Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

การใช้ Google Gemini ให้ได้คำตอบดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเขียน Prompt ยาวหรือใช้ศัพท์ซับซ้อน แต่ต้องบอกเป้าหมาย บริบท รูปแบบคำตอบ และข้อจำกัดให้ชัดเจน
บทความนี้รวบรวม 50 Prompt ภาษาไทยพร้อมใช้สำหรับการทำงาน เรียนหนังสือ เขียนคอนเทนต์ ทำธุรกิจ วิเคราะห์เอกสาร สร้างรูปภาพ และแก้ปัญหาเทคโนโลยี โดยสามารถคัดลอกแล้วเปลี่ยนข้อความในวงเล็บให้ตรงกับงานของคุณได้ทันที
Prompt คือคำถามหรือคำสั่งที่ผู้ใช้ส่งให้ Gemini เพื่อกำหนดสิ่งที่ต้องการให้ AI ทำ
ตัวอย่าง Prompt แบบทั่วไป:
ช่วยเขียนบทความเรื่องการตลาดออนไลน์
Prompt นี้พอใช้งานได้ แต่ยังไม่ระบุกลุ่มผู้อ่าน ความยาว รูปแบบ และวัตถุประสงค์
ตัวอย่างที่ชัดเจนกว่า:
คุณเป็นนักเขียนด้านการตลาด ช่วยสร้างโครงร่างบทความเรื่องการตลาดออนไลน์สำหรับเจ้าของร้านขนาดเล็กที่ไม่มีพื้นฐาน แบ่งเป็น H1, H2 และ H3 ใช้ภาษาไทยเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างที่นำไปใช้ได้จริง ห้ามสร้างสถิติที่ไม่มีแหล่งข้อมูล
ยิ่ง Gemini เข้าใจเป้าหมายชัดเจน โอกาสได้รับคำตอบที่ตรงความต้องการก็ยิ่งสูงขึ้น
Prompt ที่ดีควรมีองค์ประกอบ 6 ส่วน
สูตรสำเร็จ:
คุณเป็น [บทบาท] ช่วย [งานที่ต้องการ] โดยใช้ข้อมูล [บริบท] สำหรับ [กลุ่มเป้าหมาย] ตอบในรูปแบบ [รูปแบบคำตอบ] และต้อง [ข้อจำกัด]
ไม่จำเป็นต้องใส่ครบทุกส่วนในทุก Prompt แต่ควรให้ข้อมูลมากพอสำหรับงานนั้น
ข้อความที่อยู่ในวงเล็บเหลี่ยมคือส่วนที่ต้องเปลี่ยน เช่น
[หัวข้อ][ชื่อสินค้า][กลุ่มเป้าหมาย][งบประมาณ][ข้อความต้นฉบับ]อย่าลืมลบวงเล็บและใส่ข้อมูลจริงก่อนส่งให้ Gemini
คุณเป็นนักเขียนภาษาไทย ช่วยสร้างโครงร่างบทความเรื่อง “[หัวข้อ]” สำหรับ “[กลุ่มผู้อ่าน]” ให้ตอบคำถามที่ผู้อ่านต้องการทราบอย่างครบถ้วน ใช้โครงสร้าง H1, H2 และ H3 เรียงจากพื้นฐานไปขั้นสูง พร้อมระบุจุดประสงค์ของแต่ละหัวข้อ
เขียนบทความภาษาไทยฉบับเต็มเรื่อง “[หัวข้อ]” สำหรับ “[กลุ่มเป้าหมาย]” ใช้ภาษาธรรมชาติ เข้าใจง่าย จัดโครงสร้างด้วย H1, H2 และ H3 มีขั้นตอน ตัวอย่าง ข้อควรระวัง คำถามที่พบบ่อย และบทสรุป ห้ามสร้างตัวเลขหรือข้อเท็จจริงที่ไม่มีหลักฐาน
ปรับเนื้อหาต่อไปนี้ให้อ่านง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น ใช้ประโยคสั้น ลบคำซ้ำ อธิบายศัพท์เทคนิค และรักษาความหมายเดิม ห้ามเพิ่มข้อเท็จจริงใหม่: “[วางเนื้อหา]”
สร้างชื่อบทความ 15 แบบจากหัวข้อ “[หัวข้อเดิม]” ให้ตรง Search Intent มีคำสำคัญหลัก อ่านแล้วอยากคลิก แต่ไม่หลอกลวง ไม่เกิน 65 ตัวอักษร จัดอันดับจากชื่อที่แนะนำมากที่สุด พร้อมอธิบายเหตุผลสั้นๆ
ตรวจบทความต่อไปนี้ในด้านความถูกต้อง ความครบถ้วน ความซ้ำซ้อน ความชัดเจน โครงสร้างหัวข้อ และคำกล่าวอ้างที่ควรตรวจสอบ แสดงเป็นตาราง “ปัญหา–ตำแหน่ง–เหตุผล–วิธีแก้” โดยยังไม่เขียนบทความใหม่: “[วางบทความ]”
เขียนโพสต์ Facebook โปรโมต “[สินค้าหรือบริการ]” สำหรับ “[กลุ่มลูกค้า]” เปิดด้วยประโยคดึงความสนใจ อธิบายปัญหา ประโยชน์ และคำเชิญชวนให้ดำเนินการ ใช้ภาษาจริงใจ ไม่กล่าวอ้างเกินจริง และไม่เกิน 200 คำ
สร้างแคปชันเกี่ยวกับ “[หัวข้อ]” จำนวน 10 แบบ แบ่งเป็นแบบให้ความรู้ เป็นกันเอง สร้างแรงบันดาลใจ และเน้นการขาย แต่ละแบบไม่เกิน 80 คำ และหลีกเลี่ยงข้อความซ้ำกัน
วางแผนคอนเทนต์ 30 วันสำหรับ “[ธุรกิจหรือเพจ]” กลุ่มเป้าหมายคือ “[กลุ่มเป้าหมาย]” เป้าหมายหลักคือ “[เป้าหมาย]” จัดเป็นตารางวันที่ หัวข้อ รูปแบบคอนเทนต์ จุดประสงค์ Hook และ Call to Action โดยไม่ใช้หัวข้อซ้ำ
เขียนสคริปต์วิดีโอแนวตั้งความยาว “[จำนวนวินาที]” เรื่อง “[หัวข้อ]” เปิดด้วย Hook ภายใน 3 วินาที แบ่งเป็นภาพที่เห็น คำพูดบนจอ และเสียงบรรยาย ปิดท้ายด้วย Call to Action ที่เป็นธรรมชาติ
ใช้บทความต่อไปนี้สร้างโพสต์โซเชียล 5 รูปแบบ ได้แก่ โพสต์สั้น โพสต์เล่าเรื่อง รายการเคล็ดลับ คำถามชวนคุย และสคริปต์วิดีโอ ห้ามเพิ่มข้อมูลที่ไม่มีในบทความ: “[วางบทความ]”
เขียนอีเมลภาษาไทยถึง “[ผู้รับ]” เรื่อง “[หัวข้อ]” จุดประสงค์คือ “[สิ่งที่ต้องการ]” ใช้น้ำเสียงสุภาพ เป็นมืออาชีพ กระชับ และมีหัวข้ออีเมลที่ชัดเจน ห้ามใช้ถ้อยคำกดดัน
ช่วยร่างข้อความตอบลูกค้าที่ร้องเรียนว่า “[รายละเอียดปัญหา]” ให้แสดงความเข้าใจ ขอโทษอย่างเหมาะสม อธิบายขั้นตอนแก้ไขและระยะเวลา ใช้น้ำเสียงจริงใจ ห้ามโทษลูกค้า และห้ามสัญญาสิ่งที่ธุรกิจทำไม่ได้
เขียนข้อความแจ้ง “[ลูกค้าหรือหัวหน้า]” ว่างาน “[ชื่องาน]” จะล่าช้าจาก “[กำหนดเดิม]” เป็น “[กำหนดใหม่]” อธิบายเหตุผลสั้นๆ รับผิดชอบต่อปัญหา และเสนอสิ่งที่จะทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ไม่เกิน 150 คำ
ปรับข้อความต่อไปนี้ให้สุภาพ ชัดเจน และไม่ทำให้ผู้รับรู้สึกถูกตำหนิ รักษาความหมายเดิมและไม่เพิ่มรายละเอียดใหม่: “[วางข้อความ]”
สรุปข้อความต่อไปนี้ให้เหลือเฉพาะสิ่งที่ผู้รับต้องรู้ แบ่งเป็นสถานการณ์ การตัดสินใจ งานที่ต้องทำ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเวลา ใช้ภาษาไทยกระชับ: “[วางข้อความ]”
สรุปบันทึกการประชุมต่อไปนี้เป็น 5 ส่วน ได้แก่ ประเด็นสำคัญ มติที่ประชุม งานที่ต้องทำ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเวลา หากข้อมูลใดไม่ได้ระบุให้เขียนว่า “ไม่ได้กำหนด” ห้ามคาดเดา: “[วางบันทึก]”
สร้างวาระประชุมเรื่อง “[หัวข้อ]” ระยะเวลา “[จำนวนนาที]” มีผู้เข้าร่วม “[รายชื่อหรือตำแหน่ง]” ระบุวัตถุประสงค์ เวลาของแต่ละหัวข้อ ผู้รับผิดชอบ และผลลัพธ์ที่ต้องได้จากการประชุม
จัดลำดับงานต่อไปนี้โดยใช้เกณฑ์ความเร่งด่วน ผลกระทบ ระยะเวลา และการพึ่งพางานอื่น แสดงเป็นตาราง พร้อมระบุ 3 งานที่ควรเริ่มก่อนและเหตุผล: “[รายการงาน]”
สร้าง Action Plan สำหรับเป้าหมาย “[เป้าหมาย]” ภายใน “[ระยะเวลา]” แบ่งเป็นขั้นตอน ผู้รับผิดชอบ กำหนดเวลา ทรัพยากร ตัวชี้วัด และความเสี่ยง จัดเรียงตามลำดับที่ต้องทำจริง
วิเคราะห์ปัญหา “[อธิบายปัญหา]” โดยแยกอาการ สาเหตุที่เป็นไปได้ วิธีตรวจสอบ วิธีแก้ระยะสั้น วิธีป้องกันระยะยาว และตัวชี้วัดว่าปัญหาดีขึ้นหรือไม่ ห้ามสรุปสาเหตุก่อนมีหลักฐาน
อธิบายเรื่อง “[หัวข้อ]” เหมือนสอนนักเรียนระดับ “[ระดับการศึกษา]” เริ่มจากแนวคิดพื้นฐาน ใช้ตัวอย่างใกล้ตัว 3 ตัวอย่าง หลีกเลี่ยงศัพท์ยาก และปิดท้ายด้วยคำถามทดสอบความเข้าใจ 5 ข้อ
สร้างแผนเรียน “[วิชา]” จากระดับเริ่มต้นภายใน “[จำนวนวัน]” วัน ฉันมีเวลาเรียนวันละ “[เวลา]” แบ่งเป็นหัวข้อที่ต้องเรียน แบบฝึกหัด วิธีทบทวน และเป้าหมายของแต่ละวัน
สร้างข้อสอบปรนัยเรื่อง “[หัวข้อ]” จำนวน 20 ข้อ มี 4 ตัวเลือก พร้อมเฉลยและคำอธิบาย แบ่งระดับง่าย กลาง และยาก ห้ามให้ตำแหน่งคำตอบที่ถูกซ้ำเป็นรูปแบบเดาง่าย
สร้าง Flashcards เรื่อง “[หัวข้อ]” จำนวน 30 ใบ ด้านหน้าเป็นคำถามหรือคำศัพท์ ด้านหลังเป็นคำตอบสั้น พร้อมตัวอย่างหนึ่งประโยค จัดจากพื้นฐานไปขั้นสูง
ตรวจคำตอบของฉันเกี่ยวกับ “[หัวข้อ]” โดยระบุสิ่งที่ตอบถูก สิ่งที่คลาดเคลื่อน เหตุผล และคำตอบที่ควรเป็น จากนั้นสร้างแบบฝึกหัดเพิ่มเติมเฉพาะจุดที่ฉันยังไม่เข้าใจ: “[คำตอบของฉัน]”
เป็นคู่สนทนาภาษาอังกฤษระดับเริ่มต้นในสถานการณ์ “[สถานการณ์]” ถามฉันทีละประโยคและรอคำตอบ หลังฉันตอบให้แก้ไวยากรณ์ อธิบายเป็นภาษาไทย และให้ประโยคที่เป็นธรรมชาติกว่า
แปลข้อความภาษาไทยต่อไปนี้เป็นภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติสำหรับ “[อีเมลธุรกิจ/บทสนทนา/โพสต์]” รักษาความหมายและน้ำเสียง จากนั้นแสดงคำแปลไทยย้อนกลับเพื่อให้ตรวจสอบ: “[ข้อความ]”
ตรวจไวยากรณ์ข้อความภาษาอังกฤษต่อไปนี้ แสดงประโยคเดิม ประโยคที่แก้ เหตุผลเป็นภาษาไทย และระดับความเป็นธรรมชาติ ห้ามเปลี่ยนข้อมูลหรือเจตนาของผู้เขียน: “[ข้อความภาษาอังกฤษ]”
สอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ “[หัวข้อ]” จำนวน 20 คำ แสดงคำศัพท์ คำอ่านภาษาไทย ความหมาย ชนิดของคำ และตัวอย่างประโยคง่ายๆ จากนั้นทดสอบฉันทีละ 5 คำ
จำลองการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษตำแหน่ง “[ตำแหน่ง]” ถามทีละข้อ รอฉันตอบ แล้ววิเคราะห์ความชัดเจน ไวยากรณ์ และเนื้อหา พร้อมเสนอคำตอบที่ดีขึ้นโดยใช้คำศัพท์ระดับพื้นฐาน
วิเคราะห์ไอเดียธุรกิจ “[รายละเอียดธุรกิจ]” ในพื้นที่ “[พื้นที่]” กลุ่มลูกค้า “[กลุ่มเป้าหมาย]” งบประมาณ “[งบ]” แยกเป็นความต้องการของตลาด จุดแข็ง จุดอ่อน คู่แข่ง ต้นทุน ความเสี่ยง และขั้นตอนทดสอบตลาดแบบประหยัด ห้ามสร้างตัวเลขโดยไม่ระบุว่าเป็นสมมติฐาน
สร้าง Business Model Canvas สำหรับ “[ธุรกิจ]” โดยครอบคลุมกลุ่มลูกค้า คุณค่าที่เสนอ ช่องทาง ความสัมพันธ์กับลูกค้า รายได้ ทรัพยากร กิจกรรม พันธมิตร และต้นทุน พร้อมระบุสมมติฐานที่ต้องทดสอบ
วางแผนการตลาด 90 วันสำหรับ “[สินค้า/บริการ]” กลุ่มเป้าหมาย “[กลุ่มลูกค้า]” งบ “[งบประมาณ]” เป้าหมาย “[เป้าหมาย]” แบ่งเป็นช่องทาง กิจกรรมรายสัปดาห์ งบแต่ละส่วน KPI และวิธีวัดผล
สร้าง Customer Persona 3 แบบสำหรับ “[ธุรกิจ]” โดยระบุอายุ อาชีพ เป้าหมาย ปัญหา พฤติกรรมซื้อ ข้อกังวล ช่องทางที่ใช้ และข้อความการตลาดที่เหมาะสม แยกข้อเท็จจริงออกจากสมมติฐาน
สร้างกรอบวิเคราะห์คู่แข่งสำหรับ “[ธุรกิจ]” ใน “[พื้นที่หรือตลาด]” เปรียบเทียบสินค้า ราคา กลุ่มลูกค้า จุดขาย ช่องทาง รีวิว และจุดอ่อน จัดเป็นตาราง พร้อมระบุข้อมูลที่ต้องค้นเพิ่มก่อนตัดสินใจ
อ่าน PDF ที่แนบทั้งหมด แล้วสรุปวัตถุประสงค์ ประเด็นสำคัญ ตัวเลข วันที่ ผู้รับผิดชอบ ความเสี่ยง และสิ่งที่ต้องทำ ระบุชื่อไฟล์และเลขหน้า ใช้เฉพาะข้อมูลจากเอกสาร หากไม่พบให้ตอบว่า “ไม่พบข้อมูล”
เปรียบเทียบไฟล์ที่แนบโดยแสดงจุดที่เหมือน จุดที่แตกต่าง ข้อมูลขัดแย้ง และข้อมูลที่มีเฉพาะแต่ละไฟล์ ระบุชื่อไฟล์และเลขหน้า ห้ามตัดสินว่าไฟล์ใดถูกต้องหากไม่มีหลักฐาน
ดึงข้อมูลจากเอกสารนี้เป็นตารางที่มีคอลัมน์ “[ระบุคอลัมน์]” รักษาตัวเลข หน่วย และข้อความตามต้นฉบับ หากช่องใดไม่มีข้อมูลให้ใส่เครื่องหมายขีด ห้ามเติมข้อมูลเอง
วิเคราะห์ข้อมูลยอดขายที่แนบ โดยสรุปยอดรวม การเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา สินค้าขายดี สินค้าที่ลดลง ความผิดปกติ และข้อเสนอแนะ แสดงสูตรหรือวิธีคำนวณทุกตัวเลข และแยกข้อเท็จจริงออกจากการตีความ
อ่านสัญญาที่แนบแล้วสรุปคู่สัญญา ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย หน้าที่ เงื่อนไขยกเลิก ค่าปรับ การต่ออายุ ข้อจำกัด และความเสี่ยง ระบุเลขหน้า ใช้ข้อมูลจากสัญญาเท่านั้น และระบุว่าการวิเคราะห์นี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย
สร้างภาพถ่ายสมจริงของ “[ตัวแบบ]” กำลัง “[การกระทำ]” ใน “[สถานที่]” แสง “[ลักษณะแสง]” โทนสี “[สี]” มุมกล้อง “[มุม]” อัตราส่วน “[อัตราส่วน]” รายละเอียดเป็นธรรมชาติ ไม่มีข้อความและไม่มีวัตถุที่ไม่ได้ระบุ
สร้างภาพปกบทความเรื่อง “[หัวข้อ]” สไตล์ทันสมัย ตัวแบบหลักคือ “[ตัวแบบ]” โทนสี “[สี]” เว้นพื้นที่ว่างด้าน “[ซ้าย/ขวา]” สำหรับใส่ชื่อบทความ อัตราส่วน 16:9 ห้ามใส่ตัวอักษร
สร้างภาพโฆษณา “[สินค้า]” วางอยู่ใน “[ฉาก]” จัดแสงแบบ “[แสง]” เน้นสินค้าเป็นจุดเด่น มีเงาธรรมชาติ เว้นพื้นที่สำหรับข้อความ อัตราส่วน 1:1 ห้ามเปลี่ยนสี รูปทรง และโลโก้ของสินค้าอ้างอิง
แก้เฉพาะ “[ส่วนที่ต้องการแก้]” ในภาพที่แนบให้เป็น “[ผลลัพธ์]” รักษาใบหน้า ตัวแบบ สี มุมกล้อง แสง และองค์ประกอบส่วนอื่นเหมือนต้นฉบับทั้งหมด
ใช้ตัวละครจากภาพอ้างอิงเป็นตัวละครเดิม รักษาใบหน้า ทรงผม อายุ เสื้อผ้า และสัดส่วนให้สม่ำเสมอ เปลี่ยนเฉพาะ “[ฉากหรือการกระทำ]” ใช้สไตล์และโทนสีเดิม
วิเคราะห์ปัญหา “[อธิบายอาการ]” บนอุปกรณ์ “[รุ่นและระบบ]” เรียงสาเหตุจากพบบ่อยและตรวจง่ายไปหาสาเหตุซับซ้อน ให้ขั้นตอนตรวจสอบทีละข้อ พร้อมคำเตือนก่อนทำสิ่งที่อาจลบข้อมูล
วิเคราะห์ Error ต่อไปนี้ อธิบายความหมาย สาเหตุที่เป็นไปได้ วิธีตรวจสอบ และวิธีแก้จากปลอดภัยไปเสี่ยง ระบุคำสั่งที่อาจเปลี่ยนหรือลบข้อมูลให้ชัดเจน: “[วาง Error]”
ตรวจโค้ดต่อไปนี้หาข้อผิดพลาด ปัญหาความปลอดภัย และจุดที่ทำงานช้า อธิบายเป็นภาษาไทย แสดงเฉพาะส่วนที่ต้องแก้ พร้อมเหตุผลและวิธีทดสอบ ห้ามเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนอื่น: “[วางโค้ด]”
สอนฉันใช้ “[ชื่อโปรแกรมหรือฟีเจอร์]” เพื่อทำ “[เป้าหมาย]” ฉันเป็นผู้เริ่มต้น ใช้อุปกรณ์ “[อุปกรณ์]” อธิบายทีละขั้นด้วยชื่อเมนูภาษาไทยและภาษาอังกฤษในวงเล็บ รอให้ฉันทำแต่ละขั้นเสร็จก่อนดำเนินการต่อ
ช่วยวินิจฉัยปัญหา “[อธิบายปัญหา]” โดยถามฉันทีละคำถาม ห้ามสรุปสาเหตุก่อนมีข้อมูลเพียงพอ เริ่มจากคำถามที่ช่วยแยกสาเหตุได้มากที่สุด เมื่อได้ข้อมูลครบแล้วจึงเสนอวิธีแก้ตามลำดับความปลอดภัย
หลังได้รับคำตอบ สามารถใช้คำสั่งสั้นๆ เพื่อปรับผลงานได้ เช่น
เพิ่มข้อความต่อไปนี้ใน Prompt ตามความเหมาะสม
ใช้เฉพาะข้อมูลที่ฉันให้ หากไม่พบคำตอบให้ระบุว่าไม่พบ ห้ามคาดเดาหรือสร้างข้อเท็จจริงใหม่ แยกข้อมูลที่ยืนยันได้ออกจากความคิดเห็น และระบุสิ่งที่ฉันควรตรวจสอบเพิ่มเติม
สำหรับเรื่องที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา ให้เพิ่มวันที่ตัดข้อมูล เช่น
ใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ณ วันที่ [วัน เดือน ปี] และระบุวันที่ของแหล่งข้อมูลทุกครั้ง
แม้เพิ่มข้อกำหนดแล้ว Gemini ยังตอบผิดได้ จึงต้องตรวจเอกสารต้นฉบับและแหล่งข้อมูลสำคัญ
หากงานยังมีข้อมูลไม่ครบ ให้ใช้ Prompt:
ก่อนเริ่มงาน ให้ถามคำถามที่จำเป็นกับฉันทีละข้อ สูงสุด 5 ข้อ ห้ามเริ่มสร้างคำตอบจนกว่าจะได้รับข้อมูลครบ
เหมาะกับงาน เช่น
การให้ Gemini ถามกลับช่วยลดการคาดเดาและทำให้ผลลัพธ์เหมาะกับสถานการณ์จริงมากขึ้น
ไม่ควรใส่ข้อมูลต่อไปนี้โดยไม่จำเป็น
หากต้องใช้เอกสาร ควรปิดบังข้อมูลส่วนตัวและสร้างสำเนาก่อนอัปโหลด
ไม่เสมอ Prompt ที่ยาวแต่มีคำสั่งขัดแย้งกันอาจทำให้ Gemini ตอบแย่ลง
Prompt ที่ดีควร
สำหรับงานขนาดใหญ่ ควรเริ่มจากโครงร่าง ตรวจสอบก่อน แล้วจึงสั่งสร้างรายละเอียดทีละส่วน
ได้ Gemini เข้าใจคำสั่งภาษาไทยและสามารถตอบภาษาไทยได้ดี แต่ควรตรวจคำแปล ชื่อเฉพาะ และศัพท์เทคนิค
ไม่จำเป็น หากต้องใช้ศัพท์เฉพาะด้านการถ่ายภาพ การเขียนโปรแกรม หรือวิชาการ สามารถใส่คำอังกฤษในวงเล็บได้
ได้ แต่ควรเปลี่ยนบริบท กลุ่มเป้าหมาย และข้อจำกัดให้ตรงกับงานใหม่
งานง่ายใช้ Prompt เดียวได้ แต่งานซับซ้อนควรแบ่งเป็นวางแผน สร้าง ตรวจสอบ และแก้ไข
Gemini สามารถใช้บริบทในแชตเดียวกันได้ แต่เมื่อเริ่มแชตใหม่ควรระบุกฎสำคัญอีกครั้ง หรือสร้าง Gem สำหรับงานที่ทำซ้ำ
ระบุจุดที่ผิด เลือกส่วนที่ต้องแก้ และบอกสิ่งที่ต้องคงเดิม หากคำสั่งมีหลายงานให้แบ่งเป็นขั้นตอน
Prompt ที่มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาซับซ้อน เพียงระบุว่าให้ Gemini เป็นใคร ต้องทำอะไร ใช้ข้อมูลใด ตอบสำหรับใคร ต้องการรูปแบบไหน และมีข้อห้ามอะไร
เริ่มจากคัดลอก Prompt ที่ใกล้กับงานของคุณ เปลี่ยนข้อความในวงเล็บ แล้วตรวจคำตอบทุกครั้ง หากผลลัพธ์แรกยังไม่ดี ให้ถามต่อเพื่อขยาย ย่อ เปรียบเทียบ หรือแก้เฉพาะส่วน แทนการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าส่งข้อมูลลับ อย่าเชื่อคำตอบโดยไม่ตรวจสอบ และใช้ Gemini เป็นผู้ช่วยคิดกับสร้างร่าง ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจแทนคุณในเรื่องที่มีผลกระทบสูง