Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก iPhone ขึ้นข้อความประมาณ Liquid Detected in USB-C Connector, Liquid Detected in Lightning Connector หรือ Charging Not Available แสดงว่าเครื่องตรวจพบความชื้นหรือของเหลวบริเวณ ช่องชาร์จ สาย หรืออุปกรณ์เสริมที่เชื่อมต่ออยู่
เมื่อระบบตรวจพบของเหลว iPhone จะหยุดการชาร์จผ่านสายและการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมชั่วคราว เพื่อช่วยป้องกันความเสียหายต่อ Connector และอุปกรณ์.
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าฝืนเสียบชาร์จซ้ำ อย่าใช้ไดร์ร้อน อย่าเอาสิ่งของยัดเข้าไปในพอร์ต และอย่าเอา iPhone ไปแช่ข้าวสาร
ข้อความ Liquid Detected ไม่ได้หมายความว่า iPhone พังแล้ว แต่หมายความว่าระบบตรวจพบของเหลวหรือความชื้นในอย่างน้อยหนึ่งจุด เช่น
Apple ระบุว่าระบบจะไม่อนุญาตให้ชาร์จหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมผ่าน Connector จนกว่าช่องเชื่อมต่อ ปลายสาย และอุปกรณ์จะแห้ง.
ดังนั้นข้อความนี้เป็น ระบบป้องกัน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าพอร์ตเสีย
เมื่อ Alert ปรากฏ ให้ถอด
ออกจาก iPhone ก่อน
Apple ระบุว่า หาก iPhone สัมผัสของเหลว ควรถอดสายทั้งหมดและไม่ควรชาร์จด้วยสายจนกว่าเครื่องจะแห้งสนิท.
อย่ากดเสียบซ้ำเพื่อดูว่า Alert จะหายหรือไม่ เพราะหาก Connector ยังเปียกอยู่ การชาร์จอาจทำให้เกิดความเสียหายได้.
หลังถอดสาย Apple แนะนำให้ถือ iPhone โดยให้ Connector หันลง แล้วเคาะเครื่องกับฝ่ามือเบา ๆ เพื่อช่วยให้น้ำส่วนเกินออกจาก Connector.
ทำอย่างเบามือ
ไม่ต้อง
เป้าหมายคือเพียงช่วยให้ของเหลวส่วนเกินไหลออกเท่านั้น
หลังจากนั้น ให้วาง iPhone ในบริเวณ
Apple แนะนำให้ปล่อยอุปกรณ์อยู่ในบริเวณแห้งที่มีอากาศถ่ายเทก่อนลองเชื่อมต่อสายอีกครั้ง.
ไม่จำเป็นต้องนำเครื่องไปตากแดด
และไม่ควรวางใกล้
สำหรับ Alert ตรวจพบของเหลว Apple ระบุว่าสามารถลองเชื่อมต่อสายอีกครั้งหลังจาก อย่างน้อยประมาณ 30 นาที หากยังขึ้น Alert แสดงว่ายังมีของเหลวอยู่ใน Connector หรือใต้ขั้วของสาย และอาจต้องปล่อยให้แห้งต่อเป็นเวลานานถึง 24 ชั่วโมง.
แต่หาก iPhone ได้สัมผัสของเหลวโดยตรง Apple ยังแนะนำให้รอ อย่างน้อย 5 ชั่วโมง ก่อนชาร์จด้วยสาย Lightning/USB-C หรือเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม.
ดังนั้น ถ้าทราบชัดว่าเครื่องเปียกจริง ควรให้เวลามากกว่าการรีบลองเสียบทุก 30 นาที
ถ้าลองเสียบแล้วข้อความ Liquid Detected ยังขึ้น
ให้
Apple ระบุว่าการทำให้ Connector แห้งทั้งหมดอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมง.
ดังนั้น Alert ที่ยังขึ้นหลังผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วโมงไม่ได้หมายความว่าพอร์ตเสียเสมอไป
ไม่ควรใช้
Apple ไม่แนะนำการใช้แหล่งความร้อนภายนอกเพื่อทำให้ Connector แห้ง.
ดังนั้นหลีกเลี่ยง
ความร้อนสูงสามารถสร้างความเสียหายต่อ iPhone และแบตเตอรี่ได้
ไม่ควร
Apple ไม่แนะนำให้ใช้ Compressed Air เป่าช่อง Connector เพื่อทำให้แห้ง.
แรงลมอาจผลักของเหลวหรือสิ่งสกปรกเข้าไปลึกกว่าเดิมแทนที่จะช่วยแก้ปัญหา
ปล่อยให้แห้งด้วยอากาศตามธรรมชาติจะปลอดภัยกว่า
ไม่ควรนำสิ่งของเข้าไปใน Connector
Apple เตือนไม่ให้สอดวัตถุ เช่น Cotton Swab หรือ Paper Towel เข้าไปในช่องเชื่อมต่อเพื่อทำให้แห้ง.
ดังนั้นไม่ควรใช้
แหย่เข้าไปในพอร์ต
เพราะอาจทำให้ขั้วเสียหายหรือมีเศษวัสดุติดอยู่ภายใน
ไม่ควร
Apple ระบุชัดว่าไม่ควรนำ iPhone ใส่ไว้ในถุงข้าวสาร เพราะอนุภาคเล็ก ๆ จากข้าวสามารถเข้าไปสร้างความเสียหายกับตัวเครื่องได้.
ดังนั้นวิธีที่นิยมกันมานานอย่าง
“มือถือเปียกให้เอาไปแช่ข้าว”
ไม่ใช่วิธีที่ Apple แนะนำ
ให้ใช้การระบายอากาศและปล่อยให้เครื่องแห้งตามธรรมชาติแทน
Apple แนะนำหลัก ๆ ให้ปล่อยเครื่องอยู่ในบริเวณแห้งที่มีอากาศถ่ายเท และไม่ได้ระบุให้ต้องใส่ iPhone ลงในภาชนะพร้อมสารดูดความชื้นเพื่อแก้ Alert.
ดังนั้นไม่จำเป็นต้องหาวิธีซับซ้อน
วิธีที่ปลอดภัยคือ
ถอดสาย → Connector คว่ำลง → วางในที่แห้งและอากาศถ่ายเท → รอ
ได้
ระบบอาจตรวจพบความชื้นบริเวณ Connector หรือปลายสาย แม้เครื่องไม่ได้ตกน้ำทั้งเครื่อง.
ตัวอย่างสถานการณ์ เช่น
จึงควรตรวจทั้ง iPhone และสาย ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเครื่อง
ใช่
Apple ระบุว่า Liquid Detection สามารถตรวจพบของเหลวได้ทั้งใน Connector ของ iPhone และบริเวณสายหรืออุปกรณ์เสริม.
ดังนั้นหาก iPhone แห้ง แต่สายเพิ่งเปียก ก็สามารถทำให้ Alert ปรากฏได้
ให้ถอดสายและปล่อยให้
แห้งก่อนเชื่อมต่อใหม่
หาก
สาย A → ขึ้น Liquid Detected
แต่
สาย B → ไม่ขึ้น
และมั่นใจว่า Connector ของ iPhone แห้งแล้ว ความผิดปกติอาจอยู่ที่สายหรืออุปกรณ์เสริมชิ้นแรก
Apple ระบุว่า หาก Alert ปรากฏทุกครั้งเมื่อเชื่อมต่อสายหรืออุปกรณ์ชนิดใดชนิดหนึ่ง ทั้งที่อุปกรณ์ต่าง ๆ แห้ง สายหรืออุปกรณ์นั้นอาจมีปัญหา.
อย่าฝืนใช้สายที่ทำให้ Alert ขึ้นซ้ำจนกว่าจะตรวจสอบแล้ว
หากมั่นใจว่า
Apple ระบุว่าอาจจำเป็นต้องติดต่อ Apple Support หรือเข้ารับบริการ.
เพราะอาจมีปัญหาเกี่ยวกับ Connector หรือระบบตรวจจับของเครื่อง
ในบางสถานการณ์ iPhone อาจมีตัวเลือกให้ผู้ใช้ Override ระบบตรวจของเหลวเพื่อชาร์จต่อในกรณีฉุกเฉิน
แต่ Apple เตือนว่าการชาร์จขณะที่ Connector เปียกสามารถทำให้ขั้วใน Connector หรือสายเกิดการกัดกร่อนและสร้างความเสียหายถาวรหรือปัญหาการเชื่อมต่อได้.
ดังนั้น Emergency Override ไม่ควรใช้เป็นวิธีปกติ
หากไม่ได้มีเหตุฉุกเฉินจริง ให้รอให้ Connector แห้ง
การส่งกระแสไฟผ่าน Connector ขณะที่ยังมีของเหลวสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อ
Apple ระบุว่าการชาร์จหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์ขณะที่ Connector เปียกสามารถสร้างความเสียหายต่อ iPhone ได้.
ดังนั้นการรอให้แห้งมีความสำคัญมากกว่าการพยายามให้แบตเพิ่มทันที
หากจำเป็นต้องชาร์จและ iPhone รองรับ Wireless Charging สามารถพิจารณาชาร์จแบบไร้สายได้ โดยต้องแน่ใจว่าด้านหลังของ iPhone แห้งก่อนวางบน Charger.
นี่เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการฝืนชาร์จผ่าน Connector ที่ยังมีความชื้น
แต่หากตัวเครื่องเปียกมากหรือมีน้ำอยู่บริเวณอื่นของเครื่อง ควรปล่อยให้เครื่องแห้งและประเมินสภาพก่อน
สำหรับ iPhone ที่รองรับ MagSafe การชาร์จแบบไร้สายไม่ได้ใช้ USB-C หรือ Lightning Connector
Apple ระบุว่าสามารถใช้ Wireless Charger ได้เมื่อ Connector มี Liquid Alert แต่ต้องตรวจว่าด้านหลังของ iPhone แห้งก่อน.
ดังนั้นหากจำเป็นต้องเติมแบตและเครื่องด้านหลังแห้ง MagSafe อาจเป็นทางเลือกชั่วคราว
ความสามารถในการทนน้ำ ไม่ได้หมายความว่า iPhone กันน้ำแบบสมบูรณ์
Apple ระบุว่า iPhone 7 และรุ่นใหม่กว่าหลายรุ่นมีคุณสมบัติทนน้ำและฝุ่นภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ แต่ความสามารถดังกล่าวไม่ใช่สภาพถาวรและสามารถลดลงจากการใช้งานตามปกติ.
ดังนั้นแม้รุ่นของคุณจะมีมาตรฐานทนน้ำ ก็ยังไม่ควรเสียบสายชาร์จขณะที่ Connector เปียก
หากเครื่องสัมผัสของเหลว Apple แนะนำให้ถอดสายและหลีกเลี่ยงการชาร์จจนเครื่องแห้ง.
หากเครื่องยังเปิดอยู่ ไม่จำเป็นต้องกดเปิดปิดซ้ำ ๆ เพียงเพื่อทดสอบ
ให้เน้น
ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น เครื่องร้อนจัด จอดับ หรือกลิ่นผิดปกติ ควรหยุดใช้งานและนำไปตรวจ
ของเหลวที่ไม่ใช่น้ำสะอาดสามารถทิ้งคราบหรือสารตกค้างบนพื้นผิวได้
Apple ระบุว่าหาก iPhone สัมผัสของเหลวชนิดอื่นที่ไม่ใช่น้ำ ควรล้างบริเวณที่ได้รับผลด้วยน้ำประปา จากนั้นเช็ดด้วยผ้านุ่มที่ไม่เป็นขุยและปล่อยให้แห้งตามคำแนะนำของ Apple.
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรจุ่มเครื่องลงน้ำเพื่อ “ล้าง” หากไม่จำเป็น
ให้จัดการเฉพาะบริเวณที่ได้รับของเหลวตามแนวทางอย่างระมัดระวัง
ไม่จำเป็นต้องรอเต็ม 24 ชั่วโมงในทุกกรณี
Apple ระบุว่าสามารถลองเชื่อมต่ออีกครั้งหลังประมาณ 30 นาที แต่ถ้า Alert ยังขึ้น แสดงว่ายังมีความชื้น และกระบวนการทำให้แห้งทั้งหมดอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมง.
ดังนั้นระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับว่ามีของเหลวมากเพียงใด
แต่ถ้าทราบว่า iPhone เปียกจริง Apple แนะนำให้รออย่างน้อย 5 ชั่วโมง ก่อนใช้สายชาร์จหรืออุปกรณ์เสริมแบบมีสาย.
หาก
สามารถลองชาร์จใหม่ได้
แต่ควรสังเกตในช่วงแรกว่า
หากกลับมาขึ้นซ้ำ ให้หยุดใช้สายและตรวจเพิ่มเติม
เป็นไปได้จากหลายกรณี เช่น
Apple ระบุว่า หาก Alert ปรากฏทุกครั้งกับสายหรืออุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ทั้งที่ทั้งหมดแห้ง อุปกรณ์นั้นอาจเสียหาย.
หากเกิดกับสาย Apple หลายเส้นที่ปกติ ให้พิจารณาติดต่อ Apple Support
หากปล่อยให้แห้งเต็มที่แล้วหลายครั้ง แต่ Alert ยังขึ้นทุกครั้งกับสายที่ปกติ ควรหยุดพยายามแก้ด้วยการเป่า ล้าง หรือแคะ Connector
Apple ระบุว่า หาก Alert เกิดทุกครั้งเมื่อเชื่อมต่อสายหรืออุปกรณ์ Apple ที่แห้ง อาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ.
โดยเฉพาะหากมีอาการร่วม เช่น
ควรตรวจฮาร์ดแวร์
Apple ระบุว่า ความเสียหายจากของเหลวของ iPhone ไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้ Apple One-Year Limited Warranty.
อย่างไรก็ตาม สิทธิ์บริการจริงอาจขึ้นอยู่กับ
จึงควรตรวจสิทธิ์บริการของเครื่องโดยตรงหากจำเป็นต้องซ่อม
จำ 6 ข้อนี้ไว้
Apple ระบุชัดว่าไม่ควรใช้ความร้อนภายนอก ลมอัด วัตถุแปลกปลอม หรือข้าวสารเพื่อทำให้ Connector แห้ง.
ควรนำเครื่องไปตรวจหาก
Apple ระบุว่าหาก Liquid Alert เกิดทุกครั้งกับสายหรืออุปกรณ์ Apple ที่ปกติและแห้ง อาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ.
หาก iPhone ขึ้นตรวจพบของเหลวในช่องชาร์จ ให้ทำตามนี้
Apple ระบุว่าสามารถลองเชื่อมต่อสายใหม่ได้หลังอย่างน้อยประมาณ 30 นาที แต่ถ้า Alert ยังขึ้น การทำให้ Connector แห้งสนิทอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมง.
หาก iPhone สัมผัสของเหลวจริง Apple แนะนำให้รออย่างน้อย 5 ชั่วโมงก่อนชาร์จด้วยสายหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม.
ไม่ควร Apple ไม่แนะนำให้ใช้แหล่งความร้อนภายนอกหรือ Compressed Air เพื่อทำให้ Connector แห้ง.
ไม่ควร Apple ระบุว่าข้าวสารสามารถมีอนุภาคเล็ก ๆ เข้าไปสร้างความเสียหายกับ iPhone ได้.
ไม่ควร Apple แนะนำว่าอย่านำวัตถุ เช่น Cotton Swab หรือ Paper Towel เข้าไปใน Connector.
หาก iPhone รองรับ Wireless Charging และด้านหลังเครื่องแห้ง สามารถใช้ Wireless Charger ชั่วคราวได้แทนการฝืนเสียบสาย.
มีไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน แต่ไม่ควรใช้เป็นปกติ เพราะ Apple เตือนว่าการชาร์จในขณะที่ Connector เปียกสามารถทำให้เกิดการกัดกร่อนและความเสียหายถาวรได้.
ได้ ความชื้นอาจอยู่ที่ Connector สาย หรืออุปกรณ์เสริม หาก Alert เกิดเฉพาะสายเส้นเดียว สายนั้นอาจมีปัญหา แต่หากเกิดกับสาย Apple ที่แห้งและปกติทุกครั้ง Apple แนะนำให้ติดต่อ Support.
คุณสมบัติทนน้ำของ iPhone ไม่ใช่การกันน้ำแบบถาวร และความสามารถในการทนน้ำสามารถลดลงจากการใช้งานตามปกติ.
Apple ระบุว่าความเสียหายจากของเหลวไม่ได้อยู่ภายใต้ Apple One-Year Limited Warranty.
เมื่อ iPhone ขึ้น Liquid Detected หรือ Charging Not Available สิ่งที่ดีที่สุดคือ ถอดสายทันทีและปล่อยให้ Connector แห้ง
วิธีที่ถูกต้องคือหันช่องชาร์จลง เคาะเครื่องกับฝ่ามือเบา ๆ แล้ววางในบริเวณแห้งและมีอากาศถ่ายเท Apple ระบุว่าสามารถลองเชื่อมต่อใหม่หลังประมาณ 30 นาที แต่ถ้ายังตรวจพบของเหลว การทำให้แห้งทั้งหมดอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมง.
ที่สำคัญคือ ห้ามใช้ไดร์ ลมอัด คอตตอนบัด กระดาษ หรือข้าวสาร เพื่อเร่งให้แห้ง และอย่าฝืนชาร์จผ่านสายขณะที่ Connector ยังเปียก เพราะอาจทำให้ขั้วเกิดการกัดกร่อนและสร้างความเสียหายถาวรได้.
หากปล่อยให้แห้งเต็มที่แล้ว Alert ยังขึ้นกับสาย Apple ที่ใช้งานได้ปกติทุกเส้น หรือมีอาการชาร์จไม่เข้าและพอร์ตผิดปกติร่วมด้วย ควรนำ iPhone เข้ารับการตรวจเพิ่มเติม