Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Gemini Gems คือฟีเจอร์ใน Google Gemini ที่ให้ผู้ใช้สร้าง Gemini เวอร์ชันที่ปรับแต่งสำหรับงานเฉพาะของตัวเอง โดยสามารถบันทึกคำสั่ง เป้าหมาย รูปแบบการตอบ และข้อมูลอ้างอิงไว้ล่วงหน้า แล้วนำ Gem เดิมกลับมาใช้ซ้ำได้โดยไม่ต้องเขียน Prompt ยาว ๆ ใหม่ทุกครั้ง
พูดง่าย ๆ คือ
Gem = Gemini ที่เราเตรียมบทบาทและกติกาไว้ล่วงหน้า
ตัวอย่างเช่น ปกติถ้าต้องการให้ Gemini ช่วยเขียนบทความ เราอาจต้องบอกทุกครั้งว่า
แต่ถ้าสร้าง Gem ชื่อ
SEO Content Writer
เราสามารถบันทึกกติกาเหล่านี้ไว้ใน Gem ได้
ครั้งต่อไปเพียงเปิด Gem แล้วพิมพ์ว่า
“เขียนเรื่อง Wi-Fi 7”
Gemini ก็จะใช้ Instructions ที่บันทึกไว้มาประกอบการตอบโดยอัตโนมัติ
Google จึงอธิบาย Gems ว่าเป็น Customized versions of Gemini ที่ช่วยสำหรับงานซ้ำ ๆ หรือช่วยให้ Gemini ทำหน้าที่เฉพาะทางมากขึ้น
Gems เหมาะมากกับงาน เช่น
นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่ม Knowledge Files ให้ Custom Gem เพื่อใช้เป็น Context ในการตอบได้อีกด้วย
บทความนี้จะอธิบายว่า Gemini Gems คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง ต่างจากการใช้ Gemini ปกติอย่างไร และใครควรใช้
Google อธิบาย Gems ว่าเป็น Gemini เวอร์ชันที่ผู้ใช้สามารถ Customize ให้เหมาะกับ
เฉพาะของตัวเอง
จุดสำคัญคือ Instructions สามารถบันทึกไว้ใช้ซ้ำได้
สมมติเราต้องการ Gemini สำหรับตรวจภาษาอังกฤษ
แทนที่จะ Prompt ทุกครั้งว่า
“ตรวจ Grammar ให้ฉัน แต่ไม่เปลี่ยนความหมาย ใช้ American English และอธิบายข้อผิดพลาด”
เราสามารถสร้าง Gem ที่มี Instructions นี้ไว้แล้ว
หลังจากนั้นเพียงเปิด Gem แล้วส่งข้อความที่ต้องการตรวจ
จึงสามารถคิดง่าย ๆ ได้ว่า
Gem = Saved Instructions + Gemini + Knowledge ที่เราเพิ่ม
ปัญหาของการใช้ AI ปกติคือผู้ใช้ต้องเขียนคำสั่งเดิมซ้ำ
ตัวอย่างทุกครั้งต้องบอกว่า
ถ้าเป็นงานที่ทำวันละหลายครั้งจะเสียเวลา
Gems จึงช่วยให้เรา
เขียน Instructions ครั้งเดียว → ใช้ซ้ำหลายครั้ง
เหมาะมากกับ Repeatable Workflows
Prompt ธรรมดาคือคำสั่งที่ส่งใน Conversation ครั้งนั้น
ตัวอย่าง:
“ช่วยเขียน Product Description แบบ Professional”
แต่ Gem สามารถมี Instructions ถาวร เช่น
“คุณเป็น Product Copywriter
เขียนภาษาไทย
กลุ่มลูกค้าคือคนทั่วไป
ใช้ภาษากระชับ
คำอธิบายไม่เกิน 150 คำ
ห้ามสร้างราคา โปรโมชั่น หรือสเปกที่ผู้ใช้ไม่ได้ให้”
จากนั้นทุกครั้งที่เปิด Gem นี้ Instructions จะถูกใช้เป็นแนวทางให้คำตอบ
จึงไม่ต้องพิมพ์รายละเอียดเดิมใหม่ทุกครั้ง
Google แนะนำ Gems สำหรับงานที่มี Specific and repeatable instructions
ตัวอย่าง:
ใช้ Style เดิมทุกครั้ง
ใช้หลัก Coding เดิม
อธิบายในระดับที่เหมาะกับผู้เรียน
ใช้ Framework เดิมในการคิด Idea
ให้คำแนะนำตามเป้าหมายเดิม
ถ้า Task ทำเพียงครั้งเดียว การสร้าง Gem อาจไม่จำเป็น
แต่ถ้าทำซ้ำเป็นประจำ Gem จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก
วิธีเข้าใจ Gems ที่ง่ายมากคือคิดว่า Gemini ปกติเป็น
AI Generalist
แต่ Gems เป็น
AI Specialist ที่เรากำหนดบทบาท
ตัวอย่าง:
Gemini ปกติ
→ ช่วยได้หลายเรื่อง
Gem SEO Writer
→ เน้น Content SEO
Gem Coding Reviewer
→ เน้นตรวจ Code
Gem English Tutor
→ เน้นช่วยเรียนภาษา
Gem Business Analyst
→ เน้นวิเคราะห์ธุรกิจ
Gem Study Assistant
→ เน้นช่วยทบทวนบทเรียน
เราสามารถสร้าง Gem หลายตัวสำหรับงานคนละประเภทได้
หนึ่งใน Use Case ที่เหมาะมากคือ Content Writing
สามารถสร้าง Instructions เช่น
“คุณเป็นนักเขียนบทความ Technology
เขียนภาษาไทยสำหรับมือใหม่
ตอบ Search Intent ก่อน
ใช้โครงสร้าง
ห้ามสร้างสถิติที่ไม่มี Source”
หลังจากนั้นใส่เพียง Topic
Gem ก็ใช้ Framework เดิมให้ทุกครั้ง
ช่วยรักษา Style ของ Content ให้สม่ำเสมอ
ตัวอย่างสร้าง Gem ชื่อ
SEO Content Planner
Instructions:
“ทุกครั้งที่ได้รับ Keyword ให้ทำ
จากนั้นพิมพ์เพียง
“Gemini Canvas”
ก็สามารถใช้ Workflow เดิมกับ Keyword ใหม่ได้
Google มี Premade Gem สำหรับงานประเภท Writing Editor ด้วย
Gem แบบนี้สามารถใช้ช่วย
ตัวอย่าง Custom Instructions:
“แก้ภาษาโดยรักษาความหมายเดิม
อย่าสร้างข้อมูลใหม่
ถ้าข้อความถูกอยู่แล้วไม่ต้อง Rewrite มากเกินไป”
เหมาะกับคนที่เขียน Content จำนวนมาก
Google มี Premade Gems สำหรับ Brainstorming
สามารถใช้คิด
ถ้ามี Brand Guideline สามารถ Customize เพิ่มได้ เช่น
“ทุก Idea ต้องเหมาะกับ SME ไทย
หลีกเลี่ยง Idea ที่ต้องใช้งบสูง
แบ่งเป็น Quick Win กับ Long-term”
ทำให้ Brainstorm มีกรอบที่เหมาะกับเรา
Gems สามารถใช้เป็น Coding Helper ได้
ตัวอย่าง Instructions:
“คุณเป็น JavaScript Code Reviewer
ทุกครั้งที่ได้รับ Code ให้ตรวจ
อย่า Rewrite Code ก่อน ให้รายงานปัญหาก่อน”
จากนั้นส่ง Code ใหม่เข้ามาแต่ละครั้ง
ไม่ต้องเขียน Requirement Review ใหม่ทั้งหมด
สร้าง Gem:
Debug Assistant
Instructions:
“เมื่อได้รับ Error
เหมาะกับ Developer ที่ต้องการ Debug Workflow เดิมเป็นประจำ
Gem สามารถกำหนดรูปแบบการสอนได้
ตัวอย่าง:
“สอนฉันในระดับ Beginner
เริ่มจากคำอธิบายง่าย
จากนั้นยกตัวอย่าง
แล้วถาม Quiz 3 ข้อ
อย่าเฉลยจนกว่าฉันตอบ”
เมื่อเปลี่ยน Topic จาก
DNS
เป็น
DHCP
หรือ
Routing
Gem ยังคงใช้ Teaching Style เดิม
สามารถกำหนดว่า
เช่น
“ฉันเป็นผู้เริ่มต้น Programming
อธิบายโดยใช้ตัวอย่างง่ายก่อน
หลีกเลี่ยงศัพท์ Technical ถ้ายังไม่อธิบาย
หลังแต่ละหัวข้อให้ Exercise 1 ข้อ”
ทำให้ Gem ทำหน้าที่คล้าย Tutor ที่จำ Instruction การสอนไว้
ตัวอย่าง Gem:
Business Report Reviewer
ทุกครั้งที่อัปโหลด Report ให้ตรวจ
แล้วจัด Output แบบ Executive Summary
เหมาะกับงานที่ Report เปลี่ยนทุกเดือน แต่ Framework การวิเคราะห์เหมือนเดิม
สามารถสร้าง Gem ที่รู้ Style Email ของเรา
ตัวอย่าง:
“เขียน Email ภาษาอังกฤษแบบ Professional
ไม่ใช้ศัพท์ยาก
ไม่ยาวเกิน 150 คำ
ต้องมี Subject
สรุป Action Required ชัดเจน”
จากนั้นพิมพ์เพียง
“ขอเลื่อนประชุมเป็นวันศุกร์”
Gem จะสร้าง Email ตาม Style เดิม
สร้าง Gem สำหรับ Brand โดยระบุ
ตัวอย่าง:
“เขียน Facebook Caption ภาษาไทย
Tone เป็น Friendly Professional
ไม่เกิน 150 คำ
ห้ามสร้างราคา โปรโมชั่น หรือข้อมูลสินค้าเอง”
ช่วยรักษา Brand Voice ในทุก Post
Gem สามารถกำหนด Template เช่น
แล้วทุกครั้งใส่เพียงข้อมูลสินค้าใหม่
Gem จะใช้ Structure เดิม
เหมาะกับร้านที่มีสินค้าหลายรายการ
หนึ่งในจุดแข็งของ Custom Gem คือสามารถใส่ Instructions จำนวนมาก
เช่น
“บริษัทใช้คำว่า Customer แทน Client
ห้ามใช้ Superlative เช่นดีที่สุดอันดับ 1
ใช้วันที่แบบ DD/MM/YYYY
Tone ต้อง Professional”
ทำให้ Output มี Consistency มากขึ้น
ได้
Google ระบุว่าสามารถเพิ่ม Files ในส่วน
Knowledge
ของ Custom Gem
ไฟล์เหล่านี้ช่วยเพิ่ม Context หรือใช้เป็น Reference ใน Conversation กับ Gem
ดังนั้น Gem ไม่จำเป็นต้องพึ่ง Instructions อย่างเดียว
สามารถมี
Instructions + Knowledge
ร่วมกัน
Knowledge คือข้อมูลที่เราให้ Gem ใช้เป็น Context เพิ่มเติม
เช่น
เพิ่ม Brand Style Guide
เพิ่ม Product Catalog
เพิ่ม Internal Writing Guidelines
เพิ่มเอกสารบทเรียน
ทำให้ Gem มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานมากกว่า Prompt อย่างเดียว
ได้
ในส่วน Knowledge สามารถใช้
Add files → Upload files
เพื่อเพิ่มไฟล์ที่รองรับจาก Device
จากนั้น Gem สามารถใช้ข้อมูลจากไฟล์เป็น Context ใน Chat
ควรตรวจว่าไฟล์ไม่มีข้อมูล Sensitive ที่ไม่ควรส่งเข้า AI
ได้
Custom Gem สามารถเพิ่มไฟล์จาก Google Drive ได้
Google ระบุว่าหากเพิ่ม Drive File
Gem จะใช้ Version ล่าสุดของไฟล์
ดังนั้นถ้าเราแก้ไฟล์ใน Drive ข้อมูลใหม่จะสะท้อนใน Gem ตาม Workflow ที่รองรับ
นี่มีประโยชน์มากสำหรับข้อมูลที่ Update เป็นประจำ
Google ระบุว่าหากใช้ไฟล์จาก Drive Gem จะใช้ไฟล์ Version ล่าสุด
ตัวอย่าง:
Gem ใช้
Brand Guidelines
จาก Google Drive
ทีมแก้ Guideline ใน Drive
Gem จะสามารถใช้ Version ล่าสุดแทนที่จะต้อง Upload ไฟล์ใหม่ทุกครั้ง
นี่เป็นข้อได้เปรียบของการใช้ Drive Source
Google ระบุว่าการเพิ่มไฟล์จาก Drive ต้องมีเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เช่น
หากยังไม่ได้ Connect ระบบสามารถเสนอขั้นตอนให้เชื่อม
ดังนั้นถ้า Add from Drive ไม่ขึ้นหรือใช้งานไม่ได้ ให้ตรวจ Settings เหล่านี้
ได้
Google ปัจจุบันรองรับการเพิ่ม NotebookLM notebook เป็น Source ของ Custom Gem ผ่าน
More uploads → Notebooks
ในระบบที่รองรับ
ทำให้สามารถนำชุด Source ที่จัดไว้ใน NotebookLM มาใช้เป็น Knowledge Context ของ Gem ได้
มีข้อจำกัดสำคัญ:
Google ระบุว่า NotebookLM notebooks ไม่สามารถใช้เป็น Source สำหรับ Shared Gems
ดังนั้นถ้าต้องการแชร์ Gem ให้ผู้อื่น อาจต้องจัด Knowledge Source ในรูปแบบที่รองรับการแชร์แทน
ควรตรวจเรื่องนี้ก่อนสร้าง Gem สำหรับทีม
เมื่อ Gem ใช้ Knowledge Files ระบบสามารถแสดง Citation จากไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับคำตอบได้
ช่วยให้รู้ว่าข้อมูลมาจาก Source ไหน
เหมาะกับ
ที่ต้องการ Trace กลับไปต้นฉบับ
ได้
Google มีตัวเลือก
Disable knowledge citations
ถ้าไม่ต้องการให้คำตอบแสดง Citation จาก Knowledge Files
แต่ Google ระบุว่าการปิดตัวเลือกนี้ยังปิด Citation สำหรับไฟล์ที่ Upload เพิ่มใน Gem Chat ด้วย
จึงควรคิดให้ดีก่อนปิด
สำหรับงาน Fact-based การมี Citation มักมีประโยชน์
ไม่ควรคิดเช่นนั้น
Knowledge ช่วยเพิ่ม Context แต่ Gemini ยังคงเป็น Generative AI
หากต้องการให้ตอบเฉพาะข้อมูลจากไฟล์ ควรเขียน Instruction ให้ชัด เช่น
“สำหรับคำถามเกี่ยวกับ Product Specification ให้ใช้เฉพาะ Knowledge Files
หากไม่มีข้อมูล ให้ตอบว่าไม่พบข้อมูล แทนการเดา”
ช่วยลด Hallucination
Instructions คือกติกาหลักของ Gem
ควรบอกว่า
Gem เป็นใคร
ต้องทำอะไร
ตอบใคร
ทำขั้นตอนอะไร
ตอบรูปแบบไหน
ห้ามทำอะไร
ยิ่ง Instructions ชัด Output ยิ่งสม่ำเสมอ
ได้
Google มีฟังก์ชันให้ Gemini ช่วย Rewrite Instructions
ผู้ใช้สามารถเริ่มพิมพ์แนวทางสั้น ๆ แล้วใช้ตัวเลือก
Use Gemini to rewrite instructions
เพื่อให้ Gemini ช่วยขยาย Instruction ให้ละเอียดขึ้น
เหมาะกับผู้ใช้ใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะเขียน System-like Instructions อย่างไร
ตอนสร้าง Gem สามารถทดลอง Prompt ใน Preview
Workflow:
① เขียน Instructions
② พิมพ์ Test Prompt ทางด้านขวา
③ ดูผลลัพธ์
④ แก้ Instructions
⑤ Test ใหม่
⑥ Save
ไม่ควรเขียน Instructions แล้ว Save โดยไม่ Test
เพราะบางกติกาอาจทำให้ Output ต่างจากที่เราตั้งใจ
อย่าทดสอบเพียง Prompt เดียว
อย่างน้อยลอง
งานทั่วไป
ข้อมูลน้อย
ข้อมูลเยอะ
คำสั่งกำกวม
ถามนอกหน้าที่ Gem
ช่วยตรวจว่า Instructions แข็งแรงพอหรือไม่
ตัวอย่างไม่ดี:
“คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกอย่าง”
กว้างเกินไป
ตัวอย่างดีกว่า:
“คุณเป็น Technical Writer สำหรับ Network และ Wi-Fi
หน้าที่คืออธิบาย Concept ให้ผู้เริ่มต้น
หากคำถามอยู่นอก Network ให้แจ้งว่าอยู่นอก Scope”
Gem ที่มี Scope ชัดมักให้ Output สม่ำเสมอกว่า
แทน Gem ชื่อ
My Super AI
ที่ทำ
ทั้งหมด
ควรแยก เช่น
ช่วยให้ Instructions ไม่ขัดกันเอง
Google มี Premade Gems ที่เตรียมไว้ให้ใช้งานได้ทันที
ตัวอย่างหมวดที่ Google ยกมา เช่น
รวมถึง Premade Gems ประเภทอื่นที่ปรากฏใน Gem Manager ตาม Availability
จุดดีคือไม่ต้องสร้าง Instructions จากศูนย์
บน Desktop:
① เปิด Gemini
② เปิด Sidebar
③ เลือก Gems
④ ดูส่วน Premade by Google
⑤ เลือก Gem
⑥ พิมพ์ Prompt
⑦ Submit
Premade Gem มี Instructions สำหรับงานประเภทนั้นอยู่แล้ว
จึงสามารถเริ่มจาก Prompt สั้น ๆ ได้
Premade Gem บางตัวสามารถ Copy แล้ว Customize ได้
Workflow:
① เปิด Gems
② หา Premade Gem
③ เลือก Make a copy
④ เปลี่ยนชื่อ
⑤ แก้ Instructions
⑥ Save
เหมาะมากถ้า Premade Gem ทำงานใกล้กับสิ่งที่ต้องการอยู่แล้ว
ไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่จากศูนย์
ไม่ทุกตัว
Google ระบุว่าหากไม่มีตัวเลือก
Make a copy
Gem นั้นจะไม่สามารถ Copy/Customize ได้ใน Workflow ดังกล่าว
ดังนั้น Availability สามารถแตกต่างตาม Gem
Google ระบุว่า Custom Gems ถูกสร้างผ่าน Gemini Web App
บนคอมพิวเตอร์:
① ไป Gemini
② เปิด Sidebar
③ Gems
④ New Gem
⑤ ตั้งชื่อ
⑥ เขียน Instructions
⑦ เพิ่ม Knowledge หากต้องการ
⑧ Save
จากนั้น Gem จะพร้อมใช้งานต่อไป
ได้
เมื่อสร้าง Custom Gem ใน Gemini Web App แล้ว Google ระบุว่า Gem จะปรากฏใน
ด้วย
ดังนั้นสามารถสร้างครั้งเดียวแล้วใช้งานจากมือถือได้
Google ระบุในคู่มือ Mobile ว่า Custom Gem สามารถ ใช้ บน Gemini Web และ Mobile Apps ได้ แต่การสร้าง แก้ หรือ Delete Custom Gem ต้องทำผ่าน Gemini Web App
ดังนั้นถ้าหาปุ่มสร้าง Gem ใน Mobile App ไม่เจอ ให้เปิด
gemini.google.com
ผ่าน Web ตาม Workflow ที่รองรับ
Custom Gem ที่สร้างใน Gemini Web สามารถปรากฏใน Gemini Side Panel ใน Google Workspace
ช่วยให้ Gem ที่มี Instructions เฉพาะของเราไปใช้ใน Workflow ที่รองรับของ Workspace ได้
Availability ยังขึ้นอยู่กับ
ตามระบบขององค์กร
ปัจจุบัน Google ระบุว่า
Gems ยังใช้กับ Gemini Live ไม่ได้
นี่เป็นข้อจำกัดสำคัญ
ดังนั้นอย่าคาดหวังว่า Gem ที่สร้างสำหรับ Tutor จะถูกเปิดเป็น Gem เดิมใน Gemini Live ทุกกรณี
Feature นี้อาจเปลี่ยนในอนาคต
เนื่องจาก Gems ปัจจุบันยังไม่ทำงานกับ Gemini Live โดยตรง จึงควรใช้ Gem ผ่าน Text Chat สำหรับ Workflow ที่ต้องอาศัย Instructions ของ Gem
ถ้าต้องการ Voice Conversation ให้ใช้ Gemini Live ตามความสามารถของ Live แยกต่างหาก
ไม่ควรถือว่าสอง Feature เหมือนกัน
Google มี Premade Gems ด้านการเรียน เช่น Learning Coach ตาม Availability
ใช้ช่วย
อย่างไรก็ตาม Google ระบุว่าปัจจุบัน Premade Learning coach ยังไม่รองรับ Language Learning โดยเฉพาะในข้อจำกัดที่ระบุใน Help Center
ดังนั้นถ้าต้องการ Tutor ภาษา อาจสร้าง Custom Gem เองได้เหมาะกว่า
Custom Gem สามารถตั้ง Instructions สำหรับช่วยภาษา เช่น
“ช่วยตรวจประโยคอังกฤษ
บอก Grammar Error
เสนอ Version ที่เป็นธรรมชาติ
อธิบายเป็นภาษาไทย”
ได้
แต่ต้องแยกจาก Premade Learning Coach ที่ Google ระบุข้อจำกัดด้าน Language Learning ไว้
สำหรับ Personal Google Account Google ระบุว่าผู้ใช้ต้องมีอายุอย่างน้อย
13 ปี หรืออายุขั้นต่ำที่ใช้ได้ในประเทศของผู้ใช้
และต้อง Sign in เข้า Gemini Apps
บัญชี Work หรือ School สามารถมีข้อกำหนดและ Terms ต่างออกไป
ดังนั้น Availability ควรตรวจจากบัญชีที่ใช้จริง
Gems มี Availability ตาม Gemini Account และ Plan ในช่วงเวลานั้น และ Limit ของ Gemini Apps สามารถแตกต่างตามระดับบัญชี
ไม่ควรตีความว่า
มี Gem = ใช้ AI ไม่จำกัด
Gem เป็นวิธี Customize Gemini
แต่ Model Usage และ Limits ยังคงขึ้นอยู่กับระบบ Gemini และ Plan ที่ใช้
รายละเอียดเรื่อง Free/Plan ควรตรวจข้อมูลล่าสุดก่อนสมัครแพ็กเกจ
ได้
Google รองรับการแชร์ Gem ให้ผู้อื่น
สามารถกำหนด Access เช่น
และแชร์กับบุคคลที่ระบุหรือผ่าน Link ตาม Permission ที่กำหนด
นี่ทำให้ Gem สามารถใช้เป็น Workflow สำหรับทีมได้
ใช้ Gem ตามสิทธิ์ที่ได้รับ
สามารถแก้ Gem และตามคู่มือ Google ผู้มี Edit Access สามารถ Update หรือ Delete Gem ได้ด้วย
ดังนั้นอย่าให้ Editor Permission โดยไม่จำเป็น
หลักคือ
ให้สิทธิ์น้อยที่สุดที่เพียงพอต่องาน
เห็นได้
Google ระบุชัดว่า
Gem Instructions และไฟล์ที่ Upload เข้า Gem สามารถถูกผู้ที่มี Access ดูได้
ดังนั้นอย่าใส่ข้อมูลลับลง Instructions เช่น
เพราะการแชร์ Gemอาจเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ให้ผู้รับ
หาก Gem มี Files ผู้ที่ได้รับ Access อาจต้องได้รับสิทธิ์เข้าถึงไฟล์ที่เกี่ยวข้องด้วย
Google สามารถถามผู้สร้างว่าต้องการ Share File Access ระดับใด เช่น
ดังนั้นก่อน Share Gem ต้องตรวจทั้ง
Gem Permission
และ
File Permission
ไม่ใช่ตรวจเพียง Gem อย่างเดียว
Google ระบุว่า Shared Gems ถูกบันทึกใน Google Drive ภายใน Folder ใหม่สำหรับ Workflow การแชร์
ไฟล์ที่ Upload เป็นส่วนหนึ่งของ Gem ก็สามารถเกี่ยวข้องกับ Folder ดังกล่าวตามระบบ
ผู้ใช้สามารถใช้ตัวเลือก
Locate in Drive
เพื่อหา Gem File ใน Drive ได้
ได้
สำหรับ Work หรือ School Account การแชร์ Gems ถูกควบคุมโดย
Google Drive Sharing Settings
ที่ Workspace Administrator กำหนด
ถ้าไม่เห็นปุ่ม Share อาจเกิดจาก
จึงควรตรวจ Admin Policy
Gem สามารถมี
ตาม Workflow
ดังนั้นก่อน Upload ควรถามว่า
Gem จำเป็นต้องรู้ข้อมูลนี้จริงหรือไม่
ถ้าไม่จำเป็นควรตัดออก
ใช้หลัก Data Minimization
ไม่ควรเข้าใจว่า Gem เป็น Memory แบบไม่จำกัด
สิ่งที่เราควบคุมได้ชัดเจนคือ
ถ้าต้องการให้ Gem ใช้ข้อมูลบางอย่างเป็นประจำ ควรใส่ใน Instructions หรือ Knowledge ที่เหมาะสม แทนการหวังว่าจะ “จำเอง” เสมอ
ได้
Gem ยังคงทำงานด้วย Generative AI
จึงสามารถ
ได้
การมี Custom Instructions ไม่ได้ทำให้ AI ถูกต้อง 100%
Google เองแนะนำให้ใช้วิจารณญาณก่อนเชื่อ เผยแพร่ หรือใช้ Content ที่ Gemini Apps สร้าง
ยังต้อง
Knowledge ช่วย Ground คำตอบได้ แต่ยังมีโอกาส
โดยเฉพาะเอกสารที่มี
จึงควรตรวจ Source ต้นฉบับสำหรับข้อมูลสำคัญ
เหมาะกับคำถามทั่วไปหรือ Task ที่เปลี่ยนตลอด
เหมาะกับงานที่
ตัวอย่างถามว่า
“กรุงเทพไปเชียงใหม่กี่กิโลเมตร”
ไม่จำเป็นต้องสร้าง Gem
แต่ถ้าทำ Content SEO วันละหลายบทความ
Gem ที่มี Content Rules จะมีประโยชน์มากกว่า
สร้าง Gem เมื่อเริ่มสังเกตว่า
เรากำลัง Copy Prompt เดิมซ้ำ ๆ
เช่นทุกวันต้องเขียน:
“เป็น Editor
รักษา Fact
ลดคำฟุ่มเฟือย
อย่าเปลี่ยน Tone
แสดงจุดที่แก้”
นี่คือสัญญาณว่าควรสร้าง Gem
สำหรับบทความ
สำหรับตรวจภาษา
สำหรับตรวจ Code
สำหรับแก้ Error
สำหรับตรวจ Report
สำหรับเรียนภาษา
สำหรับเรียนวิชาเฉพาะ
สำหรับ Report
สำหรับ Caption
สำหรับ Product Description
ควรแยกตามหน้าที่เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม
“คุณเป็น SEO Content Writer
หน้าที่คือสร้างบทความที่ตอบ Search Intent ของ Keyword
ทุกบทความต้อง
ห้าม
หากข้อมูลเปลี่ยนตามเวลา ให้ระบุว่าต้องตรวจ Source ล่าสุดก่อนเผยแพร่”
“คุณเป็น Senior Code Reviewer
เมื่อได้รับ Code ให้ตรวจตามลำดับ
ให้รายงานปัญหาก่อน
อย่า Rewrite ทั้ง Codebase จนกว่าผู้ใช้จะขอ
หากมี Security Issue ให้ระบุ Severity”
“คุณเป็น Tutor สำหรับผู้เริ่มต้น
ทุกหัวข้อให้
อย่าเฉลยจนกว่าผู้เรียนตอบ
หากผู้เรียนตอบผิด ให้อธิบาย Concept ใหม่แทนการบอกเพียงว่าผิด”
“คุณเป็น Social Media Writer
เขียนภาษาไทย
Tone Friendly Professional
ทุก Post ต้องมี
ห้ามสร้าง
หากผู้ใช้ไม่ได้ให้ข้อมูล”
ทำทุกอย่างจน Instructions ขัดกัน
Gem ต้องเดาเองมาก
อ่านยากและกติกาซ้ำ
เจอปัญหาตอนใช้งานจริง
Gem ยังอาจตอบนอก Source
เสี่ยง Privacy
คนอื่นอาจเห็น Knowledge Files
ผู้รับสามารถเปลี่ยน Gem ได้
ยังต้อง Fact-check
เสียเวลามากกว่าประโยชน์
ถามตัวเองว่า
① งานนี้ทำซ้ำหรือไม่
② Role ของ Gem คืออะไร
③ เป้าหมายคืออะไร
④ ใครเป็น Audience
⑤ Output ต้องแบบไหน
⑥ มีข้อห้ามอะไร
⑦ ต้องใช้ Knowledge หรือไม่
⑧ ต้องใช้ Drive File หรือไม่
⑨ ต้อง Share ให้ทีมไหม
ถ้าตอบได้ครบจะเขียน Instructions ได้ง่ายขึ้น
หลังสร้าง Gem ให้ Test
① Prompt ปกติ
② Prompt สั้น
③ Prompt ยาว
④ Input ไม่ครบ
⑤ ถามนอก Scope
⑥ ข้อมูลจาก Knowledge
⑦ Format Output
⑧ Hallucination
จากนั้นปรับ Instructions แล้ว Test ใหม่
ตรวจ
① Instructions ไม่มีข้อมูลลับ
② Knowledge Files แชร์ได้
③ ไม่มี Password/API Key
④ Viewer/Editor Permission ถูก
⑤ Organization Policy อนุญาต
⑥ NotebookLM Source ไม่ขัดข้อจำกัดการแชร์
⑦ ทดสอบ Gem ก่อน Share
อย่ากด Share โดยไม่ตรวจ Knowledge Files
Gems คือ Gemini เวอร์ชันที่ Customize ให้ทำงานตาม Instructions เฉพาะของผู้ใช้ และสามารถบันทึกไว้ใช้ซ้ำได้
ใช้ได้กับงานซ้ำ ๆ เช่น Writing, Brainstorming, Coding, Learning, Business และงานที่ต้องการ Guidelines เดิมทุกครั้ง
Prompt ปกติต้องพิมพ์ใหม่ตาม Conversation ส่วน Gem สามารถบันทึก Instructions สำหรับนำกลับมาใช้ซ้ำ
ได้ ใช้ Gemini Web App → Gems → New Gem แล้วตั้งชื่อและ Instructions
ได้ สามารถเพิ่ม Knowledge Files เพื่อใช้เป็น Context
ได้ และ Google ระบุว่า Gem สามารถใช้ Version ล่าสุดของ Drive File เมื่อไฟล์ถูกแก้ไข
ได้ Custom Gem รองรับ NotebookLM notebook เป็น Knowledge Source ในระบบที่รองรับ
ได้ Knowledge Files สามารถมี Citation ในคำตอบ และมีตัวเลือก Disable knowledge citations หากไม่ต้องการ
ได้ Gem ที่สร้างใน Gemini Web สามารถใช้ใน Gemini Mobile App ได้
Google ระบุว่าการสร้าง แก้ และลบ Custom Gem ทำผ่าน Gemini Web App ขณะที่ Mobile App ใช้ Gem ที่สร้างแล้วได้
Gem ที่สร้างจาก Web สามารถปรากฏใน Gemini Side Panel ของ Google Workspace ตาม Account และ Availability
ปัจจุบัน Google ระบุว่า ยังไม่ได้
มี Google มี Premade Gems สำหรับงานหลายประเภท เช่น Brainstorming, Coding และ Career Coaching
บางตัวสามารถ Make a copy แล้ว Customize ได้ แต่ไม่ใช่ทุก Gem
สำหรับ Personal Google Account Google ระบุว่าต้องอายุอย่างน้อย 13 ปี หรืออายุขั้นต่ำที่กำหนดในประเทศของผู้ใช้
ได้ สามารถแชร์ให้ผู้อื่นใช้และกำหนดสิทธิ์ Viewer หรือ Editor ได้
Google ระบุว่า User ที่มี Access สามารถดู Gem Instructions และ Uploaded Files ได้ ดังนั้นอย่าใส่ Secret ลง Gem
Google ระบุว่า NotebookLM notebooks ไม่สามารถใช้เป็น Source สำหรับ Shared Gems
สำหรับ Shared Gems Google ระบุว่า Gem จะถูกจัดเก็บใน Folder ใหม่ใน Google Drive ตาม Workflow การแชร์
ไม่ คำตอบยังสร้างโดย Generative AI จึงต้องตรวจข้อมูลสำคัญก่อนนำไปใช้
การใช้ Gems ขึ้นอยู่กับ Gemini Account, Availability และ Usage Limits ปัจจุบัน ไม่ควรตีความว่าการสร้าง Gem ทำให้ใช้ Gemini แบบไม่จำกัด
Gemini Gems คือเครื่องมือสำหรับสร้าง Gemini แบบปรับแต่งเฉพาะงาน
แนวคิดหลักคือ
กำหนด Instructions ครั้งเดียว → Save → นำกลับมาใช้ซ้ำ
เหมาะกับงานที่มี Prompt หรือ Workflow คล้ายกันเป็นประจำ เช่น
Custom Gem สามารถมี
Name + Instructions + Knowledge
โดย Knowledge สามารถเพิ่มจากไฟล์ที่รองรับ รวมถึง Google Drive และ NotebookLM Notebook ตามความสามารถปัจจุบัน
Google ยังมี Premade Gems ที่ช่วยให้เริ่มใช้งานได้ทันที และบางตัวสามารถ Copy แล้ว Customize เพิ่มได้
อีกจุดเด่นคือ Gem ที่สร้างบน Gemini Web สามารถนำไปใช้บน
ตาม Account และ Availability
ถ้าต้องการสร้าง Gem ที่ดี ควรกำหนด
Role → Goal → Context → Process → Output → Constraints
ให้ชัด
ไม่ควรสร้าง Gem ที่รับผิดชอบทุกอย่างพร้อมกัน
ตัวอย่างที่ดีกว่าคือแยก
SEO Writer
Code Reviewer
Study Tutor
Business Analyst
ออกจากกัน
และหากเพิ่ม Knowledge Files ต้องระบุด้วยว่า Gem ควรใช้ข้อมูลเหล่านั้นอย่างไร
สิ่งสำคัญที่สุดคือ Gems ช่วยให้การใช้ Gemini
สม่ำเสมอและทำซ้ำได้ง่ายขึ้น
แต่ไม่ได้ทำให้ AI ถูกต้อง 100%
ข้อมูลสำคัญยังต้อง
Fact-check → ตรวจ Source → Human Review
ก่อนนำไปใช้จริง
ดังนั้นสูตรที่ควรจำคือ
Repeatable Task → Create Gem → Add Instructions → Add Knowledge → Test → Refine → Reuse
เมื่อใช้ Gems ถูกวิธี เราจะไม่ต้องเขียน Prompt ยาวเดิมซ้ำทุกวัน และสามารถมี Gemini หลายตัวที่แต่ละตัวถูกเตรียมไว้สำหรับหน้าที่เฉพาะของเราได้