Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากคุณใช้ Google Gemini เป็นประจำ ไม่ว่าจะถามคำถามทั่วไป อัปโหลดไฟล์ วิเคราะห์รูปภาพ ใช้ Gemini Live หรือเชื่อมต่อกับบริการ Google ต่าง ๆ คำถามสำคัญที่ควรรู้คือ Gemini เก็บข้อมูลอะไรของเราไว้บ้าง?
หลายคนเข้าใจว่าข้อมูลที่ Gemini เก็บมีเพียงข้อความที่พิมพ์เข้าไป แต่ในความเป็นจริง Google ระบุว่าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Gemini Apps มีหลายประเภท ตั้งแต่พรอมต์ ไฟล์ รูปภาพ ข้อมูลจากอุปกรณ์ ข้อมูลตำแหน่ง ข้อมูลจาก Connected Apps ไปจนถึงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานบริการ
ดังนั้น หากคุณกำลังใช้ Gemini กับข้อมูลส่วนตัว เอกสารงาน หรือข้อมูลสำคัญ การเข้าใจว่าข้อมูลประเภทใดอาจถูกเก็บและจัดการอย่างไรจึงเป็นเรื่องที่ควรรู้
บทความนี้จะสรุปให้เข้าใจง่ายว่า Gemini เก็บข้อมูลอะไรของผู้ใช้บ้าง Google อาจนำข้อมูลไปใช้อย่างไร ข้อมูลถูกเก็บไว้นานแค่ไหน และผู้ใช้สามารถควบคุมหรือลบข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างไร
หมายเหตุ: รายละเอียดด้านล่างอ้างอิงข้อมูลจาก Gemini Apps Privacy Hub และ Gemini Apps Help ของ Google ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อฟีเจอร์และนโยบายของ Gemini มีการอัปเดต
มีการเก็บและประมวลผลข้อมูลบางประเภทเมื่อคุณใช้งาน Gemini แต่ประเภทและระยะเวลาที่ข้อมูลถูกเก็บขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน การตั้งค่าบัญชี ฟีเจอร์ที่เลือกใช้ และบริการที่เชื่อมต่อ
Google แบ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Gemini Apps ออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เช่น
Google ระบุอย่างชัดเจนว่า เมื่อผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้ Gemini Apps ระบบจะประมวลผลข้อมูลตาม Gemini Apps Privacy Notice และ Google Privacy Policy
เก็บและประมวลผลข้อความที่คุณส่งให้ Gemini เพื่อให้บริการ
ข้อมูลกลุ่มนี้รวมถึง
ตัวอย่างเช่น หากคุณพิมพ์ว่า
“ช่วยสรุปรายงานนี้เป็นภาษาไทย”
ข้อความดังกล่าวถือเป็นข้อมูลที่คุณให้กับ Gemini
เช่นเดียวกับการพิมพ์ข้อมูลส่วนตัวลงไปว่า
“ช่วยเขียนอีเมลถึงคุณ A เรื่องนัดประชุมวันศุกร์”
ข้อมูลเหล่านี้จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงคำถามชั่วคราวโดยอัตโนมัติ เพราะการเก็บข้อมูลจะขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและรูปแบบการใช้งานของบัญชี
หากเปิด Keep Activity อยู่ Gemini Apps Activity สามารถเก็บกิจกรรมเหล่านี้ไว้ใน Google Account ของคุณได้
ได้
Google ระบุว่าข้อมูลที่ผู้ใช้แชร์กับ Gemini สามารถรวมถึง
ดังนั้น หากคุณอัปโหลด PDF เอกสาร Word ตารางข้อมูล หรือรูปภาพเพื่อให้ Gemini วิเคราะห์ ควรถือว่าข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลที่คุณกำลังส่งให้บริการ AI ประมวลผล
ก่อนอัปโหลดไฟล์ ให้ตรวจสอบว่าไฟล์มีข้อมูลประเภทนี้หรือไม่
| ข้อมูลในไฟล์ | ควรระวัง |
|---|---|
| ชื่อ-นามสกุล | สูง |
| เบอร์โทรศัพท์ | สูง |
| ที่อยู่ | สูง |
| เลขบัตรประชาชน | สูงมาก |
| ข้อมูลบัญชีธนาคาร | สูงมาก |
| รหัสผ่าน | สูงมาก |
| เอกสารภายในบริษัท | สูงมาก |
| ข้อมูลลูกค้า | สูงมาก |
| เอกสารทั่วไป | ขึ้นอยู่กับเนื้อหา |
หลักง่าย ๆ คือ ถ้าข้อมูลไม่ควรถูกส่งให้บริการภายนอก ก็ไม่ควรนำมาใส่ใน Gemini โดยไม่ตรวจสอบก่อน
Gemini Live มีข้อมูลอีกประเภทที่แตกต่างจากการพิมพ์ข้อความทั่วไป เพราะ Google ระบุว่า Gemini Apps สามารถประมวลผล การบันทึกและ Transcript ของการโต้ตอบกับ Gemini Live รวมถึงเสียง วิดีโอ และการแชร์หน้าจอที่ผู้ใช้แชร์กับ Live
ดังนั้น เมื่อใช้ Gemini Live ควรเข้าใจว่าข้อมูลไม่ได้มีเพียงข้อความตอบกลับเท่านั้น
อาจเกี่ยวข้องกับ
Google ยังระบุว่าการตั้งค่าบางอย่างสามารถควบคุมการนำข้อมูลเสียงและวิดีโอของ Gemini Live ไปใช้เพื่อพัฒนา Google Services ได้
หากต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ควรตรวจสอบการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องก่อนใช้ Gemini Live โดยเฉพาะเมื่อมีบุคคลอื่นหรือข้อมูลสำคัญอยู่ในภาพหรือเสียง
อาจเก็บและประมวลผลข้อมูลจากแอปที่คุณเชื่อมต่อกับ Gemini
ตัวอย่างเช่น หากบัญชีและฟีเจอร์ของคุณรองรับการเชื่อมต่อบริการต่าง ๆ Gemini อาจทำงานร่วมกับข้อมูลจากบริการที่เชื่อมต่อเพื่อให้คำตอบเฉพาะบุคคลหรือช่วยทำงานให้คุณ
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาจมาจาก
Google ระบุว่าข้อมูลที่แลกเปลี่ยนระหว่าง Gemini กับ Connected Apps อาจรวมถึงข้อมูลจากแชต อุปกรณ์ การตั้งค่า ตำแหน่ง รวมถึงข้อมูลและเนื้อหาจากแอปที่เชื่อมต่อ เช่น อีเมล ไฟล์ กิจกรรม รูปภาพ และวิดีโอ
การเชื่อมต่อแอปทำให้ Gemini สามารถช่วยงานได้มากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็หมายความว่า ขอบเขตของข้อมูลที่ Gemini สามารถนำมาใช้ประกอบงานกว้างขึ้นตามบริการที่คุณอนุญาต
ตัวอย่างเช่น การเชื่อมต่อ Google Photos ย่อมแตกต่างจากการใช้ Gemini โดยไม่เชื่อมต่อข้อมูลจาก Photos
ดังนั้น ไม่ควรเปิด Connected Apps ทุกตัวโดยไม่ตรวจสอบว่าจำเป็นหรือไม่
อาจมีการประมวลผลข้อมูลจากแอป Browser และอุปกรณ์ที่ใช้ Gemini โดยประเภทข้อมูลขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง
Google ระบุข้อมูลตัวอย่าง เช่น
บน Android Gemini ยังสามารถทำงานร่วมกับความสามารถของ Google app และสิทธิ์ต่าง ๆ ของอุปกรณ์ เช่น กล้อง ไมโครโฟน รายชื่อติดต่อ หรือตำแหน่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและสิทธิ์ของอุปกรณ์
มีการประมวลผลข้อมูลตำแหน่งเพื่อช่วยให้ Gemini ตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ได้
Google ระบุว่า Gemini Apps สามารถใช้ข้อมูลพื้นที่ทั่วไปจาก
เพื่อให้คำตอบที่เกี่ยวข้องกับสถานที่มากขึ้น เช่น การถามสภาพอากาศ
ในกรณีที่ผู้ใช้อนุญาต Gemini ยังสามารถประมวลผล ตำแหน่งที่แม่นยำจากอุปกรณ์ ได้ เช่น เมื่อถามหาร้านกาแฟที่อยู่ใกล้ที่สุด
อย่างไรก็ตาม Google ระบุว่าตำแหน่งที่แม่นยำซึ่งประมวลผลด้วยสิทธิ์จากอุปกรณ์หรือ Browser จะไม่ถูกเก็บไว้ใน Gemini Apps Activity ในรูปแบบตำแหน่งแม่นยำ โดยข้อมูลตำแหน่งที่จัดเก็บใน Activity จะถูกทำให้เป็นพื้นที่ทั่วไปมากขึ้น
ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ที่คุณใช้
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Gemini in Chrome
เมื่อใช้ Gemini in Chrome Google ระบุว่า Gemini สามารถประมวลผล
ดังนั้นการใช้ Gemini ใน Browser ไม่ควรคิดว่าเป็นเพียงการส่งข้อความให้ AI เท่านั้น เพราะบางฟีเจอร์จำเป็นต้องเข้าถึงบริบทจากหน้าเว็บเพื่อทำงานตามคำสั่งของผู้ใช้
หากใช้ฟีเจอร์ที่ให้ Gemini ทำงานกับเว็บไซต์ ข้อมูลจากเว็บไซต์อาจถูกประมวลผลเพื่อให้ Gemini ทำงานตามคำสั่ง
ตัวอย่างเช่น การใช้ Gemini ใน Chrome เพื่อวิเคราะห์หน้าเว็บที่เปิดอยู่
Google ระบุว่าเมื่อใช้ Gemini in Chrome ระบบจะเก็บและประมวลผล Page Content และ URL ของแท็บที่ผู้ใช้แชร์กับ Gemini
นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ควรระวังเมื่อเปิดหน้าที่มีข้อมูลลับ เช่น
ก่อนให้ AI วิเคราะห์หน้าเว็บ ควรตรวจสอบก่อนว่าหน้านั้นมีข้อมูลที่ไม่ควรถูกประมวลผลหรือไม่
Google ระบุว่า Gemini Apps ยังมีการประมวลผล Content ที่ Gemini สร้างขึ้น ซึ่งอาจรวมถึง
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนทางเทคโนโลยีที่ระบบใช้เพื่อทำงานหรือประมวลผลคำขอ เช่นข้อมูลเกี่ยวกับ Model Thinking Steps ตามที่ Google ระบุไว้ใน Privacy Notice
ดังนั้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Gemini ไม่ได้มีเพียงสิ่งที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไปเท่านั้น
เก็บ
หากคุณกด Feedback หรือส่งความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ Gemini ข้อมูล Feedback จะเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ Google ระบุว่าเก็บและประมวลผล
ในบางกรณี Feedback อาจมาพร้อมกับบริบทที่จำเป็นเพื่อทำความเข้าใจว่าปัญหาเกิดขึ้นอย่างไร
ดังนั้นก่อนกดส่ง Feedback ควรตรวจสอบข้อมูลที่ระบบแสดงให้เห็นว่ามีบริบทหรือเนื้อหาใดถูกส่งไปด้วยหรือไม่
นอกจากเนื้อหาของแชต Google ยังระบุถึงข้อมูลที่เกิดจากการใช้งานแอป Browser และอุปกรณ์ เช่น
ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการให้บริการ การวัดประสิทธิภาพ การแก้ไขปัญหา และการรักษาความปลอดภัยของระบบ
นี่เป็นหนึ่งในการตั้งค่าที่ผู้ใช้ Gemini ควรรู้จักมากที่สุด
เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ Gemini และเปิด Keep Activity Google ระบุว่ากิจกรรม Gemini Apps จะถูกจัดเก็บไว้ใน Google Account และสามารถตรวจสอบหรือลบได้จาก Gemini Apps Activity
กิจกรรมที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึง
ดังนั้นการเปิดหรือปิด Keep Activity เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควรตรวจสอบหากคุณให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว
ไม่ควรตีความว่าปิด Keep Activity แล้วข้อมูลจะไม่ถูกประมวลผลใด ๆ
Google ระบุว่าเมื่อ Keep Activity ปิดอยู่ แชตบางประเภทจะยังถูกเก็บไว้กับบัญชีเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้บริการทำงานและเพื่อความปลอดภัยของระบบ
สำหรับ Temporary Chats และแชตที่เกิดขึ้นขณะที่ Keep Activity ปิด Google ระบุว่าข้อมูลจะถูกเก็บไว้กับบัญชีเป็นเวลา 72 ชั่วโมง เพื่อวัตถุประสงค์ เช่น การตอบกลับและการปกป้อง Google ผู้ใช้ และสาธารณะ
ดังนั้น
ปิด Keep Activity ≠ ไม่มีการประมวลผลหรือไม่มีการเก็บข้อมูลเลย
แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีจัดการและการใช้กิจกรรมในระบบตามเงื่อนไขที่ Google ระบุ
ระยะเวลาการเก็บข้อมูล ไม่ได้มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกข้อมูล
Google ระบุว่าระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทข้อมูลและวิธีที่ข้อมูลถูกนำไปใช้
สำหรับ Gemini Apps Activity ผู้ใช้สามารถตั้งค่า Auto-delete ได้ โดยตัวเลือกที่ Google ระบุในปัจจุบัน ได้แก่
ค่าเริ่มต้นที่ระบุใน Gemini Apps Activity คือ 18 เดือน แต่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้
ไม่ควรคิดว่าการกดลบหมายความว่าข้อมูลทุกสำเนาหายจากทุกระบบในทันที
Google ระบุว่าข้อมูลบางประเภทอาจถูกเก็บไว้นานกว่านั้นด้วยเหตุผลด้านธุรกิจ กฎหมาย ความปลอดภัย การป้องกันการฉ้อโกงและการใช้งานในทางที่ผิด หรือข้อกำหนดด้านการเก็บบันทึกบางประเภท
นอกจากนี้ ข้อมูลแชตที่ผ่านการตรวจสอบโดย Human Reviewers และข้อมูลที่เกี่ยวข้องบางส่วนอาจมีระยะเวลาการเก็บรักษาแตกต่างจาก Activity ปกติ
Google ระบุว่าสามารถใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Gemini เพื่อวัตถุประสงค์ เช่น
รายละเอียดว่าข้อมูลประเภทใดอาจถูกใช้เพื่อพัฒนา AI หรือโมเดล รวมถึงเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่ควรแยกศึกษาเพิ่มเติมจากประเด็น “Gemini เก็บข้อมูลอะไร” โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจเรื่องการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนา AI ได้ชัดเจนกว่าเดิม
Google ระบุว่าในบางกรณีข้อมูลจาก Gemini Apps อาจถูกตรวจสอบโดย Human Reviewers เพื่อช่วยรักษาและพัฒนาบริการ
จุดนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ใช้ Gemini กับข้อมูลละเอียดอ่อน เพราะไม่ควรถือว่าข้อมูลที่ส่งให้ AI จะถูกอ่านโดยระบบอัตโนมัติเพียงอย่างเดียวในทุกกรณี
Google ระบุว่าข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบอาจถูกแยกออกจากบัญชี และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบอาจถูกเก็บไว้ได้นานถึง 3 ปีตามเงื่อนไขที่ระบุใน Privacy Hub
เพราะฉะนั้น ถ้าข้อมูลเป็นความลับระดับสูง เช่น ความลับทางธุรกิจ ข้อมูลลูกค้า หรือข้อมูลที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมาย ควรมีนโยบายภายในองค์กรก่อนนำข้อมูลเหล่านั้นเข้า Gemini
| ประเภทข้อมูล | ตัวอย่าง |
|---|---|
| Prompt | คำถามและคำสั่งที่พิมพ์ |
| Voice Input | สิ่งที่พูดกับ Gemini |
| Files | PDF เอกสาร และไฟล์ต่าง ๆ |
| Photos | รูปภาพที่อัปโหลด |
| Videos | วิดีโอที่แชร์ |
| Screenshare | หน้าจอที่แชร์ |
| Gemini Live | Audio, Video และ Transcript |
| Feedback | ความคิดเห็นที่ส่งให้ Google |
| Connected Apps | ข้อมูลจากแอปที่เชื่อมต่อ |
| Browser | ข้อมูลหน้าเว็บและ URL ในฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้อง |
| Device | ประเภทอุปกรณ์ ระบบ และข้อมูลการใช้งาน |
| Location | พื้นที่ทั่วไปหรือข้อมูลตำแหน่งตามสิทธิ์ |
| Subscription | ข้อมูลเกี่ยวกับแพ็กเกจ Google AI |
| Generated Content | สิ่งที่ Gemini สร้างขึ้น |
| Usage Data | Logs, Performance และ Crash Data |
รายการนี้เป็นการสรุปจากหมวดข้อมูลที่ Google ระบุใน Gemini Apps Privacy Notice ไม่ได้หมายความว่า Gemini จะเข้าถึงข้อมูลทุกประเภทข้างต้นในทุกครั้งที่คุณใช้งาน
หากต้องการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ วิธีที่ง่ายที่สุดคือเข้าไปที่ Gemini Apps Activity
บนคอมพิวเตอร์สามารถเข้า Gemini แล้วไปที่
Settings & help → Activity
หรือเปิดหน้า My Activity ที่เกี่ยวข้องกับ Gemini โดยตรง
Google ระบุว่าผู้ใช้สามารถตรวจสอบ Prompt และลบ Gemini Apps Activity ได้จากตรงนี้
หากพบแชตหรือกิจกรรมที่ไม่ต้องการเก็บ สามารถลบได้หลายรูปแบบ เช่น
❶ ลบกิจกรรมเฉพาะรายการ
❷ ลบกิจกรรมของวันนั้น
❸ ลบช่วงเวลาที่กำหนดเอง
❹ ลบกิจกรรมล่าสุด
❺ ลบ Gemini Apps Activity ทั้งหมด
Google ระบุว่าการจัดการเหล่านี้ทำได้ผ่าน Gemini Apps Activity โดยรายละเอียดเมนูอาจแตกต่างกันตามอุปกรณ์และเวอร์ชันของบริการ
หากต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องเลิกใช้ Gemini ทั้งหมด แต่ควรลดข้อมูลที่ไม่จำเป็น
เข้าไปตรวจสอบว่าเปิดหรือปิดอยู่ และเลือกให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของคุณ
ดูว่า Gemini เชื่อมต่อกับบริการอะไรอยู่บ้าง
ถ้าไม่ได้ใช้บริการใด ก็ควรพิจารณาตัดการเชื่อมต่อ
โดยเฉพาะ
ก่อนอัปโหลดเอกสาร ให้ตรวจสอบว่ามีข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่
ไม่ควรส่ง
ให้ AI วิเคราะห์
หากเป็นบทสนทนาที่ไม่ต้องการเก็บไว้เป็นประวัติถาวรตามการตั้งค่าปกติ ให้พิจารณาใช้ Temporary Chat ตามความเหมาะสม
หลักสำคัญไม่ใช่แค่ถามว่า “Gemini ปลอดภัยหรือไม่?”
แต่ควรถามว่า
“ข้อมูลนี้จำเป็นต้องส่งให้ AI หรือไม่?”
หากคำตอบคือไม่จำเป็น ก็ควรหลีกเลี่ยง
ข้อมูลที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
หากต้องการให้ Gemini ช่วยวิเคราะห์เอกสาร อาจลบหรือแทนที่ข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ก่อน แล้วจึงส่งเฉพาะส่วนที่จำเป็น
คำตอบที่เหมาะสมคือ ขึ้นอยู่กับข้อมูลและวิธีที่คุณใช้งาน
Gemini มีระบบและการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวหลายระดับ แต่ผู้ใช้ยังเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมข้อมูล
ตัวอย่างเช่น
ความเสี่ยงต่ำกว่า
ควรระวังมากขึ้น
ควรหลีกเลี่ยง
องค์กรไม่ควรใช้แนวคิดว่า
“Gemini เป็น AI ของ Google ดังนั้นพนักงานส่งข้อมูลอะไรก็ได้”
แต่ควรกำหนด AI Data Policy ให้ชัดเจน
ตัวอย่างเช่น
❶ ข้อมูลประเภทใดอนุญาตให้นำเข้า AI
❷ ข้อมูลประเภทใดต้องปกปิดก่อน
❸ ข้อมูลประเภทใดห้ามส่งเข้า AI
❹ ใครสามารถใช้ Connected Apps
❺ ใครสามารถใช้ Gemini กับข้อมูลลูกค้า
❻ ต้องเปิดหรือปิด Keep Activity อย่างไร
❼ ต้องตรวจสอบผลลัพธ์จาก AI อย่างไร
❽ หากข้อมูลรั่วไหลต้องรายงานใคร
แนวทางนี้สำคัญกว่าการพยายามหาคำตอบว่า AI ตัวใด “ปลอดภัย 100%” เพราะไม่มีบริการออนไลน์ใดที่ควรถูกมองว่าไม่มีความเสี่ยงเลย
หากคุณใช้ Gemini อยู่แล้วและต้องการลดความเสี่ยง ให้เริ่มจากรายการนี้
❶ ตรวจสอบ Gemini Apps Activity
ดูว่าที่ผ่านมาคุณเคยส่งข้อมูลอะไรไปบ้าง
❷ ตรวจสอบ Keep Activity
เลือกการตั้งค่าที่เหมาะกับความต้องการของคุณ
❸ ตรวจสอบ Connected Apps
ตัดการเชื่อมต่อแอปที่ไม่ได้ใช้งาน
❹ ตรวจสอบสิทธิ์มือถือ
โดยเฉพาะไมโครโฟน กล้อง รายชื่อติดต่อ และตำแหน่ง
❺ ลบข้อมูลที่ไม่จำเป็น
ลบแชตหรือกิจกรรมที่ไม่ต้องการเก็บตามตัวเลือกที่ Google มีให้
ไม่ควรสรุปว่าเก็บทุกคำถามในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด เพราะการจัดเก็บขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและประเภทการใช้งาน เช่น Keep Activity, Temporary Chat และฟีเจอร์ที่ใช้งาน
ไม่ใช่ Google ระบุว่า Temporary Chats และแชตที่เกิดขึ้นขณะที่ Keep Activity ปิดยังอาจถูกเก็บไว้กับบัญชีเป็นเวลา 72 ชั่วโมงเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ เช่น การให้บริการและความปลอดภัย
ไฟล์ที่ผู้ใช้แชร์กับ Gemini ถือเป็นข้อมูลที่ Gemini Apps สามารถประมวลผลได้ และเมื่อ Keep Activity เปิดอยู่ ข้อมูลที่แชร์บางประเภทสามารถถูกบันทึกใน Gemini Apps Activity ได้
Gemini Apps สามารถใช้ข้อมูลตำแหน่งเพื่อให้คำตอบที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ โดยค่าเริ่มต้นอาจใช้พื้นที่ทั่วไปจาก IP หรือข้อมูล Home/Work และในบางกรณีสามารถใช้ตำแหน่งที่แม่นยำเมื่อได้รับอนุญาต
ขึ้นอยู่กับว่าบัญชี ฟีเจอร์ และ Connected Apps รองรับหรือไม่ และคุณได้อนุญาตการเชื่อมต่อหรือไม่ Google ระบุว่า Gemini สามารถทำงานกับข้อมูลจาก Connected Apps บางประเภทเพื่อให้ความช่วยเหลือที่เฉพาะบุคคลมากขึ้น
ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น ข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่ในบริการ Google อื่นหรือบริการที่เชื่อมต่ออาจมีนโยบายการจัดเก็บและการลบของตัวเอง
ดังนั้นการลบ Gemini Apps Activity ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลจากทุกบริการที่เชื่อมต่อจะถูกลบทั้งหมด
ไม่ควรใช้คำว่า “ปลอดภัย 100%” กับข้อมูลลับที่มีความสำคัญสูง ก่อนส่งข้อมูลควรตรวจสอบนโยบายองค์กร ประเภทข้อมูล การตั้งค่าบัญชี และความจำเป็นในการใช้ข้อมูลนั้นกับ AI
คำตอบคือ มากกว่าข้อความที่เราพิมพ์เข้าไป
ข้อมูลที่ Google ระบุว่าเกี่ยวข้องกับ Gemini Apps สามารถครอบคลุมตั้งแต่
แต่ไม่ได้หมายความว่า Gemini จะเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดนี้ทุกครั้งที่คุณเปิดใช้งาน เพราะขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ สิทธิ์ การตั้งค่า และบริการที่คุณเลือกใช้
สิ่งที่ผู้ใช้ควรทำจึงไม่ใช่การเลิกใช้ AI โดยอัตโนมัติ แต่คือ รู้ว่ากำลังส่งข้อมูลอะไร เปิดสิทธิ์อะไร และเชื่อมต่อบริการอะไรอยู่
หากคุณต้องการใช้ Gemini อย่างระมัดระวัง ให้เริ่มจาก 3 เรื่องง่าย ๆ คือ ตรวจสอบ Keep Activity, ตรวจสอบ Connected Apps และอย่าส่งข้อมูลลับที่ไม่จำเป็น
สำหรับผู้ที่ใช้ Gemini ทำงานเป็นประจำ การเข้าใจเรื่องข้อมูลตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าการรอแก้ปัญหาหลังจากข้อมูลถูกส่งไปแล้ว
แหล่งข้อมูลหลักที่ควรตรวจสอบคือ Gemini Apps Privacy Hub ของ Google ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลที่เก็บ การใช้งานข้อมูล การเชื่อมต่อแอป การเก็บรักษาข้อมูล และการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
หากต้องการศึกษาต่อเรื่องการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนา AI โดยเฉพาะ ควรแยกดูประเด็น Gemini นำข้อมูลไปฝึก AI หรือไม่ และข้อมูลแบบไหนถูกใช้พัฒนา AI ซึ่งเป็นหัวข้อถัดไปในชุดนี้