Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

จำนวนผู้ติดตามหรือ Subscribers เป็นหนึ่งในตัวเลขที่คนทำ YouTube ให้ความสำคัญมาก แต่การรู้เพียงว่าตอนนี้ช่องมีผู้ติดตามกี่คนยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่มีประโยชน์กว่าคือการรู้ว่า ผู้ติดตามเพิ่มมาจากวิดีโอไหน และคอนเทนต์แบบไหนทำให้คนตัดสินใจกด Subscribe
YouTube Analytics สามารถช่วยวิเคราะห์เรื่องนี้ได้ทั้งระดับช่องและระดับวิดีโอ ทำให้เรามองเห็นว่าคลิปไหนดึงผู้ชมใหม่เข้ามา คลิปไหนเปลี่ยน Viewer ให้กลายเป็น Subscriber และช่วงไหนที่จำนวนผู้ติดตามเพิ่มหรือลดผิดปกติ
บทความนี้จะสอนตั้งแต่การดูจำนวนผู้ติดตาม ไปจนถึงวิธีใช้ข้อมูล Subscribers เพื่อวางแผนว่าคลิปประเภทไหนควรทำต่อ
Subscribers คือผู้ใช้งานที่เลือกกดติดตามช่อง YouTube
เมื่อกด Subscribe ผู้ชมสามารถพบวิดีโอจากช่องได้ง่ายขึ้นผ่านพื้นที่ต่าง ๆ ของ YouTube
แต่ต้องเข้าใจว่า
Subscriber ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะดูทุกคลิป
ผู้ใช้งานหนึ่งคนสามารถติดตามหลายสิบหรือหลายร้อยช่องได้
ดังนั้นจำนวน Subscribers จึงไม่เท่ากับจำนวน Active Viewers ของช่อง
บนคอมพิวเตอร์สามารถเข้า
YouTube Studio → Analytics → Overview
จากนั้นดูข้อมูล
Subscribers
ระบบจะแสดงการเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้ติดตามในช่วงเวลาที่เลือก
เช่น
หากเลือก 28 วันแล้วเห็น
+500 Subscribers
หมายความว่าในช่วงดังกล่าว ช่องมีการเปลี่ยนแปลงสุทธิของผู้ติดตามตามข้อมูลที่ Analytics แสดง
เปิดแอป
YouTube Studio
จากนั้นเข้า
Analytics
ในหน้า Overview หรือ Audience จะสามารถดูข้อมูล Subscriber ตามช่วงเวลาที่ระบบแสดงได้
หากต้องการตรวจข้อมูลรายคลิป ให้เข้า
Content → เลือกวิดีโอ → Analytics
แล้วดูจำนวน Subscribers ที่วิดีโอนั้นสร้างขึ้นตามข้อมูลที่มีให้
ตัวเลขบนหน้าช่องเหมาะสำหรับดูจำนวนผู้ติดตามปัจจุบันโดยรวม
แต่ YouTube Analytics เหมาะกับการวิเคราะห์ว่า
ดังนั้นถ้าต้องการพัฒนาช่อง ควรใช้ข้อมูลจาก YouTube Studio มากกว่ามองจำนวนบนหน้าช่องเพียงอย่างเดียว
วิธีง่ายที่สุดคือเลือกวิดีโอทีละคลิป
เข้า
YouTube Studio → Content → เลือกวิดีโอ → Analytics
จากนั้นตรวจ Metric
Subscribers
หากคลิปหนึ่งแสดงค่า +250
หมายความว่าวิดีโอนั้นมีส่วนสร้าง Subscriber เพิ่มตามช่วงเวลาที่กำลังดู
สามารถนำหลายคลิปมาเปรียบเทียบกันได้
หากช่องมีวิดีโอจำนวนมาก การเปิดทีละคลิปจะเสียเวลา
ให้ใช้
YouTube Studio → Analytics → Advanced Mode
จากนั้นเพิ่ม Metric เกี่ยวกับ
Subscribers
แล้วดูข้อมูลแยกตาม Content
วิธีนี้ช่วยให้เห็นหลายวิดีโอในตารางเดียว
จึงสามารถค้นหาได้รวดเร็วว่า
คลิปไหนสร้าง Subscriber สูงที่สุด
ในรายงาน Analytics บางรูปแบบสามารถพบข้อมูลเกี่ยวกับ Subscribers ที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่เลือก
ตัวเลขนี้ช่วยให้รู้ว่า
มีผู้ชมจำนวนเท่าไรที่ตัดสินใจ Subscribe ช่องภายในช่วงเวลานั้นตามวิธีคำนวณของ YouTube
เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับวิเคราะห์ Conversion ของคอนเทนต์
ในรายงานเชิงลึกสามารถพบข้อมูลเกี่ยวกับ Subscriber ที่ลดลงหรือยกเลิกการติดตามตามรายงานที่รองรับ
อย่าตกใจทันทีหากมีคน Unsubscribe
ทุกช่องสามารถมีทั้ง
พร้อมกันได้
สิ่งสำคัญคือดูแนวโน้มสุทธิและดูว่ามีความผิดปกติหรือไม่
ไม่เสมอไป
ตัวอย่าง
ช่องได้
Subscribers Gained = 1,000
Subscribers Lost = 200
สุทธิก็ยังเพิ่มประมาณ
800 คน
การมีคนบางส่วนเลิกติดตามเป็นเรื่องปกติ
สิ่งที่ควรสนใจคือ
ถ้า Subscribers Lost เพิ่มขึ้นผิดปกติและต่อเนื่อง
ค่อยวิเคราะห์ว่าสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแนว Content หรือเหตุการณ์ใดหรือไม่
มีเหตุผลได้หลายอย่าง เช่น
จึงไม่ควรเห็น Subscriber ลดไม่กี่คนแล้วสรุปว่าคลิปล่าสุดมีปัญหา
เปิด Advanced Mode
จากนั้นดูข้อมูลตาม
Content
และเลือก Metric ที่เกี่ยวกับ Subscribers
สามารถจัดเรียงวิดีโอจากมากไปน้อย
สมมติพบว่า
50,000 Views
Subscribers +100
20,000 Views
Subscribers +500
100,000 Views
Subscribers +50
คลิป B มีความน่าสนใจมาก แม้ Views จะต่ำกว่าทั้ง A และ C
เพราะสามารถเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้ติดตามได้ดีกว่า
นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก
วิดีโอ Viral อาจได้
1,000,000 Views
แต่สร้าง Subscriber เพียง
1,000 คน
ขณะที่วิดีโอเฉพาะทางได้
100,000 Views
แต่สร้าง Subscriber
3,000 คน
ดังนั้นต้องแยกระหว่าง
Content ที่สร้าง Traffic
กับ
Content ที่สร้าง Audience
ทั้งสองอย่างมีประโยชน์คนละแบบ
Subscriber Conversion เป็นแนวคิดที่ใช้ดูว่า Traffic ของวิดีโอเปลี่ยนเป็น Subscriber ได้ดีแค่ไหน
ตัวอย่างง่าย ๆ
คลิป A
100,000 Views
Subscriber +1,000
เทียบกับ
คลิป B
100,000 Views
Subscriber +100
คลิป A มีประสิทธิภาพในการสร้าง Subscriber สูงกว่ามาก
อย่างไรก็ตามไม่ควรสร้าง Benchmark ตายตัวจากสูตรเดียว เพราะ View Sources และ Audience ต่างกัน
ใช้เพื่อเปรียบเทียบคลิปในช่องเดียวกันจะมีประโยชน์กว่า
สามารถใช้เป็นตัวช่วยวิเคราะห์ภายในช่องได้
สูตรง่าย ๆ คือ
Subscribers Gained ÷ Views × 1,000
ตัวอย่าง
Views = 50,000
Subscribers = 500
จะเท่ากับประมาณ
10 Subscribers ต่อ 1,000 Views
จากนั้นนำไปเปรียบเทียบกับวิดีโอประเภทเดียวกัน
ไม่ควรใช้ตัวเลขนี้เป็นมาตรฐานสากล เพราะช่องและ Audience แต่ละแห่งต่างกัน
ไม่มี Format เดียวที่ใช้ได้กับทุกช่อง
แต่คอนเทนต์ที่สร้าง Subscriber ได้ดีมักมีเหตุผลให้ผู้ชมอยากกลับมาอีก
ตัวอย่าง เช่น
ถ้าคนดูจบแล้วรู้ว่า “ช่องนี้ยังมีเรื่องอื่นที่ฉันต้องการ” โอกาส Subscribe ก็มีมากขึ้น
ได้
แต่ Search Content บางประเภทอาจเป็น
One-and-done Content
คือผู้ชมเข้ามาหาคำตอบเรื่องเดียว แล้วออกไป
ตัวอย่าง
“วิธีเปลี่ยนรหัสผ่าน YouTube”
เมื่อแก้ปัญหาเสร็จ ผู้ชมอาจไม่มีเหตุผลติดตาม
แต่หากช่องมี Content Cluster เช่น
ผู้ชมจะเห็นว่ามีเนื้อหาต่อเนื่องและมีเหตุผล Subscribe มากขึ้น
ไม่จำเป็นต้องพูดว่า
“อย่าลืมกด Subscribe”
ทุก 2 นาที
สิ่งที่สำคัญกว่าคือแสดงให้เห็นว่า Channel มีอะไรให้ผู้ชมต่อ
ตัวอย่าง
ท้ายคลิปเรื่อง
วิธีดู Watch Time
สามารถบอกว่า
ถ้าต้องการรู้ว่าคนออกจากคลิปตรงช่วงไหน ให้ดูเรื่อง Audience Retention ต่อ
นี่สร้างเส้นทาง Content ที่เป็นธรรมชาติ
ได้
Shorts สามารถเข้าถึงคนใหม่จำนวนมากและสร้าง Subscriber ได้
แต่ต้องตรวจต่อว่า
Subscriber จาก Shorts กลับมาดู Long-form หรือ Content อื่นของช่องหรือไม่
บางช่องอาจมี Subscribers เพิ่มเร็วจาก Shorts แต่ Long-form Views ไม่เพิ่มตาม
จึงควรดู Audience Behavior ร่วมด้วย
เข้า
Analytics → Content
จากนั้นเลือก Format เช่น
เพื่อดู Performance ของแต่ละประเภท
หากต้องการวิเคราะห์ Subscriber แบบละเอียด สามารถใช้ Advanced Mode และ Filter ตามประเภท Content
วิธีนี้ช่วยตอบว่า
Subscriber ส่วนใหญ่ของช่องมาจาก Shorts หรือวิดีโอยาว
ไม่มีคำตอบเดียว
ขึ้นอยู่กับ Strategy ของช่อง
หากช่องทำ Shorts เป็นหลัก การได้ Subscriber จาก Shorts เป็นเรื่องปกติ
แต่ถ้าเป้าหมายหลักคือ Long-form ควรตรวจว่า
จำนวน Subscriber อย่างเดียวไม่สามารถตอบทั้งหมดได้
ช่องอาจมี
500,000 Subscribers
แต่ Monthly Audience เพียง
100,000
ก็เป็นไปได้
เพราะ Subscribers บางคนอาจ
ดังนั้น YouTube จึงแนะนำให้ใช้ข้อมูล Audience เช่น Unique หรือ Monthly Audience ประกอบด้วย
Monthly Audience ช่วยประมาณขนาด Audience ที่ใช้งานจริงของช่องในช่วง 28 วันที่ผ่านมา
ทำให้เห็นภาพต่างจาก Subscriber Count
ตัวอย่าง
Channel A
Subscribers = 1 ล้าน
Monthly Audience = 100,000
Channel B
Subscribers = 300,000
Monthly Audience = 250,000
แม้ A มี Subscriber มากกว่า แต่ B อาจมีฐาน Active Audience ที่ใกล้ชิดกับช่องมากกว่าในช่วงปัจจุบัน
New Viewers คือคนที่เข้ามาดู Channel ในช่วงเวลาที่เลือกและเป็นผู้ชมใหม่ตามการแบ่งของ YouTube
หาก New Viewers เพิ่มขึ้นมาก แต่ Subscriber Gain ไม่เพิ่มตาม
อาจแปลว่า Channel สามารถเข้าถึงคนใหม่ได้ดี แต่ยังไม่ทำให้คนเหล่านั้นอยากติดตาม
ควรตรวจ
Casual Viewers เป็นผู้ชมที่กลับมารับชมช่องเป็นระยะภายในกรอบนิยามของ YouTube
กลุ่มนี้น่าสนใจ เพราะอยู่ระหว่าง
คนใหม่
กับ
คนที่กลับมาดูสม่ำเสมอ
การสร้าง Content ต่อเนื่องสามารถช่วยพากลุ่มนี้เข้าใกล้ Regular Viewer ได้มากขึ้น
ไม่ควรบอกว่า Metric ไหน “สำคัญกว่า” แบบตายตัว เพราะใช้ตอบคนละคำถาม
Subscribers บอกจำนวนคนที่เลือกติดตาม
Regular Viewers ช่วยให้เห็นกลุ่มคนที่กลับมาดู Content สม่ำเสมอ
ช่องที่ต้องการสร้าง Community ระยะยาวควรดูทั้งสองข้อมูลร่วมกัน
เลือก Top Videos หลายคลิป
จากนั้นเปรียบเทียบ
หากคลิปหนึ่งได้
New Viewers สูง + Subscriber Gain สูง
คลิปนั้นอาจเป็น Gateway Content
หรือคอนเทนต์ที่ดึงคนใหม่เข้าสู่ช่องได้ดี
ควรพิจารณาทำหัวข้อใกล้เคียงเพิ่ม
Gateway Content คือคอนเทนต์ที่ทำหน้าที่เป็น “ประตู” ให้คนรู้จักช่อง
ตัวอย่างช่องสอน YouTube
Gateway Content อาจเป็น
วิธีสร้างช่อง YouTube
จากนั้นผู้ชมจึงไปดู
ถ้าคลิปแรกสร้าง Subscriber จำนวนมาก ควรสร้าง Content Journey ต่อจากหัวข้อนั้น
อย่าดูเพียงวิดีโอเดียว
แบ่งวิดีโอเป็น Topic Group เช่น
แล้วเปรียบเทียบจำนวน Subscriber ของแต่ละกลุ่ม
หาก Topic “YouTube Analytics” มี Views ปานกลางแต่สร้าง Subscriber สูงต่อเนื่อง อาจเหมาะเป็น Content Pillar ของช่อง
ใน Advanced Mode สามารถ
นี่มีประโยชน์มากเมื่อช่องมีวิดีโอเป็นร้อยหรือเป็นพันคลิป
แทนที่จะเปิดทีละวิดีโอ สามารถวิเคราะห์เป็นตารางได้
อย่าเอาคลิปอายุ 3 ปีไปเทียบกับคลิปอายุ 7 วันด้วย Lifetime Subscriber Gain
คลิปเก่ามีเวลาสะสมมากกว่า
ควรเปรียบเทียบ เช่น
หรือใช้ช่วงเวลาที่เท่ากัน
จะช่วยให้เห็นประสิทธิภาพของ Content ได้ยุติธรรมกว่า
หากเห็น Subscriber เพิ่มแรง ให้หาว่าเกิดจาก
จากนั้นดูว่า Subscriber เหล่านั้นยังกลับมาดู Content ใหม่หรือไม่
อย่าเพียงดีใจกับตัวเลขที่พุ่งขึ้น
เพราะข้อมูลช่วงนี้สามารถบอก Strategy ใหม่ของช่องได้
ตรวจ Timeline ก่อน
แล้วดูว่าเกิดขึ้นพร้อมกับ
หรือไม่
แต่ไม่ควรเดาสาเหตุจากกราฟเพียงอย่างเดียว
หากข้อมูลไม่สามารถบอกเหตุผลตรง ๆ ให้ถือเป็น Correlation ก่อน ไม่ใช่สรุป Cause ทันที
คลิปหนึ่งอาจสร้าง Subscriber ต่ำ แต่มีประโยชน์ด้านอื่น เช่น
Content แต่ละชิ้นไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่เดียวกัน
บางคลิปสร้าง Traffic
บางคลิปสร้าง Subscriber
บางคลิปสร้าง Returning Viewers
Channel Strategy ที่ดีควรมีหลายบทบาท
อย่าใส่ CTA เพียงเพราะคนอื่นทำ
ช่วงที่ดีที่สุดมักเป็นหลังจากผู้ชมได้รับคุณค่าบางอย่างแล้ว
ตัวอย่าง
หลังอธิบายขั้นตอนสำคัญเสร็จ สามารถบอกสั้น ๆ ว่า
หากต้องการเรียนเรื่อง YouTube Analytics ต่อ สามารถติดตามช่องไว้ได้
นี่สัมพันธ์กับสิ่งที่ผู้ชมเพิ่งได้รับ
ดีกว่าพูดทันทีในวินาทีแรกก่อนให้คุณค่าใด ๆ
ถ้าพูดซ้ำบ่อยมาก อาจรบกวนประสบการณ์การรับชม
สิ่งที่ช่วยสร้าง Subscriber ระยะยาวมากกว่าคือ
Subscriber ที่เกิดจากความสนใจจริงมีคุณค่าต่อช่องมากกว่าเพียงการเพิ่มตัวเลข
หากมี Series ต่อเนื่อง ให้สร้าง Playlist
ตัวอย่าง
YouTube Analytics สำหรับมือใหม่
ประกอบด้วย
ผู้ชมที่เข้ามาจากคลิปหนึ่งจะเห็นว่าช่องมีความรู้ต่อเนื่อง
นี่เพิ่มเหตุผลให้ติดตามช่อง
ท้ายวิดีโอไม่จำเป็นต้องจบด้วยการขอ Subscribe อย่างเดียว
สามารถใช้ End Screen ส่งไปยังคลิปที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่าง
คลิปนี้สอน
วิธีดู Subscriber
ตอนท้ายส่งผู้ชมไป
วิธีดู Traffic Source
หากผู้ชมดูหลายวิดีโอและรู้สึกว่าช่องมีสิ่งที่ต้องการต่อเนื่อง โอกาส Subscribe ก็เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ
สามารถตั้งเป้าจำนวนได้ เช่น
แต่ควรมีเป้าหมายเชิงคุณภาพด้วย
เช่น
เป้าประเภทนี้ช่วยพัฒนา Channel Strategy มากกว่ามองยอดรวมอย่างเดียว
ทุกเดือน comsiam แนะนำให้ตรวจอย่างน้อย
จากนั้นถามว่า
เดือนนี้ Content แบบไหนทำให้คนอยากติดตามเรามากที่สุด
คำตอบนี้มีค่ามากสำหรับวางแผนเดือนต่อไป
ให้มองหาคลิปที่มีหลายสัญญาณพร้อมกัน
✅ Views ดี
✅ Watch Time ดี
✅ Retention ดี
✅ Subscriber Gain สูง
✅ New Viewers สูง
✅ มีคนดูคลิปอื่นต่อ
✅ Topic สามารถแตกหัวข้อเพิ่มได้
ถ้าคลิปหนึ่งสร้าง Subscriber สูงอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว ควรพิจารณาขยายเป็น Series หรือ Content Cluster
ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นยัง Active หรือไม่
Audience และอายุช่องต่างกันมาก
ทำให้ไม่เห็น Conversion
ควรดู Trend ระยะยาว
Content บางชิ้นมีหน้าที่สร้าง Search Traffic หรือ Watch Time
Audience Behavior อาจแตกต่างกัน
สำหรับมือใหม่ ให้ถามเพียง 4 ข้อ
ดูภาพรวม
หา Winner
หา Pattern
ดู Audience ต่อ
เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้เข้าใจคุณภาพของ Subscriber ได้มากขึ้น
การดูจำนวนผู้ติดตาม YouTube ไม่ควรหยุดอยู่แค่ตัวเลขบนหน้าช่อง
ให้ใช้
YouTube Studio → Analytics
เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของ Subscribers และใช้
Content → เลือกวิดีโอ → Analytics
เพื่อดูว่าวิดีโอแต่ละคลิปสร้าง Subscriber ได้มากน้อยเพียงใด
หากต้องการวิเคราะห์หลายคลิปพร้อมกัน ให้ใช้ Advanced Mode เพื่อเปรียบเทียบ Content และ Metrics ในตารางเดียว
สิ่งที่สำคัญคืออย่าตัดสินคลิปด้วย Views หรือ Subscriber อย่างใดอย่างหนึ่ง
ควรดูร่วมกับ
หลักคิดง่าย ๆ คือ
คนเข้ามาดู → ได้รับคุณค่า → เห็นว่าช่องยังมีสิ่งที่เขาต้องการ → ตัดสินใจกด Subscribe → กลับมาดูอีก
คลิปที่สามารถสร้างวงจรนี้ได้อย่างต่อเนื่อง คือคอนเทนต์ที่มีคุณค่าต่อการเติบโตของช่องมากกว่าคลิปที่สร้างเพียงยอด Subscriber ชั่วคราว