วิธีอัปโหลดเพลงและไฟล์เสียงเข้า Canva พร้อมใส่ลงในวิดีโอ

Canva อนุญาตให้นำเพลง เสียงพากย์ เสียงสัมภาษณ์ และเสียงเอฟเฟกต์จากอุปกรณ์มาใช้ในวิดีโอหรืองานนำเสนอได้ หลังอัปโหลดแล้วสามารถวางไฟล์เสียงบน Timeline ตัดความยาว เลื่อนตำแหน่ง และปรับระดับเสียงให้ตรงกับภาพได้

บทความนี้ comsiam จะสอนวิธีอัปโหลดเพลงและไฟล์เสียงเข้า Canva บนคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ พร้อมวิธีจัดการไฟล์บน Timeline และแก้ปัญหาอัปโหลดเสียงไม่ได้หรือดาวน์โหลดแล้วเสียงหาย

Canva อัปโหลดไฟล์เสียงอะไรได้บ้าง

ไฟล์ที่นำเข้า Canva สามารถเป็นเนื้อหาเสียงหลายประเภท เช่น

  • เพลงประกอบ
  • เสียงพากย์
  • เสียงบันทึกจากโทรศัพท์
  • เสียงสัมภาษณ์
  • Podcast
  • เสียงเอฟเฟกต์
  • เสียงบรรยากาศ
  • เสียง Intro และ Outro
  • ไฟล์เสียงจากไมโครโฟน
  • เพลงที่สร้างขึ้นเอง

รูปแบบที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ MP3 และ WAV หาก Canva ไม่รองรับไฟล์เดิมหรืออัปโหลดไม่สำเร็จ สามารถแปลงเป็น MP3 แล้วทดลองอีกครั้ง

ข้อจำกัดเกี่ยวกับรูปแบบและขนาดไฟล์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อความที่ Canva แสดงเมื่ออัปโหลดในบัญชีของตนเอง

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนอัปโหลดเพลง

ตรวจสอบว่าไฟล์เปิดได้

ทดลองเปิดและเล่นไฟล์บนคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ก่อน หากอุปกรณ์เล่นไม่ได้ ไฟล์อาจเสียหายหรือใช้รูปแบบที่ไม่รองรับ

ตั้งชื่อไฟล์ให้เข้าใจง่าย

ควรตั้งชื่อให้บอกหน้าที่ของเสียง เช่น

  • intro-music
  • background-music
  • voiceover-01
  • product-sound
  • outro-music

หลีกเลี่ยงชื่อไฟล์ยาวมากหรือมีสัญลักษณ์พิเศษจำนวนมาก เพราะอาจทำให้จัดการไฟล์ได้ยาก

ตรวจสอบคุณภาพเสียง

ควรฟังว่าเสียงมีความดังเพียงพอ ไม่มีเสียงแตก และไม่มีเสียงรบกวนมากเกินไป หากเป็นเสียงพากย์ควรแก้ไขเสียงก่อนอัปโหลดเมื่อต้องการคุณภาพสูง

ตรวจสอบสิทธิ์การใช้งาน

ต้องเป็นไฟล์ที่สร้างเอง ได้รับอนุญาต หรือมีใบอนุญาตครอบคลุมการใช้งานตามวัตถุประสงค์ การมีไฟล์เพลงอยู่ในเครื่องไม่ได้แปลว่ามีสิทธิ์นำไปใช้ในวิดีโอสาธารณะหรือโฆษณา

วิธีอัปโหลดเพลงเข้า Canva บนคอมพิวเตอร์

① เปิดงานที่ต้องการ

เข้าสู่ระบบ Canva แล้วสร้างงานวิดีโอใหม่หรือเปิดงานเดิม ควรตัดต่อและเรียงคลิปให้ใกล้เสร็จก่อน เพื่อให้ทราบความยาวของเพลงที่ต้องใช้

② เปิดเมนูอัปโหลด

เลือก Uploads หรืออัปโหลดจากแถบด้านข้าง แล้วเลือกปุ่มอัปโหลดไฟล์

ตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามประเภทงานและหน้าตาของ Canva

③ เลือกไฟล์เสียง

ค้นหาไฟล์เพลงจากคอมพิวเตอร์ เลือกไฟล์แล้วกดเปิด สามารถเลือกหลายไฟล์พร้อมกันได้หากต้องการใช้เพลงและเสียงหลายส่วน

④ รอให้อัปโหลดเสร็จ

อย่าปิดหน้าเว็บขณะที่ไฟล์ยังอัปโหลดไม่ครบ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดไฟล์และความเร็วอินเทอร์เน็ต

หลังอัปโหลดสำเร็จ ไฟล์ควรปรากฏในส่วนไฟล์อัปโหลดหรือหมวดเสียงของโปรเจกต์

⑤ เพิ่มเพลงลงใน Timeline

คลิกไฟล์เสียงหรือลากไปยัง Timeline เพลงจะปรากฏเป็นแถบเสียงด้านล่างวิดีโอ สามารถเลื่อนไปยังจุดเริ่มต้นที่ต้องการได้

⑥ กดเล่นเพื่อตรวจสอบ

เปิดวิดีโอตั้งแต่ก่อนจุดเริ่มเพลง ตรวจสอบว่าเพลงเริ่มตรงเวลา ระดับเสียงเหมาะสม และไม่กลบเสียงพูด

วิธีลากไฟล์เพลงเข้า Canva โดยตรง

บนคอมพิวเตอร์สามารถเปิดโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ จากนั้นลากไฟล์เสียงมาวางในหน้าแก้ไข Canva ได้ในบางกรณี

หลังลากไฟล์ควรรอให้การอัปโหลดเสร็จ แล้วตรวจว่าไฟล์ปรากฏในพื้นที่อัปโหลดและ Timeline อย่างถูกต้อง

หากลากแล้วไม่มีการตอบสนอง ให้ใช้เมนู Upload files แทน เพราะเบราว์เซอร์หรือการตั้งค่าบางอย่างอาจไม่รองรับการลากไฟล์โดยตรง

วิธีอัปโหลดเพลงเข้า Canva บนมือถือ

สามารถทำผ่านแอป Canva บน Android และ iPhone ได้ตามขั้นตอนทั่วไปดังนี้

  1. เปิดแอป Canva
  2. เปิดหรือสร้างงานวิดีโอ
  3. แตะปุ่มเพิ่มองค์ประกอบ
  4. เลือกอัปโหลดหรือไฟล์
  5. เลือกไฟล์เสียงจากโทรศัพท์
  6. รอให้อัปโหลดเสร็จ
  7. แตะไฟล์เพื่อเพิ่มลงในงาน
  8. เลือกแถบเสียงบน Timeline
  9. ตัด เลื่อน และปรับระดับเสียง
  10. กดเล่นเพื่อตรวจสอบ

หากมองไม่เห็นไฟล์ ให้ตรวจแอปจัดการไฟล์ โฟลเดอร์ดาวน์โหลด และสิทธิ์ที่ Canva ใช้เข้าถึงไฟล์ในโทรศัพท์

วิธีอัปโหลดเสียงพากย์เข้า Canva

① บันทึกเสียง

ใช้แอปบันทึกเสียงบนโทรศัพท์หรือโปรแกรมบันทึกบนคอมพิวเตอร์ ควรบันทึกในห้องเงียบและวางไมโครโฟนห่างจากปากอย่างเหมาะสม

② ตรวจและตั้งชื่อไฟล์

ฟังเสียงทั้งหมดก่อนอัปโหลด ตัดช่วงว่างหรือเสียงผิดพลาดหากจำเป็น แล้วตั้งชื่อตามลำดับ เช่น voice-01, voice-02 และ voice-03

③ อัปโหลดเข้าโปรเจกต์

เปิดเมนูอัปโหลด เลือกไฟล์เสียงพากย์ทั้งหมด แล้วรอจนดำเนินการเสร็จ

④ วางเสียงตามฉาก

ลากเสียงแต่ละไฟล์ลงบน Timeline แล้วเลื่อนให้ตรงกับภาพหรือข้อความที่เกี่ยวข้อง

⑤ ปรับเพลงให้อยู่เบื้องหลัง

หากมีเพลงประกอบ ให้ลดระดับเพลงลงเพื่อให้เสียงพากย์ชัดเจน และทดลองฟังผ่านโทรศัพท์ก่อนดาวน์โหลดฉบับจริง

วิธีตัดเพลงหลังอัปโหลด

ตัดช่วงต้นและท้าย

เลือกแถบเสียงแล้วลากขอบซ้ายหรือขวา เพื่อตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก เหมาะกับการเลือกเฉพาะท่อนเพลงที่ต้องการใช้

เลือกจุดเริ่มของเพลง

เลื่อนแถบเสียงบน Timeline เพื่อกำหนดว่าเพลงจะเริ่มตรงกับฉากใด หากเพลงมีช่วงเกริ่นยาว อาจเลือกให้เริ่มจากท่อนที่มีจังหวะชัดกว่า

ตัดให้พอดีกับวิดีโอ

ทำให้ปลายเพลงตรงกับฉากสุดท้าย หากมีเครื่องมือ Fade Out สามารถใช้เพื่อให้เพลงค่อย ๆ เบาลงแทนการหยุดกะทันหัน

วิธีใช้เพลงหลายไฟล์ในวิดีโอเดียว

สามารถเพิ่มเพลงมากกว่าหนึ่งไฟล์ลงบน Timeline แล้วจัดให้เล่นต่อกันได้

เลือกเพลงที่เข้ากัน

เพลงควรมีอารมณ์ จังหวะ หรือแนวดนตรีใกล้เคียงกัน หากเปลี่ยนอารมณ์ตามเนื้อหา ควรเลือกรอยต่อที่เหมาะสม เช่น จุดเปลี่ยนหัวข้อหรือสถานที่

ตรวจระดับเสียง

ไฟล์เพลงแต่ละเพลงอาจมีระดับความดังไม่เท่ากัน ต้องปรับทีละแทร็กเพื่อไม่ให้เสียงดังหรือเบากะทันหันเมื่อเปลี่ยนเพลง

ตรวจรอยต่อ

กดเล่นก่อนจบเพลงแรกไปจนถึงต้นเพลงถัดไป หากรอยต่อไม่เป็นธรรมชาติ ให้เลือกจุดตัดใหม่หรือใช้การค่อย ๆ ลดและเพิ่มเสียงเมื่อเครื่องมือรองรับ

วิธีปรับระดับเสียงเพลงใน Canva

เลือกแถบเพลง แล้วเปิด Volume หรือระดับเสียง จากนั้นปรับตามลักษณะของงาน

วิดีโอไม่มีเสียงพูด

สามารถใช้เพลงในระดับที่ชัดขึ้นได้ แต่ไม่ควรดังจนเกิดเสียงแตกหรือทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่สบาย

วิดีโอมีเสียงพูด

ลดเพลงให้อยู่ด้านหลัง เสียงบรรยายต้องชัดทุกคำ ควรเลือกเพลงบรรเลงที่ไม่มีเสียงร้องเพื่อไม่ให้แข่งขันกับคำพูด

วิดีโอมีเสียงเอฟเฟกต์

ปรับเพลงให้เบาลงในช่วงที่มีเสียงสำคัญ เช่น เสียงเปิดสินค้า เสียงแจ้งเตือน หรือเสียงเหตุการณ์จริง

ไม่มีตัวเลขระดับเสียงที่เหมาะกับทุกไฟล์ เพราะเพลงและเสียงพากย์แต่ละไฟล์ถูกบันทึกมาด้วยความดังต่างกัน ต้องทดลองฟังเป็นหลัก

วิธีจัดเพลงให้ตรงกับวิดีโอ

ใช้ Timeline แบบขยาย

ขยายมุมมองเพื่อให้เห็นจุดเริ่มและจุดสิ้นของคลิปกับเสียงได้ชัด ช่วยจัดจังหวะได้แม่นยำขึ้น

เปลี่ยนภาพตามจังหวะเพลง

เลือกจังหวะสำคัญของเพลงเป็นจุดตัดหรือเปลี่ยนฉาก เหมาะกับวิดีโอสินค้า ท่องเที่ยว และคลิปสั้น

ใช้ Beat Sync หากมี

บัญชีหรือประเภทงานบางแบบอาจมี Beat Sync ช่วยจัดภาพให้ตรงกับจังหวะเพลง หลังใช้งานต้องตรวจว่าข้อความยังแสดงนานพอและลำดับคลิปถูกต้อง

อย่าปรับภาพจนเสียเนื้อหา

จังหวะเพลงควรช่วยสนับสนุนวิดีโอ ไม่ควรตัดข้อมูลสำคัญออกเพียงเพื่อให้ทุกฉากตรงกับเสียงดนตรี

วิธีดาวน์โหลดวิดีโอให้เพลงติดไปด้วย

เมื่อแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้

  1. กดเล่นวิดีโอตั้งแต่ต้นจนจบ
  2. ตรวจจุดเริ่มและจุดจบของเพลง
  3. ตรวจระดับเสียง
  4. ตรวจว่าเสียงพูดฟังชัด
  5. เลือกแชร์
  6. เลือกดาวน์โหลด
  7. เลือก MP4 Video
  8. เลือกทุกหน้าที่ต้องการ
  9. กดดาวน์โหลด
  10. เปิดไฟล์จริงเพื่อตรวจเสียงอีกครั้ง

JPG และ PNG ไม่รองรับเสียง ส่วน GIF เป็นภาพเคลื่อนไหวที่ไม่มีเสียง หากต้องการเก็บเพลงไว้ต้องเลือก MP4 หรือรูปแบบวิดีโอที่รองรับ

ข้อควรรู้เรื่องลิขสิทธิ์เพลงที่อัปโหลด

Canva เป็นเครื่องมือสำหรับนำไฟล์มาสร้างงาน แต่ไม่ได้ทำให้ผู้ใช้งานได้รับลิขสิทธิ์ของเพลงที่อัปโหลดโดยอัตโนมัติ

ก่อนนำวิดีโอไปเผยแพร่ควรตรวจสอบว่า

  • เป็นเพลงที่แต่งหรือบันทึกเอง
  • ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
  • มีใบอนุญาตสำหรับใช้บนแพลตฟอร์มเป้าหมาย
  • สามารถใช้เชิงพาณิชย์หรือโฆษณาได้
  • สามารถใช้กับวิดีโอที่สร้างรายได้ได้
  • ใบอนุญาตยังไม่หมดอายุหรือถูกยกเลิก
  • มีหลักฐานการซื้อหรือการอนุญาตเก็บไว้

การซื้อเพลงเพื่อฟังหรือสมัครบริการสตรีมมิงไม่ได้หมายความว่าจะนำเพลงนั้นมาใส่วิดีโอสาธารณะได้เสมอไป

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

Canva อัปโหลดเพลงไม่ได้

ตรวจสอบว่าไฟล์เปิดได้ รูปแบบรองรับ อินเทอร์เน็ตเสถียร และบัญชีมีพื้นที่เพียงพอ หากยังไม่ได้ ให้แปลงไฟล์เป็น MP3 แล้วลองอัปโหลดใหม่

ไฟล์เสียงไม่ปรากฏ

รีเฟรชส่วนอัปโหลด รอให้กระบวนการเสร็จ หรือค้นหาในหมวดเสียงของโปรเจกต์ ตรวจสอบด้วยว่าเข้าสู่ระบบบัญชีเดียวกับที่ใช้อัปโหลด

ไฟล์ค้างระหว่างอัปโหลด

ตรวจอินเทอร์เน็ต ลดขนาดไฟล์ ปิดแท็บที่ไม่จำเป็น และทดลองอัปโหลดทีละไฟล์

อัปโหลดบนมือถือไม่ได้

ตรวจสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ของแอป Canva ย้ายไฟล์ไปยังโฟลเดอร์ดาวน์โหลด และทดลองเปิดไฟล์ด้วยแอปอื่นก่อน

เพิ่มเพลงแล้วไม่มีเสียง

ตรวจระดับเสียงของเพลงและอุปกรณ์ ตรวจว่าปิดเสียงแทร็กไว้หรือไม่ และเลื่อน Timeline ไปยังช่วงที่มีเพลง

เสียงไม่ตรงกับภาพ

ขยาย Timeline แล้วเลื่อนแถบเสียงให้ตรงกับฉาก หากมีการตัดหรือย้ายคลิปหลังใส่เพลง ต้องจัดตำแหน่งเสียงใหม่

ดาวน์โหลดแล้วเพลงหาย

ตรวจว่าเลือก MP4 Video และเลือกทุกหน้าที่มีเสียง รอให้ไฟล์อัปโหลดกับการบันทึกงานเสร็จก่อนดาวน์โหลดใหม่

ถูกแจ้งเตือนเรื่องลิขสิทธิ์

หยุดใช้เพลงที่ไม่มีสิทธิ์ชัดเจน เปลี่ยนเป็นเพลงที่สร้างเองหรือมีใบอนุญาตเหมาะสม และเก็บหลักฐานสิทธิ์ไว้

คำถามที่พบบ่อย

อัปโหลดเพลงของตัวเองเข้า Canva ได้ไหม

ได้ โดยเปิดเมนูอัปโหลด เลือกไฟล์เสียงจากอุปกรณ์ แล้วเพิ่มลงบน Timeline ของงาน

อัปโหลดเพลงเข้า Canva ฟรีหรือไม่

สามารถอัปโหลดไฟล์ของตนเองได้ แต่ข้อจำกัดด้านพื้นที่ รูปแบบ ขนาดไฟล์ และเครื่องมือบางอย่างอาจขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ

ไฟล์เสียงควรเป็นนามสกุลอะไร

MP3 และ WAV เป็นรูปแบบที่ใช้กันทั่วไป หากไฟล์เดิมอัปโหลดไม่ได้ ควรแปลงเป็น MP3 แล้วลองใหม่

ใส่ไฟล์เสียงหลายไฟล์ได้ไหม

ได้ สามารถเพิ่มเพลง เสียงพากย์ และเสียงเอฟเฟกต์หลายไฟล์ แล้วจัดตำแหน่งบน Timeline ตามต้องการ

อัปโหลดเพลงจากโทรศัพท์ได้ไหม

ได้ผ่านแอป Canva หากแอปมีสิทธิ์เข้าถึงไฟล์และไฟล์นั้นอยู่ในตำแหน่งที่เลือกได้

เพลงที่อัปโหลดใช้ลง YouTube ได้ไหม

ได้เฉพาะเมื่อมีสิทธิ์ใช้งานเพลงนั้นอย่างเหมาะสม การอัปโหลดสำเร็จไม่ได้รับรองว่าจะไม่ถูกตรวจพบหรือร้องเรียนเรื่องลิขสิทธิ์

สรุป

วิธีอัปโหลดเพลงเข้า Canva คือเปิดเมนูอัปโหลด เลือกไฟล์เสียงจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ รอจนไฟล์เข้าระบบ แล้วนำไปวางบน Timeline จากนั้นสามารถตัด เลื่อน และปรับระดับเสียงให้เหมาะกับวิดีโอได้

ก่อนเผยแพร่ต้องตรวจสอบสิทธิ์ของเพลงและทดลองฟังไฟล์หลังดาวน์โหลด โดยเลือก MP4 Video เพื่อรักษาเสียงไว้ หากอัปโหลดไม่ได้ให้ตรวจรูปแบบ ขนาด ความสมบูรณ์ของไฟล์ และอินเทอร์เน็ต ติดตามคู่มือ Canva เพิ่มเติมได้ที่ comsiam