Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

การออกแบบงานใน Canva ให้ดูสวยบนหน้าจอไม่ได้หมายความว่าไฟล์นั้นจะ พร้อมส่งโรงพิมพ์ทันที
ก่อนส่งพิมพ์ควรตรวจตั้งแต่ขนาดงาน ความละเอียดของรูป ระบบสี ระยะตัดตก ตำแหน่งข้อความ ไปจนถึงรูปแบบไฟล์ที่ Download เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เกิดปัญหา เช่น
วิธีที่เหมาะสำหรับงานพิมพ์ทั่วไปคือ
ตั้งขนาดงานจริง → ตรวจรูป 300 DPI → เปิด Bleed → เก็บข้อความใน Safe Zone → ตรวจสี → Download PDF Print → ใส่ Crop Marks ตามที่โรงพิมพ์ต้องการ → ตรวจไฟล์ก่อนส่ง
ได้
Canva สามารถสร้างงานสำหรับพิมพ์หลายประเภท เช่น
แต่ต้องเตรียม Design ให้เหมาะกับระบบการผลิตของโรงพิมพ์
โดยเฉพาะเรื่อง
ขนาด + Resolution + Bleed + Safe Zone + Color + PDF
หากต้องการ Workflow ที่จำง่าย ใช้ตามนี้
① ถามขนาดงานจากโรงพิมพ์
② สร้าง Canva ตามขนาดจริง
③ ใช้รูปความละเอียดสูง
④ เปิด Show margins
⑤ เปิด Show print bleed
⑥ ขยาย Background เข้า Bleed
⑦ เก็บ Text และ Logo ใน Safe Zone
⑧ ตรวจสีสำหรับงานพิมพ์
⑨ ตรวจหน้าและด้านของงาน
⑩ เลือก PDF Print
⑪ เปิด Crop marks and bleed หากโรงพิมพ์ต้องการ
⑫ ตรวจ PDF
⑬ ส่งโรงพิมพ์ทำ Preflight หรือ Proof ก่อนพิมพ์จำนวนมาก
นี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก
อย่าเริ่ม Design จากการเดาขนาด
ตัวอย่างเช่นคำว่า
นามบัตร
ไม่ได้หมายความว่าทุกร้านใช้ขนาดเดียวกัน
โรงพิมพ์อาจกำหนด
แตกต่างกัน
ดังนั้นหากมีโรงพิมพ์ที่จะใช้แน่นอน ควรถาม Specification ก่อนเริ่มงาน
Final Size หรือ Trim Size คือขนาดงานหลังตัดเสร็จแล้ว
ตัวอย่างเช่น
โรงพิมพ์ต้องการนามบัตร
90 × 54 mm
หมายถึงหลังตัดแล้วงานจะมีขนาดประมาณนี้
Bleed จะอยู่ภายนอก Final Size และถูกตัดทิ้งภายหลัง
ดังนั้นอย่าสร้าง Design รวม Bleed เข้าไปเองโดยไม่รู้ Workflow ของโรงพิมพ์
เมื่อรู้ Final Size แล้ว ให้สร้าง Canva ตามขนาดนั้น
ตัวอย่าง
โรงพิมพ์ต้องการ A4
ให้สร้าง
A4
ถ้าต้องการ
90 × 54 mm
ให้ใช้ Custom Size ตามขนาดจริง หาก Workflow รองรับ
การสร้างขนาดผิดแล้ว Resize ตอนสุดท้ายอาจทำให้
ดังนั้นควรตั้งขนาดให้ถูกตั้งแต่ต้น
หากโรงพิมพ์ให้ขนาดเป็น
mm หรือ cm
ควรสร้างตามหน่วยนั้นเมื่อ Canva รองรับ
ตัวอย่าง
210 × 297 mm
เข้าใจง่ายกว่าการแปลงเป็น Pixel โดยไม่จำเป็น
Pixel เหมาะกว่าเมื่อปลายทางกำหนด Resolution แบบ Digital หรือโรงพิมพ์ร้องขอ Raster File โดยเฉพาะ
Canva ระบุว่ารูปสำหรับงานพิมพ์ควรมีอย่างน้อยประมาณ
300 DPI ที่ขนาดพิมพ์จริง
ถ้ารูปต้นฉบับเล็กมากแล้วนำมาขยายเต็มหน้า แม้ Export เป็น PDF Print ภาพก็ยังสามารถแตกได้
ดังนั้นควรใช้
แทน Thumbnail หรือ Screenshot เมื่อเป็นไปได้
สูตรพื้นฐานคือ
ขนาดนิ้ว × 300 = Pixel ที่ต้องการ
ตัวอย่าง
ต้องการพิมพ์รูปกว้าง
10 นิ้ว
ควรมีประมาณ
3000 px
หากพิมพ์
10 × 8 นิ้ว
ควรมีประมาณ
3000 × 2400 px
สำหรับประมาณ 300 PPI ที่ขนาดจริง
ขนาด A4 ประมาณ
210 × 297 mm
สำหรับ Raster Image ที่ประมาณ 300 DPI จะอยู่ใกล้เคียง
2480 × 3508 px
แต่ถ้าทำงาน Canva สำหรับโรงพิมพ์ วิธีที่ง่ายกว่าคือสร้างเป็น A4 โดยตรง แล้วใช้รูปต้นฉบับคุณภาพสูงก่อน Export PDF Print
วิธีที่ดีที่สุดคือ
เปลี่ยนเป็นรูปต้นฉบับที่ใหญ่กว่า
อีกวิธีคือ
ลดขนาดรูปบนหน้า
เพราะ Pixel เดิมจะถูกใช้ในพื้นที่พิมพ์ที่เล็กลง ทำให้ Effective Resolution สูงขึ้น
ไม่ควรพยายามแก้ด้วยการ Download ไฟล์เดิมหลายครั้ง เพราะไม่ได้สร้างรายละเอียดต้นฉบับเพิ่ม
ถ้ามี Logo แบบ Vector ควรใช้
SVG
เมื่อ Workflow รองรับ
เพราะ Vector สามารถขยายได้โดยไม่เกิด Pixel แตกแบบ JPG
หากใช้ PNG ควรเลือกไฟล์ความละเอียดสูงและ Background Transparent หากจำเป็น
หลีกเลี่ยงการใช้
สำหรับงานพิมพ์ขนาดใหญ่
Bleed คือพื้นที่ที่ยื่นเลยจากขอบตัด
Canva ใช้ Bleed มาตรฐานประมาณ
0.125 นิ้ว หรือ 3.175 mm ต่อด้าน
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีการตัดตามระบบของ Canva
เปิดได้จาก
File → Settings → Show print bleed
หากไม่พบ ให้ตรวจใน
Rulers and guides
ตาม Editor ที่ใช้งาน
ถ้างานมี Background เต็มขอบ เช่น
ควรขยายให้ครอบพื้นที่ Bleed ทั้งหมด
อย่าหยุด Background ตรง Final Trim Line
เพราะหากเครื่องตัดคลาดเล็กน้อยอาจเกิดเส้นกระดาษสีขาวตามขอบ
สิ่งสำคัญไม่ควรอยู่ใน Bleed เช่น
เพราะ Bleed เป็นพื้นที่ที่ตั้งใจให้ถูกตัดทิ้ง
เปิด
File → Settings → Show margins
Canva จะแสดง Guide ด้านใน Design
ควรเก็บ Content สำคัญไว้ด้านใน
โดยเฉพาะ
Text + Logo + QR Code
Canva ยังมี Danger Zone สำหรับเตือน Element ที่อยู่ใกล้ Trim Line มากเกินไปใน Workflow ที่รองรับ
หมายความว่ามี Element เข้าใกล้บริเวณที่อาจถูกตัด
ถ้าเป็น
ให้ขยับเข้าด้านใน
แต่ถ้าเป็น Background ที่ตั้งใจให้พิมพ์เต็มขอบ Background ควรขยายออกไปทาง Bleed
อย่าสับสนระหว่าง Safe Zone กับ Bleed
จากด้านในออกด้านนอก
Safe Zone
↓
Margin
↓
Trim Line
↓
Bleed
Content สำคัญอยู่ด้านใน
Background ยื่นออกด้านนอก
จำหลักนี้ได้ก็ลดปัญหางานโดนตัดได้มาก
หน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ใช้ระบบสี
RGB
ขณะที่งานพิมพ์ทั่วไปใช้
CMYK
ดังนั้นสีบนกระดาษอาจไม่เหมือนกับสีเรืองบนหน้าจอ 100%
โดยเฉพาะสี
สีเหล่านี้อาจดูหม่นลงเมื่อนำไปพิมพ์
RGB สร้างสีด้วยแสง
จึงสามารถแสดงสีสดมากได้
ส่วน CMYK ใช้หมึก
ช่วงสีที่สร้างได้จึงแตกต่างจาก RGB
Canva ระบุว่าการเปลี่ยน RGB ไปยัง CMYK อาจทำให้สีบางสีเปลี่ยน โดยเฉพาะสีที่อยู่นอกช่วงสีของงานพิมพ์
จึงควรคำนึงถึงสีตั้งแต่เริ่ม Design
หาก Brand Color ต้องตรงอย่างมาก ควรถามโรงพิมพ์เรื่อง
เพราะการใช้ Hex Code บนหน้าจอเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าสีที่พิมพ์จะเหมือนกันทุกเครื่องพิมพ์
งาน Branding สำคัญควรทำ Proof ก่อนผลิตจำนวนมาก
เมื่อ Design พร้อมแล้ว เลือก
Share → Download
จาก File Type เลือก
PDF Print
ไม่ควรเลือก PDF Standard โดยอัตโนมัติ หากไฟล์มีวัตถุประสงค์สำหรับโรงพิมพ์
PDF Print ถูกออกแบบสำหรับงานพิมพ์คุณภาพสูงกว่า และรองรับ Workflow สีสำหรับงาน Print
จำง่าย ๆ
เหมาะกับ
เน้น File Size ที่เล็กกว่า
เหมาะกับ
หากโรงพิมพ์ไม่ได้กำหนด Format อื่น PDF Print เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะกว่า
ถ้าโรงพิมพ์ต้องการ Crop Marks ให้เลือก
Share → Download → PDF Print
จากนั้นเปิด
Crop marks and bleed
Canva จะเพิ่ม
ให้ใน PDF ที่ Export
Crop Marks จะไม่ปรากฏเป็น Element ถาวรใน Canva Editor
ไม่
บางโรงพิมพ์ต้องการ
PDF พร้อม Bleed แต่ไม่ต้อง Crop Marks
เพราะระบบ Prepress ของโรงพิมพ์สร้าง Crop Marks และ Imposition เอง
ดังนั้นควรถามโรงพิมพ์ก่อน
อย่าเปิด Crop Marks เพียงเพราะมีตัวเลือก
Canva ใช้ Bleed มาตรฐานประมาณ
3.175 mm
ซึ่งใกล้กับ 3 mm
แต่ Bleed ของ Canva เป็นค่าคงที่ในระบบปกติ
หากโรงพิมพ์มี Requirement เฉพาะ เช่น
5 mm
ควรสอบถามโรงพิมพ์ว่าจะรับ Canva PDF ได้หรือไม่ก่อนผลิตจริง
Canva มีตัวเลือก
Flatten PDF
ซึ่งจะรวม Layer ต่าง ๆ ให้เป็นโครงสร้างแบบคงที่มากขึ้น
มีประโยชน์ในบางกรณี เช่น
แต่ ไม่จำเป็นต้องเปิดทุกงาน
และ Canva ระบุว่า Flatten PDF สามารถทำให้ File Size ใหญ่ขึ้นได้
Canva ระบุว่า Flatten สามารถช่วยให้ Font และ Layout แสดงได้สม่ำเสมอเมื่อนำ PDF ไปเปิดหรือพิมพ์ในระบบอื่น
ดังนั้นหากโรงพิมพ์พบปัญหา
สามารถทดลอง Flatten PDF ได้
แต่ควรตรวจ PDF หลัง Export ทุกครั้ง
ในโปรแกรมกราฟิกระดับ Prepress มักมี Workflow เรื่อง Outline Font
แต่ Canva ไม่ทำงานเหมือน Illustrator ทุกขั้นตอน
สำหรับ Canva Workflow การส่ง PDF Print และ Flatten PDF เมื่อเหมาะสมช่วยลดปัญหา Font ได้
อย่างไรก็ตาม หากโรงพิมพ์กำหนดว่าไฟล์ต้อง
Outline Font
ควรถามโรงพิมพ์ว่ารับ Canva PDF Print หรือไม่
อย่าเดาว่า PDF จาก Canva ตรงกับ Requirement ทุกระบบ
Font ภาษาไทยควรตรวจเป็นพิเศษ
เปิด PDF หลัง Download แล้วดู
Zoom เข้าไปตรวจหลายจุด
อย่าดูเฉพาะ Canva Editor
เพราะไฟล์สุดท้ายที่โรงพิมพ์ได้รับคือ PDF ไม่ใช่หน้า Editor
สำหรับ
ควรตรวจ
ก่อน Export
หากโรงพิมพ์ต้องการแต่ละหน้าแยก Canva มี Workflow สำหรับ Download PDF แต่ละหน้าเป็นไฟล์แยกในแพ็กเกจที่รองรับ
เช่น
ต้องตรวจ Orientation
Canva ระบุว่าสำหรับงานพิมพ์สองด้าน ระบบการ Flip ของเครื่องพิมพ์อาจทำให้ Orientation ผิดได้หากเลือก Template หรือทิศทางไม่ตรงกัน
ควรส่ง Preview หน้าและหลังให้โรงพิมพ์ตรวจ
สำคัญ
หาก Final Product เป็น Landscape ควรใช้ Layout Landscape จริง
ไม่ควรออกแบบ Portrait แล้วหมุน Content ทั้งหน้าเพื่อให้ดูเหมือน Landscape
เพราะระบบพิมพ์สองหน้าอาจตีความ Orientation ไม่ตรงกับที่คาดไว้
ควรเลือก Template ให้ตรงกับ Orientation ของงาน
ก่อน Export ตรวจรูปทุกภาพว่า
โดยเฉพาะรูปที่ใส่ใน Frame
Double Click เพื่อตรวจตำแหน่ง Crop ภายใน Frame อีกครั้ง
ถ้างานมี QR Code อย่าดูแค่ว่ามองเห็น
ควร Scan ทดสอบจากโทรศัพท์จริง
ตรวจว่า
หลัง Export PDF ควรเปิด PDF แล้ว Scan จากไฟล์นั้นอีกครั้งหากทำได้
ควรอ่านตั้งแต่ต้นจนจบอย่างน้อยหนึ่งรอบ
ตรวจ
งานพิมพ์ต่างจากเว็บไซต์ เพราะหลังพิมพ์หลายพันใบแล้วไม่สามารถกด Edit เพื่อแก้ข้อความได้
Catalogue และ Booklet มักผิดตรง
ควร Export PDF แล้วไล่ตรวจทุกหน้า ไม่ใช่ดูเฉพาะใน Canva Editor
หลัง Download ควรเปิด PDF จริง
แล้วตรวจที่ Zoom
100%
และ Zoom เข้าเพิ่มเติมบริเวณ
จากนั้นดูแบบ Full Page อีกครั้งเพื่อเช็ก Layout โดยรวม
หากมี Printer สามารถลองพิมพ์ Test หนึ่งแผ่น
แม้ Printer บ้านจะไม่ให้สีเหมือน Commercial Printer แต่ช่วยตรวจ
ได้
งานสำคัญควรขอ Digital Proof หรือ Physical Proof จากโรงพิมพ์
Proof คือไฟล์หรือตัวอย่างที่โรงพิมพ์ใช้ให้ลูกค้าตรวจ ก่อนเข้าสู่การผลิตจริง
ใช้ตรวจเรื่อง
หากพิมพ์หลายร้อยหรือหลายพันชิ้น การตรวจ Proof ก่อนผลิตจริงมีความสำคัญมาก
เป็นไปได้
Canva ระบุว่าหน้าจอใช้ RGB ขณะที่งานพิมพ์ใช้ CMYK
จึงสามารถเกิด Color Shift ได้
โดยเฉพาะสีสดมาก
หากสี Brand สำคัญควรตรวจ Proof จริงและปรึกษาโรงพิมพ์เรื่องระบบสี
มี
แม้ใช้ไฟล์เดียวกัน สีสามารถดูต่างกันบน
รวมถึงการเคลือบ
ดังนั้น File Prep ที่ดีควรพิจารณาวัสดุที่พิมพ์ด้วย
ข้อความเล็กสีดำสำหรับงานพิมพ์ควรตรวจให้ชัดเจนและไม่ใช้ Effect ที่ทำให้ขอบฟุ้งเกินไป
หากโรงพิมพ์มี Requirement เฉพาะเรื่อง
ควรให้โรงพิมพ์ตรวจ PDF เพราะ Canva ไม่ใช่โปรแกรม Prepress ระดับเดียวกับระบบเฉพาะทางทุกด้าน
ได้
เส้นที่บางมากบนหน้าจออาจมองเห็น แต่เมื่อพิมพ์จริงอาจ
โดยเฉพาะเมื่อใช้สีอ่อน
หากเป็นเส้นสำคัญ เช่น Border หรือ Table ควรทำ Proof ก่อนผลิตจริง
ควร
โดยเฉพาะ
เปิด PDF หลัง Export แล้วตรวจว่าการแสดงผลเหมือนใน Canva
ถ้าโรงพิมพ์เปิดแล้วพบปัญหา สามารถทดลอง Flatten PDF ตามความเหมาะสม
ไม่ทั้งหมด
Sticker ที่ตัดรูปทรงพิเศษอาจต้องมี
ตามเครื่องตัดของโรงพิมพ์
Crop Marks ปกติไม่ได้แทน Cut Path เสมอไป
ดังนั้นก่อนออกแบบ Sticker Die Cut ควรถามโรงพิมพ์ว่าเขารับไฟล์จาก Canva ได้ในรูปแบบใด
ใช้ Canva ออกแบบ Artwork ได้ แต่ Packaging มักมี Requirement เพิ่ม เช่น
ถ้าโรงพิมพ์ให้ Template Dieline ควรทำตาม Template นั้นอย่างเคร่งครัด
งาน Packaging ซับซ้อนไม่ควรใช้เพียง Crop Marks มาตรฐานแล้วถือว่าพร้อมผลิตทันที
ไม่จำเป็นในทุกกรณี
งานป้ายขนาดใหญ่มักดูจากระยะไกล โรงพิมพ์อาจยอมรับ Resolution ต่ำกว่า 300 DPI ที่ขนาดจริง
ดังนั้นควรถามโรงพิมพ์
เช่น
ต้องการ Effective DPI เท่าไร
แทนการสร้างไฟล์ขนาดมหาศาลโดยไม่จำเป็น
งานป้ายใหญ่มากบางแห่งให้สร้างไฟล์ย่อ
เช่น
Scale 1:10
แล้วกำหนด Resolution ให้สัมพันธ์กับการขยายจริง
หากโรงพิมพ์ขอ Workflow แบบนี้ควรทำตาม Specification โดยตรง
ไม่ควรใช้ค่าทั่วไปของงานนามบัตรหรือ Brochure มาใช้กับ Billboard
ควรส่ง
PDF Print
ตาม Specification
พร้อมข้อมูลประกอบ เช่น
ถ้าไฟล์ใหญ่มาก ควรใช้วิธีส่งไฟล์ที่โรงพิมพ์รองรับแทนการลดคุณภาพ PDF จนเสียรายละเอียด
ควรตั้งชื่อชัดเจน เช่น
company-business-card-final.pdf
หรือ
menu-a4-print-final.pdf
หลีกเลี่ยงชื่ออย่าง
final.pdf
final2.pdf
final-new-final.pdf
ถ้ามีหลาย Version จะสับสนง่าย
สามารถใส่วันที่หรือ Version ได้ เช่น
catalog-v3-print.pdf
ก่อนตั้งชื่อว่า Final ให้ตรวจครบก่อน
เมื่อส่งโรงพิมพ์แล้วควรเก็บไฟล์ที่ส่งจริงไว้ เพื่อใช้เทียบหากเกิดปัญหาในการผลิต
คุณภาพต่ำและขนาดไม่แม่น
ทำตาม Specification
ใช้ Original
อาจถูกตัด
RGB กับ CMYK อาจต่างกัน
บางแห่งไม่ต้องการ
เปิดเมื่อจำเป็นหรือโรงพิมพ์ต้องการ
ต้องตรวจไฟล์สุดท้ายเสมอ
ก่อนกดส่ง ตรวจครบตามนี้
① ขนาดงานถูกต้อง
② Orientation ถูกต้อง
③ รูปความละเอียดเพียงพอ
④ ไม่มีภาพแตก
⑤ Logo คมชัด
⑥ Font ภาษาไทยถูกต้อง
⑦ ไม่มีคำผิด
⑧ เบอร์โทรถูก
⑨ QR Code Scan ได้
⑩ Margin ถูกต้อง
⑪ Text อยู่ Safe Zone
⑫ Background เข้า Bleed
⑬ Danger Zone ไม่มี Content สำคัญ
⑭ สีเหมาะกับ CMYK
⑮ หน้าครบ
⑯ หน้า-หลังถูกด้าน
⑰ เลือก PDF Print
⑱ Crop Marks ตาม Requirement
⑲ Flatten PDF เฉพาะเมื่อเหมาะสม
⑳ เปิด PDF ตรวจอีกครั้ง
จากนั้นจึงส่งโรงพิมพ์
สำหรับงานพิมพ์ทั่วไปควรเริ่มจาก PDF Print เว้นแต่โรงพิมพ์ระบุ Format อื่น
เหมาะสำหรับงานพิมพ์คุณภาพสูง และมีตัวเลือกเกี่ยวกับ Crop Marks และ Bleed
หาก Background หรือรูปพิมพ์ถึงขอบ ควรเปิด Bleed และขยาย Background ให้ครอบพื้นที่ดังกล่าว
ประมาณ 3.175 mm หรือ 0.125 นิ้วต่อด้าน สำหรับงานที่มีการตัดตามข้อกำหนดปัจจุบันของ Canva
ไม่ โรงพิมพ์บางแห่งสร้าง Crop Marks เอง ควรถามโรงพิมพ์ก่อน
Canva แนะนำประมาณ 300 DPI ที่ขนาดพิมพ์จริง สำหรับภาพงานพิมพ์คุณภาพสูง
ระบบพิมพ์จะต้องแปลงสีไปสู่ CMYK ใน Workflow การผลิต และสีบางสีอาจเปลี่ยนจากที่เห็นบนจอ
ส่งโรงพิมพ์เลือก PDF Print ส่วน PDF Standard เหมาะกับการอ่านและแชร์แบบ Digital มากกว่า
ไม่จำเป็นทุกงาน แต่ช่วยรักษา Font และ Layout ในบางกรณี และอาจทำให้ File Size ใหญ่ขึ้น
โดยทั่วไปหากโรงพิมพ์ต้องการไฟล์พร้อมพิมพ์ ควรส่ง PDF Print ตาม Specification ไม่จำเป็นต้องให้ Edit Link เว้นแต่มีเหตุผลที่ต้องแก้งานร่วมกัน
การ เตรียมไฟล์ Canva สำหรับโรงพิมพ์ ที่ดีควรเริ่มจากขนาดงานจริง ไม่ใช่เริ่มจากการกด Download จาก Design ที่สร้างไว้แล้วค่อยแก้ภายหลัง
ตรวจรูปให้มีความละเอียดเพียงพอประมาณ 300 DPI ที่ขนาดพิมพ์จริง เก็บข้อความและ Logo ไว้ใน Safe Zone ขยาย Background เข้า Bleed และคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างสี RGB บนหน้าจอกับ CMYK ในงานพิมพ์
จากนั้น Download เป็น PDF Print และเปิด Crop marks and bleed เฉพาะเมื่อโรงพิมพ์ต้องการ พร้อมเปิด PDF ตรวจหน้า รูป Font QR Code และ Alignment ก่อนส่ง
สำหรับผู้อ่าน comsiam วิธีลดความผิดพลาดได้ดีที่สุดคือขอ Specification จากโรงพิมพ์ก่อนเริ่มออกแบบ โดยเฉพาะขนาด Bleed, Crop Marks, Color และ Format เพราะแต่ละโรงพิมพ์สามารถใช้ Workflow ต่างกัน
และสำหรับงานที่ต้องพิมพ์จำนวนมาก comsiam แนะนำให้ขอ Proof ก่อนอนุมัติผลิตจริง เพราะการตรวจบนหน้าจอเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันสี การตัด และลักษณะบนกระดาษจริงได้ทั้งหมด