Prompt Microsoft Copilot สำหรับเขียนข้อความโฆษณา

Prompt Microsoft Copilot สำหรับเขียนข้อความโฆษณาที่ดี ควรระบุให้ชัดว่า ขายอะไร ลูกค้าคือใคร ปัญหาของลูกค้าคืออะไร จุดเด่นของสินค้าคืออะไร ต้องการให้คนทำอะไรหลังเห็นโฆษณา และมีข้อจำกัดด้านข้อความอะไรบ้าง

ถ้าสั่งเพียงว่า “ช่วยเขียนโฆษณาให้หน่อย” Copilot อาจได้ข้อความที่ดูน่าสนใจ แต่ยังไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย หรืออาจสร้าง Claim ที่ไม่มีข้อมูลรองรับ เช่น “ดีที่สุด”, “ถูกที่สุด”, “เห็นผลทันที” หรือ “รับประกันผล”

สูตรที่ใช้ง่ายคือ:

Product + Audience + Pain Point + Benefit + Proof + Offer + CTA + Tone + Constraints

ตัวอย่าง:

“เขียนข้อความโฆษณาสำหรับสายแลน CAT6 กลุ่มลูกค้าเป็น SME และช่างติดตั้ง โดยเน้นการเลือกสเปกให้เหมาะกับงาน ใช้เฉพาะข้อมูลสินค้าที่ให้ เขียน 5 เวอร์ชันแบบกระชับ และห้ามใช้คำว่า ดีที่สุด ถูกที่สุด หรือรับประกันผล”

① เริ่มจากระบุเป้าหมายโฆษณา

Advertising Goal อาจเป็น:

  • เพิ่มยอดขาย
  • เพิ่ม Lead
  • เพิ่ม Traffic
  • สร้าง Brand Awareness
  • โปรโมตสินค้าใหม่
  • กระตุ้นให้ขอใบเสนอราคา
  • ดึงลูกค้าเข้าหน้าสินค้า

Prompt ควรระบุ Goal ก่อน

② ระบุ Target Audience

ตัวอย่าง:

  • ผู้ใช้ทั่วไป
  • เจ้าของ SME
  • ฝ่าย IT
  • ช่างติดตั้ง
  • ฝ่ายจัดซื้อ
  • เจ้าของร้านค้า

ข้อความเดียวกันไม่ควรใช้กับทุกกลุ่ม

③ ระบุ Pain Point

Pain Point อาจเป็น:

  • เลือกสินค้าไม่ถูก
  • ซื้อผิดสเปก
  • ต้องการลดเวลา
  • ต้องการข้อมูลที่เชื่อถือได้
  • ต้องการของพร้อมใช้
  • ต้องการตัวเลือกที่คุ้มค่า

Prompt:

“เริ่มข้อความจาก Pain Point ที่ลูกค้าพบจริง”

ช่วยให้ข้อความดึงความสนใจมากขึ้น

④ ระบุ Benefit

Benefit คือผลลัพธ์ที่ลูกค้าได้รับ

ตัวอย่าง:

  • เลือกสินค้าได้ง่ายขึ้น
  • เข้าใจสเปกได้เร็วขึ้น
  • ลดความสับสน
  • ประหยัดเวลา
  • ใช้งานได้ตรง Requirement

ควรเชื่อมกับ Feature ที่มีจริง

⑤ แยก Feature กับ Benefit

Feature:

“CAT6 250MHz”

Benefit:

“เหมาะกับงานเครือข่ายที่ต้องการมาตรฐาน CAT6 ตามสเปกที่ระบุ”

ไม่ควรตีความเกินข้อมูล

⑥ ระบุ Proof

Proof อาจเป็น:

  • Specification
  • Certification
  • Review
  • Case Study
  • Warranty
  • Number of Customers

ถ้ามีข้อมูลจริง

Prompt:

“ใช้ Proof เฉพาะข้อมูลที่ให้เท่านั้น”

⑦ อย่าสร้าง Social Proof เอง

ห้ามเขียน:

“ลูกค้ากว่า 10,000 คนเลือกใช้”

ถ้าไม่มีข้อมูลจริง

ควรใช้ข้อความกลางแทน

⑧ ระบุ Offer

Offer อาจเป็น:

  • ราคาพิเศษ
  • Bundle
  • Free Shipping
  • Consultation
  • Demo
  • Trial
  • Quote

ถ้าไม่มี Promotion จริง ไม่ควรสร้างขึ้นเอง

⑨ Prompt ห้ามสร้าง Promotion

ใช้:

“ห้ามสร้างส่วนลด โปรโมชั่น Coupon หรือ Free Shipping เพิ่มเอง”

สำคัญสำหรับร้านค้าออนไลน์

⑩ ระบุ CTA

CTA อาจเป็น:

  • ดูรายละเอียด
  • เช็กสินค้า
  • ขอใบเสนอราคา
  • ติดต่อสอบถาม
  • เปรียบเทียบรุ่น
  • สั่งซื้อ

CTA ควรสัมพันธ์กับ Funnel Stage

⑪ สร้างโฆษณาแบบ AIDA

AIDA:

  • Attention
  • Interest
  • Desire
  • Action

Prompt:

“เขียนข้อความโฆษณาแบบ AIDA ภายใน 100 คำ”

เหมาะกับ Social และ Landing Page

⑫ สร้างโฆษณาแบบ PAS

PAS:

  • Problem
  • Agitate
  • Solution

ตัวอย่าง:

Problem:
เลือกสายแลนไม่ถูก

Agitate:
ซื้อผิดประเภทอาจทำให้ต้องแก้งานภายหลัง

Solution:
ใช้ข้อมูลสเปกและ Use Case เพื่อเลือกให้เหมาะ

ควรระวังไม่ใช้ภาษาขยายความกลัวเกินจริง

⑬ สร้างโฆษณาแบบ BAB

BAB:

  • Before
  • After
  • Bridge

เหมาะกับการอธิบายการเปลี่ยนแปลง

Prompt:

“เขียนโฆษณาแบบ Before-After-Bridge โดยห้ามสร้างผลลัพธ์ที่รับประกันไม่ได้”

⑭ สร้างโฆษณาแบบ FAB

FAB:

  • Feature
  • Advantage
  • Benefit

เหมาะกับสินค้าที่มี Specification

Prompt:

“ใช้ Product Data นี้สร้าง FAB Copy 5 แบบ”

⑮ สร้าง Hook

Hook ต้องทำให้คนหยุดอ่าน

ตัวอย่าง:

  • คำถาม
  • ปัญหา
  • ความเข้าใจผิด
  • ประโยชน์
  • Comparison

Prompt:

“สร้าง Hook 20 แบบโดยไม่ใช้ Clickbait”

⑯ Hook แบบคำถาม

ตัวอย่าง:

“CAT6 กับ CAT6A เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน?”

เหมาะกับ Content Ads

⑰ Hook แบบ Pain Point

ตัวอย่าง:

“ซื้อสายแลนแล้วเพิ่งรู้ว่าสเปกไม่ตรงกับระบบ?”

ควรใช้ถ้าตรงกับปัญหาจริงของลูกค้า

⑱ Hook แบบ Benefit

ตัวอย่าง:

“เลือกอุปกรณ์ Network ให้ตรงงานได้ง่ายขึ้นจากข้อมูลสเปกที่ชัดเจน”

เหมาะกับ Educational Advertising

⑲ Hook แบบ Mistake

ตัวอย่าง:

“3 จุดที่ควรเช็กก่อนเลือกสายแลนสำหรับสำนักงาน”

ช่วยดึงกลุ่มที่กำลังพิจารณาซื้อ

⑳ อย่าใช้ Clickbait เกินจริง

ควรหลีกเลี่ยง:

  • “คุณจะช็อก”
  • “รู้แล้วชีวิตเปลี่ยน”
  • “ห้ามพลาดเด็ดขาด”

ถ้าไม่เหมาะกับ Brand

㉑ ระบุ Tone of Voice

ตัวอย่าง:

  • Professional
  • Friendly
  • Premium
  • Technical
  • Minimal
  • Energetic

Prompt:

“ใช้ Tone แบบ Professional + Friendly”

ช่วยให้ Copy สอดคล้องกับ Brand

㉒ สร้างหลาย Tone

Prompt:

“สร้างข้อความเดียวกัน 3 Tone ได้แก่ Professional, Friendly และ Premium”

ช่วยเลือกเวอร์ชันตาม Channel

㉓ สร้าง Headline

Headline ควร:

  • ชัด
  • สั้น
  • ตรง Pain Point หรือ Benefit
  • ไม่กล่าวเกินจริง

Prompt:

“สร้าง Headline 20 แบบไม่เกิน 10 คำ”

㉔ สร้าง Subheadline

Subheadline ใช้ขยาย Headline

ตัวอย่าง:

Headline:
“เลือกสายแลนให้ตรงงาน”

Subheadline:
“เปรียบเทียบสเปก รุ่น และ Use Case ก่อนตัดสินใจ”

㉕ สร้าง Primary Text

สำหรับ Social Ads:

Prompt:

“เขียน Primary Text 5 เวอร์ชัน ไม่เกิน 80 คำ”

ช่วยให้ Copy กระชับ

㉖ สร้าง Short Ad Copy

ใช้:

“สร้างข้อความโฆษณา 1–2 ประโยคสำหรับมือถือ”

เหมาะกับพื้นที่ข้อความน้อย

㉗ สร้าง Long-form Ad

บางสินค้า B2B ต้องอธิบายเพิ่ม

Prompt:

“เขียน Long-form Ad ที่มี Problem, Solution, Evidence และ CTA แต่ไม่เกิน 250 คำ”

㉘ สร้าง Facebook Ads

Prompt:

“สร้าง Facebook Ad Copy ประกอบด้วย Hook, Body และ CTA สำหรับกลุ่มลูกค้า [Audience]”

㉙ สร้าง Instagram Ads

มักต้องสั้นและ Visual-first

Prompt:

“สร้าง Caption โฆษณาสั้นที่เสริมภาพสินค้า ไม่อธิบายสิ่งที่เห็นซ้ำมากเกินไป”

㉚ สร้าง TikTok Ads

Prompt:

“สร้างสคริปต์โฆษณา TikTok 20 วินาที โดยมี Hook 3 วินาทีแรก Problem, Product และ CTA”

เหมาะกับ Short Video

㉛ สร้าง YouTube Ads

Prompt:

“สร้าง YouTube Ad Script 30 วินาทีโดยเน้น Pain Point และ Benefit”

ควรเขียนให้พูดได้จริง ไม่ใช่บทความ

㉜ สร้าง Search Ads

ข้อความ Search Ads ควรตรง Query

Prompt:

“สร้าง Headline และ Description จาก Keyword และ Landing Page นี้ โดยไม่สร้าง Claim ใหม่”

㉝ Search Ad ต้องตรง Landing Page

ถ้าโฆษณาพูด:

“CAT6A 305 เมตร”

Landing Page ควรตอบเรื่องนั้นทันที

ไม่ควรพาไปหน้า Homepage กว้าง ๆ โดยไม่มีเหตุผล

㉞ สร้าง Display Ad Copy

พื้นที่มีจำกัด

Prompt:

“สร้าง Headline 5 คำและ CTA สั้นสำหรับ Banner”

เหมาะกับ Display Creative

㉟ สร้าง Marketplace Ads

Prompt:

“สร้างข้อความสั้นสำหรับ Product Ads โดยเน้น Model, Specification และ Use Case”

ช่วยให้ตรงคนที่มี Purchase Intent

㊱ สร้าง B2B Ad

B2B Copy ควรเน้น:

  • Business Problem
  • Efficiency
  • Risk
  • Compatibility
  • Support
  • ROI เมื่อมีข้อมูลจริง

ไม่จำเป็นต้องใช้คำขายแรง

㊲ สร้าง Local Business Ad

Prompt:

“เขียนข้อความโฆษณาสำหรับลูกค้าในพื้นที่ โดยระบุ Service Area ตามข้อมูลที่ให้ และไม่สร้างพื้นที่บริการเพิ่ม”

㊳ สร้าง Product Launch Ad

โครง:

  • New Product
  • Main Benefit
  • Use Case
  • CTA

Prompt:

“สร้างข้อความเปิดตัวสินค้าโดยไม่ใช้คำว่า ‘ปฏิวัติ’ หรือ ‘ดีที่สุด’ ถ้าไม่มีหลักฐาน”

㊴ สร้าง Promotion Ad

หากมีโปรโมชั่นจริง:

Prompt:

“เขียน Ad Copy โดยรักษาราคา วันสิ้นสุด และเงื่อนไขตาม Source ทุกจุด”

㊵ อย่าสร้าง Fake Urgency

ห้ามใช้:

“เหลือวันนี้วันเดียว”

“เหลือ 3 ชิ้น”

หากไม่มีข้อมูลจริง

Fake Urgency ทำลายความน่าเชื่อถือได้

㊶ สร้าง Urgency จากข้อมูลจริง

เช่น:

“โปรโมชั่นถึงวันที่ 31 ตุลาคม”

หากเป็นเงื่อนไขจริง

ชัดกว่าใช้คำเร่งโดยไม่มีหลักฐาน

㊷ สร้าง Scarcity อย่างระมัดระวัง

ใช้เฉพาะ Stock Data จริง

ถ้าไม่ Real-time อย่าเขียนจำนวนคงเหลือแบบเฉพาะเจาะจง

㊸ สร้าง Emotional Copy

อารมณ์ที่ใช้ได้ เช่น:

  • Confidence
  • Convenience
  • Relief
  • Excitement

แต่ควรเชื่อมกับสินค้าอย่างสมเหตุสมผล

㊹ อย่าใช้ Fear มากเกินไป

ข้อความเช่น:

“ถ้าไม่ซื้อวันนี้ ธุรกิจคุณอาจพัง”

เป็นการขยายความเสี่ยงเกินจริง

ควรใช้ข้อมูลที่เป็นกลางกว่า

㊺ สร้าง Technical Ad Copy

Prompt:

“เขียนโฆษณาสำหรับฝ่าย IT โดยเน้น Specification, Compatibility และ Use Case มากกว่าคำโฆษณา”

เหมาะกับสินค้าทางเทคนิค

㊻ สร้าง Non-technical Copy

Prompt:

“เปลี่ยนข้อมูล Technical นี้เป็นข้อความที่ผู้ใช้ทั่วไปเข้าใจได้ โดยไม่เปลี่ยนความหมาย”

㊼ สร้าง Comparison Ad

ตัวอย่าง:

“CAT6 หรือ CAT6A แบบไหนเหมาะกับงานคุณ?”

เหมาะกับกลุ่ม Consideration

ไม่ควรโจมตีสินค้าหรือแบรนด์อื่น

㊽ สร้าง Educational Ad

บางครั้งโฆษณาที่ให้ความรู้สามารถนำคนเข้าสู่ Funnel ได้ดี

Prompt:

“สร้างข้อความโฆษณาที่ให้คำตอบสั้น ๆ ก่อนชวนอ่าน Guide เพิ่ม”

㊾ สร้าง Lead Generation Ad

Prompt:

“เขียนข้อความโฆษณาสำหรับรับ Lead โดยอธิบายสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับและข้อมูลที่ต้องกรอกอย่างชัดเจน”

㊿ สร้าง Ad สำหรับขอใบเสนอราคา

ตัวอย่าง:

“ต้องการอุปกรณ์ Network สำหรับโครงการ? ส่งรายการและ Requirement เพื่อขอใบเสนอราคา”

เฉพาะเมื่อธุรกิจมีบริการนี้จริง

51. สร้าง Retargeting Copy

กลุ่มที่เคยเข้าเว็บอาจต้องการข้อความต่างจากคนใหม่

Prompt:

“สร้าง Retargeting Copy สำหรับคนที่ดูสินค้าแล้วแต่ยังไม่ซื้อ โดยไม่สร้างส่วนลด”

52. สร้าง Cart Reminder

Prompt:

“เขียนข้อความเตือนตะกร้าแบบสุภาพ ไม่กดดัน และไม่สร้างข้อมูล Stock”

53. สร้าง Repeat Customer Ad

Prompt:

“สร้างข้อความสำหรับลูกค้าเดิมโดยเน้นสินค้าเกี่ยวข้องหรือการใช้งานต่อเนื่อง”

ช่วย Cross-sell ได้

54. สร้าง Cross-sell Ad

ตัวอย่าง:

ลูกค้าซื้อ Cable

อาจโปรโมต Connector ที่เกี่ยวข้อง

แต่ต้องตรวจ Compatibility

55. สร้าง Upsell Ad

Prompt:

“อธิบายว่ารุ่นสูงขึ้นเหมาะในกรณีใด โดยไม่บอกว่ารุ่นเดิมไม่ดี”

ช่วยขายอย่างเป็นธรรม

56. สร้าง Ad Angle

Angle อาจเป็น:

  • Problem
  • Benefit
  • Comparison
  • Education
  • Use Case
  • Convenience
  • Professional

Prompt:

“สร้าง 10 Ad Angles จาก Product Data นี้”

57. อย่าเปลี่ยนแค่คำแล้วเรียกว่า Angle ใหม่

ตัวอย่าง:

“เร็วขึ้น”

“ความเร็วสูง”

“ใช้งานเร็ว”

ยังเป็น Angle เดียวกัน

ควรแตกแนวคิดจริง

58. สร้าง 5 Angle ที่แตกต่าง

ตัวอย่าง:

  1. Pain
  2. Technical
  3. Convenience
  4. Comparison
  5. Education

ช่วยทดสอบ Message ได้ดีขึ้น

59. สร้างหลาย Hook ต่อ Angle

Prompt:

“แต่ละ Angle สร้าง Hook 5 แบบ”

ช่วยได้ชุด Creative จำนวนมากโดยไม่ซ้ำแนวคิด

60. สร้าง Creative Brief

Prompt:

“จาก Ad Copy นี้ สร้าง Creative Brief ที่มี Message, Visual Idea, Headline และ CTA”

ช่วยส่งงานให้ Designer

61. สร้างข้อความบนภาพ

ข้อความบนภาพควรสั้น

Prompt:

“ย่อ Message ให้เหลือ 3–6 คำสำหรับใช้บน Banner”

62. อย่าใส่ข้อความบนภาพมากเกินไป

ควรให้ Visual ช่วยสื่อสาร

รายละเอียดสามารถอยู่ใน Caption หรือ Landing Page

63. สร้าง Carousel Ad

Prompt:

“สร้าง Carousel 5 Slide โดยแต่ละ Slide มีหัวข้อและข้อความไม่เกิน 15 คำ”

โครงอาจเป็น:

  1. Problem
  2. Insight
  3. Product
  4. Benefit
  5. CTA

64. สร้าง Video Ad Storyboard

Prompt:

“สร้าง Storyboard 6 Scene พร้อมข้อความบนจอ Voice-over และ CTA”

ช่วยแปลง Copy เป็น Creative Production

65. สร้าง UGC-style Ad Script

สามารถใช้โครง:

  • Problem
  • Experience
  • Product
  • Result
  • CTA

แต่ห้ามสร้าง Testimonial ปลอม

66. ห้ามสร้างรีวิวลูกค้าปลอม

ไม่ควรเขียน:

“ใช้แล้วดีมากครับ จากลูกค้าจริง”

หากไม่มีรีวิวจริง

สามารถสร้างโครง Script แต่ต้องไม่แอบอ้างว่าเป็นลูกค้าจริง

67. สร้าง Testimonial Ad จากรีวิวจริง

Prompt:

“ใช้ Review ที่ให้เท่านั้น สรุปประเด็นโดยรักษาความหมายเดิม และห้ามเพิ่มผลลัพธ์ใหม่”

ช่วยใช้ Social Proof อย่างถูกต้อง

68. ตรวจข้อความโฆษณาก่อนเผยแพร่

ควรตรวจ:

  • ราคา
  • Promotion
  • Specification
  • Warranty
  • Stock
  • Claim
  • CTA
  • Landing Page

โดยเฉพาะข้อมูลที่อาจเปลี่ยนได้

69. Prompt ตรวจ Claim

“ทำเครื่องหมายทุก Claim ในข้อความนี้ และบอกว่าข้อไหนต้องมี Evidence เพิ่ม”

ช่วยลดความเสี่ยงจากข้อความเกินจริง

70. Prompt ตรวจความชัดเจน

“ตรวจว่าคนที่ไม่รู้จักสินค้าอ่านแล้วเข้าใจหรือไม่ว่าสินค้าคืออะไรและได้ประโยชน์อะไร”

71. Prompt ตรวจความยาว

“ลดข้อความโฆษณาลง 40% โดยรักษา Hook, Benefit และ CTA”

เหมาะกับ Mobile

72. Prompt ตรวจ Keyword Stuffing

Search Ad หรือ SEO Landing Page อาจมี Keyword

แต่ไม่ควรใช้ซ้ำจนข้อความผิดธรรมชาติ

73. Prompt ตรวจ Tone

“ตรวจว่าข้อความนี้ดูขายแรงเกินไปหรือไม่ และ Rewrite ให้ Professional ขึ้น”

เหมาะกับ B2B

74. Prompt ตรวจความน่าเชื่อถือ

“ระบุข้อความที่ฟังดูเกินจริง คลุมเครือ หรือพิสูจน์ยาก”

ช่วยปรับ Copy ให้แข็งแรงขึ้น

75. Prompt ตรวจ CTA

“ตรวจว่า CTA สอดคล้องกับ Offer และ Funnel Stage หรือไม่”

เช่น Awareness Content อาจไม่ต้องใช้ “ซื้อทันที” เสมอ

76. สร้าง A/B Test Headline

Prompt:

“สร้าง Headline A/B Test 10 คู่ โดยเปลี่ยนเฉพาะ Message Angle หลัก”

ช่วยทดสอบแนวคิดจริง

77. สร้าง A/B Test CTA

ตัวอย่าง:

“ดูรายละเอียด”

เทียบกับ:

“เปรียบเทียบรุ่น”

ควรเปลี่ยนทีละตัวแปรเมื่อทำ Test

78. สร้าง A/B Test Hook

Prompt:

“สร้าง Hook แบบ Pain เทียบกับ Benefit โดยรักษา Body และ CTA เหมือนกัน”

ช่วยดูว่า Angle ไหนตอบสนองดีกว่า

79. อย่าตัดสินจาก CTR อย่างเดียว

ข้อความที่ได้ Click สูง อาจไม่ได้ Conversion สูง

ควรดู:

  • CTR
  • Landing Page
  • Lead
  • Order
  • Conversion
  • Revenue

ตาม Goal

80. สร้าง Ad Review Report

Prompt:

“สรุป Performance ของข้อความโฆษณาแต่ละเวอร์ชันตาม KPI ที่ให้ และห้ามสรุปสาเหตุถ้ายังไม่มีข้อมูลรองรับ”

81. วิเคราะห์ Winning Copy

Prompt:

“หา Pattern จากข้อความที่ Performance ดี โดยดู Hook, Angle, Benefit และ CTA”

ช่วยสร้างรอบถัดไป

82. วิเคราะห์ Losing Copy

ไม่ควรสรุปทันทีว่า Copy ไม่ดี

อาจเกี่ยวกับ:

  • Audience
  • Creative
  • Offer
  • Landing Page
  • Timing

Prompt:

“สร้างรายการตัวแปรที่ควรตรวจเพิ่มเติมก่อนตัดสินว่า Copy เป็นสาเหตุ”

83. สร้าง Copy จาก Product Data

Prompt:

“จากข้อมูลสินค้านี้ สร้าง 10 Ad Copy โดยห้ามสร้าง Feature หรือ Benefit เพิ่ม”

เหมาะกับ Ecommerce

84. สร้าง Copy จาก Customer Pain

Prompt:

“จากคำถามลูกค้า 20 ข้อนี้ สร้าง Ad Angle ที่ตอบ Pain Point ที่เกิดซ้ำมากที่สุด”

ช่วยใช้ Voice of Customer

85. สร้าง Copy จาก Review

Prompt:

“จาก Review จริงเหล่านี้ ดึงคำที่ลูกค้าใช้บ่อย แล้วสร้าง Copy ใหม่โดยไม่อ้างว่าเป็น Quote ถ้าไม่ได้ใช้คำตรง ๆ”

86. สร้าง Copy จาก Search Query

Prompt:

“จาก Search Query นี้ สร้าง Search Ad ที่ตรง Intent ของผู้ค้นหา”

ช่วยลด Message Mismatch

87. สร้าง Copy จาก Competitor Gap

ถ้ามีข้อมูล:

“จาก Competitor Comparison นี้ สร้าง Message ที่เน้นจุดต่างของเราเฉพาะที่มี Evidence”

ไม่ควรโจมตีคู่แข่ง

88. Prompt ข้อความโฆษณาฉบับพร้อมใช้

“ช่วยเขียนข้อความโฆษณาสำหรับ [สินค้า/บริการ]

Product:
[รายละเอียด]

Audience:
[กลุ่มลูกค้า]

Pain Point:
[ปัญหา]

Features:
[ข้อมูลจริง]

Benefits:
[ประโยชน์]

Proof:
[หลักฐาน]

Offer:
[ข้อเสนอ]

Channel:
[Facebook/TikTok/Search/etc.]

Goal:
[Traffic/Lead/Sale]

Tone:
[น้ำเสียง]

CTA:
[คำกระตุ้น]

สร้าง:

  1. Hook 10 แบบ
  2. Headline 10 แบบ
  3. Primary Text 5 แบบ
  4. Short Copy 5 แบบ
  5. CTA 5 แบบ

ข้อกำหนด:

  • ใช้เฉพาะข้อมูลที่ให้
  • ห้ามสร้างราคา
  • ห้ามสร้างส่วนลด
  • ห้ามสร้าง Stock
  • ห้ามสร้าง Warranty
  • ห้ามสร้าง Review
  • ห้ามใช้ Claim ที่ไม่มี Evidence
  • หลีกเลี่ยง Clickbait และ Fake Urgency”

Template นี้ใช้ได้กับงานโฆษณาหลายประเภท

89. Template Facebook Ads

“สร้าง Facebook Ads 5 เวอร์ชัน

ทุกเวอร์ชันมี:

  • Hook
  • Body
  • Benefit
  • CTA

ใช้ภาษาธรรมชาติ และแต่ละเวอร์ชันต้องใช้ Angle ต่างกันจริง”

90. Template TikTok Ads

“สร้าง TikTok Ad Script 20 วินาที

โครง:
0–3 วินาที: Hook
3–8 วินาที: Problem
8–15 วินาที: Solution/Product
15–20 วินาที: CTA

ใช้ประโยคสั้นที่พูดได้จริง”

91. Template Search Ads

“สร้าง Headline และ Description สำหรับ Keyword [คำค้น] โดยให้ Message ตรงกับ Search Intent และ Landing Page”

92. Template B2B Ads

“สร้าง B2B Ad Copy สำหรับ [ตำแหน่งลูกค้า] โดยเน้น Business Problem, Product Fit, Evidence และ Next Step และลดภาษาขายเกินจริง”

93. Template Product Launch

“สร้าง Product Launch Copy โดยมี New Product, Key Benefit, Target User, Use Case และ CTA โดยไม่สร้าง Claim เพิ่ม”

94. Template Retargeting

“สร้างข้อความสำหรับคนที่เคยดู Product Page แล้วแต่ยังไม่ซื้อ เน้นข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจ เช่น Specification, Comparison และ FAQ โดยไม่สร้างส่วนลด”

95. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

พูดแต่ Feature

ลูกค้าไม่รู้ว่าได้ประโยชน์อะไร

ใช้ Claim เกินจริง

ลดความน่าเชื่อถือ

ไม่มี Target Audience

ข้อความกว้างเกินไป

ไม่มี CTA

คนไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ

Copy ไม่ตรง Landing Page

Click แล้วไม่เจอสิ่งที่โฆษณา

ทุกเวอร์ชันเหมือนกัน

เปลี่ยนแค่คำ แต่ไม่ได้เปลี่ยน Angle

96. Checklist ก่อนใช้ข้อความโฆษณา

ตรวจว่า:

  1. Audience ชัดหรือไม่
  2. Pain Point จริงหรือไม่
  3. Feature ถูกต้องหรือไม่
  4. Benefit มีข้อมูลรองรับหรือไม่
  5. ราคาและโปรโมชั่นถูกต้องหรือไม่
  6. มี Fake Urgency หรือไม่
  7. มี Claim เกินจริงหรือไม่
  8. CTA ชัดหรือไม่
  9. Message ตรง Landing Page หรือไม่
  10. Tone ตรง Brand หรือไม่
  11. อ่านง่ายบนมือถือหรือไม่
  12. มีข้อมูลที่ AI สร้างเองหรือไม่

97. Workflow เขียนข้อความโฆษณาด้วย Microsoft Copilot

ใช้ลำดับ:

  1. Define Goal
  2. Define Audience
  3. Identify Pain
  4. Collect Product Facts
  5. Identify Benefits
  6. Select Angle
  7. Create Hook
  8. Write Copy
  9. Add CTA
  10. Verify Claims
  11. Create Variations
  12. Test
  13. Measure
  14. Improve

ช่วยให้การเขียนโฆษณาไม่ใช่เพียงการสร้างประโยคให้ดูน่าสนใจ

98. สูตร Prompt ที่ควรจำ

สูตรคือ:

Audience + Pain + Product + Benefit + Proof + Offer + CTA + Constraint

ตัวอย่าง:

“เขียนข้อความโฆษณาสินค้า Network สำหรับฝ่าย IT ของ SME โดยเริ่มจาก Pain Point เรื่องการเลือกอุปกรณ์ ใช้ Benefit ที่มาจากสเปกจริง จบด้วย CTA ขอรายละเอียด และห้ามสร้างราคา โปรโมชั่น หรือ Claim เพิ่ม”

99. สรุป Prompt Microsoft Copilot สำหรับเขียนข้อความโฆษณา

Microsoft Copilot สามารถช่วยสร้างข้อความโฆษณาได้รวดเร็ว ตั้งแต่ Hook, Headline, Primary Text ไปจนถึง CTA และเวอร์ชันสำหรับหลายช่องทาง แต่ข้อความที่ดีไม่ได้เกิดจากคำที่แรงที่สุดเสมอไป

หัวใจสำคัญคือ เข้าใจ Audience และ Pain Point แล้วเชื่อมกับ Benefit ที่สินค้ามีจริง จากนั้นจึงสร้าง Message ที่ชัด กระชับ และตรงกับ Funnel Stage

สำหรับผู้อ่าน comsiam สูตรที่ควรจำคือ “Audience → Pain → Benefit → Proof → CTA” และควรสร้างหลาย Angle เพื่อทดสอบแทนการเดาว่าข้อความไหนจะทำงานดีที่สุด

comsiam แนะนำให้ตรวจราคา โปรโมชั่น สต็อก สเปก การรับประกัน และ Claim ทุกครั้งก่อนเผยแพร่ โดยใช้ Copilot เป็นผู้ช่วยสร้าง Draft และ Variation แล้วใช้ข้อมูล Performance จริงตัดสินว่าควรพัฒนา Message ไปทางไหนต่อ