Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีหาคีย์เวิร์ด YouTube คู่แข่งน้อยแต่คนค้นหาเยอะ ไม่สามารถดูจากตัวเลขเดียวได้ เพราะ YouTube ไม่ได้เปิดเผยจำนวนการค้นหาของทุกคีย์เวิร์ดอย่างเป็นทางการ และคะแนนจากเครื่องมือภายนอกส่วนใหญ่เป็นค่าประมาณ
วิธีที่แม่นยำกว่าคือมองหา คำค้นที่มีหลักฐานว่าผู้ชมสนใจ แต่ผลการค้นหายังไม่มีวิดีโอที่ตอบ Search Intent ได้ดีเพียงพอ โดยตรวจสอบจาก YouTube Autocomplete, Google Trends, ผลการค้นหา, ความคิดเห็น และ YouTube Studio ร่วมกัน
คีย์เวิร์ดลักษณะนี้ควรมีองค์ประกอบสำคัญสองด้าน
จุดสำคัญไม่ใช่หาคำที่ “ไม่มีคู่แข่ง” แต่คือหาคำที่การแข่งขันยังเหมาะสมและมีช่องว่างให้สร้างคำตอบที่ดีกว่า
Long-tail Keyword คือคำค้นที่มีความเฉพาะเจาะจงและมักประกอบด้วยหลายคำ เช่น:
คำค้นแบบยาวมักมีข้อดีดังนี้:
อย่างไรก็ตาม คีย์เวิร์ดยาวมากเกินไปอาจมีผู้ค้นหาน้อย จึงต้องตรวจสอบความต้องการก่อนเลือกใช้
สร้างรายการ Seed Keyword หรือคีย์เวิร์ดตั้งต้นประมาณ 5–10 คำ
ตัวอย่างช่องเกี่ยวกับ YouTube:
อย่าเริ่มจากหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกับความเชี่ยวชาญหรือผู้ชมของช่อง เพราะแม้คีย์เวิร์ดจะมีความสนใจสูง ก็อาจไม่ได้ผู้ชมที่กลับมาดูคลิปอื่น
พิมพ์ Seed Keyword ในช่องค้นหาแล้วดูคำแนะนำที่ปรากฏ
ตัวอย่างจากคำว่า “YouTube Shorts”:
คำที่ระบุปัญหา อุปกรณ์ หรือกลุ่มผู้ใช้ชัดเจน มักแข่งขันง่ายกว่าคำกว้าง
ทดลองเติมตัวอักษรไทยหรืออังกฤษหลังคีย์เวิร์ด เช่น:
หรือใช้รูปแบบ:
ควรเปิดหน้าต่างไม่ระบุตัวตนและตั้งประเทศเป็นประเทศไทย เพื่อลดอิทธิพลจากประวัติการค้นหาส่วนตัว
นำคำที่พบไปตรวจสอบใน Google Trends โดยตั้งค่า:
คำค้นยาวอาจไม่มีข้อมูลเพียงพอ ให้ลองตรวจสอบคำหลักที่กว้างขึ้นหรือเปรียบเทียบคำย่อยทีละกลุ่ม
ตัวเลขใน Google Trends เป็นระดับความสนใจเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่จำนวนครั้งที่มีคนค้นหา
จึงไม่ควรนำค่า 100 ไปสรุปว่ามีผู้ค้นหา 100 ครั้ง และไม่ควรตัดคีย์เวิร์ดค่า 0 ทิ้งทันที
นี่คือขั้นตอนสำคัญที่สุดสำหรับประเมินการแข่งขัน
หากคำกว้างแข่งขันสูง ให้เจาะลงไปที่ปัญหา อุปกรณ์ กลุ่มผู้ชม หรือเงื่อนไขเฉพาะ
Content Gap คือช่องว่างระหว่างสิ่งที่ผู้ชมต้องการกับคุณภาพของผลลัพธ์ที่มีอยู่
คีย์เวิร์ดที่มี Content Gap ชัดอาจมีโอกาสมากกว่าคำที่ปริมาณค้นหาสูงแต่ผลการค้นหาแข็งแรงทุกด้าน
ความคิดเห็นช่วยเปิดเผยคำถามที่เครื่องมือคีย์เวิร์ดอาจไม่แสดง
มองหาคำถาม เช่น:
หากหลายคนถามเรื่องเดียวกันและยังไม่มีคำตอบครบ อาจเป็น Long-tail Keyword ที่มี Intent แข็งแรง
เจ้าของช่องควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้:
คำที่เคยสร้างการเข้าชมให้ช่องแล้วและมีคำถามย่อยต่อยอด มักเหมาะกับการสร้าง Content Cluster
vidIQ, TubeBuddy และเครื่องมือคีย์เวิร์ดอื่นอาจแสดงข้อมูล เช่น:
ตัวเลขจากบริการภายนอกเป็นค่าประมาณและสูตรของแต่ละผู้ให้บริการอาจแตกต่างกัน
ให้ใช้หลายสัญญาณร่วมกัน:
หากพบสัญญาณหลายข้อพร้อมกัน สามารถประเมินได้ว่าหัวข้อนั้นมีความต้องการ แม้ไม่มีจำนวนค้นหาที่แน่นอน
กำหนดคะแนนแต่ละปัจจัยตั้งแต่ 1–5
| ปัจจัย | คะแนนสูงหมายถึง |
|---|---|
| ความต้องการ | มีหลายสัญญาณว่าผู้ชมสนใจ |
| แนวโน้ม | กำลังเพิ่มหรือคงที่ |
| Intent | คำถามชัดเจน |
| Content Gap | ผลลัพธ์เดิมยังตอบไม่ครบ |
| ความเกี่ยวข้อง | ตรงกับผู้ชมของช่อง |
| ศักยภาพระยะยาว | มีโอกาสสร้างยอดดูต่อเนื่อง |
จากนั้นให้คะแนนการแข่งขันแยกต่างหาก โดยคะแนนสูงหมายถึงแข่งขันยาก
คะแนนโอกาส = คะแนนความต้องการ + แนวโน้ม + Intent + Content Gap + ความเกี่ยวข้อง − คะแนนการแข่งขัน
สูตรนี้ไม่ใช่สูตรของ YouTube แต่เป็นกรอบช่วยจัดลำดับคีย์เวิร์ดอย่างมีเหตุผล
| คีย์เวิร์ด | ความต้องการ | การแข่งขัน | Content Gap | การตัดสินใจ |
|---|---|---|---|---|
| คำกว้าง A | สูง | สูงมาก | ต่ำ | หาคำย่อย |
| คำยาว B | ปานกลาง | ต่ำ | สูง | ทำก่อน |
| คำใหม่ C | กำลังเพิ่ม | ต่ำ | สูง | ทำทันที |
| คำเก่า D | คงที่ | ปานกลาง | ปานกลาง | ทำ Evergreen |
| คำ E | ต่ำ | ต่ำ | ต่ำ | ยังไม่ทำ |
คีย์เวิร์ดที่น่าทำที่สุดอาจไม่ใช่คำที่มีความต้องการสูงที่สุด แต่เป็นคำที่มีสมดุลระหว่างความต้องการ การแข่งขัน และความสามารถของช่อง
ช่องใหม่ควรเน้นคีย์เวิร์ดที่:
คำกว้าง: “ตัดต่อวิดีโอ”
เจาะเป็น:
เมื่อเลือกคีย์เวิร์ดแล้ว ควรใช้อย่างเป็นธรรมชาติในตำแหน่งสำคัญ
วางคีย์เวิร์ดหลักใกล้ต้นชื่อและบอกประโยชน์ชัดเจน
อธิบายว่าวิดีโอตอบคำถามอะไร โดยไม่ยัดคีย์เวิร์ดซ้ำ
กล่าวถึงหัวข้อด้วยภาษาธรรมชาติและตอบคำถามหลักตั้งแต่ช่วงต้น
แบ่งขั้นตอนตามหัวข้อที่ผู้ชมต้องการ
เพิ่มคำบรรยายที่ถูกต้องเพื่อให้ผู้ชมติดตามเนื้อหาได้สะดวก
ไม่ควรยัดคีย์เวิร์ดจำนวนมากหรือใช้คำที่ไม่เกี่ยวข้องเพื่อหวังดึงยอดดู
ตรวจสอบหลังเผยแพร่ตามช่วงเวลา เช่น 7 วัน 28 วัน และ 90 วัน
หากมีการแสดงผลแต่ CTR ต่ำ อาจต้องปรับชื่อหรือภาพปก หากผู้ชมคลิกแต่ดูไม่นาน เนื้อหาอาจไม่ตรง Intent หรือเข้าสู่คำตอบช้าเกินไป
YouTube ไม่ได้เปิดตัวเลขค้นหาที่แน่นอนสำหรับทุกคีย์เวิร์ด เครื่องมือภายนอกจึงมักใช้ข้อมูลและสูตรของตนเองเพื่อประมาณค่า
ตรวจสอบว่าผลลัพธ์ตรงคำค้นหรือไม่ วิดีโอเก่าหรือไม่ มีช่องเล็กติดอันดับหรือไม่ และเนื้อหาเดิมยังมี Content Gap หรือเปล่า
ไม่เสมอไป เพราะวิดีโอเพียงไม่กี่คลิปอาจมาจากช่องใหญ่และตอบ Intent ได้ดีมาก ต้องวิเคราะห์คุณภาพของผลลัพธ์ด้วย
ทำได้หากมีสัญญาณจาก Autocomplete, YouTube Studio, ความคิดเห็น หรือผลการค้นหาว่าผู้ชมต้องการคำตอบ
ควรหลีกเลี่ยงคำกว้างที่แข่งขันสูง และเริ่มจากคำยาวที่มี Intent ชัด จากนั้นสร้างเนื้อหาครอบคลุมหลายหัวข้อในหมวดเดียวกัน
ไม่รับประกัน เพราะอันดับยังขึ้นอยู่กับความเกี่ยวข้อง คุณภาพวิดีโอ การคลิก ระยะเวลารับชม และความพึงพอใจของผู้ชม
วิธีหาคีย์เวิร์ด YouTube คู่แข่งน้อยแต่คนค้นหาเยอะ ต้องเริ่มจากขยายคำด้วย YouTube Autocomplete ตรวจสอบแนวโน้มใน Google Trends แล้ววิเคราะห์คุณภาพของวิดีโออันดับต้นบน YouTube
คีย์เวิร์ดที่น่าทำควรมี Search Intent ชัด มีหลักฐานว่าผู้ชมสนใจ และมี Content Gap ที่ช่องสามารถเติมเต็มได้ สำหรับช่องใหม่ ควรเริ่มจาก Long-tail Keyword ที่เจาะปัญหา อุปกรณ์ หรือกลุ่มผู้ชมเฉพาะ แล้วสร้างคำตอบที่ชัดเจนและดีกว่าผลลัพธ์เดิม