Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

ถ้า iPhone 18 Pro เปิดเครื่องแล้วค้างอยู่ที่โลโก้ Apple นานผิดปกติ เข้า Home Screen ไม่ได้ หรือรีสตาร์ทแล้วกลับมาค้างหน้าเดิม อย่าเพิ่งรีบเลือก Restore เพราะการ Restore จะลบข้อมูลทั้งหมดในเครื่อง
วิธีที่ควรทำคือเริ่มจาก Force Restart → ตรวจว่าแถบความคืบหน้ายังขยับหรือไม่ → ใช้ Recovery Mode → เลือก Update ก่อน Restore
comsiam แนะนำให้ทำตามลำดับนี้ เพราะช่วยเพิ่มโอกาสให้เครื่องกลับมาใช้งานได้โดยยังรักษาข้อมูลไว้ได้มากที่สุด
ต้องแยกก่อนว่าหน้าจอแสดงเพียง
โลโก้ Apple
หรือมี
โลโก้ Apple + Progress Bar
เพราะวิธีจัดการต่างกันเล็กน้อย
ถ้ามีแถบความคืบหน้ากำลังขยับ ระบบอาจยังทำงานอยู่
หลัง
iPhone อาจแสดงโลโก้ Apple พร้อมแถบความคืบหน้าเป็นเวลานาน
Apple ระบุว่าแถบดังกล่าวอาจเคลื่อนที่ช้ามากหรือดูเหมือนไม่ขยับในบางช่วง จึงควรปล่อยให้กระบวนการทำงานให้เสร็จก่อน
ถ้าเป็นกรณีย้ายข้อมูลหรือ Restore จาก Backup และแถบไม่ขยับเลยเป็นเวลานาน Apple แนะนำให้ตรวจให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีความคืบหน้าเป็นเวลาอย่างน้อยประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอน Recovery Mode
ดังนั้นไม่ควร Force Restart ทันทีเพียงเพราะแถบหยุดอยู่ไม่กี่นาที
หากเครื่องแสดงโลโก้ Appleอยู่นานโดยไม่มี Progress Bar สามารถเริ่มจาก Force Restart ได้
ถ้ายังกลับมาค้างเหมือนเดิม จึงค่อยเข้าสู่ Recovery Mode
Apple ระบุว่าการค้างโลโก้ Apple หลายนาทีโดยไม่มี Progress Bar เป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่อาจต้องใช้ Recovery Mode
ทำตามลำดับ
ถ้ากลับเข้าหน้า Home Screen ได้ แสดงว่าปัญหาอาจเป็นการค้างชั่วคราว
โดยทั่วไปไม่ลบ
จึงควรลองก่อน Recovery Mode และ Restore
ถ้าเปิดแล้วกลับมาค้างหน้า Apple Logo เหมือนเดิมทุกครั้ง ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ
ขั้นต่อไปคือ Recovery Mode
เตรียม
ถ้าใช้ Mac ให้ระบบ macOS เป็นเวอร์ชันที่เหมาะสม
ถ้าใช้ Windows ให้ใช้ Apple Devices เวอร์ชันล่าสุดตามคำแนะนำของ Apple
เชื่อม iPhone กับ Mac หรือ PC ด้วยสาย
บน Mac รุ่นใหม่ใช้
Finder
บน Windows ใช้
Apple Devices
จากนั้นเตรียมเข้า Recovery Mode
ขณะเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ ให้ทำ
แต่ครั้งนี้ อย่าปล่อยเมื่อเห็นโลโก้ Apple
ให้กดต่อไปจนเห็นหน้าจอ
Connect to Computer
จึงปล่อยปุ่ม
Apple ระบุลำดับนี้สำหรับ iPhone 8 และรุ่นใหม่กว่า
ลำดับปุ่มคล้ายกัน
แต่จุดต่างสำคัญคือ
ปล่อยปุ่มเมื่อเครื่องเริ่มรีสตาร์ทและเข้าสู่กระบวนการเปิดเครื่อง
กดปุ่มด้านข้างต่อไป แม้เห็นโลโก้ Apple จนถึงหน้าจอ Connect to Computer
คอมพิวเตอร์จะตรวจพบ iPhone
จากนั้นระบบอาจแสดงตัวเลือก
Update
หรือ
Restore
ตรงนี้สำคัญมาก เพราะสองตัวเลือกให้ผลต่างกัน
หากยังไม่ได้ลอง Update ให้เลือก
Update
ก่อน
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ติดตั้ง iOS ใหม่โดยพยายามรักษาข้อมูลไว้
Apple ระบุว่าหากต้องการรักษาข้อมูล ควรลอง Update ก่อน Restore
เป้าหมายของ Update ใน Recovery Mode คือการติดตั้งระบบใหม่โดยไม่ลบข้อมูลส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม ควรมี Backup เสมอเมื่อเป็นไปได้ เพราะไม่มีวิธีแก้ระบบที่รับประกันข้อมูลได้ 100%
ติดตั้ง iOS ใหม่และพยายามรักษาข้อมูล
ติดตั้ง iOS ใหม่และ ลบข้อมูลทั้งหมดในเครื่อง
Apple ระบุชัดว่า Restore จะลบข้อมูลทั้งหมด
ดังนั้นอย่าเลือก Restore เป็นขั้นตอนแรกถ้ายังต้องการข้อมูล
คอมพิวเตอร์ต้องดาวน์โหลดไฟล์ระบบก่อน
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความเร็วอินเทอร์เน็ต
ถ้าดาวน์โหลดนาน เครื่องอาจออกจาก Recovery Mode เอง
Apple ระบุว่า หากดาวน์โหลดใช้เวลานานกว่า 15 นาที อุปกรณ์อาจออกจากหน้าจอ Connect to Computer
ไม่ต้องเริ่มดาวน์โหลดใหม่
ให้รอให้ดาวน์โหลดเสร็จก่อน
จากนั้นเข้า Recovery Mode ใหม่อีกครั้ง
เมื่อเริ่ม Update แล้ว
อย่าถอดสาย
อย่าปิดคอมพิวเตอร์
และอย่าปิดโปรแกรม
ให้รอจนกระบวนการเสร็จ
ถ้าเครื่องเปิดกลับมาได้
ให้ตรวจทันทีว่า
จากนั้นควร Backup ข้อมูลทันที
ถ้า iPhone เคยค้างโลโก้ Apple ถือเป็นสัญญาณว่าควรสำรองข้อมูล
สามารถ Backup ผ่าน
เพื่อป้องกันกรณีเกิดซ้ำ
ถ้า Update ผ่าน Recovery Mode ไม่สำเร็จ อาจต้องลอง
แล้วลองอีกครั้ง
ถ้าคอมพิวเตอร์ขึ้น Error ระหว่าง Update หรือ Restore
จดหมายเลข Error ไว้
เพราะหมายเลขนั้นช่วยแยกได้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับ
ไม่ควรกดซ้ำแบบสุ่มโดยไม่ดูข้อความ
ควรพิจารณา Restore เมื่อ
ต้องเข้าใจว่า Restore จะลบข้อมูลทั้งหมดในเครื่อง
หากข้อมูลในเครื่องสำคัญและไม่มี Backup
อย่ารีบกด Restore
เพราะข้อมูลที่ถูกลบอาจไม่สามารถนำกลับมาได้
ควรลอง Update ให้ครบก่อน
พื้นที่เหลือน้อยมากอาจทำให้ระบบทำงานผิดปกติได้
ถ้าเครื่องกลับมาเปิดได้ ให้เข้า
Settings > General > iPhone Storage
และคืนพื้นที่โดยเร็ว
ถ้าอาการเกิดระหว่างหรือหลังอัปเดต
และยังเห็น Progress Bar อยู่
อย่าเพิ่งคิดว่าเครื่องเสีย
Apple ระบุว่า Progress Bar สามารถเคลื่อนช้ามากหรือดูเหมือนหยุดอยู่ได้
ถ้าเพิ่งย้ายข้อมูลจาก iPhone เครื่องเก่า แล้ว Apple Logo พร้อม Progress Bar ค้าง
ให้รอดูความคืบหน้าก่อน
หากแถบไม่เคลื่อนเป็นเวลานานมากจึงค่อยใช้ Recovery Mode ตามขั้นตอนของ Apple
Restore Backup อาจใช้เวลานาน โดยเฉพาะข้อมูลจำนวนมาก
อย่าบังคับรีสตาร์ทเพียงเพราะรู้สึกว่านานกว่าปกติ
ให้ดูว่า Progress Bar ยังมีความคืบหน้าหรือไม่ก่อน
ถ้าเห็น
Apple Logo → ดับ → Apple Logo → ดับ
ซ้ำ ๆ
ถือว่าไม่ใช่อาการค้างธรรมดา
ควรลอง Recovery Mode และ Update
ถ้ายังไม่หาย อาจต้องตรวจ Hardware
ถ้าอาการเกิดทันทีหลัง
ควรสงสัยฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้น
Recovery Mode อาจไม่สามารถแก้ปัญหาที่เป็นความเสียหายทางกายภาพได้
ถ้าเพิ่งโดนน้ำและเริ่มมีอาการ
ควรหยุดชาร์จและให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ
อย่าพยายาม Restore ซ้ำหลายครั้งหากเครื่องมีความเสียหายทางกายภาพ
แบตเตอรี่หรือระบบจ่ายไฟที่ผิดปกติอาจทำให้เปิดระบบไม่สมบูรณ์ได้
ถ้ามีอาการร่วม เช่น
ควรตรวจ Battery และ Hardware เพิ่มเติม
ถ้าปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง หรือปุ่มด้านข้างเสีย อาจไม่สามารถเข้า Recovery Mode ตามปกติได้
Apple ระบุว่าหากไม่สามารถใช้ Recovery Mode เพราะปุ่มเสียหรือค้าง อาจต้องนำเครื่องเข้ารับบริการ
ลอง
หากยังไม่ถูกตรวจพบ อาจต้องส่งตรวจเพิ่มเติม
ไม่ต้อง
สามารถใช้
ได้
Windows รุ่นใหม่สามารถใช้แอป Apple Devices ในการจัดการ Recovery และ Restore ได้ตามคำแนะนำของ Apple
โปรแกรมภายนอกจำนวนมากอ้างว่าสามารถแก้
ได้
แต่ควรระวังเรื่อง
เริ่มจากเครื่องมืออย่างเป็นทางการของ Apple ก่อน
ทำตามลำดับนี้
จำว่า
เพิ่มเสียง → ลดเสียง → กด Side Button ค้าง
แต่ต่างจาก Force Restart ตรงที่
ห้ามปล่อยตอนเห็น Apple Logo
ให้กดต่อจนถึงหน้าจอ Connect to Computer
ควรพิจารณารับบริการหาก
Apple ระบุว่าหาก Update หรือ Restore ผ่าน Recovery Mode ไม่สำเร็จ อุปกรณ์อาจต้องเข้ารับบริการ
ไม่ต้อง ควรลอง Force Restart และ Recovery Mode พร้อมเลือก Update ก่อน
การเข้า Recovery Mode เองไม่ใช่การลบข้อมูล แต่ถ้าเลือก Restore ข้อมูลจะถูกลบ
หากต้องการรักษาข้อมูล ให้ลอง Update ก่อน
ถ้ายังมีความคืบหน้าให้รอ หากไม่ขยับเป็นเวลานานผิดปกติจึงค่อยใช้ Recovery Mode
ตรวจปุ่มและสาย หากปุ่มเสียอาจต้องส่งศูนย์
ถ้า iPhone 18 Pro ค้างหน้าโลโก้ Apple ให้แยกก่อนว่า
มี Progress Bar หรือไม่มี
ถ้ามีแถบและยังเคลื่อน ให้รอ
ถ้าค้างจริง ให้ใช้ลำดับ
Force Restart → Recovery Mode → Update → Restore เป็นทางเลือกท้าย ๆ
จุดสำคัญที่สุดคือ หากคอมพิวเตอร์ขึ้นตัวเลือก Update หรือ Restore และคุณยังต้องการข้อมูลในเครื่อง ให้ลอง Update ก่อน
สำหรับผู้อ่าน comsiam ให้จำไว้ว่า ค้างหน้าโลโก้ Apple ไม่ได้แปลว่าข้อมูลต้องหาย การเลือกขั้นตอนอย่างถูกลำดับ โดยเฉพาะการลอง Update ก่อน Restore สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อข้อมูลได้มาก