเสียง]
CTA:
[คำกระตุ้น]
สร้าง:
ข้อกำหนด:
Template นี้ใช้ได้กับงานโฆษณาหลายประเภท
“สร้าง Facebook Ads 5 เวอร์ชัน
ทุกเวอร์ชันมี:
ใช้ภาษาธรรมชาติ และแต่ละเวอร์ชันต้องใช้ Angle ต่างกันจริง”
“สร้าง TikTok Ad Script 20 วินาที
โครง:
0–3 วินาที: Hook
3–8 วินาที: Problem
8–15 วินาที: Solution/Product
15–20 วินาที: CTA
ใช้ประโยคสั้นที่พูดได้จริง”
“สร้าง Headline และ Description สำหรับ Keyword [คำค้น] โดยให้ Message ตรงกับ Search Intent และ Landing Page”
“สร้าง B2B Ad Copy สำหรับ [ตำแหน่งลูกค้า] โดยเน้น Business Problem, Product Fit, Evidence และ Next Step และลดภาษาขายเกินจริง”
“สร้าง Product Launch Copy โดยมี New Product, Key Benefit, Target User, Use Case และ CTA โดยไม่สร้าง Claim เพิ่ม”
“สร้างข้อความสำหรับคนที่เคยดู Product Page แล้วแต่ยังไม่ซื้อ เน้นข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจ เช่น Specification, Comparison และ FAQ โดยไม่สร้างส่วนลด”
ลูกค้าไม่รู้ว่าได้ประโยชน์อะไร
ลดความน่าเชื่อถือ
ข้อความกว้างเกินไป
คนไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ
Click แล้วไม่เจอสิ่งที่โฆษณา
เปลี่ยนแค่คำ แต่ไม่ได้เปลี่ยน Angle
ตรวจว่า:
ใช้ลำดับ:
ช่วยให้การเขียนโฆษณาไม่ใช่เพียงการสร้างประโยคให้ดูน่าสนใจ
สูตรคือ:
Audience + Pain + Product + Benefit + Proof + Offer + CTA + Constraint
ตัวอย่าง:
“เขียนข้อความโฆษณาสินค้า Network สำหรับฝ่าย IT ของ SME โดยเริ่มจาก Pain Point เรื่องการเลือกอุปกรณ์ ใช้ Benefit ที่มาจากสเปกจริง จบด้วย CTA ขอรายละเอียด และห้ามสร้างราคา โปรโมชั่น หรือ Claim เพิ่ม”
Microsoft Copilot สามารถช่วยสร้างข้อความโฆษณาได้รวดเร็ว ตั้งแต่ Hook, Headline, Primary Text ไปจนถึง CTA และเวอร์ชันสำหรับหลายช่องทาง แต่ข้อความที่ดีไม่ได้เกิดจากคำที่แรงที่สุดเสมอไป
หัวใจสำคัญคือ เข้าใจ Audience และ Pain Point แล้วเชื่อมกับ Benefit ที่สินค้ามีจริง จากนั้นจึงสร้าง Message ที่ชัด กระชับ และตรงกับ Funnel Stage
สำหรับผู้อ่าน comsiam สูตรที่ควรจำคือ “Audience → Pain → Benefit → Proof → CTA” และควรสร้างหลาย Angle เพื่อทดสอบแทนการเดาว่าข้อความไหนจะทำงานดีที่สุด
comsiam แนะนำให้ตรวจราคา โปรโมชั่น สต็อก สเปก การรับประกัน และ Claim ทุกครั้งก่อนเผยแพร่ โดยใช้ Copilot เป็นผู้ช่วยสร้าง Draft และ Variation แล้วใช้ข้อมูล Performance จริงตัดสินว่าควรพัฒนา Message ไปทางไหนต่อ