Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีดูเทรนด์ YouTube ในประเทศไทยให้แม่นยำ ไม่ควรดูเฉพาะวิดีโอที่ปรากฏบนหน้าแรก เพราะหน้าแรกของแต่ละบัญชีถูกปรับตามประวัติการรับชม การค้นหา ช่องที่ติดตาม และความสนใจส่วนบุคคล จึงไม่ใช่ภาพรวมของผู้ชมไทยทั้งหมด
หากต้องการค้นหาว่า คนไทยกำลังดูอะไร ค้นหาอะไร และคอนเทนต์ประเภทใดกำลังเติบโต ควรตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งร่วมกัน ได้แก่ ผลการค้นหา YouTube, YouTube Charts, YouTube Shorts, Google Trends และข้อมูลผู้ชมใน YouTube Studio
เริ่มต้นจากการตั้งค่าประเทศและภาษาให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้ชมที่ต้องการศึกษา จากนั้นจึงตรวจสอบวิดีโอและคำค้นในแต่ละหมวดหมู่
การเปลี่ยนตำแหน่งที่ตั้งช่วยให้เนื้อหาบางส่วนสอดคล้องกับประเทศไทยมากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้คำแนะนำส่วนบุคคลหายไปทั้งหมด
ชื่อและตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างกันตามระบบปฏิบัติการและเวอร์ชันของแอป หากไม่พบตัวเลือกดังกล่าว ให้ตรวจสอบภาษา ภูมิภาค และตำแหน่งของบัญชี Google เพิ่มเติม
หลังจากตั้งค่าประเทศแล้ว ให้เปิดเมนู สำรวจ เพื่อดูหมวดหมู่คอนเทนต์ที่ YouTube แสดงในขณะนั้น
หมวดที่อาจพบ ได้แก่:
รายการที่ปรากฏอาจเปลี่ยนแปลงตามอุปกรณ์ ประเทศ และช่วงเวลา จึงไม่ควรยึดเมนูใดเมนูหนึ่งเป็นแหล่งข้อมูลเพียงแหล่งเดียว
การค้นหาแบบเจาะจงช่วยให้มองเห็นเทรนด์ในแต่ละหมวดได้ชัดกว่าการเปิดหน้าแรก
หลังค้นหาแล้ว ให้เปิดตัวกรองและเลือกวันที่อัปโหลดเป็น วันนี้ หรือ สัปดาห์นี้ เพื่อหลีกเลี่ยงวิดีโอเก่าที่มียอดดูสะสมสูง
ใช้สูตรต่อไปนี้:
หัวข้อหลัก + กลุ่มเป้าหมาย + ช่วงเวลา
ตัวอย่างเช่น:
วิดีโอที่มียอดดูสูงสุดไม่จำเป็นต้องกำลังเป็นกระแสในปัจจุบัน การกรองตามวันที่จึงสำคัญมาก
จากนั้นเปรียบเทียบยอดดูกับอายุของวิดีโอ เช่น คลิปอายุ 10 ชั่วโมงที่มียอดดู 50,000 ครั้ง อาจกำลังเติบโตเร็วกว่าคลิปอายุหนึ่งเดือนที่มียอดดู 200,000 ครั้ง
ควรตรวจพบสัญญาณอย่างน้อย 3 ข้อก่อนสรุปว่าหัวข้อนั้นกำลังมาแรง
หากพบเพียงวิดีโอเดียวที่มียอดดูสูง อาจเป็นความนิยมของเจ้าของช่อง ไม่ใช่ความนิยมของหัวข้อทั้งหมด
Google Trends ช่วยตรวจสอบว่าความสนใจต่อคำค้นเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามช่วงเวลา โดยสามารถกำหนดประเทศไทยและเลือกประเภทการค้นหาเป็น YouTube Search
ค่าความสนใจใน Google Trends เป็นคะแนนเปรียบเทียบภายในช่วงเวลาและพื้นที่ที่เลือก ไม่ใช่จำนวนการค้นหาจริง
หากต้องการเปรียบเทียบหลายคำ ควรใช้ประเทศ ช่วงเวลา หมวดหมู่ และประเภทการค้นหาเดียวกัน
ส่วนคำค้นที่เกี่ยวข้องใน Google Trends สามารถช่วยค้นหาหัวข้อย่อยที่ผู้ชมเริ่มสนใจได้
คำว่า Breakout โดยทั่วไปสื่อว่าความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่อาจเกิดจากฐานการค้นหาเดิมที่ต่ำ จึงควรตรวจสอบผลการค้นหาบน YouTube เพิ่มเติม
YouTube Shorts เหมาะกับการค้นหากระแสระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะเพลง อาหาร สินค้า เกม การท่องเที่ยว มุกตลก และกิจกรรมที่ผู้ชมสามารถทำตามได้
อย่าตัดสินจากยอดดูของคลิปเดียว เพราะระบบอาจแนะนำคลิปตามความสนใจส่วนบุคคล ควรตรวจสอบหลายช่องและหลายบัญชีหากทำได้
สำหรับเพลง สามารถตรวจสอบจาก YouTube Charts แล้วเลือกประเทศไทย เพื่อดูอันดับและการเปลี่ยนแปลงของเพลงหรือมิวสิกวิดีโอ
ควรพิจารณา:
เพลงที่ยอดดูรวมสูงอาจเป็นเพลงเก่า จึงควรดูวันที่เผยแพร่และอัตราการเพิ่มของยอดดูประกอบ
เลือกช่องในหมวดเดียวกันประมาณ 5–10 ช่อง แล้วตรวจสอบว่าวิดีโอใดทำผลงานสูงกว่าค่าเฉลี่ยของแต่ละช่อง
ตัวอย่างเช่น ช่องหนึ่งมียอดดูเฉลี่ย 10,000 ครั้ง แต่คลิปหัวข้อหนึ่งได้ 100,000 ครั้งภายในสองวัน หัวข้อนั้นอาจกำลังได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
YouTube Autocomplete คือคำแนะนำที่ปรากฏขณะพิมพ์ในช่องค้นหา สามารถใช้หาแนวคิดและคำค้นย่อยได้
ตัวอย่าง:
Autocomplete เป็นแหล่งหาไอเดียที่ดี แต่ลำดับคำแนะนำไม่ใช่รายงานปริมาณการค้นหาอย่างเป็นทางการ
เจ้าของช่องควรให้ความสำคัญกับข้อมูลจากผู้ชมของตนเอง เพราะเทรนด์ระดับประเทศอาจไม่ตรงกับความสนใจของผู้ติดตามช่อง
ใน YouTube Studio ให้ตรวจสอบ:
ชื่อเมนูและข้อมูลที่มองเห็นอาจแตกต่างกันตามช่อง ประเทศ และปริมาณข้อมูลผู้ชม
เทรนด์ประเทศไทยอาจมีขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกเว็บไซต์หรือทุกช่อง YouTube
| ประเภทเทรนด์ | ตัวอย่าง | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| เทรนด์ระดับประเทศ | ข่าวใหญ่ เหตุการณ์สำคัญ | ช่องข่าวและช่องทั่วไป |
| เทรนด์เฉพาะวงการ | AI กล้อง เกม การเงิน | ช่องเฉพาะทาง |
| เทรนด์เฉพาะพื้นที่ | งานประจำจังหวัด ร้านอาหาร | ช่องท้องถิ่น |
| เทรนด์ตามฤดูกาล | สงกรานต์ เปิดเทอม ปีใหม่ | ช่องที่วางแผนล่วงหน้า |
| เทรนด์เฉพาะแพลตฟอร์ม | เพลงหรือชาเลนจ์ใน Shorts | ช่องวิดีโอสั้น |
| เทรนด์ของช่อง | เรื่องที่ผู้ติดตามสนใจ | เจ้าของช่องทุกประเภท |
สำหรับช่องเฉพาะทาง เทรนด์ขนาดเล็กที่ตรงกลุ่มเป้าหมายอาจสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่าเทรนด์ระดับประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับช่อง
เมื่อพบหัวข้อที่กำลังมาแรงแล้ว ให้ตรวจสอบ Search Intent หรือความต้องการที่แท้จริงของผู้ชมก่อนสร้างวิดีโอ
ควรสร้างเนื้อหาที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีมุมมองเฉพาะของตนเอง ไม่ควรคัดลอกคลิป ชื่อเรื่อง หรือภาพปกของคู่แข่ง
| สิ่งที่ต้องตรวจสอบ | คำถาม |
|---|---|
| ความใหม่ | กระแสเพิ่งเกิดหรือใกล้หมดแล้ว |
| การเติบโต | ยอดค้นหาและยอดดูกำลังเพิ่มหรือไม่ |
| ความเกี่ยวข้อง | ตรงกับผู้ชมเดิมของช่องหรือไม่ |
| การแข่งขัน | มีช่องใหญ่ทำเนื้อหาครบแล้วหรือยัง |
| Content Gap | มีคำถามใดที่ยังไม่มีคำตอบ |
| ความน่าเชื่อถือ | ข้อมูลมาจากแหล่งที่ตรวจสอบได้หรือไม่ |
| ความรวดเร็ว | สามารถผลิตคลิปได้ทันกระแสหรือไม่ |
| อายุเนื้อหา | คลิปจะมีคนค้นหาต่อหลังหมดกระแสหรือไม่ |
ระบบการค้นพบคอนเทนต์มาแรงเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา และ YouTube ให้ความสำคัญกับชาร์ตตามหมวดหมู่ การสำรวจ และคำแนะนำเฉพาะบุคคลมากขึ้น จึงควรใช้หลายแหล่งร่วมกันแทนการพึ่งหน้ารวมเพียงหน้าเดียว
บอกได้บางส่วน แต่เป็นข้อมูลที่ปรับตามความสนใจส่วนตัว จึงไม่ใช่ภาพรวมของผู้ชมไทยทั้งหมด
ไม่ใช่ YouTube ยังสามารถแนะนำวิดีโอต่างประเทศตามภาษา ประวัติการรับชม และความสนใจของบัญชีได้
ตรวจสอบกราฟช่วงสั้นใน Google Trends เลือกประเภท YouTube Search แล้วดูคำค้นที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันด้วยจำนวนวิดีโอใหม่และอัตราการเพิ่มของยอดดูบน YouTube
เลือกตามกลุ่มเป้าหมาย หากผู้ชมหลักอยู่ในประเทศไทย ให้เริ่มจากเทรนด์ไทย แต่ควรติดตามเทรนด์โลกเพื่อค้นหาเรื่องที่อาจกำลังเข้าสู่ตลาดไทย
ช่องข่าวหรือช่องตามกระแสควรตรวจสอบทุกวัน ส่วนช่องความรู้และคอนเทนต์ระยะยาวสามารถตรวจสอบสัปดาห์ละ 2–3 ครั้งและวางแผนตามฤดูกาลล่วงหน้าได้
วิธีดูเทรนด์ YouTube ในประเทศไทยให้แม่นยำ ควรเริ่มจากตั้งตำแหน่งเป็นประเทศไทย แล้วตรวจสอบเมนูสำรวจ ผลการค้นหาที่กรองตามวันที่ YouTube Shorts, YouTube Charts, Google Trends และข้อมูลใน YouTube Studio
อย่าตัดสินจากหน้าแรก ยอดดูรวม หรือวิดีโอไวรัลเพียงคลิปเดียว หากหัวข้อเดียวกันมีคำค้นเพิ่ม คลิปใหม่เพิ่ม ยอดดูเติบโต และถูกพูดถึงจากหลายช่องพร้อมกัน จึงมีโอกาสสูงว่าเป็นเทรนด์ที่ผู้ชมไทยกำลังสนใจจริง