Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Siri AI บน iPhone 18 Pro ไม่ได้มีหน้าที่แค่ตั้งปลุก โทรออก หรือเปิดเพลงเหมือน Siri แบบเดิม แต่ถูกยกระดับให้เป็นผู้ช่วย AI ที่เข้าใจบทสนทนา บริบทส่วนตัว สิ่งที่อยู่บนหน้าจอ และสามารถช่วยทำงานข้ามแอปได้มากขึ้น
Apple ระบุว่า Siri AI บน iOS 27 มีความสามารถหลักอย่าง Personal Context, Onscreen Awareness, App Actions, การเขียนข้อความ, Visual Intelligence และการสนทนาแบบต่อเนื่อง โดย Siri AI เริ่มเปิดให้ใช้แบบ Beta ในภาษาอังกฤษก่อน และจะขยายภาษาเพิ่มเติมต่อไป
บทความนี้รวมฟีเจอร์สำคัญและตัวอย่างคำสั่งที่เหมาะสำหรับนำไปใช้กับ iPhone 18 Pro ในชีวิตประจำวันจริง
Siri AI สามารถตอบคำถามทั่วไปได้กว้างขึ้นกว่ารุ่นเดิม
ตัวอย่างเช่น
“อธิบาย Wi-Fi 7 แบบง่าย ๆ”
“ทำไมท้องฟ้าถึงเป็นสีฟ้า”
“ช่วยอธิบายคำนี้ให้เข้าใจง่าย”
“เปรียบเทียบ USB-C กับ Thunderbolt”
คำถามที่ซับซ้อนมากขึ้นอาจใช้โมเดล Cloud เพื่อช่วยประมวลผล
จุดเด่นสำคัญคือ Siri AI สามารถเข้าใจบริบทจากบทสนทนาก่อนหน้าได้ดีขึ้น
ตัวอย่าง
ถามก่อนว่า
“หาร้านอาหารญี่ปุ่นแถวนี้”
จากนั้นถามต่อว่า
“เอาที่เปิดถึงดึก”
แล้วถามต่อว่า
“ร้านไหนมีที่จอดรถ”
ไม่จำเป็นต้องพูดบริบทใหม่ทั้งหมดในทุกคำถาม
Siri AI ถูกออกแบบให้เข้าใจภาษาธรรมชาติได้มากขึ้น
ตัวอย่างเช่น
“เตือนฉันพรุ่งนี้… ไม่สิ วันศุกร์ ตอน 9 โมง”
Siri สามารถเข้าใจการแก้คำสั่งกลางประโยคได้ดีขึ้นกว่าระบบเดิม
เหมาะกับการใช้งานจริงที่คนไม่ได้พูดเป็นประโยคสมบูรณ์ตลอดเวลา
Personal Context ช่วยให้ Siri เข้าใจข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้จากแอปที่ได้รับอนุญาต
เช่น
Apple ระบุว่า Siri AI สามารถใช้ Personal Context เพื่อค้นหาข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการจากข้อความ อีเมล รูปภาพ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องได้
ตัวอย่างคำสั่ง
“หาอีเมลล่าสุดจากลูกค้า”
“หาอีเมลเรื่องใบเสนอราคาที่ส่งมาเมื่อสัปดาห์ก่อน”
“อีเมลที่มีเลขจองโรงแรมอยู่ไหน”
Siri AI สามารถใช้บริบทจาก Mail เพื่อช่วยค้นหาข้อมูลโดยไม่ต้องเปิดค้นหาเองทีละข้อความ
ถ้ามีข้อความจำนวนมาก ลองใช้คำสั่ง เช่น
“หาข้อความที่เขาส่งที่อยู่มาให้ฉัน”
“ข้อความล่าสุดจากแม่พูดว่าอะไร”
“หารายละเอียดนัดที่ส่งมาใน Messages”
เหมาะกับคนที่มีบทสนทนาจำนวนมากและจำไม่ได้ว่าข้อมูลอยู่ในแชตไหน
Siri AI สามารถช่วยค้นหารูปด้วยคำอธิบายธรรมชาติ
เช่น
“หารูปที่ฉันถ่ายริมทะเลตอนพระอาทิตย์ตก”
“หารูปหมาที่ใส่เสื้อสีแดง”
“หารูปอาหารญี่ปุ่นเดือนที่แล้ว”
ไม่จำเป็นต้องจำวันที่ถ่ายอย่างแม่นยำ
Onscreen Awareness คือหนึ่งในความสามารถสำคัญของ Siri AI
Apple ระบุว่าผู้ใช้สามารถถามเกี่ยวกับข้อมูลบนหน้าจอ หรือให้ Siri ดำเนินการจากสิ่งที่กำลังเห็นได้
ตัวอย่าง
เปิดข้อความที่มีที่อยู่แล้วพูดว่า
“เพิ่มที่อยู่นี้ใน Contacts”
หรือเปิดรายละเอียดงานแล้วพูดว่า
“เพิ่มอันนี้ลง Calendar”
เมื่อเปิดบทความ เอกสาร หรือข้อความยาว สามารถลองพูดว่า
“สรุปหน้านี้ให้หน่อย”
“เอาเฉพาะประเด็นสำคัญ”
“สรุปเป็น 5 ข้อ”
เหมาะสำหรับคนที่ต้องอ่านข้อความจำนวนมาก
App Actions ช่วยให้ Siri สามารถทำงานหลายขั้นตอนในแอปต่าง ๆ ได้
Apple ยกตัวอย่างความสามารถ เช่น การส่งข้อความ สร้างกิจกรรม และดำเนินการอื่นผ่านแอปต่าง ๆ
ตัวอย่างสถานการณ์คือ
ค้นหารูปใน Photos
แก้ไขรูป
แล้วส่งรูปนั้นให้คนใน Messages
โดยลดการเปิดแอปและกดเองทีละขั้นตอน
Siri AI มีความสามารถ Write with Siri
สามารถพูด เช่น
“เขียนข้อความขอบคุณลูกค้าแบบสุภาพ”
“เขียนข้อความบอกว่าฉันจะไปสาย 15 นาที”
“ช่วยร่างข้อความขอเลื่อนนัด”
Apple ระบุว่า Siri สามารถสร้างร่างใหม่ตั้งแต่ต้นได้ในบริเวณที่รองรับการพิมพ์
ตัวอย่างคำสั่ง
“เขียนอีเมลตอบลูกค้าว่าได้รับเอกสารแล้ว”
“ช่วยร่างอีเมลขอใบเสนอราคา”
“เขียนอีเมลขอบคุณหลังการประชุม”
หลังสร้างเสร็จควรตรวจชื่อ ราคา วันที่ และข้อมูลสำคัญก่อนส่ง
ไม่จำเป็นต้องให้ AI เขียนใหม่ทั้งหมด
สามารถสั่ง เช่น
“ทำข้อความนี้ให้สุภาพขึ้น”
“ทำให้สั้นลง”
“ทำให้ดูเป็นมืออาชีพ”
“แก้ประโยคนี้ให้อ่านง่ายขึ้น”
Siri AI สามารถช่วยแก้สิ่งที่เขียนอยู่แล้วหรือให้ Feedback กับข้อความได้
เมื่อเปิดอีเมลยาว ลองพูดว่า
“สรุปอีเมลนี้”
จากนั้นถามต่อว่า
“ฉันต้องทำอะไรบ้าง”
หรือ
“มี Deadline วันไหน”
ช่วยลดเวลาอ่านอีเมลยาวและดึง Action Item ออกมาได้เร็วขึ้น
ตัวอย่างคำสั่ง
“สร้างนัดประชุมวันศุกร์ 10 โมง”
“เพิ่มนัดหมอฟันวันที่ 15 เวลา 2 โมง”
หรือถ้ามีข้อมูลอยู่บนหน้าจอ
“เพิ่มอันนี้ลง Calendar”
Siri AI สามารถใช้ App Actions ช่วยสร้างกิจกรรมได้
ตัวอย่างคำสั่ง
“เตือนฉันให้โทรหาลูกค้าพรุ่งนี้ 9 โมง”
“เตือนซื้อของหลังเลิกงาน”
“เตือนให้จ่ายค่าไฟวันที่ 5”
นี่เป็นหนึ่งในคำสั่งที่ใช้ Siri ได้คุ้มที่สุดในชีวิตประจำวัน
สามารถถาม เช่น
“วันนี้ฉันมีอะไรต้องทำบ้าง”
“ฉันมีนัดกี่โมง”
“มี Reminder อะไรที่ยังไม่เสร็จ”
ช่วยรวบรวมข้อมูลจากเครื่องโดยไม่ต้องเปิดหลายแอป
iOS 27 มี Siri Mode ใน Camera สำหรับ iPhone
Apple ระบุว่าสามารถใช้ Siri เพื่อค้นหา ถามคำถาม และดำเนินการจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้
ตัวอย่างเช่น ส่องกล้องไปที่สิ่งของแล้วถาม
“นี่คืออะไร”
“ต้นไม้นี้ชื่ออะไร”
“ช่วยอธิบายป้ายนี้”
Visual Intelligence ทำให้ Siri เข้าใจสิ่งที่กล้องหรือภาพกำลังแสดง
สามารถใช้กับ
ช่วยให้ iPhone กลายเป็นเครื่องมือค้นหาจากสิ่งที่เห็น ไม่ใช่เฉพาะจากข้อความที่พิมพ์
หากมี Screenshot สามารถถาม เช่น
“ข้อความนี้พูดถึงอะไร”
“ช่วยสรุปภาพนี้”
“เพิ่มวันที่ในภาพนี้ลง Calendar”
“ค้นหาสินค้าที่เหมือนในภาพนี้”
เหมาะกับข้อมูลที่เจอจากเว็บไซต์หรือ Social Media แล้วต้องการดำเนินการต่อทันที
iOS 27 มี Siri app ซึ่งรวมบทสนทนากับ Siri ไว้ในที่เดียว
Apple ระบุว่าประวัติการสนทนาสามารถซิงก์ผ่าน iCloud ระหว่างอุปกรณ์ Apple ที่รองรับได้
ทำให้สามารถกลับมาดูหรือคุยต่อจากคำถามเดิมได้สะดวกขึ้น
เมื่อมีประวัติสนทนา สามารถกลับมาพูดต่อจากเรื่องเดิมได้
เช่น ก่อนหน้านี้ถามเรื่องวางแผนเที่ยว
ภายหลังอาจกลับมาถาม
“จากแผนเมื่อกี้ วันที่สองควรเริ่มที่ไหน”
ช่วยลดการอธิบายข้อมูลใหม่ซ้ำ ๆ
Apple ระบุว่า Siri AI มี Broad World Knowledge จึงสามารถช่วยตอบคำถามทั่วไปได้หลากหลายกว่าเดิม
ตัวอย่างเช่น
“อธิบาย AI ให้เด็กเข้าใจ”
“ช่วยเปรียบเทียบเทคโนโลยีสองแบบ”
“ทำไมแบตเตอรี่ลิเธียมถึงเสื่อม”
สำหรับข้อมูลที่เปลี่ยนเร็วควรตรวจแหล่งข้อมูลล่าสุดเพิ่มเติม
Siri สามารถเชื่อมกับ ChatGPT ใน Apple Intelligence ได้ในพื้นที่ที่รองรับ
เหมาะกับงาน เช่น
แต่ควรตรวจสอบก่อนส่งข้อมูลส่วนตัวหรือเอกสารสำคัญไปยังบริการภายนอก
Apple ยกตัวอย่างว่า Siri AI สามารถช่วยทำงานอย่างการแก้ไขและแชร์ชุดรูปภาพผ่าน App Actions ได้
นี่แสดงให้เห็นความแตกต่างสำคัญจาก Siri เดิม เพราะ AI สามารถช่วยจัดการ Workflow ที่ต้องใช้หลายขั้นตอนได้มากขึ้น
บนอุปกรณ์ที่รองรับ AFM Core Advanced สามารถปรับความเร็วและความแสดงออกของเสียง Siri ได้
Apple ระบุว่า iPhone 18 Pro เป็นหนึ่งในรุ่นที่รองรับความสามารถ Expressive Voices นี้
ช่วยให้การสนทนาดูเป็นธรรมชาติและเหมาะกับผู้ใช้มากขึ้น
ตัวอย่าง
“สรุปอีเมลนี้เป็น 5 ข้อ”
“สร้าง Reminder จากรายการนี้”
“เขียนอีเมลตอบกลับแบบสุภาพ”
“ฉันมีนัดอะไรพรุ่งนี้”
“หาไฟล์ที่เกี่ยวกับโปรเจกต์นี้”
“เพิ่มวันที่นี้ลง Calendar”
เหมาะกับการลดงานซ้ำ ๆ ระหว่างวัน
ตัวอย่าง
“หารูปที่ถ่ายตอนเที่ยวล่าสุด”
“เตือนฉันซื้อของตอนเย็น”
“อ่านข้อความล่าสุดจากครอบครัว”
“ช่วยอธิบายสิ่งที่กล้องเห็น”
“สรุปบทความนี้ให้หน่อย”
“วันนี้ฉันมีอะไรต้องทำบ้าง”
เริ่มจากคำสั่งง่ายก่อนแล้วค่อยเพิ่มความซับซ้อน
แทนที่จะสั่งสั้น ๆ เช่น
“เขียนอีเมล”
ให้เพิ่มรายละเอียดว่า
“เขียนอีเมลขอบคุณลูกค้าแบบสุภาพ ไม่เกิน 150 คำ และแจ้งว่าจะส่งใบเสนอราคาให้พรุ่งนี้”
คำสั่งที่มี
มักทำให้ Siri AI ให้ผลลัพธ์ตรงกว่า
Siri AI ยังไม่สมบูรณ์แบบ
Apple ระบุว่าปัจจุบัน Siri AI ยังอยู่ในสถานะ Beta และเริ่มเปิดให้ใช้งานเป็นภาษาอังกฤษก่อน โดยภาษา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี โปรตุเกส และสเปนมีกำหนดเพิ่มในภายหลัง
นอกจากนี้
ดังนั้นควรตรวจข้อมูลสำคัญก่อนนำไปใช้จริง
Siri AI บน iPhone 18 Pro สามารถทำได้มากกว่าการเป็นผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียงแบบเดิม
ความสามารถสำคัญประกอบด้วย
วิธีใช้ให้คุ้มที่สุดคือเริ่มจากงานที่คุณทำซ้ำทุกวัน เช่น ค้นหาอีเมล สรุปข้อความ สร้าง Reminder และจัด Calendar แล้วค่อยขยายไปใช้ Personal Context, Visual Intelligence และ App Actions เมื่อคุ้นเคยมากขึ้น