Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีสร้างเว็บไซต์หลายหน้าด้วย Canva เริ่มจากวางโครงสร้างเว็บไซต์ เพิ่มหน้าสำหรับเนื้อหาแต่ละประเภท ตั้งชื่อหน้าและ URL จากนั้นสร้างเมนูเชื่อมโยงทุกหน้าเข้าด้วยกัน ก่อนตรวจสอบการแสดงผลและเผยแพร่เป็นเว็บไซต์
เว็บไซต์หลายหน้าเหมาะกับธุรกิจหรือบุคคลที่มีข้อมูลมากกว่าหนึ่งหัวข้อ เช่น มีหลายบริการ มีผลงานจำนวนมาก หรือต้องการแยกหน้าเกี่ยวกับเรา บริการ ราคา และติดต่อออกจากกัน
บทความนี้จะอธิบายวิธีสร้างเว็บไซต์ Canva แบบหลายหน้าทีละขั้นตอน พร้อมแนะนำโครงสร้าง เมนู การเชื่อมลิงก์ และการตั้งค่า SEO ของแต่ละหน้า
เว็บไซต์หลายหน้า หรือ Multi-Page Website คือเว็บไซต์ที่แยกเนื้อหาออกเป็นหน้าต่าง ๆ โดยแต่ละหน้ามีชื่อ URL และวัตถุประสงค์ของตัวเอง
ตัวอย่างโครงสร้างเว็บไซต์ธุรกิจ ได้แก่
ผู้เข้าชมสามารถเปิดแต่ละหน้าผ่านเมนู ปุ่ม หรือลิงก์ภายในเว็บไซต์ ทำให้ไม่ต้องนำเนื้อหาทั้งหมดมารวมไว้ในหน้าเดียว
เว็บไซต์หน้าเดียววางข้อมูลทั้งหมดเรียงต่อกันในหน้าเดียว ส่วนเว็บไซต์หลายหน้าจะแยกเนื้อหาออกตามหัวข้อ
เว็บไซต์หลายหน้ามีข้อได้เปรียบเมื่อข้อมูลมีจำนวนมาก เพราะช่วยให้ผู้เข้าชมเลือกดูเฉพาะเรื่องที่สนใจและช่วยจัดระเบียบเว็บไซต์ได้ดีขึ้น
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่มีบริการติดตั้งกล้องวงจรปิด วางระบบเครือข่าย และดูแลเซิร์ฟเวอร์ สามารถแยกหน้าแต่ละบริการออกจากกัน แทนการใส่รายละเอียดทั้งหมดลงในหน้าแรก
เว็บไซต์หน้าเดียวเหมาะกับข้อมูลไม่มาก ส่วนเว็บไซต์หลายหน้าเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการขยายเนื้อหาและแยกกลุ่มคำค้นอย่างชัดเจน
การแยกหน้าอย่างเหมาะสมช่วยให้ทั้งผู้เข้าชมและเครื่องมือค้นหาเข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น
แม้ Canva จะสามารถสร้างเว็บไซต์หลายหน้าได้ แต่ยังมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับระบบบริหารเว็บไซต์เต็มรูปแบบ
ข้อจำกัดที่อาจพบ ได้แก่
Canva เหมาะกับเว็บไซต์หลายหน้าขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เน้นการนำเสนอข้อมูล มากกว่าระบบเว็บที่ซับซ้อน
ควรเลือกเว็บไซต์หลายหน้าเมื่อมีลักษณะต่อไปนี้
หากมีเนื้อหาเพียงเล็กน้อยและวัตถุประสงค์เดียว เว็บไซต์หน้าเดียวอาจดูแลได้ง่ายกว่า
ก่อนเปิด Canva ควรเขียนรายชื่อหน้าที่จำเป็นและกำหนดหน้าที่ของแต่ละหน้าให้ชัดเจน
โครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะกับเว็บไซต์ธุรกิจขนาดเล็กมีดังนี้
สรุปว่าธุรกิจคือใคร ให้บริการอะไร มีจุดเด่นอย่างไร และต้องการให้ผู้เข้าชมทำอะไรต่อ
หน้าแรกควรมีลิงก์ไปยังหน้าสำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องคัดลอกเนื้อหาทั้งหมดจากหน้าอื่นมาใส่
แนะนำประวัติ แนวทางการทำงาน ประสบการณ์ ทีมงาน และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ
ข้อมูลควรเกี่ยวข้องกับเหตุผลที่ลูกค้าควรเลือกใช้บริการ ไม่จำเป็นต้องเล่ารายละเอียดส่วนตัวทั้งหมด
แสดงภาพรวมของสินค้าและบริการ หากแต่ละบริการมีข้อมูลมาก สามารถแยกเป็นหน้าบริการเฉพาะเพิ่มเติม
รวบรวมตัวอย่างงาน กรณีศึกษา ภาพก่อนและหลัง หรือผลลัพธ์ที่ได้รับอนุญาตให้นำมาเผยแพร่
แสดงแพ็กเกจ ราคาเริ่มต้น รายการที่รวมในบริการ และเงื่อนไขค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
หากราคาแตกต่างตามหน้างาน ควรอธิบายปัจจัยที่ใช้ประเมินและเพิ่มปุ่มขอใบเสนอราคา
รวบรวมคำถามเกี่ยวกับขั้นตอน ราคา การชำระเงิน ระยะเวลา การรับประกัน และพื้นที่ให้บริการ
ใส่เบอร์โทรศัพท์ อีเมล LINE ที่อยู่ แผนที่ เวลาทำการ และปุ่มติดต่อที่กดใช้งานได้
ไม่ควรสร้างหน้าที่มีเนื้อหาน้อยมากเพียงเพื่อเพิ่มจำนวนหน้า หากข้อมูลสองเรื่องมีความเกี่ยวข้องและสั้น สามารถรวมไว้ในหน้าเดียวได้
เปิด Canva ผ่านเว็บเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชัน แล้วเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของคุณ
หากยังไม่มีบัญชี สามารถสมัครบัญชีใหม่และเริ่มสร้างเว็บไซต์ได้ตามสิทธิ์ของแพ็กเกจที่เลือก
พิมพ์คำว่า “เว็บไซต์” หรือ “Website” ลงในช่องค้นหา แล้วเลือกประเภทงานออกแบบเว็บไซต์
ควรเลือก Website โดยตรง เพราะงานประเภท Mobile Website หรือ Link in Bio อาจมีตัวเลือกการเผยแพร่และโดเมนแตกต่างกัน
เลือกเทมเพลตที่มีรูปแบบเหมาะกับธุรกิจและรองรับเนื้อหาหลายหน้า
พิจารณาจากองค์ประกอบต่อไปนี้
ไม่จำเป็นต้องเลือกสีและภาพที่ตรงทั้งหมด เพราะสามารถแก้ไขภายหลังได้
เปลี่ยนชื่อไฟล์งานให้ชัดเจน เช่น
“เว็บไซต์บริษัท ABC เวอร์ชันหลัก”
หากมีหลายเวอร์ชัน ควรเพิ่มวันที่หรือสถานะ เช่น Draft, Review หรือ Published เพื่อป้องกันการแก้ไขผิดงาน
เริ่มจากหน้าแรกก่อน โดยใส่ข้อมูลสำคัญดังนี้
หน้าแรกควรทำหน้าที่เป็นแผนที่ของเว็บไซต์ ไม่ควรใส่รายละเอียดทุกอย่างไว้ในหน้าเดียว
เพิ่มหน้าตามโครงสร้างที่เตรียมไว้ เช่น เกี่ยวกับเรา บริการ ผลงาน และติดต่อ
สามารถคัดลอกหน้าหรือเลย์เอาต์เดิมเพื่อรักษารูปแบบ สี ฟอนต์ เมนู และส่วนท้ายให้เหมือนกัน
หลังเพิ่มหน้าแล้วควรเปลี่ยนหัวข้อและเนื้อหาให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของหน้า ไม่ควรปล่อยข้อความตัวอย่างจากเทมเพลตไว้
ใช้ชื่อที่ผู้เข้าชมเข้าใจทันที เช่น
หลีกเลี่ยงชื่อที่ไม่บอกความหมาย เช่น หน้า 1, Page 2 หรือ Section A เพราะทำให้ทั้งผู้เข้าชมและเครื่องมือค้นหาเข้าใจเนื้อหาได้ยาก
จัดลำดับหน้าตามความสำคัญและเส้นทางการใช้งานของผู้เข้าชม
ลำดับทั่วไปอาจเป็น
หน้าที่สำคัญไม่ควรถูกซ่อนไว้ลึกหรือเข้าถึงได้เฉพาะจากลิงก์ขนาดเล็ก
เมนูมีหน้าที่ช่วยให้ผู้เข้าชมเปิดดูหน้าอื่นภายในเว็บไซต์ จึงต้องใช้ชื่อสั้นและเรียงตามความสำคัญ
รายการเมนูที่นิยมใช้ ได้แก่
ไม่ควรมีเมนูหลักจำนวนมากเกินไป หากมีหน้าหลายประเภทควรเลือกเฉพาะหน้าสำคัญไว้ในเมนู และเชื่อมหน้ารองผ่านปุ่มหรือลิงก์ภายในเนื้อหา
หลังสร้างเมนูต้องทดลองกดทีละรายการทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ เพื่อยืนยันว่าทุกเมนูเปิดหน้าที่ถูกต้อง
เลือกข้อความ รูปภาพ หรือปุ่มที่ต้องการ จากนั้นใช้คำสั่งเพิ่มลิงก์และเลือกหน้าปลายทาง
ตัวอย่างการเชื่อมลิงก์ที่มีประโยชน์ ได้แก่
ควรใช้ข้อความลิงก์ที่อธิบายปลายทาง หลีกเลี่ยงการใช้คำว่า “คลิกที่นี่” ทุกตำแหน่ง เพราะผู้เข้าชมจะไม่ทราบว่าลิงก์นำไปที่ใด
Canva รองรับการปรับชื่อและ URL ของแต่ละหน้าในงานเว็บไซต์ที่รองรับฟีเจอร์ดังกล่าว
หลักการตั้งชื่อหน้าที่ดี ได้แก่
ตัวอย่างชื่อหน้า:
“บริการออกแบบเว็บไซต์ | ABC Studio”
ตัวอย่าง URL:
หากมีหน้าบริการเฉพาะ สามารถใช้ URL เช่น
ไม่ควรใช้ URL เช่น page-1, new-page หรือชุดตัวเลขที่ไม่สื่อความหมาย
เว็บไซต์หลายหน้าจะดูเป็นมืออาชีพเมื่อแต่ละหน้าใช้ระบบการออกแบบเดียวกัน
ควรกำหนดสิ่งต่อไปนี้ให้สม่ำเสมอ
สามารถคัดลอกส่วนหัวและส่วนท้ายจากหน้าต้นแบบ แล้วนำไปใช้ในหน้าอื่นเพื่อลดความคลาดเคลื่อน
เว็บไซต์หลายหน้าต้องตรวจสอบทุกหน้า ไม่ใช่ตรวจเฉพาะหน้าแรก
เช็กรายการต่อไปนี้ในแต่ละหน้า
หากพบปัญหาเพียงหน้าเดียวก็ควรแก้ไขก่อนเผยแพร่ เพราะผู้เข้าชมอาจเข้าหน้านั้นจาก Google โดยไม่ผ่านหน้าแรก
การแยกเนื้อหาเป็นหลายหน้าช่วยให้สามารถกำหนดคำค้นและวัตถุประสงค์ของแต่ละหน้าได้ชัดเจนขึ้น
แต่ละหน้าควรมีหัวข้อหลักต่างกัน เช่น
ไม่ควรสร้างหลายหน้าที่แข่งขันด้วยคำค้นเดียวกันและมีเนื้อหาใกล้เคียงกันมาก
แต่ละหน้าควรมีชื่อแตกต่างกันและอธิบายเนื้อหาอย่างชัดเจน
ตัวอย่าง:
คำอธิบายควรสรุปเนื้อหาและประโยชน์ของหน้านั้นโดยเฉพาะ ไม่ควรคัดลอกคำอธิบายเดียวกันไปใช้ทุกหน้า
URL สั้นช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจและแชร์ได้ง่าย ควรใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเล็กและขีดกลางเมื่อมีหลายคำ
แต่ละหน้าต้องมีเนื้อหาเฉพาะของตัวเอง ไม่ควรคัดลอกข้อความจากหน้าแรกไปวางทั้งย่อหน้าในหน้าบริการ
สร้างลิงก์ระหว่างหน้าเพื่อช่วยให้ผู้เข้าชมหาข้อมูลต่อได้ เช่น จากหน้าบริการไปหน้าผลงาน จากหน้าราคาไปหน้าติดต่อ
อธิบายภาพตามเนื้อหาจริง โดยเฉพาะภาพสินค้า บริการ สถานที่ และผลงาน
เมื่อสร้างครบทุกหน้าแล้ว ให้เปิดโหมด Preview และทดลองใช้งานเหมือนเป็นผู้เข้าชมจริง
ตรวจสอบตั้งแต่
จากนั้นเลือกเผยแพร่เว็บไซต์และเลือกโดเมนที่ต้องการ เช่น โดเมนฟรี โดเมนใหม่ หรือโดเมนที่มีอยู่แล้วตามตัวเลือกที่บัญชีรองรับ
หลังเผยแพร่ต้องเปิด URL จริงของทุกหน้าอีกครั้ง เพื่อค้นหาลิงก์เสีย หน้าเปิดไม่ได้ หรือ URL ที่ตั้งผิด
ไม่ควรแยกหน้าสำหรับเนื้อหาที่มีเพียงไม่กี่บรรทัด หากข้อมูลมีน้อยและเกี่ยวข้องกัน ควรรวมไว้ในหน้าเดียว
ชื่ออย่าง “ข้อมูลเพิ่มเติม” หรือ “หน้าใหม่” ไม่ช่วยให้ผู้เข้าชมหรือเครื่องมือค้นหาเข้าใจเนื้อหา
ทุกหน้าควรมีเมนูหรือโลโก้ที่ช่วยให้ผู้เข้าชมกลับไปหน้าแรกได้ง่าย
หากตำแหน่งหรือรายการเมนูเปลี่ยนไปทุกหน้า ผู้เข้าชมอาจสับสน ควรใช้รูปแบบเดียวกันทั้งเว็บไซต์
แต่ละหน้าควรตอบเจตนาที่แตกต่างกัน การคัดลอกเนื้อหาเดิมจะทำให้หน้าไม่มีคุณค่าเฉพาะ
ทุกหน้าสามารถเป็นหน้าแรกที่ผู้ใช้เข้ามาจาก Google หรือการแชร์ลิงก์ จึงต้องตรวจสอบคุณภาพเท่ากันทั้งหมด
ได้ Canva Website รองรับการจัดทำเว็บไซต์แบบหลายหน้า รวมถึงการกำหนดชื่อและ URL ของแต่ละหน้าในประเภทงานที่รองรับ
สามารถเริ่มสร้างได้ด้วยบัญชีฟรี แต่ตัวเลือก เทมเพลต องค์ประกอบ โดเมน และฟีเจอร์บางอย่างอาจขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและเงื่อนไขปัจจุบัน
ไม่มีรูปแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกเว็บไซต์ หากมีข้อมูลและบริการไม่มาก หน้าเดียวอาจเหมาะกว่า แต่ถ้ามีหลายหัวข้อและต้องการขยายเว็บไซต์ การแยกหลายหน้าจะจัดการได้ง่ายกว่า
ธุรกิจขนาดเล็กอาจเริ่มจากประมาณ 4–7 หน้าหลัก เช่น หน้าแรก เกี่ยวกับ บริการ ผลงาน คำถาม และติดต่อ แล้วเพิ่มหน้าเมื่อมีเนื้อหาที่มีประโยชน์จริง
เว็บไซต์ Canva ที่รองรับหลายหน้าสามารถกำหนดชื่อและเส้นทาง URL ให้แต่ละหน้าได้ ควรใช้ URL สั้นและไม่ซ้ำกัน
ทำได้ในระดับพื้นฐาน โดยควรกำหนดหัวข้อ ชื่อ คำอธิบาย URL และเนื้อหาเฉพาะให้แต่ละหน้า พร้อมเชื่อมโยงหน้าที่เกี่ยวข้องกัน
วิธีสร้างเว็บไซต์หลายหน้าด้วย Canva เริ่มจากวางโครงสร้างหน้า สร้างหน้าแรก เพิ่มหน้าเกี่ยวกับ บริการ ผลงาน ราคา และติดต่อ จากนั้นตั้งชื่อและ URL ของแต่ละหน้า พร้อมสร้างเมนูและลิงก์เชื่อมโยงให้ครบถ้วน
เว็บไซต์หลายหน้าเหมาะกับธุรกิจที่มีหลายบริการหรือมีข้อมูลมากเกินกว่าจะรวมไว้ในหน้าเดียว สิ่งสำคัญคือแต่ละหน้าต้องมีหน้าที่ชัดเจน เนื้อหาไม่ซ้ำกัน เมนูใช้งานง่าย และแสดงผลได้ดีบนโทรศัพท์มือถือ