วิธีเลือกเทมเพลตเว็บไซต์ Canva และปรับแต่งให้ตรงกับแบรนด์

วิธีเลือกเทมเพลตเว็บไซต์ Canva ที่ถูกต้องควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ โครงสร้างเนื้อหา กลุ่มเป้าหมาย และการแสดงผลบนมือถือ ไม่ควรเลือกจากสีหรือรูปภาพสวยเพียงอย่างเดียว เพราะสี ฟอนต์ และรูปสามารถเปลี่ยนภายหลังได้ แต่โครงสร้างที่ไม่เหมาะสมจะทำให้แก้ไขยากและเสียเวลา

หลังเลือกเทมเพลตแล้ว ควรปรับชื่อเว็บไซต์ ข้อความ รูปภาพ สี ฟอนต์ ปุ่ม เมนู และช่องทางติดต่อให้เป็นข้อมูลจริงของแบรนด์ พร้อมตรวจสอบว่าไม่มีข้อความตัวอย่างหรือองค์ประกอบจากเทมเพลตหลงเหลืออยู่

บทความนี้จะอธิบายวิธีเลือกเทมเพลตเว็บไซต์ Canva และปรับแต่งให้ดูเป็นมืออาชีพ โดยไม่ทำให้เว็บไซต์อ่านยากหรือเสียโครงสร้างเดิม

🌐 เทมเพลตเว็บไซต์ Canva คืออะไร

เทมเพลตเว็บไซต์ Canva คือรูปแบบเว็บไซต์สำเร็จรูปที่มีการจัดวางหัวข้อ ข้อความ รูปภาพ ปุ่ม และส่วนประกอบต่าง ๆ ไว้แล้ว ผู้ใช้สามารถนำมาเปลี่ยนเนื้อหาและรูปแบบให้ตรงกับเว็บไซต์ของตัวเองได้

เทมเพลตช่วยลดเวลาการออกแบบ เพราะไม่ต้องเริ่มจากหน้าเปล่า โดยเฉพาะผู้เริ่มต้นที่ยังไม่มั่นใจเรื่องการจัดวางองค์ประกอบ

ส่วนประกอบที่อาจพบในเทมเพลต ได้แก่

  • ส่วนหัวและเมนู
  • ส่วน Hero
  • เกี่ยวกับเรา
  • สินค้าและบริการ
  • จุดเด่น
  • ผลงาน
  • รีวิว
  • ตารางราคา
  • คำถามที่พบบ่อย
  • ปุ่ม Call to Action
  • ช่องทางติดต่อ
  • ส่วนท้ายเว็บไซต์

อย่างไรก็ตาม เทมเพลตเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ควรนำไปเผยแพร่โดยเปลี่ยนเพียงชื่อเว็บไซต์เท่านั้น

🎯 เลือกเทมเพลตจากเป้าหมายของเว็บไซต์

ก่อนค้นหาเทมเพลต ควรกำหนดว่าเว็บไซต์สร้างขึ้นเพื่ออะไร เพราะแต่ละเป้าหมายต้องใช้โครงสร้างแตกต่างกัน

❶ เว็บไซต์แนะนำธุรกิจ

ควรมีส่วนแนะนำธุรกิจ สินค้าและบริการ จุดเด่น ผลงาน รีวิว และช่องทางติดต่อ

เทมเพลตควรดูน่าเชื่อถือ อ่านง่าย และมีปุ่มติดต่ออยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ทันที

❷ เว็บไซต์ Portfolio

ควรให้พื้นที่กับภาพผลงาน ประสบการณ์ ความสามารถ และข้อมูลติดต่อ รูปแบบไม่ควรมีองค์ประกอบตกแต่งมากจนแย่งความสนใจจากผลงาน

❸ Landing Page

ควรมีหัวข้อและข้อเสนอที่ชัดเจน พร้อมส่วนแสดงประโยชน์ รีวิว ราคา คำถามที่พบบ่อย และปุ่มดำเนินการหลัก

Landing Page ไม่ควรมีเมนูหรือปุ่มจำนวนมากที่นำผู้เข้าชมออกจากเป้าหมายหลัก

❹ เว็บไซต์กิจกรรม

ควรมีวันที่ เวลา สถานที่ กำหนดการ วิทยากร แผนที่ คำถามที่พบบ่อย และปุ่มลงทะเบียน

❺ เว็บไซต์ร้านอาหาร

ควรแสดงเมนู รูปอาหาร ราคา เวลาเปิดร้าน ที่ตั้ง แผนที่ และช่องทางจองโต๊ะหรือสั่งอาหาร

❻ เว็บไซต์ร้านค้า

ควรมีพื้นที่สำหรับรูปสินค้า รายละเอียด ราคา โปรโมชั่น รีวิว และปุ่มสั่งซื้อ

หากต้องการตะกร้าสินค้า การจัดการสต็อก และระบบชำระเงินเต็มรูปแบบ ต้องพิจารณาแพลตฟอร์ม E-commerce เพิ่มเติม

🔎 วิธีค้นหาเทมเพลตเว็บไซต์ใน Canva

เข้าสู่ Canva แล้วพิมพ์คำค้นลงในช่องค้นหา เช่น

  • เว็บไซต์
  • Website
  • Business Website
  • Portfolio Website
  • Landing Page
  • Restaurant Website
  • Event Website
  • Personal Website
  • Product Website
  • Service Website

การใช้คำค้นภาษาอังกฤษอาจแสดงตัวเลือกเพิ่มเติม แต่ควรเลือกงานออกแบบประเภทเว็บไซต์โดยตรง

หากใช้บัญชีฟรี ให้ตรวจสอบว่าเทมเพลตไม่มีสัญลักษณ์ Pro หรือใช้ตัวกรองสำหรับเนื้อหาฟรีตามตัวเลือกที่แสดงในบัญชี

✅ หลักเลือกเทมเพลตเว็บไซต์ Canva ให้เหมาะสม

❶ ดูโครงสร้างก่อนดูสี

สีและรูปภาพสามารถเปลี่ยนได้ง่าย แต่การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่อาจใช้เวลานาน

ควรดูว่าเทมเพลตมีส่วนที่ต้องการหรือไม่ และลำดับเนื้อหาสอดคล้องกับเส้นทางที่ต้องการให้ผู้เข้าชมอ่านหรือไม่

❷ เลือกจากปริมาณเนื้อหา

หากมีข้อมูลมาก ควรเลือกเทมเพลตที่มีพื้นที่ข้อความเพียงพอและแบ่งส่วนชัดเจน

หากมีข้อมูลน้อย ควรเลือกเทมเพลตเรียบง่าย ไม่ควรเลือกแบบที่มีส่วนจำนวนมากแล้วต้องเติมข้อความที่ไม่มีประโยชน์เพื่อให้เต็มหน้า

❸ ตรวจสอบตำแหน่งปุ่มหลัก

เทมเพลตควรมีตำแหน่งสำหรับปุ่ม Call to Action ในส่วนแรก เช่น ติดต่อ สั่งซื้อ จองคิว หรือดูผลงาน

ปุ่มหลักควรมองเห็นง่ายและไม่ถูกองค์ประกอบอื่นบดบัง

❹ ตรวจสอบการอ่านบนมือถือ

เปิดโหมด Preview แล้วดูตัวอย่างบนโทรศัพท์มือถือ ตรวจสอบว่าหัวข้อ รูปภาพ และปุ่มเรียงตัวถูกต้อง

เทมเพลตที่สวยบนจอใหญ่แต่มีข้อความแน่นหรือปุ่มเล็กเกินไปบนมือถือ อาจไม่เหมาะกับการใช้งานจริง

❺ เลือกเทมเพลตที่เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

เว็บไซต์สำหรับสำนักงานกฎหมายอาจต้องใช้รูปแบบเรียบ น่าเชื่อถือ และเป็นทางการ ส่วนเว็บไซต์สำหรับเด็กหรือกิจกรรมสร้างสรรค์อาจใช้สีและองค์ประกอบที่สดใสกว่า

ไม่ควรเลือกตามความชอบส่วนตัวเพียงอย่างเดียว ต้องคำนึงถึงความคาดหวังของผู้เข้าชมด้วย

❻ ตรวจสอบจำนวนหน้าและส่วนประกอบ

หากต้องการเว็บไซต์หลายหน้า ควรเลือกเทมเพลตที่มีรูปแบบหน้าและเมนูสอดคล้องกัน

หากต้องการเว็บไซต์หน้าเดียว ควรเลือกเทมเพลตที่จัดลำดับส่วนต่าง ๆ จากบนลงล่างได้ชัดเจน

❼ ตรวจสอบสิทธิ์ขององค์ประกอบ

เทมเพลตอาจมีรูปภาพ วิดีโอ ไอคอน หรือกราฟิก Pro รวมอยู่ด้วย ผู้ใช้บัญชีฟรีควรตรวจสอบทุกองค์ประกอบก่อนเริ่มปรับแต่ง

หากพบองค์ประกอบที่ใช้ไม่ได้ สามารถเปลี่ยนเป็นรายการฟรีหรืออัปโหลดสื่อของตัวเองได้

🧭 ประเมินเทมเพลตก่อนตัดสินใจใช้

ก่อนเลือกเทมเพลต ควรตอบคำถามต่อไปนี้

  • เทมเพลตตรงกับวัตถุประสงค์หรือไม่
  • มีพื้นที่ใส่ข้อมูลครบหรือไม่
  • หัวข้อหลักมองเห็นชัดหรือไม่
  • ปุ่มหลักอยู่ในตำแหน่งที่ดีหรือไม่
  • เมนูใช้งานง่ายหรือไม่
  • รูปภาพสามารถเปลี่ยนได้สะดวกหรือไม่
  • มีส่วนที่ไม่จำเป็นมากเกินไปหรือไม่
  • ใช้งานบนมือถือได้ดีหรือไม่
  • มีองค์ประกอบ Pro จำนวนมากหรือไม่
  • สามารถปรับให้เข้ากับแบรนด์ได้หรือไม่

หากต้องแก้โครงสร้างเกือบทั้งหมด การเลือกเทมเพลตอื่นหรือเริ่มจากหน้าเปล่าอาจใช้เวลาน้อยกว่า

🛠️ วิธีปรับแต่งเทมเพลตเว็บไซต์ Canva

❶ สร้างสำเนาก่อนแก้ไข

หากต้องการทดลองหลายรูปแบบ ควรสร้างสำเนางานก่อนปรับแต่ง เพื่อเก็บต้นฉบับไว้เปรียบเทียบหรือย้อนกลับมาใช้

ควรตั้งชื่อไฟล์แต่ละเวอร์ชันให้ชัดเจน เช่น

  • Website Draft 1
  • Website Review
  • Website Final

❷ เปลี่ยนข้อความตัวอย่างทั้งหมด

แทนที่ชื่อบริษัท หัวข้อ คำอธิบาย ราคา รีวิว และข้อมูลติดต่อด้วยข้อมูลจริง

ควรตรวจสอบทั้งหน้าเพื่อไม่ให้มีข้อความตัวอย่าง เช่น Lorem ipsum ชื่อบุคคลสมมติ เบอร์โทรศัพท์ หรือที่อยู่อีเมลจากเทมเพลตหลงเหลืออยู่

❸ เขียนหัวข้อหลักใหม่

หัวข้อส่วนแรกควรบอกได้ทันทีว่าเว็บไซต์นำเสนออะไร เหมาะกับใคร และมีจุดเด่นอย่างไร

ตัวอย่างที่กว้างเกินไป:

“ยกระดับธุรกิจของคุณ”

ตัวอย่างที่ชัดเจนกว่า:

“บริการรับถ่ายภาพสินค้าในขอนแก่น สำหรับร้านค้าออนไลน์และธุรกิจขนาดเล็ก”

❹ เปลี่ยนรูปภาพ

แทนที่ภาพตัวอย่างด้วยรูปสินค้า บริการ สถานที่ ทีมงาน หรือผลงานจริง

หากใช้ภาพจากคลัง ควรเลือกรูปที่เกี่ยวข้องและมีสิทธิ์ใช้งาน หลีกเลี่ยงการใช้ภาพเดียวกับเทมเพลตทุกจุด เพราะเว็บไซต์อาจดูเหมือนตัวอย่างสำเร็จรูปและไม่สะท้อนตัวตนของแบรนด์

❺ เปลี่ยนสีให้ตรงกับแบรนด์

กำหนดระบบสีพื้นฐาน เช่น

  • สีหลักสำหรับหัวข้อและส่วนสำคัญ
  • สีรองสำหรับพื้นหลัง
  • สีเน้นสำหรับปุ่ม
  • สีข้อความ
  • สีเส้นหรือองค์ประกอบตกแต่ง

ควรตรวจสอบว่าตัวอักษรตัดกับพื้นหลังอย่างเพียงพอ ไม่ควรเลือกสีอ่อนทั้งข้อความและพื้นหลังจนอ่านยาก

❻ ปรับฟอนต์

เลือกฟอนต์ที่สอดคล้องกับบุคลิกของแบรนด์และอ่านง่าย

เว็บไซต์ธุรกิจควรหลีกเลี่ยงฟอนต์ตกแต่งที่อ่านยาก โดยเฉพาะข้อความยาว ควรใช้ฟอนต์ประมาณ 2 แบบ เช่น ฟอนต์สำหรับหัวข้อและฟอนต์สำหรับเนื้อหา

❼ ปรับปุ่ม Call to Action

แก้ข้อความบนปุ่มให้ตรงกับการดำเนินการ เช่น

  • ติดต่อเรา
  • ขอใบเสนอราคา
  • จองคิว
  • สั่งซื้อสินค้า
  • สมัครเข้าร่วม
  • ดูผลงาน
  • ดาวน์โหลดเอกสาร

ปุ่มหลักควรใช้สีและรูปแบบเดียวกันตลอดเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าปุ่มประเภทนี้นำไปสู่การดำเนินการสำคัญ

❽ ใส่ลิงก์ที่ถูกต้อง

เชื่อมปุ่ม เมนู รูปภาพ และข้อความไปยังปลายทางที่เกี่ยวข้อง เช่น หน้าภายใน เว็บไซต์ภายนอก LINE, Facebook, Google Maps หรือแบบฟอร์ม

ทดลองกดทุกลิงก์ทั้งก่อนและหลังเผยแพร่

❾ ปรับระยะห่าง

อย่าวางข้อความ รูปภาพ และปุ่มชิดกันเกินไป พื้นที่ว่างช่วยแบ่งกลุ่มข้อมูลและทำให้เว็บไซต์อ่านง่ายขึ้น

ควรรักษาระยะห่างของหัวข้อ เนื้อหา และส่วนต่าง ๆ ให้สม่ำเสมอตลอดเว็บไซต์

❿ ลบองค์ประกอบที่ไม่จำเป็น

หากเทมเพลตมีภาพเคลื่อนไหว ไอคอน รูปตกแต่ง หรือส่วนเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้อง ควรลบออก

องค์ประกอบทุกชิ้นควรช่วยอธิบายเนื้อหา สร้างความน่าเชื่อถือ หรือนำผู้เข้าชมไปยังเป้าหมาย

🎨 วิธีปรับเทมเพลตให้ไม่ดูเหมือนเว็บไซต์สำเร็จรูป

การเปลี่ยนเพียงชื่อและโลโก้อาจยังทำให้เว็บไซต์ดูเหมือนเทมเพลตเดิม ควรปรับรายละเอียดต่อไปนี้ร่วมด้วย

  • ใช้รูปถ่ายจริง
  • เขียนหัวข้อใหม่
  • เปลี่ยนสีทั้งระบบ
  • ปรับฟอนต์
  • ลบส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • เพิ่มข้อมูลเฉพาะของธุรกิจ
  • จัดลำดับส่วนใหม่
  • เพิ่มผลงานจริง
  • เพิ่มรีวิวจริง
  • เปลี่ยนไอคอนให้ตรงกับบริการ
  • ปรับข้อความบนปุ่ม
  • เพิ่มคำถามจากลูกค้าจริง

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกตำแหน่งจนเสียโครงสร้างที่ดีของเทมเพลต ควรรักษาความสมดุลระหว่างความเป็นแบรนด์กับความง่ายในการใช้งาน

📱 วิธีปรับเทมเพลตสำหรับมือถือ

หลังเปลี่ยนข้อความและรูปภาพแล้ว รูปแบบเดิมอาจแสดงผลไม่เหมือนตอนใช้ข้อความตัวอย่าง จึงต้องตรวจสอบบนมือถืออีกครั้ง

จุดที่ควรตรวจ ได้แก่

  • หัวข้อยาวเกินไปหรือไม่
  • ข้อความมีขนาดอ่านง่ายหรือไม่
  • รูปภาพถูกตัดส่วนสำคัญหรือไม่
  • ปุ่มใหญ่พอสำหรับการกดหรือไม่
  • ปุ่มอยู่ชิดกันเกินไปหรือไม่
  • ลำดับส่วนถูกต้องหรือไม่
  • เมนูเปิดใช้งานได้หรือไม่
  • มีองค์ประกอบทับกันหรือไม่
  • หน้าเว็บยาวเพราะส่วนที่ไม่จำเป็นหรือไม่
  • ช่องทางติดต่อมองเห็นง่ายหรือไม่

หากหัวข้อยาวเกินไป ควรปรับข้อความให้กระชับแทนการลดขนาดตัวอักษรจนอ่านยาก

🔍 ปรับเทมเพลตให้เหมาะกับ SEO

เทมเพลตช่วยด้านการออกแบบ แต่ไม่ได้ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ต้องเพิ่มเนื้อหาและตั้งค่า SEO ด้วยตัวเอง

ใช้หัวข้อหลักที่ตรงกับคำค้น

หัวข้อควรระบุสินค้า บริการ หรือเนื้อหาหลักอย่างชัดเจน ไม่ควรใช้ข้อความสวยแต่ไม่บอกว่าเว็บไซต์เกี่ยวกับอะไร

แบ่งเนื้อหาเป็นหัวข้อ

ใช้หัวข้อและหัวข้อย่อยเพื่อจัดข้อมูลเกี่ยวกับบริการ จุดเด่น ผลงาน ราคา และคำถามที่พบบ่อย

เขียนเนื้อหาใหม่

ไม่ควรใช้ข้อความตัวอย่างจากเทมเพลตหรือคัดลอกจากเว็บไซต์อื่น เนื้อหาควรมาจากข้อมูลและประสบการณ์จริงของธุรกิจ

ตั้งชื่อหน้าและคำอธิบาย

กำหนดชื่อและคำอธิบายให้ตรงกับเนื้อหาของแต่ละหน้า ไม่ควรใช้ชื่อทั่วไป เช่น Home หรือ Untitled Website เพียงอย่างเดียว

ใช้ URL สั้น

กำหนด URL ที่อ่านเข้าใจง่าย เช่น

  • about
  • services
  • portfolio
  • pricing
  • contact

ใส่ Alt Text ให้รูปภาพ

เขียนคำอธิบายรูปภาพสำคัญให้ตรงกับสิ่งที่ปรากฏ ไม่ควรยัดคำค้นที่ไม่เกี่ยวข้อง

⚠️ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

เลือกจากสีและภาพเท่านั้น

เทมเพลตที่มีสีสวยอาจไม่มีโครงสร้างที่เหมาะกับเนื้อหา ควรเลือกจากส่วนประกอบและลำดับการใช้งานก่อน

เลือกเทมเพลตคนละประเภท

การนำเทมเพลต Portfolio ไปใช้เป็นหน้าขายสินค้าอาจขาดส่วนราคา รีวิว และปุ่มสั่งซื้อ ทำให้ต้องแก้ไขมากกว่าการเลือกเทมเพลตที่ตรงตั้งแต่แรก

เก็บข้อความตัวอย่างไว้

ข้อความตัวอย่างอาจทำให้เว็บไซต์ดูไม่เรียบร้อยและเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

ใช้รูปจากเทมเพลตทั้งหมด

เว็บไซต์อาจดูไม่แตกต่างจากผู้ใช้อื่น และขาดหลักฐานเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือผลงานจริง

เปลี่ยนโครงสร้างมากเกินไป

หากเทมเพลตมีลำดับที่ดีอยู่แล้ว การย้ายทุกองค์ประกอบอาจทำให้หน้าเสียสมดุล ควรแก้เฉพาะส่วนที่จำเป็น

ใช้หลายสีและหลายฟอนต์

สีและฟอนต์ที่มากเกินไปทำให้เว็บไซต์ขาดเอกภาพและอ่านยาก

ไม่ตรวจสอบองค์ประกอบ Pro

ผู้ใช้บัญชีฟรีควรตรวจสอบสิทธิ์ของรูปภาพ วิดีโอ ไอคอน และกราฟิกก่อนเผยแพร่

ไม่ตรวจสอบบนมือถือ

ข้อความที่ยาวกว่าตัวอย่างเดิมอาจทำให้ตำแหน่งองค์ประกอบเปลี่ยน จึงต้องตรวจสอบใหม่หลังปรับแต่งเสร็จ

✅ เช็กลิสต์ก่อนเผยแพร่

  • เทมเพลตตรงกับเป้าหมายของเว็บไซต์
  • เปลี่ยนข้อความตัวอย่างครบแล้ว
  • เปลี่ยนชื่อบุคคลและข้อมูลติดต่อแล้ว
  • ใช้รูปภาพที่มีสิทธิ์
  • ไม่มีองค์ประกอบติดลายน้ำ
  • สีตรงกับแบรนด์
  • ฟอนต์อ่านง่าย
  • ปุ่มหลักมองเห็นชัด
  • ทุกปุ่มมีลิงก์
  • เมนูเปิดหน้าถูกต้อง
  • ข้อมูลราคาและเงื่อนไขเป็นปัจจุบัน
  • เว็บไซต์แสดงผลดีบนมือถือ
  • ชื่อหน้าและคำอธิบายถูกตั้งค่าแล้ว
  • URL อ่านเข้าใจง่าย
  • ตรวจคำผิดเรียบร้อย

❓ คำถามที่พบบ่อย

เทมเพลตเว็บไซต์ Canva ใช้ฟรีหรือไม่

Canva มีทั้งเทมเพลตและองค์ประกอบฟรี รวมถึงรายการที่ต้องใช้แพ็กเกจแบบชำระเงิน ควรตรวจสอบสัญลักษณ์และสิทธิ์ก่อนเลือกใช้

เปลี่ยนสีของเทมเพลตได้หรือไม่

สามารถเปลี่ยนสีของพื้นหลัง ข้อความ ปุ่ม และองค์ประกอบที่รองรับการแก้ไขได้ ควรใช้ระบบสีเดียวกันตลอดเว็บไซต์

เปลี่ยนรูปทั้งหมดในเทมเพลตได้หรือไม่

สามารถแทนที่รูปตัวอย่างด้วยรูปของตัวเองหรือภาพจากคลัง Canva ได้ แต่ต้องตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานของภาพแต่ละรายการ

ใช้เทมเพลตเดียวกันสร้างเว็บไซต์หลายหน้าได้หรือไม่

สามารถคัดลอกรูปแบบหรือหน้าเพื่อรักษาส่วนหัว เมนู สี ฟอนต์ และส่วนท้ายให้สม่ำเสมอ แล้วเปลี่ยนเนื้อหาให้ตรงกับแต่ละหน้า

ใช้เทมเพลตแล้วเว็บไซต์จะติด Google หรือไม่

การใช้เทมเพลตไม่ได้รับประกันอันดับ ต้องมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ตั้งชื่อและคำอธิบายอย่างเหมาะสม ใช้ URL ที่ชัดเจน และเปิดให้เครื่องมือค้นหาเข้าถึงเว็บไซต์

ควรเริ่มจากเทมเพลตหรือหน้าเปล่า

ผู้เริ่มต้นควรเริ่มจากเทมเพลตเพื่อประหยัดเวลา ส่วนผู้ที่มีโครงสร้างและระบบแบรนด์ชัดเจนสามารถเริ่มจากหน้าเปล่าได้

📝 สรุป

วิธีเลือกเทมเพลตเว็บไซต์ Canva ที่ดีที่สุดคือเลือกจากเป้าหมาย โครงสร้าง ปริมาณเนื้อหา กลุ่มเป้าหมาย และการใช้งานบนมือถือ ไม่ควรตัดสินใจจากสีหรือภาพประกอบเพียงอย่างเดียว

หลังเลือกแล้วต้องเปลี่ยนข้อความ รูปภาพ สี ฟอนต์ ปุ่ม เมนู และข้อมูลติดต่อให้เป็นข้อมูลจริง พร้อมลบส่วนที่ไม่จำเป็น ตรวจสอบองค์ประกอบ Pro และทดลองใช้งานเว็บไซต์บนมือถือก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง