วิธีอัปโหลด PDF ให้ Gemini สรุปและวิเคราะห์แบบครบถ้วน

Google Gemini สามารถอ่านไฟล์ PDF แล้วช่วยสรุปเนื้อหา ค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบเอกสาร แปลภาษา สร้างคำถาม ตลอดจนดึงข้อมูลไปจัดเป็นตารางได้ ช่วยลดเวลาการอ่านเอกสารหลายสิบหรือหลายร้อยหน้า

อย่างไรก็ตาม การอัปโหลดไฟล์เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ผู้ใช้ควรระบุให้ชัดว่าต้องการให้ Gemini ทำอะไร ต้องการคำตอบรูปแบบใด และต้องอ้างอิงจากเอกสารเท่านั้นหรือไม่

Gemini ทำอะไรกับไฟล์ PDF ได้บ้าง

ความสามารถที่นิยมใช้ ได้แก่

  • สรุปเอกสารทั้งหมด
  • สรุปแยกตามบท
  • ค้นหาข้อความสำคัญ
  • อธิบายศัพท์เฉพาะ
  • แปลเอกสาร
  • เปรียบเทียบไฟล์หลายฉบับ
  • ดึงชื่อ วันที่ และตัวเลข
  • สร้างตารางจากเนื้อหา
  • สร้างข้อสอบและแบบฝึกหัด
  • สรุปสัญญาเบื้องต้น
  • ตรวจสอบความขัดแย้งของข้อมูล
  • สร้างรายการสิ่งที่ต้องดำเนินการ
  • ตอบคำถามโดยใช้เฉพาะข้อมูลในไฟล์

Gemini อาจอ่านข้อมูลผิด ตกหล่น หรือสร้างคำตอบที่ไม่มีอยู่ในเอกสาร ผู้ใช้จึงต้องตรวจสอบกับไฟล์ต้นฉบับก่อนนำไปใช้งาน

สิ่งที่ต้องมีก่อนอัปโหลด PDF

ก่อนเริ่มใช้งาน ควรมีสิ่งต่อไปนี้

  • บัญชี Google ที่เข้าสู่ระบบแล้ว
  • ไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ตามปกติ
  • อินเทอร์เน็ตที่เสถียร
  • เว็บเบราว์เซอร์หรือแอป Gemini รุ่นปัจจุบัน
  • พื้นที่กิจกรรมใน Gemini เพียงพอ
  • สิทธิ์เข้าถึงไฟล์ หากเลือกจาก Google Drive
  • สิทธิ์จากผู้ดูแลระบบ หากใช้บัญชีบริษัทหรือโรงเรียน

หากไฟล์มีรหัสผ่าน ควรสร้างสำเนาที่ปลดล็อกอย่างถูกต้องก่อนอัปโหลด โดยต้องแน่ใจว่าคุณมีสิทธิ์เข้าถึงและประมวลผลเอกสารนั้น

① วิธีอัปโหลด PDF บนคอมพิวเตอร์

  1. เปิด Google Gemini ผ่านเว็บเบราว์เซอร์
  2. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google
  3. เปิดแชตใหม่
  4. พิมพ์คำสั่งว่าต้องการให้ทำอะไรกับ PDF
  5. คลิกปุ่ม เพิ่มไฟล์
  6. เลือกอัปโหลดไฟล์จากคอมพิวเตอร์
  7. เลือกไฟล์ PDF ที่ต้องการ
  8. รอจนชื่อไฟล์ปรากฏในช่องสนทนา
  9. คลิกส่ง
  10. รอให้ Gemini อ่านและตอบคำถาม

ตัวอย่างคำสั่งเริ่มต้น:

อ่านไฟล์ PDF นี้ทั้งหมด แล้วสรุปสาระสำคัญเป็นภาษาไทย 10 ข้อ ระบุเลขหน้าที่เกี่ยวข้องในแต่ละข้อ และห้ามเพิ่มข้อมูลที่ไม่มีอยู่ในเอกสาร

② วิธีอัปโหลด PDF บน Android

  1. เปิดแอป Gemini
  2. แตะช่องพิมพ์ข้อความ
  3. แตะปุ่มเพิ่มไฟล์
  4. เลือก ไฟล์
  5. ค้นหา PDF ในเครื่อง
  6. แตะไฟล์ที่ต้องการ
  7. พิมพ์คำสั่ง
  8. แตะส่ง

หากไฟล์อยู่ในแอปอื่น สามารถเปิดเมนูแชร์ของไฟล์แล้วตรวจสอบว่ามี Gemini เป็นตัวเลือกหรือไม่ แต่การเพิ่มผ่านปุ่มไฟล์ภายในแอปมักควบคุมได้ง่ายกว่า

③ วิธีอัปโหลด PDF บน iPhone และ iPad

  1. เปิดแอป Gemini
  2. พิมพ์คำถามในช่องสนทนา
  3. แตะปุ่มเพิ่มไฟล์
  4. เลื่อนหาเมนู ไฟล์
  5. เปิดแอป Files
  6. เลือก PDF จากเครื่องหรือพื้นที่จัดเก็บ
  7. รอให้อัปโหลดเสร็จ
  8. แตะส่ง

หากไม่พบตัวเลือกไฟล์ ให้แตะเมนูการอัปโหลดเพิ่มเติม หรือตรวจสอบว่าแอป Gemini ได้รับการอัปเดตแล้ว

เอกสารจาก Google Docs หรือ Google Sheets ที่เพิ่มผ่าน Files อาจได้รับการแปลงเป็น PDF เพื่อให้ Gemini อ่านและวิเคราะห์

④ วิธีเพิ่ม PDF จาก Google Drive

  1. เปิดแชตใหม่ใน Gemini
  2. แตะหรือคลิกปุ่มเพิ่มไฟล์
  3. เลือก Google Drive
  4. อนุญาตการเชื่อมต่อ หากระบบถาม
  5. ค้นหาชื่อไฟล์
  6. เลือก PDF
  7. พิมพ์คำสั่ง
  8. กดส่ง

การเพิ่มไฟล์จาก Drive อาจต้องเปิดการเก็บกิจกรรมและเชื่อมต่อบริการ Google Workspace กับ Gemini ก่อน

หากใช้บัญชีบริษัทหรือโรงเรียน ผู้ดูแลระบบต้องเปิดสิทธิ์ให้ Gemini เข้าถึงแอปและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

Gemini อัปโหลด PDF ได้กี่ไฟล์

โดยทั่วไป Gemini รองรับการเพิ่มไฟล์ได้สูงสุดประมาณ 10 ไฟล์ต่อหนึ่ง Prompt ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของบัญชีและบริการ

ข้อจำกัดทั่วไปที่ควรรู้ ได้แก่

  • ไฟล์เอกสารที่รองรับแต่ละไฟล์อาจมีขนาดได้สูงสุดประมาณ 100 MB
  • จำนวนไฟล์รวมต่อ Prompt อาจสูงสุดประมาณ 10 ไฟล์
  • ไฟล์ในโฟลเดอร์หรือ ZIP จะถูกนับแยกตามจำนวนไฟล์
  • บัญชีฟรีและบัญชีแบบชำระเงินมีโควตาแตกต่างกัน
  • ข้อจำกัดอาจเปลี่ยนตามโมเดลและความหนาแน่นของระบบ

แม้ไฟล์จะไม่เกินขนาดที่กำหนด แต่เอกสารที่ยาวมากอาจเกินความสามารถในการอ่านบริบท ส่งผลให้ Gemini มองข้ามข้อมูลบางส่วนได้

⑤ Prompt สรุป PDF แบบสั้น

สรุปไฟล์ PDF นี้เป็นภาษาไทยไม่เกิน 500 คำ แบ่งเป็นวัตถุประสงค์ ประเด็นสำคัญ ผลลัพธ์ และข้อสรุป ใช้ข้อมูลจากไฟล์เท่านั้น

เหมาะสำหรับเอกสารที่ต้องการอ่านภาพรวมอย่างรวดเร็ว

⑥ Prompt สรุป PDF แบบละเอียด

อ่านไฟล์นี้ทั้งหมดและสรุปแยกตามหัวข้อหลัก ในแต่ละหัวข้อให้ระบุสาระสำคัญ ตัวเลข วันที่ บุคคล และสิ่งที่ต้องดำเนินการ พร้อมระบุเลขหน้าที่พบข้อมูล หากส่วนใดไม่ชัดเจนให้เขียนว่า “ไม่พบข้อมูลชัดเจน” ห้ามคาดเดา

การสั่งให้ระบุเลขหน้าช่วยให้กลับไปตรวจสอบเอกสารต้นฉบับได้ง่ายขึ้น แต่เลขหน้าในไฟล์และเลขหน้าที่พิมพ์อยู่บนเอกสารอาจไม่ตรงกัน

⑦ Prompt สรุป PDF ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย

อ่านเอกสารภาษาอังกฤษนี้ แล้วสรุปเป็นภาษาไทยที่บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ เก็บคำศัพท์สำคัญภาษาอังกฤษไว้ในวงเล็บ ห้ามแปลชื่อบุคคล ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และตัวเลข

หากต้องการแปลทั้งฉบับ ควรแบ่งเป็นช่วงสั้นๆ เพราะการแปลเอกสารยาวในครั้งเดียวอาจทำให้เนื้อหาตกหล่น

⑧ Prompt ดึงข้อมูลจาก PDF เป็นตาราง

ดึงข้อมูลจาก PDF นี้เป็นตาราง โดยมีคอลัมน์: ลำดับ รายการ วันที่ จำนวนเงิน ผู้รับผิดชอบ และเลขหน้า หากช่องใดไม่มีข้อมูลให้ใส่เครื่องหมายขีด ห้ามสร้างข้อมูลเพิ่มเติม

หลัง Gemini สร้างตารางแล้ว ควรตรวจตัวเลข เครื่องหมายทศนิยม หน่วย และชื่อคอลัมน์กับเอกสารต้นฉบับทุกครั้ง

⑨ Prompt เปรียบเทียบ PDF หลายไฟล์

อัปโหลดไฟล์ทั้งหมดใน Prompt เดียว แล้วสั่งว่า:

เปรียบเทียบเอกสารทั้ง 3 ไฟล์ โดยแยกเป็นจุดที่เหมือนกัน จุดที่แตกต่างกัน ตัวเลขที่ขัดแย้งกัน และข้อมูลที่มีเฉพาะแต่ละไฟล์ จัดผลลัพธ์เป็นตารางและระบุชื่อไฟล์กับเลขหน้า

ควรเปลี่ยนชื่อไฟล์ให้สื่อความหมายก่อนอัปโหลด เช่น

  • contract-old.pdf
  • contract-new.pdf
  • contract-final.pdf

หลีกเลี่ยงชื่อทั่วไปอย่าง document1 หรือ scan001 เพราะอาจทำให้ตรวจสอบคำตอบยาก

⑩ Prompt ตรวจสัญญาเบื้องต้น

อ่านสัญญานี้และสรุปคู่สัญญา ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย หน้าที่ของแต่ละฝ่าย เงื่อนไขยกเลิก ค่าปรับ การต่ออายุอัตโนมัติ และข้อกำหนดที่อาจสร้างความเสี่ยง พร้อมระบุเลขหน้า ใช้ข้อมูลจากเอกสารเท่านั้น

Gemini ช่วยคัดประเด็นเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้แทนทนายความ โดยเฉพาะสัญญาที่มีมูลค่าสูง ข้อพิพาท หรือภาระผูกพันระยะยาว

⑪ Prompt สรุปรายงานประชุม

อ่านรายงานประชุมนี้ แล้วสรุปเป็น 4 ส่วน ได้แก่ มติที่ประชุม งานที่ต้องทำ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเวลา หากงานใดไม่มีผู้รับผิดชอบหรือกำหนดเวลาให้ระบุว่า “ไม่ได้กำหนด”

Prompt นี้ช่วยเปลี่ยนเอกสารประชุมให้กลายเป็นรายการงานที่ติดตามต่อได้ง่าย

⑫ Prompt สร้างข้อสอบจาก PDF

ใช้ข้อมูลใน PDF นี้สร้างข้อสอบปรนัย 20 ข้อ แต่ละข้อมี 4 ตัวเลือก พร้อมเฉลยและคำอธิบาย ห้ามออกคำถามจากข้อมูลที่ไม่มีในเอกสาร และกระจายคำถามให้ครอบคลุมทุกบท

สามารถขอให้ Gemini ปรับระดับความยากหรือสร้างบัตรคำสำหรับทบทวนเพิ่มเติมได้

วิธีสั่งให้ Gemini ไม่แต่งข้อมูล

ควรเพิ่มคำสั่งควบคุมไว้ท้าย Prompt เช่น

  • ใช้ข้อมูลจากไฟล์เท่านั้น
  • ห้ามใช้ความรู้ภายนอก
  • ห้ามคาดเดาข้อมูล
  • ถ้าไม่พบให้ตอบว่าไม่พบ
  • ระบุข้อความสนับสนุนจากเอกสาร
  • ใส่ชื่อไฟล์และเลขหน้า
  • แยกข้อเท็จจริงออกจากข้อสรุป
  • แจ้งส่วนที่อ่านไม่ชัดเจน
  • รักษาตัวเลขและหน่วยตามต้นฉบับ

ตัวอย่าง:

ตอบคำถามโดยใช้เฉพาะ PDF ที่แนบ หากไม่มีคำตอบอยู่ในไฟล์ ให้ตอบว่า “ไม่พบข้อมูลในเอกสาร” และห้ามใช้ข้อมูลจากแหล่งอื่น

คำสั่งนี้ช่วยลดการสร้างข้อมูลผิด แต่ไม่สามารถรับประกันความถูกต้องได้ทั้งหมด

วิธีตรวจว่า Gemini อ่าน PDF ครบหรือไม่

หลังอัปโหลดไฟล์ ควรถามคำถามตรวจสอบก่อนเริ่มงานจริง

  1. ไฟล์นี้มีทั้งหมดกี่หน้า
  2. หัวข้อแรกและหัวข้อสุดท้ายคืออะไร
  3. ตารางสำคัญอยู่หน้าใด
  4. เอกสารมีภาคผนวกหรือไม่
  5. มีหน้าใดที่อ่านข้อความไม่ได้
  6. มีข้อความ รูปภาพ หรือตารางประเภทใดบ้าง
  7. สรุปโครงสร้างเอกสารโดยยังไม่วิเคราะห์

จากนั้นสุ่มเลือกข้อมูลต้นเอกสาร กลางเอกสาร และท้ายเอกสารมาตรวจสอบกับคำตอบของ Gemini

หาก Gemini ตอบข้อมูลท้ายไฟล์ไม่ได้ อาจหมายถึงเอกสารใหญ่เกินขอบเขตบริบทหรือระบบอ่านไฟล์ไม่ครบ

PDF แบบสแกนกับ PDF ตัวหนังสือตสือต่างกันอย่างไร

PDF ตัวหนังสือสามารถเลือกและคัดลอกข้อความได้ Gemini จึงมักอ่านได้แม่นยำกว่า

PDF แบบสแกนประกอบด้วยภาพของแต่ละหน้า ระบบต้องอ่านข้อความจากภาพอีกขั้นหนึ่ง จึงอาจเกิดข้อผิดพลาดกับ

  • ตัวหนังสือขนาดเล็ก
  • ภาพเอียง
  • หน้ากระดาษมืด
  • ตัวอักษรจาง
  • ตารางซับซ้อน
  • ลายมือ
  • ภาษาไทยจากเอกสารเก่า
  • ตราประทับที่ทับข้อความ

หาก PDF สแกนอ่านไม่ได้ ควรปรับภาพให้ชัด หมุนหน้าให้ตรง หรือใช้การแปลงภาพเป็นข้อความก่อนอัปโหลด

วิธีจัดการ PDF ขนาดใหญ่

หากไฟล์มีหลายร้อยหน้า ไม่ควรสั่งให้วิเคราะห์ทุกรายละเอียดใน Prompt เดียว

วิธีที่แม่นยำกว่าคือ

  1. ขอให้สรุปโครงสร้างเอกสาร
  2. แบ่งงานตามบทหรือช่วงหน้า
  3. วิเคราะห์ทีละหัวข้อ
  4. ตรวจสอบผลลัพธ์แต่ละส่วน
  5. ให้ Gemini รวมสรุปครั้งสุดท้าย

ตัวอย่างคำสั่ง:

ขั้นแรกให้สรุปเฉพาะบทที่ 1–3 โดยยังไม่วิเคราะห์บทอื่น ระบุประเด็นสำคัญและเลขหน้า เมื่อเสร็จแล้วให้หยุดรอคำสั่งต่อไป

หากไฟล์ยังใหญ่เกินไป ควรแบ่ง PDF ออกเป็นหลายไฟล์ก่อนอัปโหลด

Context Window คืออะไร

Context Window เปรียบเสมือนความสามารถในการอ่านและจดจำข้อมูลทั้งหมดที่ Gemini ใช้ในคำตอบหนึ่งครั้ง

หากเอกสารยาวเกินขอบเขตนี้ Gemini อาจ

  • อ่านข้อมูลไม่ครบ
  • มองข้ามรายละเอียด
  • เชื่อมโยงต้นไฟล์กับท้ายไฟล์ไม่ได้
  • ตอบโดยเน้นเฉพาะบางส่วน
  • สรุปผิดเพราะบริบทขาดหาย

แผนบริการและโมเดลแต่ละแบบอาจมีขนาด Context Window ต่างกัน เอกสารที่อัปโหลดสำเร็จจึงไม่ได้หมายความว่า Gemini จะวิเคราะห์ทุกรายละเอียดได้ครบถ้วนเสมอไป

ข้อมูลอะไรไม่ควรอัปโหลด

ควรหลีกเลี่ยงการอัปโหลดเอกสารที่มีข้อมูลต่อไปนี้โดยไม่จำเป็น

  • รหัสผ่าน
  • รหัส OTP
  • เลขบัตรประชาชน
  • ข้อมูลบัญชีธนาคาร
  • ข้อมูลบัตรเครดิต
  • เวชระเบียนที่ระบุตัวบุคคล
  • ข้อมูลลูกค้าที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • ความลับทางการค้า
  • เอกสารคดีที่มีข้อจำกัด
  • ข้อมูลภายในองค์กร
  • เอกสารที่ติดเงื่อนไขความลับ

ก่อนอัปโหลด ควรสร้างสำเนาและปิดบังข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน

อัปโหลด PDF ไม่ได้ แก้อย่างไร

① ตรวจสอบขนาดไฟล์

หากไฟล์ใหญ่เกินข้อจำกัด ให้บีบอัดหรือแบ่งออกเป็นหลายไฟล์

② ตรวจสอบไฟล์เสีย

ลองเปิด PDF ด้วยโปรแกรมอื่น หากเปิดไม่ได้หรือบางหน้าหาย ควรสร้างไฟล์ใหม่ก่อน

③ ตรวจสอบรหัสผ่าน

PDF ที่ล็อกไว้อาจทำให้ Gemini อ่านไม่ได้ ต้องปลดล็อกอย่างถูกต้องก่อนอัปโหลด

④ เปลี่ยนชื่อไฟล์

ใช้ชื่อสั้นๆ และหลีกเลี่ยงอักขระพิเศษจำนวนมาก

⑤ อัปโหลดใหม่

หากระบบแจ้งว่าวิเคราะห์ไฟล์ไม่สำเร็จ ให้ลบไฟล์ออกจาก Prompt แล้วอัปโหลดใหม่

⑥ ทดลองผ่านอุปกรณ์อื่น

หากแอปมือถือมีปัญหา ให้ลองใช้เว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์

⑦ ตรวจสอบโควตา

หากใช้งานไฟล์จำนวนมาก อาจถึงขีดจำกัดแบบหมุนเวียน ต้องรอให้โควตากลับมา

ขึ้นข้อความให้ลบข้อมูลก่อนอัปโหลดไฟล์

พื้นที่สำหรับข้อมูลกิจกรรมและไฟล์ของ Gemini แยกจากพื้นที่ Google Drive หากพื้นที่ส่วนนี้เต็ม ระบบอาจไม่อนุญาตให้อัปโหลดไฟล์เพิ่ม

วิธีแก้สำหรับบัญชีส่วนบุคคล:

  1. เปิดการตั้งค่า Gemini
  2. เข้าเมนูกิจกรรม
  3. ตรวจสอบแชตที่มีไฟล์ขนาดใหญ่
  4. ลบกิจกรรมที่ไม่ต้องการ
  5. รอสักครู่ให้ระบบเคลียร์พื้นที่
  6. ทดลองอัปโหลดอีกครั้ง

การลบกิจกรรมอาจลบแชตและไฟล์ที่เกี่ยวข้องอย่างถาวร ควรดาวน์โหลดข้อมูลสำคัญไว้ก่อน

สำหรับบัญชีบริษัทหรือโรงเรียน อาจต้องให้ผู้ดูแลระบบเป็นผู้จัดการกิจกรรมและพื้นที่

Gemini อ่าน PDF ผิดหรือข้อมูลไม่ครบ แก้อย่างไร

ให้ลองดำเนินการตามลำดับต่อไปนี้

  1. อัปโหลดไฟล์ใหม่
  2. ถามว่าอ่านได้ทั้งหมดกี่หน้า
  3. ระบุช่วงหน้าที่ต้องการ
  4. แบ่งไฟล์ขนาดใหญ่ออกเป็นส่วน
  5. แปลง PDF สแกนเป็นข้อความ
  6. ขอให้ยกข้อความสนับสนุน
  7. ระบุให้ใส่เลขหน้าทุกคำตอบ
  8. เปลี่ยนไปใช้โมเดลที่รองรับงานซับซ้อน
  9. เปรียบเทียบผลลัพธ์กับต้นฉบับ

อย่าสั่งว่า “สรุปให้หน่อย” เพียงอย่างเดียว เพราะ Gemini อาจเลือกสรุปเฉพาะส่วนที่ระบบมองว่าสำคัญและละเว้นรายละเอียดที่ผู้ใช้ต้องการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอัปโหลด PDF

Gemini อ่าน PDF ภาษาไทยได้ไหม

ได้ แต่ความแม่นยำขึ้นอยู่กับคุณภาพของไฟล์ แบบอักษร การสแกน และโครงสร้างหน้า

Gemini อ่าน PDF ลายมือได้หรือไม่

อาจอ่านได้บางส่วนหากลายมือชัด แต่ไม่ควรคาดหวังความแม่นยำเท่าเอกสารตัวพิมพ์

อัปโหลด PDF หลายไฟล์พร้อมกันได้ไหม

ได้ตามจำนวนและขนาดที่บัญชีรองรับ โดยทั่วไปอาจเพิ่มได้สูงสุดประมาณ 10 ไฟล์ต่อ Prompt

Gemini แปล PDF ทั้งไฟล์ได้ไหม

สามารถช่วยแปลได้ แต่ไฟล์ขนาดใหญ่ควรแบ่งตามบทหรือช่วงหน้าเพื่อป้องกันเนื้อหาตกหล่น

Gemini แก้ไขข้อความใน PDF โดยตรงได้ไหม

Gemini สามารถช่วยร่างข้อความใหม่หรือสร้างเนื้อหาที่แก้ไขแล้ว แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเปลี่ยนไฟล์ PDF ต้นฉบับโดยตรงในทุกบัญชี

ลบแชตแล้ว PDF ที่อัปโหลดจะหายไหม

การลบกิจกรรมที่มีไฟล์อัปโหลดจะเริ่มกระบวนการนำแชตและข้อมูลที่เกี่ยวข้องออก จึงควรเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ในอุปกรณ์หรือพื้นที่จัดเก็บของตนเอง

สรุปวิธีอัปโหลด PDF ให้ Gemini

เริ่มจากเปิดแชตใหม่ กดเพิ่มไฟล์ เลือก PDF แล้วเขียน Prompt ให้ชัดเจนว่าต้องการสรุป วิเคราะห์ แปล เปรียบเทียบ หรือดึงข้อมูลรูปแบบใด

เพื่อให้ได้คำตอบแม่นยำ ควรกำชับให้ใช้เฉพาะข้อมูลจากไฟล์ ระบุชื่อไฟล์และเลขหน้า และตอบว่าไม่พบเมื่อเอกสารไม่มีข้อมูล หลังได้รับคำตอบต้องสุ่มตรวจต้นไฟล์ กลางไฟล์ และท้ายไฟล์กับเอกสารต้นฉบับทุกครั้ง โดยเฉพาะตัวเลข สัญญา ข้อมูลการเงิน และข้อมูลที่มีผลต่อการตัดสินใจ