Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Gemini Omni และ Veo เป็นเทคโนโลยีสร้างวิดีโอ AI ของ Google ที่มีความสามารถทับซ้อนกันหลายด้าน แต่ ไม่ได้เป็นโมเดลเดียวกันและไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ Workflow แบบเดียวกันทั้งหมด
ถ้าต้องการคำตอบแบบสั้นที่สุด:
Gemini Omni = เด่นด้าน Multimodal + สร้างและแก้วิดีโอด้วยการสนทนาต่อเนื่อง
Veo 3.1 = เด่นด้าน Video Generation + Cinematic Control + First/Last Frame + Video Extension
ปัจจุบัน Gemini Apps ใช้ Gemini Omni เป็นโมเดล Video Generation ล่าสุด โดย Google เน้นให้สร้างและแก้วิดีโอเหมือนการสนทนา สามารถผสมข้อความ รูป และวิดีโอ รวมถึงแก้ต่อหลายรอบใน Chat เดิมได้
ขณะที่ Veo 3.1 ยังคงเป็นโมเดล Video Generation สำคัญของ Google DeepMind และ Gemini API รองรับ Veo 3.1 สำหรับวิดีโอ 8 วินาที พร้อม Native Audio รวมถึง 720p, 1080p และ 4K ใน Configuration ที่รองรับ อีกทั้งมี Video Extension, First/Last Frame และ Reference Images สูงสุด 3 รูป
ดังนั้นคำถามที่ถูกต้องจึงไม่ใช่
“ตัวไหนใหม่กว่าแล้วอีกตัวเลิกใช้หรือยัง”
แต่ควรถามว่า
“งานของเราต้องการ Conversational Editing หรือ Production-style Video Generation Control มากกว่ากัน?”
ก่อนเปรียบเทียบ ต้องเข้าใจบทบาทของแต่ละตัวก่อน
Gemini Omni เป็นโมเดล Multimodal สำหรับสร้างและแก้ Video ที่รวมความสามารถด้าน Gemini Reasoning เข้ากับ Generative Video
ใน Gemini API รุ่นปัจจุบัน Google ระบุว่า Gemini Omni Flash สามารถประมวลผล Text, Image, Audio และ Video ร่วมกัน และรองรับการแก้ไขวิดีโอแบบ Conversational โดยรักษาบริบทจากรอบก่อนหน้าไว้
พูดง่าย ๆ คือ
สร้าง → ดู → บอกให้แก้ → ดู → แก้อีกครั้ง
เป็น Workflow หลักของ Omni
Veo คือ Model Family สำหรับ Video Generation ของ Google DeepMind
รุ่นสำคัญปัจจุบันคือ
Veo 3.1
ซึ่งเน้น
Cinematic Generation
Native Audio
Image-to-Video
Reference Images
First/Last Frame
Video Extension
Resolution Control
และ Aspect Ratio
ความแตกต่างใหญ่ที่สุดคือ วิธีทำงาน
คิดเหมือนกำลังคุยกับ Video Editor
คุณสามารถพูดว่า
“สร้างรถสีแดงวิ่งกลางคืน”
จากนั้น
“เปลี่ยนรถเป็นสีดำ”
ต่อด้วย
“เพิ่มฝน”
ต่อด้วย
“เปลี่ยนกล้องเป็น Low Angle”
ระบบจะพยายามรักษา Context ของ Video เดิมและแก้เฉพาะสิ่งที่คุณสั่ง
คิดเหมือน Video Generation Engine ที่มี Control สำหรับสร้าง Shot
เช่น
กำหนด Prompt
Reference Image
First Frame
Last Frame
Aspect Ratio
Resolution
หรือ Extend Scene
แล้ว Generate Video ตาม Configuration
ดังนั้น
Omni เน้น Conversation
ขณะที่
Veo เน้น Generation Control
| ความสามารถ | Gemini Omni | Veo 3.1 |
|---|---|---|
| Text-to-Video | ✅ | ✅ |
| Image-to-Video | ✅ | ✅ |
| Video พร้อมเสียง | ✅ | ✅ |
| ใช้รูป Reference | ✅ | ✅ |
| Video-to-Video Edit | ✅ เด่น | ไม่ใช่จุดเด่นหลัก |
| Multi-turn Editing | ✅ เด่นมาก | จำกัดกว่า |
| Conversational Editing | ✅ | ไม่ใช่ Core Workflow |
| World Knowledge / Gemini Reasoning | ✅ เด่น | เน้น Generation |
| First Frame | ✅ ใช้ได้ใน Omni API บาง Workflow | ✅ |
| First + Last Frame | ไม่ใช่จุดเด่นปัจจุบัน | ✅ เด่น |
| Video Extension | ไม่รองรับใน Omni Flash API ปัจจุบัน | ✅ |
| 9:16 | ✅ | ✅ |
| 16:9 | ✅ | ✅ |
| Native Audio | ✅ | ✅ |
| Audio Editing | Omni Flash API ปัจจุบันยังไม่รองรับโดยตรง | เน้นสร้าง Audio พร้อม Video |
| Cinematic Shot Generation | ✅ | ✅ เด่น |
| 4K ใน Gemini API | ขึ้นกับ Surface/รุ่น | ✅ Veo 3.1 รองรับใน Workflow ที่กำหนด |
| Gemini Apps ปัจจุบัน | ✅ โมเดลหลัก | ไม่ใช่ชื่อหลักของ Video UI ปัจจุบัน |
| Gemini API | ✅ Preview | ✅ |
| เหมาะกับ Edit หลายรอบ | ⭐⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐ |
| เหมาะกับ Extension/First-Last Frame | ⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
รายละเอียด Feature สามารถต่างกันระหว่าง Gemini Apps และ Gemini API ดังนั้นอย่านำ Capability ของ API ไปสรุปว่า App ทุกบัญชีต้องมีเหมือนกัน
หนึ่งในแนวคิดหลักของ Omni คือ Input ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ Text
Gemini Omni Flash สามารถประมวลผลข้อมูลจาก
Text
Image
Audio
Video
ร่วมกันภายใน Workflow เดียว และใช้ Context เหล่านั้นในการสร้าง Video Output ที่สอดคล้องกัน
ตัวอย่างเช่น
รูปที่ 1 = Character
รูปที่ 2 = Product
Prompt = Action
Video = Camera Movement Reference
จากนั้นให้ Omni พยายามรวมองค์ประกอบเข้าด้วยกัน
นี่เหมาะกับ Workflow ที่มีข้อมูลหลายชนิด
สมมติคุณมี
รูปผู้หญิง
รูปกระเป๋า
วิดีโอตัวอย่าง Camera Movement
และต้องการแก้คลิปหลายรอบ
Omni จะเข้ากับงานแบบนี้มาก เพราะ Workflow เน้นการอ้างอิงหลาย Input และ Conversation ต่อเนื่อง
นี่คือความแตกต่างที่ชัดที่สุด
Gemini Omni สามารถจำ State ของ Video จาก Interaction ก่อนหน้า แล้วรับ Prompt ใหม่เพื่อแก้ต่อ
ตัวอย่าง:
“สร้างผู้หญิงกำลังเล่นไวโอลินกลางสวน”
“ทำให้ไวโอลินหายไป”
Google แสดง Workflow ลักษณะนี้ใน Gemini Omni API โดยใช้ Interaction ก่อนหน้าเป็นฐานของ Edit ใหม่
ใน Gemini Apps ผู้ใช้ก็สามารถแก้ Video ต่อเนื่องใน Conversation เดียว และแต่ละ Turn สามารถเพิ่ม Image หรือ Video Reference ได้
เหมาะกับงานที่ต้อง
เปลี่ยน Background
เปลี่ยน Object
เปลี่ยน Character
เปลี่ยน Style
เปลี่ยน Lighting
เปลี่ยน Camera
แก้ Text
สร้าง Version ต่อเนื่อง
โดยไม่ต้องสร้างใหม่ทั้งหมดทุกครั้ง
ใช้
Keep everything else the same + Change only X
ตัวอย่าง
“เปลี่ยนรถสีแดงเป็นรถสีดำ Keep everything else the same.”
หรือ
“เพิ่มแมวกระโดดขึ้นตักของผู้ชาย Keep everything else the same.”
เอกสาร Omni ของ Google แนะนำให้ Prompt สำหรับ Edit เรียบง่าย และใช้แนวทาง “Keep everything else the same” เพื่อช่วยรักษาส่วนอื่นของ Video
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ Veo ยังมีบทบาทชัด
คุณสามารถกำหนด
ภาพเริ่มต้น
และ
ภาพสุดท้าย
แล้วให้ Veo Generate Motion ระหว่างกลาง
ตัวอย่าง:
First Frame:
รถอยู่หน้าบ้าน
Last Frame:
รถอยู่ปลายถนน
Prompt:
“รถออกตัวอย่างช้า ๆ ก่อนเร่งไปข้างหน้า กล้อง Tracking จากด้านหลัง”
Veo จะสร้าง Motion เพื่อเชื่อมสองสถานะเข้าด้วยกัน
Gemini API ระบุ First/Last Frame เป็นหนึ่งใน Capability สำคัญของ Veo 3.1
เหมาะกับ
Transition
Storyboard
Product Transformation
Shot Planning
Animation
Before/After Concept
ฉากที่ต้องรู้จุดเริ่มและจุดจบชัดเจน
Veo 3.1 สามารถนำ Video ที่สร้างไว้แล้วมาต่อ Scene ได้
เช่น Clip เดิมจบที่
รถหยุดหน้าบ้าน
จากนั้น Extend ด้วย Prompt
“ประตูรถเปิด ผู้ชายเดินออกมาและเดินเข้าบ้าน”
นี่แตกต่างจากการ Generate Clip ใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Clip เดิม
Video Extension เป็น Capability ที่ Google ระบุไว้โดยตรงสำหรับ Veo 3.1
นี่เป็นความแตกต่างสำคัญ
เอกสาร Gemini Omni Flash API ปัจจุบันระบุว่า
ยังไม่รองรับ Video Extension
และยังไม่รองรับการสร้าง Video ระหว่าง First Frame กับ Last Frame แบบ Interpolation ใน API รุ่นปัจจุบัน
ดังนั้นหาก Requirement หลักคือ
“ต่อคลิปเดิมออกไป”
Veo 3.1 เป็นตัวเลือกที่ตรงกว่าใน Workflow ปัจจุบัน
Veo ถูกพัฒนามาโดยเน้น Video Generation และ Cinematic Control โดยตรง
สามารถสั่ง
Camera
Action
Dialogue
Sound Effects
Lighting
Style
ได้
ตัวอย่าง
“Drone shot following a convertible along a coastal road at sunset, with waves crashing below and the engine roaring.”
Gemini API ยกตัวอย่าง Veo 3.1 สำหรับ Cinematic Realism และ Native Audio โดยตรง
ได้
Omni ก็รองรับ
Camera Movement
Lighting
Mood
Scene
และ Cinematic Control
ไม่ใช่ว่า Omni ทำ Film-style Video ไม่ได้
ความแตกต่างคือ
Omni เพิ่มความสามารถด้าน Conversation และ Multimodal Reasoning เข้าไปเป็น Core Workflow
Google ระบุว่า Omni นำความเข้าใจเกี่ยวกับ
Physics
History
Science
Cultural Context
ของ Gemini มาช่วยในการสร้าง Video
นี่มีประโยชน์กับ
Explainer
Educational Video
Concept Visualization
Scene ที่ต้องมี Context
ตัวอย่าง
“สร้างวิดีโออธิบายการเกิดสุริยุปราคา”
Omni สามารถใช้ World Understanding ของ Gemini ช่วยตีความสิ่งที่ต้องสร้าง
แต่ข้อมูลสำคัญยังต้อง Fact-check
ทั้งสองระบบสามารถสร้าง Video พร้อม Audio
ดังนั้นคำว่า
“Veo มีเสียง แต่ Omni ไม่มี”
ไม่ถูกต้องในปัจจุบัน
Gemini Omni Flash สามารถสร้าง Video พร้อมเสียงตาม Text Prompt และ Gemini Apps ก็รองรับ Video Creation พร้อม Audio
Veo 3.1 ก็สร้าง Video พร้อม Native Audio ได้เช่นกัน
Veo ถูกนำเสนอในฐานะ Video Generation Model ที่สร้าง Native Audio ร่วมกับ Shot
Omni รวม Audio เข้าไปใน Multimodal Generation Workflow
แต่มีรายละเอียดสำคัญสำหรับ Developer คือ
Gemini Omni Flash API ปัจจุบันยังไม่รองรับ Audio Editing โดยตรง
แม้จะสร้าง Audio พร้อม Video ได้
นี่เป็นตัวอย่างว่าต้องแยก
Generate Audio
ออกจาก
Edit Audio
Gemini Omni Flash API รองรับ
16:9
และ
9:16
โดยค่าเริ่มต้นเป็น Landscape 16:9
Veo 3.1 ก็รองรับ
16:9
และ
9:16
เช่นกัน
ดังนั้นทั้งสองเหมาะกับ
YouTube
TikTok
Reels
Shorts
ได้
ถ้าต้องการ Clip เดี่ยวที่มี Cinematic Direction ชัดมาก
Veo เหมาะ
ถ้าต้องการ Generate แล้วคุยแก้
เปลี่ยนเสื้อ
เปลี่ยน Background
เพิ่ม Character
แก้ Camera
หลายรอบ
Omni เหมาะกว่า
ทั้ง Omni และ Veo สามารถใช้รูปอ้างอิง
แต่ Workflow แตกต่างกัน
เน้นให้ Image เป็นส่วนหนึ่งของ Multimodal Conversation
สามารถใช้หลายรูปเพื่อระบุ
Character
Product
Style
Environment
และแก้ต่อภายหลังได้
Gemini Apps ปัจจุบันรองรับการอัปโหลด Video 1 ไฟล์และรูปสูงสุด 5 รูปใน Video Workflow
ใน Gemini API ปัจจุบันรองรับ Reference Image สูงสุด 3 รูปสำหรับกำหนด Content ของ Generated Video
อย่านำจำนวน Reference ของ Gemini Apps กับ Veo API มาเทียบตรง ๆ เพราะเป็นคนละ Surface
รูปเป็นจุดเริ่มต้นของ Clip
รูปทำหน้าที่เป็นข้อมูลอ้างอิง
เช่น
หน้าคน
สินค้า
Style
ไม่ได้แปลว่ารูปต้องเป็น Frame แรกเสมอไป
Gemini Omni API แยก Task ได้เป็น
text_to_video
image_to_video
reference_to_video
edit
ทำให้ Developer กำหนด Intent ได้ชัดเจนขึ้น
ตัวอย่าง
สร้าง Video Reality
แล้วสั่ง
“ทำเป็น Anime”
จากนั้น
“เปลี่ยน Lighting ให้ Dramatic”
จากนั้น
“เพิ่มหมวกให้ Character”
Workflow แบบนี้เข้ากับ Omni มาก เพราะ Model ถูกออกแบบให้ทำ Stateful/Conversational Editing
ถ้ามี
First Frame
Last Frame
Reference
Prompt
แล้วต้องการ Video Shot ที่มี Start/End Control
Veo มี Tooling ที่ตรงกับงานมากกว่า
โดยเฉพาะ Shot Planning และ Transition
ถ้าคำว่า Editing หมายถึง
“อัปโหลดคลิปแล้วบอกให้ AI แก้”
Gemini Omni เด่นกว่าอย่างชัดเจน
Google Apps Help ระบุ Video-to-Video Edit เป็น Capability หลักของ Omni และผู้ใช้สามารถ Edit ต่อหลาย Turn ใน Conversation เดียว
ตัวอย่าง
Upload Video
แล้วสั่ง
“ลบรถด้านหลัง”
ต่อ
“เปลี่ยน Scene เป็นกลางคืน”
ต่อ
“เปลี่ยน Visual Style เป็น Anime”
นี่คือ Use Case ของ Omni โดยตรง
ขึ้นกับว่าต้องทำอะไร
เลือก Veo ได้
เช่น
“กล้อง Orbit รอบสินค้า”
Omni เหมาะกว่า
เช่น
Version 1 → Background ขาว
Version 2 → Black Studio
Version 3 → เปลี่ยน Camera
Version 4 → เพิ่มคนถือสินค้า
Version 5 → แก้ Lighting
“ใช้สินค้าใน Reference เป็น Master Product รักษา Shape, Color, Packaging และ Material กล้อง Slow Orbit รอบสินค้าใน Premium Black Studio”
หลัง Generate
“เปลี่ยนเฉพาะ Background เป็น White Minimal Studio. Keep everything else the same.”
“ใช้ Product References เป็นส่วนประกอบหลัก สร้าง Cinematic Product Shot กล้อง Slow Orbit 180 องศาใน Premium Black Studio มี Golden Rim Light และ subtle ambient audio.”
ถ้าต้องแก้ Character ต่อเนื่องหลาย Turn
Omni มีข้อได้เปรียบจาก Conversational Context
เช่น
สร้างคน
เปลี่ยนเสื้อ
เปลี่ยน Scene
เปลี่ยน Action
แต่พยายามรักษาคนเดิมไว้
Veo ก็รองรับ Reference Images และ Character-driven Video Generation
แต่ Workflow ไม่ได้เน้น Conversation ต่อเนื่องเท่า Omni
ไม่ว่าจะ Omni หรือ Veo
ยังเป็น Generative Video
สามารถเกิด
หน้าเปลี่ยน
เสื้อเปลี่ยน
สีผิวเปลี่ยน
มือผิด
รายละเอียดสินค้าเพี้ยน
ได้
ดังนั้นหาก Identity สำคัญ ควรตรวจทุก Version
ทั้งคู่ทำได้ดี
ต้องการสร้างหลาย Variation แล้วแก้ด้วย Chat
ต้องการ Shot เฉพาะที่มี Camera Direction ชัดเจน
เช่น
Drone Shot
Dolly In
Scene Extension
First/Last Frame
ไม่มีเหตุผลต้องเลือกเพียงโมเดลเดียวสำหรับทั้ง Production
ตัวอย่าง
คิด Concept และ Script
ทดลอง Character และ Visual Direction
สร้าง Shot ที่ต้องการ First/Last Frame หรือ Extension
ทำ Variation หรือ Edit แบบ Conversational ใน Workflow ที่รองรับ
ตัดต่อ Timeline, Subtitle และ Mix Audio Final
นี่อาจมีประสิทธิภาพกว่าพยายามบังคับโมเดลเดียวทำทุกอย่าง
ถ้าสร้าง Film จริงจัง
อย่าคิดเป็น
Omni “หรือ” Veo เท่านั้น
อาจแบ่งงานเป็น
Veo → Shot Generation
Veo → Extend Scene
Veo → Start/End Frame
Omni → Experiment
Omni → Video-to-Video Editing
Omni → Style Change
แล้วประกอบใน Video Editor
ขึ้นกับ Architecture
เหมาะกับ App ที่ผู้ใช้คุยกับ AI
ตัวอย่าง
“สร้างคลิป”
“เปลี่ยนสีรถ”
“ลบคน”
“ทำให้เป็น Anime”
นี่เป็น Conversational Video App
เหมาะกับ Pipeline ที่ Request มี Parameter ชัด
เช่น
Prompt
Reference
Resolution
Aspect Ratio
First/Last Frame
Extension
แล้วรอ Job Generate
Omni Flash ปัจจุบันใช้แนวทาง Interactions API เพื่อรองรับ State และ Conversation
Veo 3.1 ใช้ Video Generation Operation ซึ่งเหมาะกับ Long-running Generation Job
รายละเอียด Implementation อาจเปลี่ยนได้ จึงควรตรวจ Documentation ปัจจุบันก่อนพัฒนา Production
ชื่อ
Flash
สะท้อนตำแหน่งของโมเดลที่เน้นประสิทธิภาพและ Workflow ที่ตอบสนองเร็วขึ้น
Google อธิบาย Omni Flash ว่าเป็น Multimodal Model ประสิทธิภาพสูงสำหรับ High-speed Video Generation และ Editing
เหมาะกับ
Experiment
Iteration
Conversational Creation
Gemini API ปัจจุบันระบุ Veo 3.1 สำหรับ Video 8 วินาทีที่
720p
1080p
หรือ
4K
พร้อม Native Audio
นี่ทำให้ Veo เหมาะกับ Workflow ที่ Resolution เป็น Requirement ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม
อย่านำคำว่า 4K ไปสรุปว่า Gemini App ทุก Account จะ Download Veo 4K ได้
เพราะ API Capability กับ Consumer App Output อาจไม่เหมือนกัน
Gemini API ระบุ Veo 3.1 เป็น Video Generation 8 วินาที
ถ้าต้องการ Scene ยาวกว่านั้นสามารถใช้ Video Extension ตาม Workflow ที่รองรับ
Omni มีรูปแบบ Generation และ Editing ต่างออกไป จึงไม่ควรเทียบเพียง “ตัวไหนสร้างได้กี่วินาที” แล้วตัดสินว่าใครดีกว่า
คำถามนี้อาจทำให้เข้าใจผิด
Gemini Omni เป็น Video Model/Experience รุ่นใหม่ที่ Google กำลังใช้ใน Gemini Apps ปัจจุบัน
แต่ Veo 3.1 ก็ยังเป็น Model ที่ Active และมี Documentation/Capability ใน Gemini API ปัจจุบัน
ดังนั้น
ใหม่กว่า ≠ แทนที่ทุก Use Case
เทคโนโลยีทั้งสองสามารถอยู่ร่วมกันและใช้คนละจุดประสงค์ได้
ไม่ควรสรุปว่า Veo ถูกแทนที่ทั้งหมด
หลักฐานชัดคือ Google ยังมี Veo 3.1 ใน Gemini API พร้อม Capability เช่น
4K
Native Audio
Video Extension
First/Last Frame
Reference Images
ใน Documentation ปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน Gemini Apps ใช้ Gemini Omni เป็น Video Generator รุ่นล่าสุดสำหรับ Consumer Experience
พูดง่าย ๆ คือ
App UX กำลังเน้น Omni
แต่
Veo ยังมีบทบาทใน Video Generation Ecosystem
ถ้าใช้งาน
Gemini App
หรือ
gemini.google.com
ไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องเลือก Model มาก
ให้เปิด
Create video / Videos
แล้วใช้ Video Generator ที่ Gemini ให้
ปัจจุบัน Google ระบุว่า Gemini Apps ใช้ Gemini Omni เป็น Video Model ล่าสุด
ดังนั้นสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
เริ่มจาก Omni
ง่ายที่สุด
สร้างและแก้หลายรอบ
ใช้หลาย Reference
ต้องการทดลอง Style
ต้องการ Video-to-Video
ต้องการ Conversation
ต้องการ Cinematic Shot
ต้องการ First/Last Frame
ต้องการ Extend Video
ต้องการ Resolution Control ผ่าน API/Surface ที่รองรับ
Conversational Video Creator
AI Video Editor
Creative Assistant
Multimodal Creation Tool
Video Generation Job
Cinematic Shot
Scene Extension
Start/End Frame Control
Production Pipeline
ผู้ใช้พูดว่า
“สร้างแมววิ่งในสวน”
จากนั้น
“เปลี่ยนแมวเป็นสีดำ”
จากนั้น
“เพิ่มหมวก”
จากนั้น
“เปลี่ยนสวนเป็นโตเกียวกลางคืน”
Workflow แบบนี้ Omni เหมาะกว่า เพราะแก้แบบ Stateful Conversation ได้
คุณมี
First Frame = นักบินยืนข้างเครื่องบิน
Last Frame = เครื่องบินกำลังบิน
ต้องการให้ AI สร้าง Transition ระหว่างสองภาพ
Veo เหมาะกว่า เพราะ First/Last Frame เป็น Feature ที่ออกแบบไว้โดยตรง
มี Clip จบที่
นักสำรวจเปิดประตูถ้ำ
ต้องการ Scene ต่อ
“เขาเดินเข้าไปในถ้ำและพบเมืองโบราณ”
ใช้ Video Extension ของ Veo เหมาะกว่าเริ่ม Generate Clip ใหม่
มี Video ดีอยู่แล้ว
แต่มีรถคันหนึ่งที่ไม่ต้องการ
Prompt
“Make the white car in the background invisible. Keep everything else the same.”
นี่เข้ากับ Omni มาก
ใน Gemini Omni Flash API ปัจจุบัน Google ระบุข้อจำกัดบางส่วน เช่น
ยังไม่รองรับ Video Extension
ยังไม่รองรับ First-to-Last Frame Interpolation
ยังไม่รองรับ Audio Editing
และ Video Reference บางรูปแบบยังมีข้อจำกัด
ดังนั้นอย่าคิดว่า Omni ใหม่กว่าแล้วต้องทำทุกอย่างได้มากกว่า Veo ทุกด้าน
Veo ก็ไม่ได้แทน Video Editor แบบเต็มรูปแบบ
ยังสามารถมี
Character Drift
Object Drift
Text Error
Physics Error
Audio Error
Lip Sync Error
ได้
และการแก้แบบ Conversation หลาย Turn ไม่ใช่จุดเด่นเท่า Omni
ไม่ว่าจะใช้โมเดลใด ต้องตรวจ
Terms
Copyright
Trademark
Privacy
Publicity Rights
และสิทธิของ Reference ที่นำเข้าระบบ
โดยเฉพาะ
ใบหน้าคน
Logo
สินค้า
เพลง
Footage ของคนอื่น
AI ไม่ได้ลบสิทธิของเจ้าของต้นฉบับออก
Google ใช้ระบบ SynthID กับ Generative Media ของบริษัท และ Gemini Omni API ระบุว่าวิดีโอที่สร้างขึ้นมี SynthID แบบมองไม่เห็น
สำหรับการเผยแพร่ Content ที่อาจทำให้ผู้ชมเข้าใจผิด ควรให้บริบทว่าเป็น AI-generated หรือ AI-edited อย่างเหมาะสม
✅ สร้าง Video ใน Gemini Apps
✅ Edit Video ด้วย Prompt
✅ Multi-turn Editing
✅ Upload Video แล้วแก้
✅ ใช้ Text + Image + Video ร่วมกัน
✅ เปลี่ยน Scene หลายรอบ
✅ ทดลอง Creative Variation
✅ Conversational Workflow
✅ Cinematic Video Generation
✅ Native Audio
✅ First Frame + Last Frame
✅ Video Extension
✅ Reference Images
✅ 720p / 1080p / 4K ใน API Workflow ที่รองรับ
✅ 9:16 / 16:9
✅ Production Pipeline
| งาน | แนะนำ |
|---|---|
| สร้าง Video ใน Gemini App | Gemini Omni |
| สร้างแล้วคุยแก้หลายรอบ | Gemini Omni |
| Upload Video แล้วเปลี่ยนของ | Gemini Omni |
| เปลี่ยน Background หลาย Version | Gemini Omni |
| ใช้ Input หลายรูปแบบ | Gemini Omni |
| สร้าง Cinematic Shot | ทั้งคู่ |
| First + Last Frame | Veo 3.1 |
| ต่อ Video เดิม | Veo 3.1 |
| 4K ผ่าน Gemini API | Veo 3.1 |
| Conversational Video App | Gemini Omni |
| Production Generation Pipeline | Veo 3.1 |
| Social Video 9:16 | ทั้งคู่ |
| Video พร้อม Audio | ทั้งคู่ |
ถ้างานซับซ้อน คำตอบคือ
ได้ และอาจเป็น Workflow ที่ดีที่สุด
ตัวอย่าง
ใช้ Gemini วาง Concept
ใช้ Omni สร้าง Character/Scene และทดลอง Variation
ใช้ Veo สร้าง Shot ที่ต้อง Control Start/End
ใช้ Veo Extension ต่อ Scene
ใช้ Omni สำหรับ Conversational Edit ในส่วนที่ Workflow รองรับ
นำเข้า Video Editor
ตัดต่อ Subtitle, Audio และ Branding Final
ไม่จำเป็นต้องยึดติดว่า “ต้องใช้ AI ตัวเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ”
ไม่เหมือนกัน Omni เป็น Multimodal Video Model/Experience ที่เด่นด้าน Conversational Editing ขณะที่ Veo เป็น Video Generation Model Family ที่เด่นด้าน Generation Control และ Feature เช่น Video Extension และ First/Last Frame
Google Gemini Apps Help ปัจจุบันระบุ Gemini Omni เป็น AI Video Generation Model ล่าสุดของ Gemini Apps
มี Veo 3.1 ยังมี Documentation ใน Gemini API ปัจจุบันและรองรับ Video Generation พร้อม Native Audio
สำหรับ Workflow แบบแก้ต่อเนื่องด้วยการสนทนา Gemini Omni เหมาะกว่า เพราะรองรับ Video-to-Video และ Multi-turn Editing โดยตรง
Veo 3.1 รองรับ Video Extension ส่วน Omni Flash API ปัจจุบันยังไม่รองรับ Feature นี้
Veo 3.1 เหมาะกว่า เพราะ Gemini API ระบุ Feature การกำหนด First และ Last Frame โดยตรง
Veo 3.1 ใน Gemini API รองรับ 720p, 1080p และ 4K ใน Configuration ที่รองรับ
ทั้ง Gemini Omni และ Veo 3.1 สามารถ Generate Video พร้อม Audio ได้ใน Workflow ที่รองรับ
ทั้งคู่รองรับ Vertical 9:16 ใน Workflow ที่รองรับ แต่ Omni เหมาะเมื่ออยากแก้ต่อด้วย Conversation ส่วน Veo เหมาะกับการสร้าง Shot ที่ Control ชัด
ทั้งคู่เหมาะ ถ้าต้องการ Generate Shot จาก Reference ใช้ Veo ได้ดี แต่ถ้าต้องแก้ Background, Camera และ Object ต่อหลายรอบ Omni มี Workflow ที่สะดวกกว่า
ถ้าแอปเป็น Conversational Editor ให้พิจารณา Omni ถ้าเป็น Video Generation Pipeline ที่ต้องการ First/Last Frame, Extension หรือ Resolution Control ให้พิจารณา Veo
ไม่ทั้งหมด Gemini Apps ปัจจุบันเน้น Omni แต่ Veo 3.1 ยัง Active ใน Gemini API และยังมี Feature เฉพาะที่ Omni Flash API ปัจจุบันไม่รองรับ
Gemini Omni และ Veo 3.1 ต่างเป็น Video AI ของ Google แต่มีจุดแข็งคนละด้าน
Multimodal
Reasoning
Video-to-Video Editing
Multi-turn Editing
Conversational Workflow
Text + Image + Video References
และปัจจุบัน Google ใช้ Gemini Omni เป็น Video Generation Model รุ่นล่าสุดใน Gemini Apps
ส่วน Gemini Omni Flash ใน API ถูกออกแบบให้ประมวลผล Text, Image, Audio และ Video ร่วมกัน และสามารถแก้วิดีโอต่อเนื่องโดยอาศัย State จาก Interaction ก่อนหน้า
Cinematic Video Generation
Native Audio
Reference Images
First + Last Frame
Video Extension
9:16 / 16:9
720p / 1080p / 4K ใน Gemini API ที่รองรับ
ถ้าต้องเลือกแบบง่ายที่สุด:
ต้องการสร้างแล้วคุยแก้ต่อ → Gemini Omni
ต้องการ First/Last Frame → Veo 3.1
ต้องการ Extend Video → Veo 3.1
ต้องการ Video-to-Video Edit → Gemini Omni
ต้องการ Multimodal References และ Iteration → Gemini Omni
ต้องการ Cinematic Generation แบบ Production Control → Veo 3.1
ต้องการสร้างวิดีโอใน Gemini App วันนี้ → ใช้ Gemini Omni ที่ระบบให้
ข้อสำคัญที่สุดคืออย่ามองว่า Gemini Omni มาแล้ว Veo ต้องหายไป เพราะ Documentation ปัจจุบันของ Google แสดงให้เห็นชัดว่าทั้งสองยังมีบทบาทต่างกัน
แนวคิดที่ควรจำคือ
Gemini Omni = Video AI ที่ “คุยและแก้” เก่ง
Veo = Video AI ที่ “สร้าง Shot และควบคุม Generation” เก่ง
สำหรับงานจริงที่ซับซ้อนที่สุด คุณอาจไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงตัวเดียว แต่สามารถใช้ Omni สำหรับ Ideation + Conversational Editing และใช้ Veo สำหรับ Cinematic Generation + First/Last Frame + Extension แล้วนำผลลัพธ์ทั้งหมดไปประกอบ Final ใน Video Editor ได้