Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก iPhone เปิดขึ้นมาแล้วไม่เข้าหน้าจอปกติ แต่กลับแสดง รูปสายเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ หรือมีข้อความลักษณะ support.apple.com/iphone/restore แสดงว่าเครื่องกำลังอยู่ที่ Restore Screen หรือ Recovery Mode
Apple ระบุว่าเมื่อหน้าจอนี้ปรากฏขึ้น ให้เชื่อมต่อ iPhone กับคอมพิวเตอร์และลองรีสตาร์ทเครื่องก่อน และในบางกรณีอาจจำเป็นต้องติดตั้ง iOS ใหม่.
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ารีบกด Restore หากมีข้อมูลสำคัญในเครื่อง เพราะ Restore สามารถลบข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมดได้.
หน้าจอนี้มักแสดงภาพ
Apple เรียกหน้าจอนี้ว่า Restore screen และแนะนำให้เชื่อมต่ออุปกรณ์กับคอมพิวเตอร์เพื่อดำเนินการแก้ไข.
ไม่ได้หมายความว่า iPhone เสียถาวรเสมอไป และไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนเครื่องทันที
อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายสถานการณ์ เช่น
Apple ระบุว่า Recovery Mode ใช้ในสถานการณ์ที่อุปกรณ์ไม่สามารถ Update หรือ Restore ได้ตามปกติ รวมถึงกรณีที่เครื่องติดอยู่ที่โลโก้ Apple หรือแสดงหน้าจอ Connect to computer.
นี่คือจุดที่ต้องระวังมากที่สุด
เมื่อเชื่อมต่อ iPhone กับคอมพิวเตอร์ ระบบอาจให้ตัวเลือก เช่น
Update
หรือ
Restore
คำว่า Restore ไม่ได้หมายถึงการ Restart ธรรมดา
Apple ระบุว่า Restore จะติดตั้ง iOS ใหม่และลบข้อมูลบน iPhone.
ดังนั้นหากมี
อย่ากด Restore แบบรีบร้อน
Apple แนะนำว่าเมื่อ Restore Screen ปรากฏ ให้เชื่อมต่อเครื่องกับคอมพิวเตอร์และลอง Restart อุปกรณ์ก่อน.
สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ เช่น iPhone 8 หรือใหม่กว่า ให้ทำดังนี้
หากเครื่องสามารถเปิดเข้าหน้าจอ Lock Screen หรือ Home Screen ได้ตามปกติ อาจยังไม่จำเป็นต้อง Update หรือ Restore
แต่ถ้ากลับมาที่หน้าจอรูปสายต่อคอมอีก ให้ทำขั้นตอนต่อไป
ใช้สายที่สามารถรับส่งข้อมูลได้และเชื่อมต่อ iPhone เข้ากับ Mac หรือ Windows PC
Apple แนะนำให้เชื่อมต่ออุปกรณ์กับคอมพิวเตอร์และ อย่าถอดสายระหว่างกระบวนการแก้ไข.
ควรเสียบสายเข้ากับคอมพิวเตอร์โดยตรง หากเป็นไปได้ หลีกเลี่ยง Hub หรือ Adapter ที่ไม่จำเป็นระหว่างการแก้ปัญหา
หากใช้ Mac รุ่นใหม่ ให้เปิด Finder
จากนั้นมองหา iPhone ในแถบด้านข้าง
Apple ระบุว่า Mac ที่ใช้ macOS Catalina 10.15 หรือใหม่กว่า สามารถจัดการ iPhone ผ่าน Finder ได้.
หาก Mac เป็นระบบเก่ามาก อาจยังใช้ iTunes ตามเวอร์ชันของ macOS ที่รองรับ.
สำหรับ Windows ปัจจุบัน Apple แนะนำให้ใช้ Apple Devices app เวอร์ชันล่าสุด และในบางกรณีระบบเดิมยังสามารถใช้ iTunes ได้.
เมื่อเปิดโปรแกรมแล้ว ควรเห็น iPhone ที่เชื่อมต่ออยู่
หากคอมพิวเตอร์ไม่พบ iPhone เลย ควรตรวจ
แยกจากปัญหา Recovery Mode
หากคอมพิวเตอร์ให้ตัวเลือก Update หรือ Restore และคุณยังไม่ได้ลอง Update ควรเริ่มจาก Update ก่อน
Apple ระบุในแนวทางสำหรับ iPhone ที่ค้างหรือมีปัญหาระบบว่า การเลือก Update จะอัปเดตเครื่องเป็น iOS เวอร์ชันล่าสุด ขณะที่การเลือก Restore จะลบ iPhone.
จำง่าย ๆ ว่า
Update = พยายามติดตั้งหรือซ่อม iOS โดยรักษาข้อมูล
Restore = ล้างเครื่องและติดตั้ง iOS ใหม่
นี่จึงเป็นเหตุผลที่คนมีข้อมูลสำคัญไม่ควรกด Restore ก่อน Update
หลังเลือก Update คอมพิวเตอร์จะดาวน์โหลดซอฟต์แวร์สำหรับ iPhone และดำเนินการติดตั้ง
ระหว่างนี้ควร
Apple ระบุว่าการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์อาจใช้เวลา และหากใช้เวลานานมาก เครื่องอาจออกจากหน้าจอ Connect to computer ได้.
นี่เป็นเหตุการณ์ที่พบได้และไม่ได้หมายความว่าการดาวน์โหลดเสียเสมอไป
Apple ระบุว่า หากการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ใช้เวลานานกว่า 15 นาที และ iPhone ออกจากหน้าจอ Connect to computer ให้ปล่อยให้คอมพิวเตอร์ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จนเสร็จก่อน แล้วจึงนำ iPhone กลับเข้า Recovery Mode อีกครั้ง.
ดังนั้นไม่จำเป็นต้องยกเลิกการดาวน์โหลดแล้วเริ่มใหม่ทันที
หาก Update สำเร็จ iPhone ควรเริ่มระบบใหม่และพยายามเข้าสู่ iOS ตามปกติ
ถ้าเปิดเครื่องได้แล้ว ควรทำทันทีคือ
หากปัญหาเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง ควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม
หาก Update ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ คอมพิวเตอร์อาจเสนอทางเลือก Restore
Apple ระบุว่า Restore จะติดตั้ง iOS ใหม่และ ลบข้อมูลทั้งหมดบนอุปกรณ์.
ดังนั้นก่อนกด Restore ให้ถามตัวเองก่อนว่า
หากยังไม่พร้อม อย่ากด Restore เพียงเพราะต้องการให้เครื่องเปิดเร็วที่สุด
หากข้อมูลสำคัญได้รับการ Backup ไว้แล้ว และ Update ไม่สามารถแก้ระบบได้ การ Restore เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สามารถใช้ติดตั้ง iOS ใหม่ได้
Apple ระบุว่า Factory Restore จะลบข้อมูลและการตั้งค่าออกจากเครื่อง จากนั้นติดตั้งซอฟต์แวร์ iOS ล่าสุดที่รองรับ.
หลังจากนั้นสามารถตั้งค่าเครื่องและกู้คืนข้อมูลจาก Backup ที่มีอยู่ได้
สองคำนี้มักทำให้ผู้ใช้สับสน
เป็นการล้างเครื่องและติดตั้งระบบใหม่
เป็นการนำข้อมูลจาก Backup กลับเข้าสู่ iPhone หลังจากเครื่องพร้อมใช้งานแล้ว
ดังนั้นเมื่ออยู่หน้า Recovery Mode แล้วกด Restore ขั้นแรกจะเป็นการล้างเครื่องก่อน ไม่ได้หมายความว่าข้อมูล Backup จะถูกใส่กลับทันที
ระหว่าง Update หรือ Restore อาจพบ Error เช่น
Apple มีแนวทางเฉพาะสำหรับ iOS Update และ Restore Errors และแนะนำให้ตรวจซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่อ รวมถึงทำตามขั้นตอนแก้ Error ที่ปรากฏ.
อย่ารีบสรุปว่าเมนบอร์ดเสียจาก Error เพียงครั้งเดียว
ควรจด หมายเลข Error ไว้ เพราะช่วยวิเคราะห์ปัญหาได้ตรงกว่าคำว่า “Restore ไม่ผ่าน”
หากลองแล้วพบว่า
ให้ลองตรวจ
หากยังไม่สำเร็จ Apple ระบุว่าอุปกรณ์อาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ.
หาก Recovery Screen ปรากฏหลังอัปเดต iOS ควรเริ่มจากการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และลอง Update ระบบก่อน แทนการล้างเครื่องทันที
Apple ระบุว่าหน้าจอกู้คืนอาจต้องมีการติดตั้ง iOS ใหม่ และแนวทาง Recovery Mode เปิดโอกาสให้ Update ระบบก่อนในกรณีที่ยังไม่ได้ลอง.
ถ้าก่อนหน้านี้ iPhone
ค้างโลโก้ Apple → กดปุ่มแก้ไข → ขึ้นรูปสายต่อคอม
แสดงว่าตอนนี้เครื่องเข้าสู่ Recovery Mode แล้ว
ไม่จำเป็นต้องตกใจ และไม่ควรกดปุ่มแบบสุ่มต่อไป
ให้เชื่อมต่อกับ Finder หรือ Apple Devices และดำเนินการตามขั้นตอน Update หรือ Restore อย่างถูกต้อง
ยังไม่จำเป็นว่าข้อมูลจะหาย
เพียงแค่เห็นหน้าจอ Recovery Mode ไม่ได้เท่ากับเครื่องถูกล้างแล้ว
ความเสี่ยงต่อข้อมูลเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเลือก Restore เพราะ Apple ระบุว่ากระบวนการ Restore จะลบข้อมูลและการตั้งค่าบนเครื่อง.
ดังนั้นหากเพิ่งเห็นรูปสายต่อคอม อย่าเพิ่งคิดว่ารูปและข้อมูลทั้งหมดหายไปแล้ว
หาก iPhone ขึ้นรูปสายต่อคอมหรือข้อความ support.apple.com/iphone/restore ให้ทำตามลำดับนี้
ยังสรุปไม่ได้ หน้าจอนี้หมายถึงอุปกรณ์อยู่ที่ Restore Screen หรือ Recovery Mode และ Apple แนะนำให้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อ Restart หรือติดตั้ง iOS ใหม่หากจำเป็น.
ไม่จำเป็น การเข้าสู่ Recovery Mode เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าข้อมูลถูกลบ แต่ถ้าคุณเลือก Restore ข้อมูลและการตั้งค่าจะถูกลบ.
ถ้ายังไม่ได้ลอง Update และต้องการรักษาข้อมูล ควรลอง Update ก่อน ส่วน Restore จะลบข้อมูลบน iPhone.
เป้าหมายของ Update ผ่าน Recovery Mode คือการติดตั้ง iOS โดยไม่เริ่มจากการล้างข้อมูล ซึ่งต่างจาก Restore ที่ Apple ระบุชัดว่าจะลบข้อมูลออกจากเครื่อง.
หากเครื่องออกจากหน้าจอ Connect to computer ระหว่างดาวน์โหลด ให้ปล่อยให้คอมพิวเตอร์ดาวน์โหลดไฟล์จนเสร็จ แล้วนำ iPhone เข้า Recovery Mode ใหม่.
Factory Restore จะลบข้อมูลและการตั้งค่าบน iPhone ก่อนติดตั้ง iOS ใหม่ หากมี Backup สามารถกู้คืนข้อมูลจาก Backup ภายหลังได้.
หากไม่สามารถ Update หรือ Restore iPhone ผ่าน Recovery Mode ได้ แม้ตรวจสายและคอมพิวเตอร์แล้ว Apple ระบุว่าอุปกรณ์อาจต้องเข้ารับบริการ.
เมื่อ iPhone ขึ้น support.apple.com/iphone/restore หรือรูปสายเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ไม่ได้หมายความว่าเครื่องเสียหรือข้อมูลถูกลบไปแล้วทันที แต่หมายถึง iPhone อยู่ใน Restore Screen หรือ Recovery Mode
แนวทางที่ควรจำคือ
เชื่อมต่อคอม → ลอง Restart → ถ้ายังไม่หายให้ลอง Update ก่อน → Restore เป็นทางเลือกภายหลัง
โดยเฉพาะคนที่มีข้อมูลสำคัญต้องจำให้ชัดว่า Restore จะลบข้อมูลและการตั้งค่าบน iPhone ดังนั้นอย่ากด Restore โดยไม่ตรวจ Backup ก่อน.
หาก Update หรือ Restore ไม่สำเร็จหลายครั้ง หรือเกิด Error ซ้ำแม้เปลี่ยนสายและตรวจคอมพิวเตอร์แล้ว ควรนำ iPhone เข้ารับการตรวจเพิ่มเติมแทนการพยายาม Restore ซ้ำไปเรื่อย ๆ