Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีเลือก Hashtags สำหรับ YouTube ที่เหมาะสม ไม่ใช่การนำคำที่กำลังดังทั้งหมดมาใส่ในวิดีโอ แต่คือการเลือก Hashtag ที่อธิบายหัวข้อของวิดีโอได้ตรงที่สุด และเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ชมจะได้รับจริง
ตัวอย่างเช่น วิดีโอเกี่ยวกับ YouTube SEO อาจใช้
#YouTubeSEO
#VideoSEO
#YouTubeTips
ขณะที่วิดีโอสอนตั้งค่า Router D-Link อาจใช้
#DLink
#RouterSetup
#WiFi
หลักสำคัญคือ
ตรงหัวข้อก่อน → เกี่ยวข้องจริง → อ่านง่าย → ใช้เท่าที่จำเป็น
ไม่จำเป็นต้องใส่ Hashtag จำนวนมากเพื่อหวังอันดับ เพราะ Search, Recommendation และการตัดสินใจคลิกยังขึ้นกับองค์ประกอบอื่น เช่น Content, Search Intent, Title, Thumbnail และ Description
ก่อนเลือก Hashtag ให้ตอบคำถามว่า
วิดีโอนี้พูดเรื่องอะไรเป็นหลัก
ตัวอย่าง Title:
วิธีทำ YouTube SEO สำหรับมือใหม่
Primary Topic คือ
YouTube SEO
Hashtag ที่ตรงที่สุดจึงอาจเป็น
#YouTubeSEO
นี่ควรเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนคิด Hashtag รอง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเปิดดูว่า Hashtag ไหนกำลังได้รับความนิยม แล้วพยายามนำมาใส่ทุกคลิป
เช่นวิดีโอเรื่อง Router แต่ใช้
#Viral
#Football
#iPhone
เพราะคำเหล่านั้นกำลังดัง
วิธีนี้ไม่เหมาะ เพราะ Hashtag ควรสัมพันธ์กับเนื้อหาจริง
สมมติวิดีโอคือ
วิธีเพิ่ม CTR YouTube
Intent คือช่วย Creator เพิ่มโอกาสให้คนคลิกวิดีโอหลังเห็น Impression
Hashtag ที่เหมาะอาจเป็น
#YouTubeCTR
#YouTubeSEO
#YouTubeAnalytics
แต่ไม่ควรใช้
#YouTubeMoney
หากคลิปไม่ได้พูดเรื่องรายได้
ได้ หากสามารถย่อเป็น Topic ที่อ่านง่าย
ตัวอย่าง Primary Keyword:
วิธีหา Keyword YouTube
Hashtag อาจใช้
#YouTubeKeyword
หรือ
#KeywordResearch
ไม่จำเป็นต้องสร้าง
#วิธีหาKeywordYouTubeสำหรับมือใหม่
เพราะยาวเกินไปและอ่านยาก
ให้มอง Hashtag เป็นป้ายบอกหัวข้อ
ไม่ใช่ประโยค SEO เต็มรูปแบบ
ตัวอย่าง
ดี:
#YouTubeSEO
อ่านยาก:
#วิธีทำYouTubeSEOให้วิดีโอติดอันดับการค้นหา
Hashtag ที่สั้นและชัดเหมาะกับการสแกนมากกว่า
ตัวอย่างคลิป
วิธีเพิ่ม CTR YouTube
Hashtag เฉพาะ:
#YouTubeCTR
Hashtag กว้างกว่า:
#YouTubeSEO
Hashtag กว้างมาก:
#Marketing
ควรเริ่มจากคำที่ใกล้ Content ที่สุดก่อน
ใช้ได้ถ้ายังเกี่ยวข้องจริง
ตัวอย่าง
#YouTubeSEO
สามารถใช้กับวิดีโอเรื่อง
เมื่อเนื้อหาเชื่อมโยงกับ SEO จริง
แต่ไม่ควรใช้คำกว้างจนแทบไม่อธิบายวิดีโอ เช่น
#Internet
สำหรับคลิปเฉพาะเรื่อง CTR
หลังจากมี Hashtag หลักแล้ว สามารถเพิ่มหัวข้อสนับสนุน
ตัวอย่าง
วิดีโอ:
วิธีเพิ่ม CTR YouTube
Hashtag หลัก:
#YouTubeCTR
Hashtag รอง:
#YouTubeSEO
#YouTubeAnalytics
สามคำนี้ยังอยู่ใน Context เดียวกัน
ถ้า Keyword Research ได้ 30 คำ
ไม่ได้หมายความว่าต้องมี 30 Hashtags
Keyword อาจใช้สำหรับ
ส่วน Hashtag ใช้เพียงคำที่เหมาะกับการเป็น Topic Label
ไม่มีจำนวนเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกวิดีโอ
แนวทางใช้งานจริงคือเริ่มจากเพียงไม่กี่คำที่ตรงที่สุด
เช่น
#YouTubeSEO
#VideoSEO
#YouTubeTips
ถ้าสามคำนี้อธิบายวิดีโอได้ครบ ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มอีก 20 คำ
Hashtag จำนวนมากสามารถทำให้ Topic กระจัดกระจาย
ผู้ชมอาจไม่รู้ว่าคลิปเน้นอะไร
ดังนั้น
3 Hashtags ที่ตรง
อาจมีประโยชน์กว่า
30 Hashtags ที่ครึ่งหนึ่งไม่เกี่ยวข้อง
YouTube กำหนดชัดว่า หาก Content มี Hashtags มากกว่า 60 รายการ ระบบจะเพิกเฉยต่อ Hashtags ทั้งหมดของ Content นั้น
ดังนั้นไม่มีเหตุผลที่จะพยายามใส่ใกล้ขีดจำกัด
ในทางปฏิบัติใช้เพียงไม่กี่คำก็เพียงพอสำหรับวิดีโอส่วนใหญ่
หาก Hashtag ทำให้ผู้ชมเข้าใจผิดว่า Content พูดเรื่องหนึ่ง ทั้งที่จริงพูดอีกเรื่อง อาจมีปัญหาเรื่อง Misleading Metadata
ตัวอย่างวิดีโอ
วิธีตั้งค่า D-Link Router
แต่ใช้
#iPhone18
ทั้งที่ไม่ได้พูดถึง iPhone
ไม่ควรทำ
ถามว่า
ถ้าคนกด Hashtag นี้แล้วมาเจอวิดีโอของเรา เขาจะรู้สึกว่านี่คือ Content ที่เขาคาดหวังหรือไม่
ถ้าคำตอบคือใช่
สามารถใช้ได้
ถ้าไม่
ควรตัดออก
ใช้ได้ทั้งสองตำแหน่ง
แต่สำหรับวิดีโอ Search ทั่วไป การเก็บ Hashtags ไว้ใน Description มักทำให้ Title อ่านง่ายกว่า
ตัวอย่าง
Title:
วิธีเพิ่ม CTR YouTube ให้คนคลิกมากขึ้น
Description ตอนท้าย:
#YouTubeCTR #YouTubeSEO #YouTubeAnalytics
สะอาดกว่าการใส่ Hashtag หลายคำใน Title
บางกรณี Hashtag เป็นส่วนหนึ่งของ Campaign หรือ Trend
จึงสามารถอยู่ใน Title ได้
แต่ถ้าเป็น Evergreen Tutorial
Title ที่ชัดเจนมักสำคัญกว่า
อย่าให้ Hashtag แย่งพื้นที่จาก Keyword และ Benefit ของชื่อวิดีโอ
สามารถวางหลัง Summary
ตัวอย่าง
คลิปนี้สอนวิธีเพิ่ม CTR YouTube โดยวิเคราะห์ Title, Thumbnail และ Impressions พร้อมวิธีอ่านข้อมูลใน YouTube Studio
#YouTubeCTR #YouTubeSEO #YouTubeAnalytics
อ่านง่ายและยังรักษาช่วงต้น Description สำหรับอธิบายวิดีโอ
ตัวอย่างที่ไม่ควรทำ
#YouTubeSEO #SEO #YouTubeTips #CTR #VideoSEO
แล้วค่อยอธิบายคลิปภายหลัง
ควรให้ Summary มาก่อน เพราะผู้ชมต้องการรู้ว่าวิดีโอพูดเรื่องอะไร
จาก Hashtags ใน Description ระบบสามารถเลือกบางคำไปแสดงใกล้ Title
โดยอาจแสดงได้สูงสุด 3 คำ
ดังนั้นยิ่งควรเลือกคำที่ตรงและดูสะอาด
ไม่จำเป็นต้องสร้างรายการยาว
รูปแบบผิด:
#YouTube SEO
รูปแบบถูก:
#YouTubeSEO
หากต้องการหลายคำ ให้เขียนติดกัน
ตัวอย่าง
#YouTubeSEO
อ่านง่ายกว่า
#youtubeseo
โดยเฉพาะ Hashtag หลายคำ
สามารถใช้ Capital Letter แยกคำเพื่อความอ่านง่าย
ได้
ตัวอย่าง
#สอนยูทูบ
#ยูทูบ
#รีวิวเราเตอร์
แต่ควรดูว่าผู้ชมใช้คำแบบนั้นจริงหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องแปล Hashtag ทุกคำเป็นภาษาไทย
เหมาะมากกับ Content Technology
ตัวอย่าง
#YouTubeSEO
#สอนYouTube
#YouTubeไทย
หรือ
#DLink
#ตั้งค่าRouter
#WiFi
ใช้ตามภาษาจริงของ Audience
ถ้าคนดูส่วนใหญ่เรียกว่า
Wi-Fi
ไม่จำเป็นต้องใช้แต่
#เครือข่ายไร้สาย
หากไม่มีใครใช้คำแบบนั้น
SEO และ Discovery ควรอิงพฤติกรรมผู้ชมจริง
ถ้าวิดีโอเกี่ยวกับ Brand โดยตรง สามารถใช้ Brand Hashtag
ตัวอย่าง
#DLink
#Canva
#YouTube
แต่ Brand ต้องเกี่ยวข้องกับ Content จริง
สามารถใช้ได้ถ้าชื่อรุ่นเหมาะกับการเป็น Hashtag
ตัวอย่าง
D-Link DIR-X3000
อาจใช้
#DIRX3000
ช่วยระบุรุ่นอย่างชัดเจน
แต่ไม่จำเป็นต้องสร้าง Hashtag ทุก Variation ของชื่อรุ่น
หากมี Series สามารถสร้าง Hashtag เฉพาะได้
ตัวอย่าง Series
YouTube SEO ตั้งแต่เริ่มต้น
อาจมี Hashtag หลัก
#YouTubeSEO
และ Branded Hashtag ของ Series เมื่อเหมาะสม
คือ Hashtag ที่สร้างขึ้นสำหรับ
เช่นชื่อช่องหรือชื่อรายการ
ช่วยรวบรวม Content ที่มี Brand เดียวกัน
แต่จะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อ Audience เริ่มรู้จัก Brand แล้ว
ไม่จำเป็น
ช่องใหม่ควรใช้เวลาเน้น
ก่อน
Branded Hashtag สามารถเพิ่มภายหลังได้
สามารถใช้ Hashtags ที่ระบุ Topic ของ Shorts ได้
ตัวอย่าง
#YouTubeShorts
#ShortsTips
แต่ไม่ควรคิดว่าใส่ Hashtag แล้ว YouTube จะส่งคลิปเข้าฟีดทันที
ไม่จำเป็นต้องถือเป็นกฎตายตัว
หากมีประโยชน์ต่อ Topic สามารถใช้
แต่ระบบไม่ได้อาศัย #Shorts เพียงอย่างเดียวในการระบุและแจกจ่าย Shorts
ไม่สามารถรับประกันได้
การใส่
#Viral
ไม่ได้เป็นคำสั่งให้ Algorithm ดันคลิป
การกระจายวิดีโอยังขึ้นกับผู้ชมและ Performance
ใช้ได้เมื่อวิดีโอเกี่ยวข้องกับ Trend จริง
แต่ไม่ควรเพิ่ม
#Trending
เพียงเพื่อหวัง Traffic
Hashtag ไม่เกี่ยวข้องมีโอกาสทำให้ Context ของ Content แย่ลง
ไม่
คำว่า #FYP มาจากพฤติกรรมที่นิยมบนบางแพลตฟอร์ม
ไม่ได้หมายความว่า YouTube จะส่งวิดีโอเข้าฟีดเพราะมี Hashtag นี้
ใช้ Topic-specific Hashtag มักมีเหตุผลมากกว่า
เมื่อพิมพ์ # YouTube สามารถแนะนำ Hashtags ที่เกี่ยวข้อง
สามารถใช้เป็น Idea ได้
แต่ต้องตรวจว่า
อย่ากดเลือกทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
การที่ YouTube Suggest Hashtag หนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าใช้แล้วจะได้ยอดวิวมาก
ระบบเพียงช่วยแนะนำคำที่เกี่ยวข้องหรือเป็นที่นิยมจากข้อมูลที่มี
Creator ยังต้องเลือกให้ตรง Content
ได้
ดูว่าผู้ชมใช้คำใดเรียก Topic
จากนั้นนำ Topic ที่สำคัญมาแปลงเป็น Hashtag ที่สั้น
ตัวอย่าง Search:
YouTube Keyword Research
Hashtag:
#KeywordResearch
ไม่จำเป็นต้องยก Query ทั้งประโยคมาใส่
ได้ในฐานะข้อมูลเรื่องภาษาของ Audience
ตัวอย่างผู้ชมค้น
YouTube CTR
จำนวนมาก
สามารถพิจารณา
#YouTubeCTR
สำหรับวิดีโอที่เกี่ยวข้อง
แต่ไม่ต้องเปลี่ยน Search Terms ทุกคำเป็น Hashtag
ตัวอย่างวิดีโอ
CTR YouTube คืออะไร
พบ Search Term
วิธีเพิ่ม CTR YouTube
Intent ต่างกัน
ไม่จำเป็นต้องเพิ่ม Hashtag เพื่อพยายามจับ Search นั้น
อาจสร้างวิดีโอใหม่ที่ตอบ Intent โดยตรงดีกว่า
Title:
YouTube Tags คืออะไร
Hashtags:
#YouTubeTags
#YouTubeSEO
ไม่จำเป็นต้องเพิ่ม
#เพิ่มยอดวิว
หากคลิปไม่ได้สอนเรื่องนั้นโดยตรง
Title:
วิธีตั้งค่า D-Link Router
Hashtags:
#DLink
#RouterSetup
#WiFi
ตรงกับ Process ที่กำลังสอน
Title:
รีวิว D-Link DIR-X3000
Hashtags:
#DLink
#DIRX3000
#RouterReview
ทั้ง Brand, Model และ Content Type ชัดเจน
Title:
Router vs Access Point
Hashtags:
#Router
#AccessPoint
#Networking
เหมาะกว่าใช้คำกว้างอย่าง
#Technology
เพียงคำเดียว
Title:
วิธีสร้างเว็บไซต์ด้วย Canva
Hashtags:
#Canva
#CanvaWebsite
#WebDesign
หากวิดีโอครอบคลุมทั้งหมดจริง
Title:
วิธีหา Keyword YouTube
Hashtags:
#YouTubeSEO
#KeywordResearch
#YouTubeKeyword
ทั้งสามยังอยู่ใน Cluster เดียวกัน
Title:
วิธีตั้งค่า ROV ให้ควบคุมแม่น
Hashtags:
#ROV
#ArenaOfValor
#ROVSettings
เกี่ยวข้องโดยตรง
หากช่องทำหลายเรื่อง เช่น
แต่ละวิดีโอต้องใช้ Hashtag ของ Topic ตัวเอง
ไม่ควรนำ
#Canva
ไปวิดีโอ Router เพียงเพราะอยู่ช่องเดียวกัน
ได้ หากหลายวิดีโออยู่ Topic เดียวกัน
ตัวอย่าง Cluster YouTube SEO
สามารถใช้
#YouTubeSEO
ซ้ำหลายคลิปได้
จากนั้นใช้ Hashtag เฉพาะวิดีโอ เช่น
#YouTubeTags
#YouTubeCTR
#KeywordResearch
Hashtag ที่ดีสามารถใช้ซ้ำใน Content Cluster ได้
สิ่งสำคัญคือความเกี่ยวข้อง
ไม่ใช่ความ Unique ของ Hashtag
การใช้ Hashtag เดียวกันหลายวิดีโอไม่ได้หมายความว่าวิดีโอจะ Cannibalize กันเอง
Cannibalization เกี่ยวข้องกับ Content หลายชิ้นที่ตอบ Search Intent เดียวกันมากเกินไปมากกว่า
ดังนั้นอย่าแก้ปัญหานี้ด้วยการเปลี่ยน Hashtag อย่างเดียว
Keyword Research ใช้ตัดสิน
Hashtag Selection เป็นขั้นตอนปลายทาง
ดังนั้น Research Keyword ก่อน แล้วค่อยเลือก Hashtag
Title ต้องอธิบาย Content ให้คนเข้าใจ
ไม่ควรตั้ง Title ว่า
ดูคลิปนี้ก่อน
แล้วหวังว่า
#YouTubeSEO
จะทำให้ Search เข้าใจทุกอย่าง
Description ควรมี Summary ที่อ่านรู้เรื่อง
Hashtags ควรเสริม
ไม่ใช่แทนข้อความ
Tags และ Hashtags มีหน้าที่ต่างกัน
Tags เหมาะกับ Metadata และคำสะกดหลายรูปแบบ
Hashtags เหมาะกับ Topic Link ที่ผู้ชมกดได้
สามารถใช้ทั้งสองอย่างเมื่อมีเหตุผล
หากต้องการจัดวิดีโอเป็น Series
Playlist มีประโยชน์กว่า
Hashtag สามารถช่วยเสริมการจัด Topic แต่ไม่สามารถควบคุมชุด Content ได้เหมือน Playlist
Chapters ช่วยแบ่งวิดีโอเป็นช่วง
Hashtag ช่วยระบุ Topic
คนละหน้าที่กันโดยสิ้นเชิง
Subtitle ช่วย Accessibility และความเข้าใจบทพูด
Hashtag เป็น Topic Label
อย่าสับสน Feature เหล่านี้
ถ้า Impression สูงแต่คนไม่คลิก
ควรตรวจ
ไม่ใช่เพิ่ม Hashtags
ถ้าคนเข้ามาแล้วออกเร็ว
ให้ตรวจ
การเปลี่ยน Hashtag ไม่แก้ประสบการณ์หลังคลิก
หากคลิปพูดเรื่อง
CTR คืออะไร
แต่พยายามใช้
#วิธีเพิ่มCTR
เพื่อจับอีก Intent
ไม่ได้ทำให้เนื้อหากลายเป็น Tutorial
Content ต้องตรง Intent จริง
สามารถใช้สูตรง่าย ๆ
เช่น
#YouTubeSEO
เช่น
#YouTubeTags
เช่น
#VideoSEO
ไม่ต้องครบสามคำเสมอ แต่เป็น Framework ที่ใช้ง่าย
ใช้แนวทาง
Brand → Model → Product Category
ตัวอย่าง
#DLink
#DIRX3000
#Router
ตรงกว่าใช้ Hashtag กว้างจำนวนมาก
ใช้
Platform/Product + Action Topic + Category
ตัวอย่าง
#DLink
#RouterSetup
#WiFi
ผู้ชมรู้ทันทีว่า Content อยู่เรื่องอะไร
เน้น
แต่ต้องไม่ใช้ Entity ที่ไม่เกี่ยวข้องเพื่อเกาะกระแส
ข่าวต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องก่อน Hashtag
เลือกคำที่ไม่ล้าสมัยง่าย
เช่น
#YouTubeSEO
#RouterSetup
#CanvaTutorial
หลีกเลี่ยงการใส่ปีโดยไม่มีความจำเป็น
ใส่เมื่อเวลาเป็นส่วนสำคัญของ Topic จริง
เช่น Event หรือ Product Launch เฉพาะปี
แต่สำหรับ
วิธีทำ YouTube SEO
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน Hashtag ทุกปี
แก้ได้หากพบว่า
แต่ไม่ต้องเปลี่ยนทุกวัน
Evergreen Video ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน Hashtags ให้ตามกระแสรายวัน
หาก Content ไม่เปลี่ยน Topic Hashtag หลักก็สามารถใช้ต่อได้
ลองกดหรือ Search Hashtag ที่กำลังจะใช้
ดูว่าหน้าผลลัพธ์เต็มไปด้วย Content ประเภทใด
ถ้าเป็น Topic ใกล้กับวิดีโอเรา ถือว่ามีความสอดคล้อง
ถ้าคนละเรื่อง อาจต้องเลือกคำใหม่
สามารถดูเป็น Idea ได้
แต่ไม่ควร Copy ชุดเดียวกันทั้งหมด
เพราะ Content และ Intent ของเราอาจต่างกัน
เลือกเฉพาะคำที่ตรงวิดีโอจริง
วิดีโออันดับสูงอาจใช้
#YouTubeSEO
แต่ไม่ได้หมายความว่าติดอันดับเพราะ Hashtag นั้น
ยังมีปัจจัยด้าน
อีกมาก
ใช้ได้สำหรับ Brainstorm
แต่ต้องตรวจทุกคำก่อนใช้
Generator อาจแนะนำ
ที่ไม่ได้ตรงกับวิดีโอจริง
อย่ากด Copy ทั้งชุด
Hashtag ที่มี Content จำนวนมากอาจแข่งขันสูงและกว้างมาก
Hashtag เฉพาะ Topic ของวิดีโอสามารถอธิบาย Content ได้ชัดกว่า
Relevance สำคัญกว่า Popularity
ถ้า Hashtag เฉพาะตรงกับ Niche และ Audience
ก็ยังมีประโยชน์ด้าน Context
ไม่จำเป็นต้องเลือกแต่ Hashtag ขนาดใหญ่
สังเกตจาก
แล้วเลือก Hashtag ที่อ่านเป็นธรรมชาติ
Hashtag ไม่ใช่ข้อบังคับของทุกวิดีโอ
ถ้าไม่พบคำที่ช่วย Content จริง
ไม่จำเป็นต้องฝืน
Focus ที่ Title, Description และ Content ก่อน
ลำดับที่เหมาะคือ
① Search Intent
② Content
③ Title
④ Thumbnail
⑤ Description
⑥ Hashtags
อย่าใช้เวลาเลือก Hashtag มากกว่าการทำ Packaging
สำหรับช่องที่มีหลาย Content Cluster สามารถมี Template เริ่มต้นได้
ตัวอย่าง
#YouTubeSEO
#Canva
#DLink
จากนั้นเพิ่ม Hashtag เฉพาะ Topic ของแต่ละคลิป
วิธีนี้เหมาะกับ Workflow ของ comsiam เพราะไม่ต้องเริ่ม Research ใหม่ทั้งหมดทุกวิดีโอ
อย่า Copy
#YouTubeSEO #Canva #DLink
ไปทุก Video
Template เป็นเพียงจุดเริ่ม
ต้องลบคำที่ไม่เกี่ยวข้องออกและเพิ่ม Topic เฉพาะวิดีโอ
ถาม 4 ข้อ
คำนี้ตรง Topic หรือไม่
คนที่กดคำนี้จะคาดหวัง Content แบบเราหรือไม่
คำนี้อ่านง่ายหรือไม่
จำเป็นต้องมีจริงหรือไม่
ถ้าตอบ “ใช่” ทุกข้อ ก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะใช้
☐ เริ่มจาก Primary Topic
☐ ตรง Search Intent
☐ ใช้ Hashtag เฉพาะก่อนคำกว้าง
☐ ใช้เพียงไม่กี่คำที่เกี่ยวข้องจริง
☐ ไม่มี Space
☐ อ่านง่าย
☐ ใช้ภาษา Audience
☐ ไม่เกาะ Trend ที่ไม่เกี่ยวข้อง
☐ ไม่ใช้ชื่อคนดังที่ไม่เกี่ยวข้อง
☐ ไม่ใช้ #Viral เป็นสูตรสำเร็จ
☐ ไม่พยายามใส่ใกล้ 60 คำ
☐ ไม่เกิน 60 Hashtags
☐ ไม่แทน Title หรือ Description
☐ ไม่ Copy คู่แข่งทั้งชุด
☐ ตรวจ Topic ก่อน Publish
เริ่มจาก Topic หลักของวิดีโอ แล้วเพิ่ม Specific Topic หรือ Supporting Topic ที่เกี่ยวข้องจริง
ไม่มีจำนวนตายตัว แต่โดยทั่วไปเลือกเพียงไม่กี่คำที่ตรงที่สุดก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องใส่จำนวนมาก
ไม่มีหลักว่าจำนวน Hashtag มากทำให้ยอดวิวเพิ่ม และ YouTube เตือนเรื่อง Over-tagging
YouTube จะเพิกเฉยต่อ Hashtags ทั้งหมดของ Content นั้น
ใช้ได้ทั้งสองตำแหน่ง แต่สำหรับวิดีโอทั่วไป การใส่ไว้ใน Description มักช่วยรักษา Title ให้สะอาดและอ่านง่าย
ใช้เมื่อ Content เกี่ยวข้องกับ Trend จริงเท่านั้น
ไม่รับประกัน การกระจายวิดีโอขึ้นกับ Content และ Viewer Response มากกว่า
ไม่ใช่ข้อบังคับตายตัวสำหรับ Shorts สามารถใช้เมื่อช่วยอธิบาย Format หรือ Topic
ได้ และสามารถผสมภาษาอังกฤษได้ตามภาษาที่ผู้ชมใช้จริง
ใช้เป็น Idea ได้ถ้าตรง Topic แต่ไม่ควร Copy ทั้งชุดเพียงเพื่อหวัง Ranking
ไม่จำเป็น ควรใช้เมื่อมันช่วยอธิบาย Topic จริง
วิธีเลือก Hashtags สำหรับ YouTube ที่ดีที่สุดไม่ใช่
หา Hashtag ที่ดังที่สุด
แต่คือ
หา Hashtag ที่ตรงกับ Content ที่สุด
สูตรง่าย ๆ คือ
Primary Topic → Specific Topic → Supporting Topic
ใช้เพียงเท่าที่จำเป็น
ไม่ต้องเติมจำนวนมาก
ไม่ต้องเกาะ Trend ที่ไม่เกี่ยวข้อง
และไม่ต้องพยายามให้ถึงขีดจำกัด 60 Hashtags เพราะหากเกินกว่านั้น YouTube จะเพิกเฉยต่อ Hashtags ทั้งหมดของ Content นั้น
สำหรับ comsiam การทำชุด Hashtag พื้นฐานตาม Content Cluster แล้วเพิ่มคำเฉพาะของแต่ละวิดีโอ เป็นวิธีที่ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้นและยังรักษาความเกี่ยวข้องของแต่ละคลิปได้ดี
หลักสุดท้ายคือ
Hashtag ควรช่วยอธิบาย Content ไม่ใช่พยายามหลอกระบบให้ส่ง Traffic
เมื่อเลือกตามหลักนี้ Hashtags จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเสริมที่มีประโยชน์ โดยไม่แย่งเวลาไปจาก Search Intent, Content, Title และ Thumbnail ซึ่งสำคัญกว่ามาก