วิธีสร้าง Gem ใน Google Gemini แบบละเอียด

การสร้าง Gem ใน Google Gemini คือการสร้าง Gemini เวอร์ชันเฉพาะของตัวเอง โดยเราสามารถกำหนดบทบาท หน้าที่ วิธีคิด รูปแบบคำตอบ และเพิ่มไฟล์ความรู้ให้ Gem ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้

วิธีสร้างแบบสั้นที่สุดคือ

เปิด Gemini Web → Gems → New Gem → ตั้งชื่อ → เขียน Instructions → เพิ่ม Knowledge ถ้าต้องการ → Preview → Save

ตัวอย่างเช่น หากต้องเขียนบทความเป็นประจำ สามารถสร้าง Gem ชื่อ

SEO Content Writer

แล้วกำหนดไว้ล่วงหน้าว่า

  • เขียนภาษาไทย
  • วิเคราะห์ Search Intent
  • ใช้ Heading ที่เป็นระเบียบ
  • อธิบายสำหรับมือใหม่
  • มี FAQ
  • ไม่สร้างตัวเลขที่ไม่มีแหล่งข้อมูล
  • ไม่ Keyword Stuffing

หลังจาก Save แล้ว ครั้งต่อไปไม่จำเป็นต้องพิมพ์กติกาทั้งหมดอีก เพียงเปิด Gem แล้วส่งหัวข้อใหม่

เช่น

“วิธีตั้งค่า D-Link Router”

Gem ก็จะนำ Instructions ที่บันทึกไว้มาใช้กับงานใหม่โดยอัตโนมัติ

บทความนี้จะสอน วิธีสร้าง Gem ใน Google Gemini แบบละเอียด ตั้งแต่ตั้งชื่อ เขียน Instructions เพิ่ม Knowledge จากเครื่องหรือ Google Drive ทดลองด้วย Preview ไปจนถึงแก้ไข Gem ให้ใช้งานได้ดีจริง

💎 ก่อนสร้าง Gem ต้องเข้าใจอะไร

Gem ประกอบด้วยส่วนสำคัญประมาณ 3 ส่วน

① Name

ชื่อของ Gem

② Instructions

กติกาและหน้าที่ที่ต้องการให้ Gemini ทำตาม

③ Knowledge

ไฟล์หรือข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม

สามารถสร้าง Gem ที่มีเพียง

Name + Instructions

ได้

Knowledge เป็นส่วนเพิ่มเติม ไม่ได้บังคับว่าทุก Gem ต้องมีไฟล์

ตัวอย่าง:

Gem แปลภาษาอาจไม่ต้องใช้ Knowledge

แต่ Gem ที่ตอบคำถามเกี่ยวกับ Product ของบริษัทอาจได้รับประโยชน์มากจาก Product Manual หรือ Documentation

① 🔐 ลงชื่อเข้าใช้ Google Gemini

ขั้นแรกต้อง Sign in เข้า Gemini Apps

สำหรับบัญชี Google ส่วนบุคคล Google ระบุว่าการสร้างและใช้ Gems ต้องมีอายุตามเกณฑ์ของบริการ ซึ่งโดยทั่วไปคืออย่างน้อย 13 ปีหรืออายุขั้นต่ำตามประเทศ

บัญชี

  • Work
  • School

อาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมจากองค์กร

หลัง Login แล้วจึงสามารถเข้า Gem Manager ได้

② 🌐 ต้องสร้าง Gem ที่ไหน

จุดนี้สำคัญมาก

Google ระบุว่า Custom Gem สามารถสร้าง แก้ไข และลบผ่าน Gemini Web App

ดังนั้นหากต้องการสร้าง Gem ให้เปิด Gemini ผ่าน Web

บนคอมพิวเตอร์จะสะดวกที่สุด

ส่วน Gem ที่สร้างเสร็จแล้วสามารถนำไปใช้ผ่าน

  • Gemini Web
  • Gemini Mobile App
  • Gemini Side Panel ใน Google Workspace

ตามบัญชีและ Availability

ดังนั้น Workflow คือ

สร้างบน Web → ใช้ได้หลายอุปกรณ์

③ 💎 เปิดเมนู Gems

บนคอมพิวเตอร์:

① เปิด Gemini
② เปิด Sidebar
③ เลือก Gems หรือ Explore Gems
④ เลือก New Gem

Google อาจปรับชื่อหรือการจัดวางเมนูตาม Interface แต่จุดหมายคือส่วนจัดการ Gems

จากนั้นจะเข้าสู่หน้าสำหรับสร้าง Custom Gem

④ 🏷️ ตั้งชื่อ Gem

ชื่อควรบอกหน้าที่ทันที

ตัวอย่างชื่อที่ดี:

  • SEO Content Writer
  • English Tutor
  • Code Reviewer
  • Product Description Writer
  • Business Analyst
  • Research Reviewer

หลีกเลี่ยงชื่อเช่น

  • Gem 1
  • My AI
  • Assistant
  • Test

เพราะเมื่อมี Gems 10–20 ตัว จะเริ่มจำไม่ได้ว่าแต่ละตัวทำอะไร

หลักที่ดีคือ

ชื่อ = หน้าที่หลัก

⑤ 📝 เขียน Instructions

Instructions คือหัวใจของ Gem

Google แนะนำองค์ประกอบหลัก 4 เรื่องสำหรับการเขียน Instructions ที่ดี

Persona

ต้องการให้ Gem รับบทอะไร

Task

ต้องการให้ทำอะไร

Context

มีข้อมูลพื้นฐานอะไรที่ควรรู้

Format

ต้องการ Output รูปแบบไหน

ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอย่างทุกครั้ง แต่ยิ่งระบุชัด Gem ยิ่งทำงานได้สม่ำเสมอ

⑥ 👤 เริ่มจาก Persona

กำหนดว่า Gem คือใคร

ตัวอย่าง:

“คุณเป็น SEO Content Writer”

หรือ

“คุณเป็น JavaScript Code Reviewer”

หรือ

“คุณเป็นติวเตอร์ภาษาอังกฤษสำหรับผู้เริ่มต้น”

Persona ช่วยกำหนดกรอบการตอบ

แต่ไม่ควรเขียน Persona อย่างเดียว

ตัวอย่าง:

“คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญ SEO”

ยังไม่พอ

ต้องบอกต่อว่าให้ทำอะไร

⑦ 🎯 กำหนด Task

ต่อจาก Persona ให้บอกหน้าที่

ตัวอย่าง:

“หน้าที่ของคุณคือสร้าง Outline และบทความที่ตอบ Search Intent ของ Keyword ที่ผู้ใช้ให้มา”

หรือ

“ตรวจ Code เพื่อหา Bug, Security Issue และ Error Handling ที่ขาด”

หรือ

“ช่วยผู้เรียนฝึกภาษาอังกฤษผ่านบทสนทนาและแบบฝึกหัด”

Task ยิ่งชัด Gem ยิ่งหลุด Scope น้อยลง

⑧ 🧠 เพิ่ม Context

Context คือข้อมูลที่ช่วยให้ Gem เข้าใจสถานการณ์

ตัวอย่าง Gem เขียนบทความ:

“กลุ่มผู้อ่านเป็นผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่มีพื้นฐาน Technical”

ตัวอย่าง Gem Coding:

“Code ส่วนใหญ่เป็น JavaScript และใช้สำหรับ Web App”

ตัวอย่าง Gem Tutor:

“ผู้เรียนเป็น Beginner และภาษาแม่คือภาษาไทย”

Context ช่วยให้คำตอบเหมาะกับผู้ใช้มากขึ้น

⑨ 📋 กำหนด Output Format

อย่าปล่อยให้ Gem เลือก Format ทุกครั้ง หากเราต้องการรูปแบบคงที่

ตัวอย่าง:

“ทุกบทความให้มี

  1. Introduction
  2. Explanation
  3. Step-by-step
  4. Common Problems
  5. FAQ
  6. Summary”

หรือ

“Code Review ต้องแบ่งเป็น

  • Critical
  • High
  • Medium
  • Low”

Format ทำให้ Output จาก Gem แต่ละครั้งสม่ำเสมอ

⑩ 🚫 เพิ่ม Constraints หรือข้อห้าม

แม้ Google ยก 4 องค์ประกอบหลักในการเขียน Instructions แต่ในงานจริงควรเพิ่มสิ่งที่ ห้ามทำ ด้วย

ตัวอย่าง:

“ห้ามสร้าง Search Volume”

“ห้ามสร้างราคา”

“ห้ามเปลี่ยน Fact”

“ห้าม Rewrite Code ทั้ง Project”

“หากไม่มีข้อมูลใน Source ให้ตอบว่าไม่พบข้อมูล”

Constraints ช่วยลดพฤติกรรมที่ไม่ต้องการ

⑪ 🧩 สูตร Instructions ที่ใช้ง่าย

ใช้สูตร:

Role → Goal → Context → Process → Output → Constraints

ตัวอย่าง:

“คุณเป็น Technical Writer

เป้าหมายคือเขียนบทความ IT ภาษาไทยสำหรับผู้เริ่มต้น

ทุกครั้งที่ได้รับหัวข้อ:

  1. อธิบายคำตอบหลักก่อน
  2. สร้างโครงสร้างเนื้อหา
  3. อธิบายแบบ Step-by-step
  4. เพิ่มข้อควรระวัง
  5. มี FAQ
  6. สรุปท้ายบทความ

ใช้ภาษาง่าย

ห้ามสร้างสถิติ ตัวเลข หรือ Feature ที่ไม่มีข้อมูลยืนยัน”

นี่เป็น Instruction ที่ควบคุม Gem ได้ดีกว่า

“ช่วยเขียนบทความ IT”

⑫ ✨ ให้ Gemini ช่วยเขียน Instructions ได้

ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มเขียนอย่างไร Google มีฟังก์ชัน

Use Gemini to rewrite instructions

ขั้นตอนคือ

① เขียนคำอธิบายสั้น ๆ ก่อน
② เลือก Use Gemini to rewrite instructions
③ Gemini ช่วยขยาย Instructions
④ อ่านและแก้
⑤ ทดลอง Preview
⑥ Save

ตัวอย่างเขียนเพียง

“ช่วยสร้าง Gem สำหรับตรวจบทความ SEO”

Gemini สามารถช่วยขยายเป็น Instructions ที่ละเอียดขึ้น

⑬ ⚠️ อย่า Save Instructions ที่ AI เขียนโดยไม่อ่าน

แม้ใช้ Gemini ช่วย Rewrite ก็ควรตรวจทุกบรรทัด

ดูว่า

  • Scope ถูกหรือไม่
  • มี Requirement ที่ไม่ได้ขอหรือไม่
  • ข้อห้ามครบหรือไม่
  • Output Format ตรงไหม

Gem ที่มี Instructions ผิดจะสร้าง Output ผิดซ้ำ ๆ

ดังนั้น

AI ช่วยเขียน Instructions → มนุษย์ Review

⑭ 📚 เพิ่ม Knowledge ให้ Gem

หาก Gem ต้องใช้ข้อมูลเฉพาะ สามารถเพิ่ม Knowledge

ในหน้าสร้าง Gem มองหาส่วน

Knowledge

จากนั้นเลือก

Add files

Knowledge ช่วยให้ Gem มี Context เพิ่มเติมสำหรับการตอบ

เหมาะกับ

  • Style Guide
  • Product Manual
  • Company Policy
  • Course Material
  • Documentation
  • FAQ
  • Research

⑮ 📤 เพิ่มไฟล์จากเครื่อง

ใน Knowledge:

① เลือก Add files
② เลือก Upload files
③ เลือกไฟล์จาก Device
④ รอ Upload
⑤ ตรวจว่าไฟล์ถูกต้อง

จากนั้น Gem สามารถใช้ File เป็น Context ใน Conversation

ควรอัปโหลดเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นจริง ๆ

⑯ ☁️ เพิ่มไฟล์จาก Google Drive

Google รองรับการเพิ่มไฟล์จาก Drive

Workflow:

Knowledge → Add files → Drive

ข้อดีคือหากไฟล์ใน Drive ถูกแก้ Google ระบุว่า Gem สามารถใช้ Version ล่าสุดของไฟล์

เหมาะกับข้อมูลที่ Update บ่อย เช่น

  • Brand Guide
  • Product Catalog
  • SOP
  • Policy

ไม่ต้อง Upload File ใหม่ทุกครั้ง

⑰ ⚙️ ถ้าเพิ่ม Drive ไม่ได้ทำอย่างไร

Google ระบุว่าการใช้ Drive File กับ Gem ต้องมีเงื่อนไขบางอย่าง เช่น

  • Keep Activity เปิดอยู่
  • Google Workspace เชื่อมกับ Gemini Apps

หากยังไม่เชื่อม ระบบสามารถแสดงตัวเลือก Connect

ถ้าหาไฟล์ Drive ไม่พบ ให้ตรวจสิ่งเหล่านี้ก่อน

⑱ 📓 เพิ่ม NotebookLM Notebook ได้

ในระบบที่รองรับ Custom Gem สามารถใช้ NotebookLM Notebook เป็น Knowledge Source ได้

ผ่านเมนูที่เกี่ยวข้องกับ

More uploads → Notebooks

เหมาะกับกรณีมี Collection ของ Source อยู่ใน NotebookLM อยู่แล้ว

แต่มีข้อจำกัดเรื่อง Sharing ที่ควรตรวจหากจะนำ Gem ไปแชร์ให้คนอื่น

⑲ 📑 Knowledge ไม่ควรมีไฟล์มากเกินความจำเป็น

การเพิ่มทุกไฟล์ที่มีไม่ได้หมายความว่า Gem จะดีขึ้นเสมอไป

ตัวอย่าง Gem Product Support ต้องตอบเกี่ยวกับ Router รุ่นเดียว

ไม่จำเป็นต้องใส่ Manual ของสินค้าอีก 200 รุ่น

ยิ่ง Source ตรงกับ Task มากเท่าไร Gem ยิ่งเลือกข้อมูลได้ง่าย

ใช้หลัก

Relevant Knowledge > Maximum Knowledge

⑳ 🔍 สั่งให้ Gem ยึด Knowledge เป็นหลัก

ถ้าข้อมูลต้องแม่น ควรเขียนใน Instructions เช่น

“เมื่อถามเกี่ยวกับ Specification ให้ใช้ Knowledge Files เป็น Source หลัก

หากไม่มีข้อมูลในไฟล์ ให้ตอบว่า ‘ไม่พบข้อมูลใน Knowledge’ และอย่าเดา”

ช่วยลด Hallucination

㉑ 📎 Knowledge Citations

Google รองรับ Citation จาก Knowledge Files ในคำตอบของ Gem

มีประโยชน์เมื่อ Gem ใช้

  • Manual
  • Report
  • Policy
  • Documentation

ช่วยให้ย้อนกลับไปตรวจ Source ได้

สำหรับงาน Fact-based แนะนำให้เปิด Citation ไว้

㉒ 🚫 Disable knowledge citations

หากไม่ต้องการ Citation Google มีตัวเลือก

Disable knowledge citations

แต่ควรเข้าใจว่าการปิดตัวเลือกนี้จะมีผลกับ Citation ของไฟล์ที่ใช้ใน Gem Chat ด้วยตามคำอธิบายของ Google

ถ้า Gem ใช้ทำ Research หรือ Policy Q&A การเก็บ Citation ไว้มักมีประโยชน์กว่า

㉓ 👀 Preview Gem ก่อน Save

ทางด้านขวาของหน้าสร้าง Gem มีพื้นที่ Preview

สามารถใส่ Prompt ทดลองได้ทันที

ตัวอย่าง Gem SEO Writer:

“วิธีตั้งค่า Wi-Fi Router”

ดูว่า Gem

  • วิเคราะห์ Intent หรือไม่
  • Structure ถูกไหม
  • ใช้ภาษาเหมาะไหม
  • ทำตาม Constraints หรือไม่

จากนั้นกลับไปแก้ Instructions

㉔ ⚠️ Preview ไม่ได้ Save Gem ให้อัตโนมัติ

จุดนี้ Google เตือนไว้โดยตรง

การใช้ Preview ไม่ได้หมายความว่า Gem ถูก Save แล้ว

หลัง Test เสร็จต้องกด

Save

ด้วย

ถ้าปิดหน้าก่อน Save อาจเสียการแก้ Instructions ที่เพิ่งทำ

㉕ 🧪 Test Prompt ปกติ

เริ่มจาก Prompt ที่ตรงกับงาน

ตัวอย่าง Gem SEO:

“วิธีแก้ Wi-Fi ช้า”

ดูว่า Output ตรงตาม Instructions หรือไม่

ถ้าไม่ตรง ให้ปรับ Instruction ก่อน Save

㉖ 🧪 Test Prompt สั้นมาก

เช่น

“Wi-Fi 7”

ดูว่า Gem จัดการ Input ที่มี Context น้อยอย่างไร

ถ้าต้องการให้ถามกลับเมื่อข้อมูลไม่พอ ให้เพิ่ม Instruction

เช่น

“หากหัวข้อกว้างเกินไป ให้ถามเป้าหมายก่อนสร้างงาน”

㉗ 🧪 Test Input ที่ไม่ครบ

ตัวอย่าง Product Gem:

ผู้ใช้พิมพ์แค่

“iPhone”

ถ้า Gem เริ่มสร้าง

  • ราคา
  • Feature
  • Promotion

ทันที อาจไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ

ควรเพิ่มกติกา:

“หากข้อมูล Product ไม่ครบ ให้ถามข้อมูลที่จำเป็นก่อน”

㉘ 🧪 Test Prompt นอก Scope

ตัวอย่าง Gem SEO Writer แล้วถาม:

“ช่วยคำนวณภาษี”

ดูว่า Gem จะตอบอย่างไร

หากอยากให้ปฏิเสธงานนอก Scope อย่างสุภาพ ให้ระบุ

“หากคำขอไม่เกี่ยวกับ Content SEO ให้แจ้งว่าอยู่นอกหน้าที่ของ Gem”

ช่วยรักษาหน้าที่ให้ชัด

㉙ 🧪 Test Hallucination

ถ้า Gem ใช้ Knowledge ให้ถามสิ่งที่ ไม่มีอยู่ใน Knowledge

เช่น Product Manual ไม่มีราคา

ถาม:

“สินค้านี้ราคาเท่าไร”

Gem ที่ดีควรตอบว่าไม่มีข้อมูล

ไม่ใช่สร้างราคา

หากยังเดา ให้เพิ่ม Constraints

㉚ 💾 กด Save

เมื่อ

  • Name ถูก
  • Instructions พร้อม
  • Knowledge ครบ
  • Preview ผ่าน

ให้กด

Save

Gem จะถูกบันทึกและพร้อมใช้งาน

จุดนี้คือขั้นตอนที่ทำให้ Gem กลายเป็น Custom Gem ที่นำกลับมาใช้ภายหลังได้

㉛ 📱 Gem ที่ Save แล้วใช้บนมือถือได้ไหม

ได้

Google ระบุว่า Gem ที่สร้างใน Gemini Web App จะปรากฏใน Gemini Mobile App ด้วย

ดังนั้นสามารถ

สร้างบนคอม → ใช้บนมือถือ

ได้

ไม่จำเป็นต้องสร้างซ้ำบนโทรศัพท์

㉜ 🧩 Gem ปรากฏใน Google Workspace ได้ไหม

Google ระบุว่า Custom Gem ที่สร้างผ่าน Gemini Web สามารถปรากฏใน Gemini Side Panel ของ Google Workspace ตาม Availability

ทำให้ Gem ที่มี Instructions เฉพาะสามารถนำไปใช้ใน Workflow ที่เกี่ยวข้องกับ Workspace ได้

บัญชีองค์กรอาจถูกควบคุมโดย Administrator

㉝ 💬 วิธีเริ่ม Chat ด้วย Gem

หลัง Save:

① เปิด Gemini
② เปิด Sidebar
③ เลือก Gems
④ ดู My Gems
⑤ เลือก Gem ที่สร้าง
⑥ พิมพ์ Prompt
⑦ Submit

Gem จะนำ Instructions ที่ตั้งไว้มาใช้ในการตอบ

㉞ ✍️ Prompt หลังมี Gem ควรสั้นลงไหม

ได้

นี่คือจุดประสงค์หลักข้อหนึ่งของ Gem

ก่อนสร้าง Gem:

“คุณเป็น SEO Writer เขียนภาษาไทย… [Instructions 30 บรรทัด] … หัวข้อ Wi-Fi 7”

หลังสร้าง Gem:

“Wi-Fi 7 คืออะไร”

ก็เพียงพอได้ในหลายกรณี เพราะกติกาหลักอยู่ใน Gem แล้ว

อย่างไรก็ตาม Prompt ใหม่ยังควรบอกข้อมูลที่เปลี่ยนตาม Task

เช่น

  • Topic
  • Audience เฉพาะงาน
  • Source
  • Length
  • Deadline

㉟ 🔄 แก้ Gem ภายหลังได้ไหม

ได้

Custom Gem สามารถ Edit ได้ภายหลังผ่าน Gemini Web

ถ้าเริ่มพบว่า Gem

  • ตอบยาวเกินไป
  • ไม่ทำ FAQ
  • ชอบสร้างข้อมูลเพิ่ม
  • ใช้ Tone ผิด

ให้แก้ Instructions

ไม่จำเป็นต้องสร้าง Gem ใหม่ทุกครั้ง

㊱ 🧠 ปรับ Gem จากผลใช้งานจริง

Workflow ที่ดีคือ

Create → Test → Use → Observe → Refine

ตัวอย่างใช้ 10 งานแล้วพบว่า Gem ชอบใช้ Introduction ยาว

เพิ่ม Instruction:

“Introduction ไม่เกิน 120 คำ”

หลังแก้แล้ว Test อีกครั้ง

Gem ที่ดีมักเกิดจากการปรับหลายรอบ ไม่ใช่ Instructions ครั้งแรกที่สมบูรณ์ทันที

㊲ 🗑️ ลบ Knowledge ที่ไม่ใช้

หาก Knowledge File ล้าสมัยหรือไม่เกี่ยวข้อง ให้ Edit Gem แล้วนำไฟล์ออก

เช่นมี

Product Guide 2024

แต่ปัจจุบันใช้

Product Guide 2026

อย่าปล่อย Source เก่าไว้โดยไม่จำเป็น เพราะสามารถเพิ่มความสับสนในการตอบ

㊳ 🔄 Google Drive เหมาะกับ Knowledge ที่เปลี่ยนบ่อย

ถ้าเอกสารถูก Update เป็นประจำ ควรพิจารณาเพิ่มจาก Google Drive แทน Upload File Static

ตัวอย่าง:

Company Price List

ถ้า Upload ไฟล์จากเครื่อง อาจต้อง Upload ใหม่เมื่อราคาเปลี่ยน

แต่ Drive Source สามารถใช้ Version ล่าสุดของไฟล์ตามที่ Google รองรับ

㊴ 🏷️ ตั้งชื่อ Knowledge File ให้ชัด

เช่น

ไม่ควรใช้:

final-new-2.pdf

ควรใช้:

brand-guidelines.pdf

หรือ

product-catalog.pdf

ช่วยให้จัดการ Knowledge ง่ายขึ้นในระยะยาว

㊵ 📚 แยก Gem ตาม Knowledge

หาก Product หลายกลุ่มแตกต่างกันมาก อาจสร้าง

  • Router Support Gem
  • CCTV Support Gem
  • Server Support Gem

แทน Gem เดียวที่มี Manual หลายร้อยไฟล์

จะควบคุม Scope และ Knowledge ได้ง่ายกว่า

㊶ ✍️ ตัวอย่างสร้าง SEO Writer Gem

Name

SEO Content Writer

Instructions

“คุณเป็น SEO Content Writer ภาษาไทย

เมื่อได้รับ Keyword ให้

  1. วิเคราะห์ Search Intent
  2. ตอบคำถามหลักช่วงต้น
  3. สร้าง H2/H3 ที่ครอบคลุม Intent
  4. อธิบาย Step-by-step เมื่อเหมาะสม
  5. เพิ่ม FAQ
  6. สรุปท้ายบทความ

ใช้ภาษาธรรมชาติ

ห้าม Keyword Stuffing

ห้ามสร้าง Search Volume

ห้ามรับประกันอันดับ Google

หากมี Fact ที่เปลี่ยนตามเวลา ให้ระบุว่าต้องตรวจข้อมูลล่าสุด”

Knowledge

สามารถเพิ่ม Style Guide ของเว็บไซต์

㊷ 👨‍💻 ตัวอย่างสร้าง Code Reviewer Gem

Name

Code Reviewer

Instructions

“คุณเป็น Senior Software Engineer

เมื่อได้รับ Code:

  1. ตรวจ Correctness
  2. หา Bug
  3. ตรวจ Security
  4. ตรวจ Error Handling
  5. ตรวจ Performance
  6. เสนอ Test

รายงานปัญหาก่อนแก้

ห้าม Rewrite ทั้ง Codebase หากผู้ใช้ไม่ได้ขอ”

เหมาะกับการ Review Code ซ้ำ ๆ

㊸ 🎓 ตัวอย่างสร้าง Study Tutor Gem

Name

Study Tutor

Instructions

“คุณเป็น Tutor สำหรับผู้เริ่มต้น

ทุกครั้ง:

  1. อธิบาย Concept แบบง่าย
  2. ยกตัวอย่าง
  3. เปรียบเทียบกับเรื่องใกล้ตัว
  4. ถาม Quiz 3 ข้อ
  5. รอคำตอบก่อนเฉลย

หากผู้เรียนตอบผิด ให้อธิบาย Concept ใหม่”

สามารถเพิ่ม Textbook หรือ Study Material เป็น Knowledge

㊹ 🇬🇧 ตัวอย่าง English Tutor

Name

English Tutor

Instructions

“ช่วยผู้เรียนภาษาอังกฤษที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก

เมื่อได้รับประโยคภาษาอังกฤษ:

  1. ตรวจ Grammar
  2. แสดง Version ที่เป็นธรรมชาติ
  3. อธิบายข้อผิดพลาดเป็นภาษาไทย
  4. ให้ตัวอย่างเพิ่ม 2 ประโยค

อย่าใช้ศัพท์ Grammar ที่ยากโดยไม่อธิบาย”

เหมาะสำหรับฝึก Writing

㊺ 🛍️ Product Description Gem

Instructions

“เขียน Product Description ภาษาไทย

ใช้เฉพาะข้อมูล Product ที่ผู้ใช้ให้หรือที่อยู่ใน Knowledge

Output:

  • Product Name
  • Description
  • Key Benefits
  • Suitable For

ห้ามสร้าง

  • ราคา
  • Promotion
  • Specification
  • Warranty

ที่ไม่มี Source”

ช่วยลดข้อมูลสินค้าที่ AI แต่งเอง

㊻ 💼 Business Analyst Gem

Instructions:

“วิเคราะห์ Business Report โดยแยก

  1. Performance
  2. Growth
  3. Cost
  4. Risk
  5. Opportunity
  6. Recommendation

ทุกตัวเลขต้องรักษาค่าเดิมจาก Source

หากต้องคำนวณเพิ่ม ให้แสดง Formula”

สามารถเพิ่ม Report Template เป็น Knowledge ได้

㊼ 📧 Email Writer Gem

Instructions:

“เขียน Email ภาษาอังกฤษแบบ Professional

ต้องมี

  • Subject
  • Greeting
  • Message
  • Action Required
  • Closing

ไม่เกิน 180 คำ

หลีกเลี่ยงศัพท์ซับซ้อน”

หลังสร้าง Gem สามารถส่งเพียง Context ของ Email ใหม่แต่ละครั้ง

㊽ 📣 Social Media Gem

Instructions:

“สร้าง Facebook Content ภาษาไทย

Tone Friendly Professional

Structure:

  • Hook
  • Main Content
  • CTA

ห้ามสร้าง Review ลูกค้า ราคา หรือ Promotion หากไม่มี Input”

เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการ Brand Voice คงที่

㊾ 🔎 Research Reviewer Gem

Instructions:

“เมื่อได้รับ Research Report ให้แยก

  • Claims
  • Evidence
  • Sources
  • Numbers
  • Dates
  • Limitations

ระบุ Claim ที่ยังไม่มี Source

อย่าช่วยเติม Source ด้วยการเดา”

เหมาะสำหรับ QA ก่อนใช้ Research

㊿ 🧑‍💼 Customer Support Gem

Instructions:

“ตอบคำถาม Product โดยใช้ Knowledge Files เป็นหลัก

หากพบวิธีแก้ใน Manual:

  1. สรุปปัญหา
  2. ให้ขั้นตอนแก้ทีละขั้น
  3. เพิ่มคำเตือนหากมี

หาก Manual ไม่มีข้อมูล ให้ตอบว่าไม่พบข้อมูลใน Knowledge”

เหมาะกับการสร้าง Support Assistant จาก Documentation

51 🏢 สร้าง Gem สำหรับทีม

ถ้าตั้งใจให้คนหลายคนใช้ Gem ควรเขียน Instructions ให้ไม่พึ่งข้อมูลส่วนตัวของผู้สร้าง

ไม่ควรเขียน:

“เขียนเหมือนที่ฉันชอบ”

ควรเขียน:

“ใช้ Tone Friendly Professional ประโยคไม่ยาวเกิน 25 คำ”

Rules ที่ Explicit สามารถใช้ซ้ำกับทีมได้ดีกว่า

52 🔗 ก่อนแชร์ Gem ควรสร้างให้เสถียรก่อน

แม้หัวข้อนี้เน้นการสร้าง Gem แต่หากมีแผนแชร์ ควร

① Test หลาย Use Cases
② ตรวจ Instructions
③ ตรวจ Knowledge
④ ลบข้อมูล Sensitive
⑤ ตรวจ Permission

ก่อน Share

เพราะคนอื่นที่มี Access สามารถเห็น Instructions และ Files ที่เกี่ยวข้องตามระบบ Sharing

53 🔐 ห้ามใส่ Secret ใน Instructions

อย่าใส่

  • Password
  • API Key
  • Token
  • Credential

ใน Instructions

โดยเฉพาะ Gem ที่มีโอกาสแชร์

Instructions มีไว้กำหนด Behavior

ไม่ใช่ Secret Storage

54 📎 ห้าม Upload ข้อมูลเกินความจำเป็น

ตัวอย่าง Gem ต้องตอบคำถามเกี่ยวกับ Product Spec

ไม่จำเป็นต้อง Upload

  • รายชื่อลูกค้า
  • Invoice
  • Employee Data

เพิ่มมาด้วย

Knowledge ควรจำกัดเฉพาะสิ่งที่ Task ต้องใช้

55 ⚠️ Gem ไม่ใช่ระบบที่ตอบถูก 100%

แม้ Instructions จะละเอียดและมี Knowledge แล้ว Gemini ยังสามารถผิดได้

ต้องตรวจเป็นพิเศษสำหรับ

  • ราคา
  • กฎหมาย
  • สุขภาพ
  • Financial Data
  • Product Specifications
  • Technical Configurations

Gem ช่วยให้ Workflow สม่ำเสมอ

แต่ไม่ได้รับประกัน Correctness

56 🚫 Gemini Gems ใช้กับ Gemini Live ได้ไหม

Google ระบุว่าปัจจุบัน Gems ยังใช้กับ Gemini Live ไม่ได้

ดังนั้น Gem ที่สร้างขึ้นสามารถใช้ใน Gemini Web และ Mobile Chat แต่ไม่ควรคาดว่าจะเรียก Custom Gem เดิมเข้า Gemini Live ได้

เป็นข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนสร้าง Gem สำหรับ Voice Tutor

57 📱 ทำไมสร้าง Gem ใน App ไม่ได้

Google ระบุว่า Custom Gem สามารถ

  • Create
  • Edit
  • Delete

ผ่าน Gemini Web App

ส่วน Gemini Mobile App ใช้ Gem ที่สร้างไว้แล้วได้

ถ้าอยู่ใน App แล้วหาปุ่ม New Gem ไม่พบ ให้เปิด Gemini Web

58 🧪 Gem ที่ดีต้องทดสอบอะไรบ้าง

ก่อนใช้งานจริง Test อย่างน้อย:

Normal

งานทั่วไป

Missing Data

ข้อมูลไม่ครบ

Ambiguous

คำสั่งกำกวม

Out-of-scope

งานนอกหน้าที่

Knowledge Missing

ถามสิ่งที่ไม่มีใน Source

Long Input

ข้อมูลยาว

ถ้า Gem ผ่านหลายสถานการณ์ ความน่าเชื่อถือของ Workflow จะดีขึ้น

59 🔄 อย่าสร้าง Gem ใหม่ทุกครั้งที่ไม่พอใจ

ถ้า Gem ทำงานใกล้เคียงที่ต้องการ ให้แก้

Instructions

ก่อน

ตัวอย่าง:

ปัญหา: ตอบยาว

เพิ่ม:

“คำตอบทั่วไปไม่เกิน 500 คำ เว้นแต่ผู้ใช้ขอฉบับละเอียด”

ปัญหา: เดาข้อมูล

เพิ่ม:

“ห้ามสร้างข้อมูลที่ไม่มี Source”

การ Refine Gem เดิมมักดีกว่ามี Gems ที่เหมือนกันหลายตัว

60 🚀 Workflow สร้าง Gem ที่แนะนำที่สุด

ใช้ขั้นตอนนี้:

① Define Task → ② Name → ③ Persona → ④ Task → ⑤ Context → ⑥ Format → ⑦ Constraints → ⑧ Knowledge → ⑨ Preview → ⑩ Test → ⑪ Refine → ⑫ Save

หลังจากใช้งานจริง:

Use → Observe → Improve Instructions

นี่คือวิธีทำให้ Gem ดีขึ้นเรื่อย ๆ

⚠️ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนสร้าง Gem

❌ ① ตั้งชื่อไม่สื่อหน้าที่

หา Gem ยาก

❌ ② Instructions มีเพียง Persona

ไม่มี Task

❌ ③ ไม่กำหนด Output

คำตอบเปลี่ยน Format ทุกครั้ง

❌ ④ ไม่กำหนดข้อห้าม

AI เติมข้อมูลเอง

❌ ⑤ Upload Knowledge เยอะเกินไป

Context ไม่ตรงงาน

❌ ⑥ ไม่สั่งให้ใช้ Knowledge อย่างไร

Gem ยังเดาได้

❌ ⑦ ไม่ Preview

พบปัญหาหลังใช้งานจริง

❌ ⑧ Preview แล้วลืม Save

Google ระบุว่า Preview ไม่ Save อัตโนมัติ

❌ ⑨ ใส่ Secret ใน Gem

เสี่ยง Privacy/Security

❌ ⑩ สร้าง Gem ตัวเดียวทำทุกอย่าง

Instructions เริ่มขัดกันเอง

✅ Checklist สร้าง Gem

ก่อน Save ตรวจว่า

① Name ชัด
② Persona ชัด
③ Task ชัด
④ Context เพียงพอ
⑤ Output Format ชัด
⑥ Constraints ครบ
⑦ Knowledge เกี่ยวข้อง
⑧ ไม่มี Secret
⑨ Preview แล้ว
⑩ Test Normal Input
⑪ Test Missing Data
⑫ Test Out-of-scope
⑬ Test Hallucination
⑭ กด Save แล้ว

✅ Checklist หลัง Save

ลองใช้ Gem จริง 5–10 งาน

แล้วดูว่า

① ทำตาม Instructions สม่ำเสมอไหม
② Output ยาวไปไหม
③ มีข้อมูลที่ชอบเดาไหม
④ Knowledge ถูกใช้ไหม
⑤ Citation เป็นประโยชน์ไหม
⑥ มี Instructions ที่ซ้ำไหม

จากนั้น Edit Gem และปรับอีกครั้ง

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสร้าง Gem ใน Google Gemini

สร้าง Gem ใน Google Gemini อย่างไร

เปิด Gemini Web → Gems/Explore Gems → New Gem → ตั้งชื่อ → เขียน Instructions → เพิ่ม Knowledge ถ้าต้องการ → Preview → Save

ต้องใช้คอมพิวเตอร์ไหม

การสร้าง Custom Gem ทำผ่าน Gemini Web App โดยใช้คอมพิวเตอร์จะสะดวกที่สุด และ Google ยังรองรับการเข้าผ่าน Gemini Web บนอุปกรณ์บางประเภท

สร้าง Gem ใน Gemini Mobile App ได้ไหม

Google ระบุว่าการสร้าง แก้ และลบ Custom Gem ทำผ่าน Gemini Web App ส่วน Mobile App ใช้ Gem ที่สร้างแล้วได้

Gem ที่สร้างบนคอมใช้มือถือได้ไหม

ได้ Google ระบุว่า Custom Gem ที่สร้างใน Web จะปรากฏใน Gemini Mobile App

ต้องเสียเงินไหม

Availability และ Usage Limit ขึ้นอยู่กับบัญชีและ Gemini Plan ปัจจุบัน การสร้าง Gem ไม่ควรถูกตีความว่า Model Usage จะไม่จำกัด

Gem ต้องมี Knowledge ไหม

ไม่จำเป็น สามารถสร้างจาก Name + Instructions ได้ Knowledge เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม

เพิ่ม PDF ได้ไหม

หากไฟล์ประเภทดังกล่าวอยู่ใน Supported File Types ของ Gemini สามารถเพิ่มเป็น Knowledge ได้ตามข้อจำกัดของระบบ

เพิ่ม Google Drive ได้ไหม

ได้ โดยใช้ Add files → Drive และต้องมีการตั้งค่าที่จำเป็น เช่น Keep Activity และการเชื่อม Google Workspace กับ Gemini Apps

Drive File เปลี่ยนแล้ว Gem ต้อง Upload ใหม่ไหม

Google ระบุว่า Gem ใช้ Version ล่าสุดของ Drive File ที่เพิ่มไว้

เพิ่ม NotebookLM Notebook ได้ไหม

ได้ในระบบที่รองรับ แต่มีข้อจำกัดสำหรับ Shared Gems ที่ควรตรวจก่อนแชร์

ให้ Gemini ช่วยเขียน Instructions ได้ไหม

ได้ ใช้ Use Gemini to rewrite instructions

Preview Gem ได้ไหม

ได้ มี Preview ทางด้านขวาของ Gem Builder

Preview แล้ว Gem ถูก Save เลยไหม

ไม่ Google ระบุชัดว่าการใช้ Preview ไม่ได้ Save Gem อัตโนมัติ ต้องกด Save เอง

แก้ Gem ภายหลังได้ไหม

ได้ Custom Gem สามารถ Edit ผ่าน Gemini Web App

Gem ใช้กับ Gemini Live ได้ไหม

ปัจจุบัน Google ระบุว่ายังไม่ได้

ควรสร้าง Gem กี่ตัว

ไม่มีจำนวนตายตัว แต่ควรแยกตามหน้าที่ เช่น Writer, Code Reviewer, Tutor แทนการสร้าง Gem เดียวที่มี Instructions ทุกประเภท

Gem ใช้ข้อมูลจาก Knowledge อย่างเดียวหรือไม่

ไม่ควรสมมติเช่นนั้น หากต้องการคำตอบเฉพาะจาก Knowledge ควรเขียน Instructions ให้ชัดว่าเมื่อไม่พบข้อมูลต้องไม่เดา

Gem ยังตอบผิดได้ไหม

ได้ Gem ยังคงใช้ Generative AI จึงต้อง Fact-check ข้อมูลสำคัญ

✅ สรุปวิธีสร้าง Gem ใน Google Gemini

วิธีสร้าง Custom Gem ที่แนะนำคือ

① เปิด Gemini Web → ② Gems → ③ New Gem → ④ ตั้งชื่อ → ⑤ เขียน Instructions → ⑥ เพิ่ม Knowledge → ⑦ Preview → ⑧ Test → ⑨ Save

ส่วนสำคัญที่สุดไม่ใช่การกด New Gem

แต่คือ Instructions

ควรเขียนตามโครงสร้าง

Persona → Task → Context → Format

และสำหรับงานจริงควรเพิ่ม

Constraints

ด้วย

เช่น

“ห้ามสร้างข้อมูลที่ไม่มี Source”

หากต้องการ Context เพิ่มเติม สามารถใช้ Knowledge จาก

  • ไฟล์ใน Device
  • Google Drive
  • NotebookLM Notebook ตาม Availability

และ Google รองรับ Knowledge Citations เพื่อช่วยย้อนตรวจ Source ได้

ถ้าไม่รู้ว่าจะเขียน Instructions อย่างไร สามารถเริ่มจากคำอธิบายสั้น ๆ แล้วใช้

Use Gemini to rewrite instructions

ให้ Gemini ช่วยขยาย

แต่ต้อง Review ก่อน Save ทุกครั้ง

จุดที่หลายคนพลาดคือ

Preview แล้วคิดว่า Save แล้ว

Google ระบุชัดว่า Preview ไม่บันทึก Gem อัตโนมัติ

ดังนั้นหลัง Test ต้องกด

Save

เมื่อสร้างเสร็จ Gem จะสามารถนำกลับมาใช้ใน Gemini Web และ Gemini Mobile App รวมถึง Gemini Side Panel ใน Google Workspace ตาม Availability

สูตรที่ควรจำคือ

Repeatable Task → Clear Instructions → Relevant Knowledge → Preview → Test → Save → Refine

ไม่ใช่

New Gem → ใส่คำสั้น ๆ → Save → หวังว่าจะรู้ทุกอย่าง

เมื่อสร้าง Gem ด้วยโครงสร้างที่ดี เราจะสามารถเปลี่ยน Prompt ยาวที่ต้องพิมพ์ซ้ำทุกวัน ให้กลายเป็น AI Assistant เฉพาะงานที่เปิดขึ้นมาแล้วเริ่มทำงานได้ทันที