Prompt Microsoft Copilot สำหรับสร้าง Agenda การประชุม

Prompt Microsoft Copilot สำหรับสร้าง Agenda การประชุมที่ดี ควรระบุให้ชัดว่า ประชุมเรื่องอะไร ใครเข้าร่วม ต้องการตัดสินใจอะไร มีเวลาประชุมกี่นาที และต้องการผลลัพธ์อะไรเมื่อประชุมจบ

ถ้าสั่งเพียงว่า “ช่วยสร้าง Agenda ประชุมให้หน่อย” Copilot อาจได้รายการหัวข้อทั่วไป เช่น เปิดประชุม อัปเดตงาน และสรุปท้ายประชุม แต่ยังไม่ช่วยให้การประชุมมีประสิทธิภาพจริง

สูตรที่ใช้ได้ง่ายคือ:

Meeting Goal + Participants + Topics + Decisions + Time + Owner + Expected Outcome

ตัวอย่าง:

“สร้าง Agenda ประชุมโครงการเว็บไซต์ 60 นาทีสำหรับทีม Content, SEO และ Developer โดยเป้าหมายคือสรุปสถานะงาน แก้ Blocker และตัดสินใจวันเปิดเว็บไซต์ แบ่งเวลาแต่ละหัวข้อ พร้อมระบุ Owner และผลลัพธ์ที่ต้องได้จากแต่ละช่วง”

① Agenda การประชุมคืออะไร

Agenda คือแผนล่วงหน้าว่าในการประชุมจะพูดเรื่องอะไร เรียงลำดับอย่างไร และใช้เวลากับแต่ละเรื่องเท่าไร

Agenda ที่ดีช่วยตอบว่า:

  • ทำไมต้องประชุม
  • ต้องคุยเรื่องอะไร
  • เรื่องไหนต้องตัดสินใจ
  • ใครเป็นคนรับผิดชอบหัวข้อนั้น
  • แต่ละหัวข้อใช้เวลากี่นาที
  • เมื่อจบหัวข้อนั้นต้องได้อะไร

② อย่าเริ่มจากหัวข้อ ให้เริ่มจาก Goal

ก่อนสร้าง Agenda ควรตอบคำถามว่า:

“ประชุมครั้งนี้ต้องได้อะไรเมื่อจบ?”

ตัวอย่าง Goal:

  • อัปเดตสถานะโครงการ
  • ตัดสินใจเลือก Vendor
  • แก้ปัญหางานล่าช้า
  • วางแผนเปิดตัวสินค้า
  • ตรวจ KPI
  • เตรียม Campaign
  • แจกจ่ายงาน

Goal ที่ชัดทำให้ Agenda ไม่กระจัดกระจาย

③ Prompt กำหนด Meeting Goal

ตัวอย่าง:

“เป้าหมายของการประชุมคือหาสาเหตุยอดขายลดลงและตกลง Action Plan สำหรับเดือนหน้า”

ชัดกว่า:

“ประชุมเรื่องยอดขาย”

เพราะรู้ว่าต้องจบด้วย Action Plan

④ ระบุประเภทการประชุม

ประเภท Meeting มีผลต่อ Agenda

ตัวอย่าง:

  • Daily Stand-up
  • Weekly Team Meeting
  • Project Meeting
  • Sales Meeting
  • Management Meeting
  • Client Meeting
  • Planning Meeting
  • Review Meeting
  • Brainstorming
  • Problem-solving Meeting

Prompt ควรระบุประเภทให้ชัด

⑤ ระบุผู้เข้าร่วม

ตัวอย่าง:

“ผู้เข้าร่วมคือ Project Manager, Developer, Designer และ Content Team”

ช่วยให้ Copilot รู้ว่าควรมีหัวข้ออะไรบ้าง

บางหัวข้ออาจไม่จำเป็นกับทุกคน

⑥ อย่าเชิญคนมากเกินจำเป็น

Agenda สามารถช่วยตรวจได้ว่าใครจำเป็นจริง

Prompt:

“จาก Agenda นี้ ระบุ Role ที่จำเป็นต้องเข้าร่วมในแต่ละหัวข้อ”

ช่วยลดเวลาของคนที่ไม่เกี่ยวข้อง

⑦ ระบุระยะเวลาประชุม

ตัวอย่าง:

  • 15 นาที
  • 30 นาที
  • 45 นาที
  • 60 นาที
  • 90 นาที

Prompt:

“สร้าง Agenda ภายใน 45 นาที และห้ามเกินเวลารวม”

ช่วยให้ Copilot จัด Timebox

⑧ Timebox คืออะไร

Timebox คือการกำหนดเวลาสูงสุดให้แต่ละหัวข้อ

ตัวอย่าง:

  • Opening 5 นาที
  • KPI Review 10 นาที
  • Blockers 15 นาที
  • Decisions 10 นาที
  • Action Items 5 นาที

รวม 45 นาที

ช่วยป้องกันการใช้เวลามากเกินไปกับหัวข้อแรก

⑨ Prompt สร้าง Timebox

ใช้:

“แบ่งเวลาการประชุม 60 นาทีให้แต่ละหัวข้อ โดยให้หัวข้อที่ต้องตัดสินใจมีเวลามากกว่าการอัปเดตทั่วไป”

ช่วยจัดความสำคัญให้เหมาะสม

⑩ เรียงหัวข้อสำคัญก่อน

ไม่ควรใช้เวลาครึ่งประชุมกับ Status Update แล้วเหลือเวลาน้อยสำหรับ Decision

Prompt:

“เรียงหัวข้อที่ต้องตัดสินใจและแก้ Blocker ก่อนหัวข้ออัปเดตทั่วไป”

เหมาะกับ Meeting ที่เวลาจำกัด

⑪ Prompt Agenda ประชุมทั่วไป

ตัวอย่าง:

“สร้าง Agenda สำหรับประชุมทีม 60 นาที โดยมี Check-in, KPI, Project Update, Problems, Decisions และ Action Items”

เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่นำไปปรับใช้ได้

⑫ Prompt Daily Stand-up

ตัวอย่าง:

“สร้าง Agenda Daily Stand-up 15 นาทีสำหรับทีม 6 คน โดยเน้น Yesterday, Today และ Blocker และตัดหัวข้อที่ต้องอภิปรายยาวไปทำต่อหลังประชุม”

ช่วยรักษา Stand-up ให้สั้น

⑬ Prompt Weekly Team Meeting

ใช้:

“สร้าง Agenda Weekly Team Meeting 45 นาที โดยเน้นผลงานสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัญหา งานสำคัญสัปดาห์นี้ และสิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ”

เหมาะกับทีมงานทั่วไป

⑭ Prompt Project Meeting

ตัวอย่าง:

“สร้าง Agenda Project Meeting 60 นาที โดยมี Milestone, Progress, Blockers, Risks, Dependencies, Decisions และ Next Actions”

เหมาะกับการติดตามโครงการ

⑮ Prompt Sales Meeting

ใช้:

“สร้าง Agenda Sales Meeting 60 นาที โดยครอบคลุม KPI, Pipeline, Deals at Risk, Customer Issues และ Next Actions”

ช่วยให้ Meeting ไม่กลายเป็นการรายงานยอดอย่างเดียว

⑯ Prompt Management Meeting

ตัวอย่าง:

“สร้าง Agenda Management Meeting 90 นาที โดยเน้น Business Performance, Major Risks, Decisions Required และ Strategic Priorities”

เหมาะกับผู้บริหาร

⑰ Prompt Client Meeting

ใช้:

“สร้าง Agenda ประชุมลูกค้า 60 นาที โดยมี Objective, Project Status, Issues, Questions, Decisions และ Next Steps”

ช่วยให้การประชุมลูกค้าชัดเจนขึ้น

⑱ Prompt Planning Meeting

ตัวอย่าง:

“สร้าง Agenda Planning Meeting สำหรับวางแผนไตรมาสหน้า โดยแบ่งเป็น Review, Goals, Priorities, Resources, Risks และ Commitments”

เหมาะกับ Quarterly Planning

⑲ Prompt Problem-solving Meeting

ใช้:

“สร้าง Agenda แก้ปัญหา [ปัญหา] โดยแบ่งเป็น Problem Definition, Evidence, Root Cause, Options, Decision และ Action Plan”

ทำให้ Meeting เน้นการแก้ปัญหาจริง

⑳ Prompt Brainstorming Meeting

ตัวอย่าง:

“สร้าง Agenda Brainstorm 60 นาที โดยมี Problem Definition, Idea Generation, Grouping, Evaluation และ Next Steps”

ช่วยแยกช่วงสร้างไอเดียออกจากช่วงตัดสิน

㉑ ระบุ Owner ของแต่ละหัวข้อ

Agenda ที่ดีควรระบุว่าใครเป็นคน Lead

ตัวอย่าง:

หัวข้อOwnerเวลา
KPISales Manager10 นาที
RiskProject Manager15 นาที

Prompt:

“ระบุ Owner ของแต่ละหัวข้อจากข้อมูลที่ให้”

หากไม่มีข้อมูล ไม่ควรเดา

㉒ ระบุ Expected Outcome

ทุกหัวข้อควรถามว่า:

“จบหัวข้อนี้แล้วต้องได้อะไร?”

ตัวอย่าง:

หัวข้อ:
เลือก Vendor

Expected Outcome:
เลือก Vendor ที่จะเดินหน้าต่อ 1 ราย

ช่วยให้ Discussion มีเป้าหมาย

㉓ Prompt เพิ่ม Expected Outcome

ใช้:

“ทุก Agenda Item ให้ระบุ Expected Outcome เช่น Inform, Discuss, Decide หรือ Assign”

ช่วยแยกประเภทการสนทนา

㉔ ใช้ Inform, Discuss, Decide

สามารถติดป้ายแต่ละหัวข้อเป็น:

  • Inform = แจ้งข้อมูล
  • Discuss = พูดคุย
  • Decide = ต้องตัดสินใจ

ตัวอย่าง:

“ยอดขายเดือนนี้ — Inform”

“ปัญหาสต็อก — Discuss”

“เลือก Supplier — Decide”

ทำให้ผู้เข้าร่วมเตรียมตัวถูก

㉕ อย่าใช้ Meeting กับทุกเรื่อง

บางเรื่องเหมาะกับ Email หรือ Chat มากกว่า

ตัวอย่าง:

“แจ้งว่าเปลี่ยนชื่อไฟล์”

อาจไม่จำเป็นต้องนัดประชุม

Prompt:

“ตรวจ Agenda นี้และระบุหัวข้อที่ควรส่งเป็นข้อมูลล่วงหน้าแทนการใช้เวลาประชุม”

ช่วยลด Meeting ที่ไม่จำเป็น

㉖ ใช้ Pre-read

Pre-read คือข้อมูลที่ส่งให้ผู้เข้าร่วมอ่านก่อน

ตัวอย่าง:

  • รายงาน KPI
  • Proposal
  • ตารางราคา
  • Design Draft
  • Project Status

Prompt:

“ระบุเอกสารที่ผู้เข้าร่วมควรอ่านก่อนประชุม”

ช่วยประหยัดเวลาอธิบายใน Meeting

㉗ Prompt สร้าง Pre-read Checklist

ตัวอย่าง:

“จาก Agenda นี้ สร้าง Pre-read Checklist พร้อมระบุว่าใครควรเตรียมข้อมูลอะไร”

เหมาะกับ Meeting ที่ต้องตัดสินใจ

㉘ ระบุ Preparation ของแต่ละคน

ตัวอย่าง:

Sales:
เตรียม Pipeline

Finance:
เตรียม Budget

Project Manager:
เตรียม Risk List

Prompt:

“สร้าง Preparation Checklist แยกตาม Role”

ช่วยให้ทุกคนมาพร้อมข้อมูล

㉙ Prompt สร้างคำถามสำคัญ

ใช้:

“สำหรับแต่ละ Agenda Item สร้างคำถามหลัก 2–3 ข้อที่ต้องตอบให้ได้”

ตัวอย่าง:

หัวข้อ Budget:

  • ใช้งบไปเท่าไร
  • เกินแผนตรงไหน
  • ต้องปรับอะไร

ช่วยให้ Discussion ไม่หลุด

㉚ สร้าง Decision Question

ถ้าต้องตัดสินใจ ควรเขียนเป็นคำถาม

แทน:

“Vendor”

ใช้:

“เราจะเลือก Vendor A หรือ B สำหรับ Phase 1?”

ชัดกว่ามาก

㉛ Prompt เปลี่ยน Agenda ให้เป็นคำถาม

ตัวอย่าง:

“Rewrite Agenda Item ที่กว้างเกินไปให้เป็นคำถามที่ต้องตอบหรือการตัดสินใจที่ต้องทำ”

ช่วยให้ Meeting Focus ขึ้น

㉜ ตัวอย่างหัวข้อกว้างเกินไป

“Marketing”

กว้างเกินไป

ควรเป็น:

“Campaign เดือนหน้าใช้ช่องทางใดเป็นหลัก?”

หรือ

“Budget Campaign เดือนหน้าจะจัดสรรอย่างไร?”

㉝ Prompt ลด Agenda ที่ยาวเกินไป

ถ้ามี 15 หัวข้อใน 60 นาที:

“จัดลำดับ Agenda และตัดหัวข้อที่ไม่จำเป็นออกให้เหลือเฉพาะเรื่องที่ต้องคุยจริง”

ช่วยให้ Meeting สมจริง

㉞ Prompt จัดลำดับ Priority

ใช้:

“จัด Agenda เป็น Must Discuss, If Time และ Parking Lot”

ช่วยรับมือเวลาประชุมไม่พอ

㉟ Parking Lot คืออะไร

Parking Lot คือรายการหัวข้อที่สำคัญแต่ไม่จำเป็นต้องคุยทันที

ถ้าเวลาไม่พอ สามารถย้ายไป

  • Meeting ครั้งหน้า
  • Follow-up
  • Chat
  • Email

ช่วยไม่ให้ Meeting หลุดจาก Goal

㊱ Prompt สร้าง Parking Lot

ตัวอย่าง:

“ตรวจหัวข้อทั้งหมดและย้ายเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับ Meeting Goal ไป Parking Lot”

เหมาะกับ Agenda ที่เริ่มใหญ่เกินไป

㊲ Agenda ควรมี Opening หรือไม่

การประชุมสั้นอาจไม่ต้องมี Opening ยาว

ตัวอย่าง:

“Objective + Agenda Review — 2 นาที”

เพียงพอสำหรับ Meeting 30 นาที

㊳ Agenda ควรมี Wrap-up

ควรเหลือเวลา 5–10 นาทีท้าย Meeting สำหรับ:

  • Decisions
  • Actions
  • Owners
  • Deadlines
  • Next Meeting

ช่วยป้องกันประชุมจบโดยไม่มีข้อสรุป

㊴ Prompt จัดเวลา Wrap-up

ใช้:

“สำรอง 10 นาทีท้ายสำหรับสรุป Decision, Action Item, Owner และ Deadline”

เป็นวิธีที่ใช้งานได้ดีมาก

㊵ Prompt สร้าง Agenda 30 นาที

ตัวอย่าง:

“สร้าง Agenda 30 นาทีสำหรับ Project Check-in โดยเน้น Blocker และ Decision และใช้เวลา Status Update ไม่เกิน 5 นาที”

เหมาะกับ Meeting กระชับ

㊶ Prompt สร้าง Agenda 60 นาที

ตัวอย่าง:

“สร้าง Agenda 60 นาทีสำหรับ Weekly Project Meeting พร้อม Timebox และ Expected Outcome ทุกหัวข้อ”

เหมาะกับ Meeting ทั่วไป

㊷ Prompt สร้าง Agenda 90 นาที

ใช้:

“สร้าง Agenda 90 นาทีสำหรับ Strategy Meeting โดยมีช่วง Review, Discussion, Decision และ Action Planning”

เหมาะกับหัวข้อที่ต้องคิดลึก

㊸ Prompt Workshop

ตัวอย่าง:

“สร้าง Workshop Agenda 3 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น Briefing, Exercise, Discussion, Break และ Action Planning”

ช่วยจัด Session ที่ยาวขึ้น

㊹ Prompt Kickoff Meeting

ใช้:

“สร้าง Project Kickoff Agenda โดยมี Goals, Scope, Roles, Timeline, Communication, Risks และ Next Actions”

เหมาะกับเริ่ม Project ใหม่

㊺ Prompt Retrospective

ตัวอย่าง:

“สร้าง Retrospective Meeting Agenda โดยแบ่งเป็น What Went Well, What Didn’t, Lessons และ Actions”

เหมาะกับการเรียนรู้หลังจบ Sprint หรือ Project

㊻ Prompt One-on-One

ใช้:

“สร้าง Agenda One-on-One 30 นาทีระหว่าง Manager กับทีมงาน โดยมี Check-in, Progress, Challenges, Feedback และ Development”

ควรปรับตามบริบทขององค์กร

㊼ Prompt Review Meeting

ตัวอย่าง:

“สร้าง Agenda Performance Review โดยเน้นผลลัพธ์ เป้าหมาย ปัญหา และแผนปรับปรุง”

ต้องใช้ข้อมูลจริงและให้ความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้อง

㊽ Prompt Vendor Meeting

ใช้:

“สร้าง Agenda ประชุม Vendor โดยมี Delivery Status, Quality, Issues, SLA และ Next Actions”

เหมาะกับ Supplier Management

㊾ Prompt Incident Review

ตัวอย่าง:

“สร้าง Agenda Incident Review โดยมี Timeline, Impact, Root Cause, Response, Lessons และ Prevention”

เหมาะกับ IT และ Operations

㊿ Prompt เปลี่ยน Notes เดิมเป็น Agenda ครั้งต่อไป

ใช้:

“จาก Meeting Notes ครั้งก่อน สร้าง Agenda ครั้งถัดไปโดยใช้ Pending Actions, Open Questions และ Decisions Required”

ช่วยให้ Meeting ต่อเนื่องกัน

51. Prompt จาก Action Tracker

ตัวอย่าง:

“จาก Action Tracker นี้ สร้าง Agenda โดยนำเฉพาะงานที่ Overdue, Blocked หรือ Need Decision เข้าประชุม”

ช่วยลดการอ่านทุก Task ใน Meeting

52. Prompt จาก Project Status

ใช้:

“จาก Project Status นี้ สร้าง Agenda โดยเน้นเฉพาะ Deviations, Risks และ Decisions”

เหมาะกับ Meeting ที่ไม่ต้องรายงานเรื่องปกติทุกอย่าง

53. Prompt จาก KPI

ตัวอย่าง:

“จาก KPI เหล่านี้ สร้าง Agenda โดยเลือกเฉพาะ KPI ที่ต่ำกว่าเป้าหมายหรือเปลี่ยนแปลงผิดปกติ”

ควรใช้ข้อมูลจริงจากรายงาน

54. Prompt Agenda แบบตาราง

ตัวอย่าง:

“ตอบเป็นตารางที่มี Time, Topic, Owner, Purpose และ Expected Outcome”

Format:

เวลาหัวข้อOwnerจุดประสงค์ผลลัพธ์

อ่านง่ายและพร้อมใช้

55. Prompt Agenda แบบพร้อมส่ง

“สร้าง Agenda พร้อมข้อความเปิดสั้น ๆ สำหรับส่งให้ผู้เข้าร่วมล่วงหน้า”

เหมาะกับ Email หรือ Chat ภายในทีม

56. Prompt ตรวจ Agenda ก่อนประชุม

ใช้:

“ตรวจ Agenda นี้ว่ามีหัวข้อใดไม่สัมพันธ์กับ Goal, ใช้เวลามากเกินไป หรือไม่มี Expected Outcome”

ช่วยปรับก่อนส่ง

57. Prompt ตรวจเวลารวม

ตัวอย่าง:

“ตรวจ Timebox ทุกหัวข้อและยืนยันว่าเวลารวมไม่เกิน 60 นาที”

สำคัญเพราะ Agenda ที่ดีต้องทำได้จริง

58. Prompt ตรวจ Decision

ใช้:

“ระบุว่ามีเรื่องใดใน Agenda ที่ต้องตัดสินใจ แต่ยังไม่ได้เขียน Decision Question ชัดเจน”

ช่วยเพิ่มคุณภาพ Meeting

59. Prompt ตรวจ Owner

ตัวอย่าง:

“ตรวจว่าทุก Agenda Item มี Owner หรือ Presenter หรือไม่ และแยกรายการที่ยังไม่มี”

ถ้าไม่มีข้อมูลอย่าเดา

60. Prompt ตรวจ Preparation

ใช้:

“ตรวจว่ามี Agenda Item ไหนต้องใช้ข้อมูลล่วงหน้า แต่ยังไม่มี Pre-read หรือผู้เตรียมข้อมูล”

ช่วยป้องกันการมาประชุมแล้วตอบไม่ได้

61. Template Prompt Agenda ฉบับพร้อมใช้

“ช่วยสร้าง Agenda การประชุม

ชื่อการประชุม:
[ชื่อ]

Meeting Goal:
[เป้าหมาย]

Participants:
[ผู้เข้าร่วม]

ระยะเวลา:
[นาที]

หัวข้อที่ต้องคุย:
[หัวข้อ]

เรื่องที่ต้องตัดสินใจ:
[Decision]

ข้อมูลที่มี:
[Source]

ตอบเป็นตารางที่มี:

  1. เวลา
  2. Agenda Item
  3. Owner
  4. Purpose: Inform / Discuss / Decide
  5. Expected Outcome
  6. Preparation Required

ข้อกำหนด:

  • เวลารวมต้องไม่เกินเวลาประชุม
  • เรียงเรื่องสำคัญก่อน
  • สำรองเวลาท้ายประชุมสำหรับ Action Items
  • ห้ามสร้าง Owner หรือข้อมูลที่ไม่มี
  • ย้ายหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องไป Parking Lot”

Template นี้ใช้ได้กับ Meeting หลายประเภท

62. Template Weekly Meeting

“สร้าง Agenda Weekly Team Meeting 45 นาที

เป้าหมาย:
ตรวจความคืบหน้า แก้ Blocker และกำหนด Priority สัปดาห์หน้า

แบ่งเวลา:

  • KPI / Highlights
  • Blockers
  • Important Decisions
  • Weekly Priorities
  • Action Items

ใช้เวลา Status Update ให้น้อยที่สุด”

63. Template Project Meeting

“สร้าง Project Meeting Agenda 60 นาที

ต้องมี:

  • Milestone Status
  • Deliverables
  • Blockers
  • Risks
  • Dependencies
  • Decisions Required
  • Action Items

ทุกหัวข้อต้องมี Owner และ Expected Outcome ถ้ามีข้อมูล”

64. Template Client Meeting

“สร้าง Agenda ประชุมลูกค้า 60 นาที

Goal:
[เป้าหมาย]

แบ่งเป็น:

  • Objective
  • Current Status
  • Customer Questions
  • Issues
  • Decisions
  • Next Steps

ใช้ภาษาที่พร้อมส่งให้ลูกค้าได้ทันที”

65. Template Management Meeting

“สร้าง Management Meeting Agenda 90 นาที

เน้น:

  • Business Performance
  • KPI Exceptions
  • Strategic Issues
  • Major Risks
  • Decisions Required
  • Priority Actions

ลดเวลา Reporting และเพิ่มเวลา Discussion กับ Decision”

66. Checklist ก่อนส่ง Agenda

ตรวจว่า:

  1. Meeting Goal ชัดหรือไม่
  2. ทุกหัวข้อเกี่ยวข้องกับ Goal หรือไม่
  3. เวลารวมถูกต้องหรือไม่
  4. เรื่องสำคัญอยู่ต้น Agenda หรือไม่
  5. Decision Question ชัดหรือไม่
  6. Owner มีหรือไม่
  7. Expected Outcome ชัดหรือไม่
  8. ต้องมี Pre-read หรือไม่
  9. มีเวลาสำหรับ Action Items หรือไม่
  10. มีหัวข้อใดควรย้ายไป Email หรือ Chat หรือไม่

67. Workflow สร้าง Agenda ด้วย Microsoft Copilot

ใช้ลำดับ:

  1. กำหนด Meeting Goal
  2. ระบุ Participants
  3. รวบรวม Topics
  4. หา Decisions Required
  5. จัด Priority
  6. กำหนด Timebox
  7. ระบุ Owner
  8. ระบุ Expected Outcome
  9. เตรียม Pre-read
  10. สำรองเวลาสรุป Action
  11. ตรวจเวลารวม
  12. ส่ง Agenda ล่วงหน้า

ช่วยให้การประชุมมีโครงสร้างตั้งแต่ก่อนเริ่ม

68. สูตร Prompt ที่ควรจำ

สูตรคือ:

Goal + Participants + Topics + Decision + Timebox + Owner + Outcome

ตัวอย่าง:

“สร้าง Agenda ประชุมทีม 60 นาทีเพื่อแก้ปัญหาโครงการล่าช้า มี Project Manager, Developer และ Content Team เข้าร่วม ต้องจบด้วยสาเหตุหลัก Action Plan, Owner และ Deadline พร้อมแบ่งเวลาแต่ละหัวข้อ”

69. สรุป Prompt Microsoft Copilot สำหรับสร้าง Agenda การประชุม

Agenda ที่ดีไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกว่า “วันนี้จะคุยเรื่องอะไร” แต่ควรทำให้ทุกคนรู้ว่า ทำไมต้องคุย เรื่องไหนต้องตัดสินใจ ใครต้องเตรียมอะไร และเมื่อจบประชุมต้องได้ผลลัพธ์อะไร

สำหรับผู้อ่าน comsiam สูตรที่ใช้งานง่ายคือ “Goal → Topic → Owner → Time → Decision → Action” เพราะช่วยเปลี่ยน Meeting จากการพูดคุยทั่วไปให้กลายเป็นเวลาที่ใช้แก้ปัญหาและตัดสินใจจริง

comsiam แนะนำให้สำรองช่วงท้ายของ Agenda สำหรับ Decision, Action Item, Owner และ Deadline เสมอ เพราะต่อให้การประชุมคุยได้ครบทุกเรื่อง แต่ถ้าไม่มีคนรับผิดชอบงานต่อ การประชุมนั้นก็ยังไม่เปลี่ยนไปเป็นการลงมือทำ