iPhone ขึ้น support.apple.com/iphone/restore หรือรูปสายเชื่อมต่อคอม แก้อย่างไร

หาก iPhone เปิดขึ้นมาแล้วไม่เข้าหน้าจอปกติ แต่กลับแสดง รูปสายเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ หรือมีข้อความลักษณะ support.apple.com/iphone/restore แสดงว่าเครื่องกำลังอยู่ที่ Restore Screen หรือ Recovery Mode

Apple ระบุว่าเมื่อหน้าจอนี้ปรากฏขึ้น ให้เชื่อมต่อ iPhone กับคอมพิวเตอร์และลองรีสตาร์ทเครื่องก่อน และในบางกรณีอาจจำเป็นต้องติดตั้ง iOS ใหม่.

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ารีบกด Restore หากมีข้อมูลสำคัญในเครื่อง เพราะ Restore สามารถลบข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมดได้.

① หน้าจอ support.apple.com/iphone/restore คืออะไร

หน้าจอนี้มักแสดงภาพ

  • สาย USB หรือ USB-C
  • รูปคอมพิวเตอร์
  • ข้อความ support.apple.com/iphone/restore
  • หรือหน้าจอที่ Apple เรียกว่า Connect to computer

Apple เรียกหน้าจอนี้ว่า Restore screen และแนะนำให้เชื่อมต่ออุปกรณ์กับคอมพิวเตอร์เพื่อดำเนินการแก้ไข.

ไม่ได้หมายความว่า iPhone เสียถาวรเสมอไป และไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนเครื่องทันที

② ทำไม iPhone ถึงขึ้นรูปสายต่อคอม

อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายสถานการณ์ เช่น

  • iOS เปิดระบบไม่สำเร็จ
  • การอัปเดตระบบมีปัญหา
  • เครื่องถูกนำเข้า Recovery Mode
  • iPhone ค้างที่โลโก้ Apple ก่อนหน้านี้
  • การ Update หรือ Restore ถูกขัดจังหวะ
  • ระบบต้องการให้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อซ่อม iOS

Apple ระบุว่า Recovery Mode ใช้ในสถานการณ์ที่อุปกรณ์ไม่สามารถ Update หรือ Restore ได้ตามปกติ รวมถึงกรณีที่เครื่องติดอยู่ที่โลโก้ Apple หรือแสดงหน้าจอ Connect to computer.

③ อย่าเพิ่งกด Restore

นี่คือจุดที่ต้องระวังมากที่สุด

เมื่อเชื่อมต่อ iPhone กับคอมพิวเตอร์ ระบบอาจให้ตัวเลือก เช่น

Update

หรือ

Restore

คำว่า Restore ไม่ได้หมายถึงการ Restart ธรรมดา

Apple ระบุว่า Restore จะติดตั้ง iOS ใหม่และลบข้อมูลบน iPhone.

ดังนั้นหากมี

  • รูปสำคัญ
  • วิดีโอ
  • LINE
  • ไฟล์งาน
  • ข้อมูลที่ยังไม่ได้ Backup

อย่ากด Restore แบบรีบร้อน

④ ขั้นแรก ลอง Force Restart ก่อน

Apple แนะนำว่าเมื่อ Restore Screen ปรากฏ ให้เชื่อมต่อเครื่องกับคอมพิวเตอร์และลอง Restart อุปกรณ์ก่อน.

สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ เช่น iPhone 8 หรือใหม่กว่า ให้ทำดังนี้

  1. กด เพิ่มเสียง แล้วปล่อยทันที
  2. กด ลดเสียง แล้วปล่อยทันที
  3. กด ปุ่มด้านข้างค้าง
  4. รอจนเครื่อง Restart

หากเครื่องสามารถเปิดเข้าหน้าจอ Lock Screen หรือ Home Screen ได้ตามปกติ อาจยังไม่จำเป็นต้อง Update หรือ Restore

แต่ถ้ากลับมาที่หน้าจอรูปสายต่อคอมอีก ให้ทำขั้นตอนต่อไป

⑤ เชื่อมต่อ iPhone กับคอมพิวเตอร์

ใช้สายที่สามารถรับส่งข้อมูลได้และเชื่อมต่อ iPhone เข้ากับ Mac หรือ Windows PC

Apple แนะนำให้เชื่อมต่ออุปกรณ์กับคอมพิวเตอร์และ อย่าถอดสายระหว่างกระบวนการแก้ไข.

ควรเสียบสายเข้ากับคอมพิวเตอร์โดยตรง หากเป็นไปได้ หลีกเลี่ยง Hub หรือ Adapter ที่ไม่จำเป็นระหว่างการแก้ปัญหา

⑥ ใช้อะไรบน Mac

หากใช้ Mac รุ่นใหม่ ให้เปิด Finder

จากนั้นมองหา iPhone ในแถบด้านข้าง

Apple ระบุว่า Mac ที่ใช้ macOS Catalina 10.15 หรือใหม่กว่า สามารถจัดการ iPhone ผ่าน Finder ได้.

หาก Mac เป็นระบบเก่ามาก อาจยังใช้ iTunes ตามเวอร์ชันของ macOS ที่รองรับ.

⑦ ใช้อะไรบน Windows

สำหรับ Windows ปัจจุบัน Apple แนะนำให้ใช้ Apple Devices app เวอร์ชันล่าสุด และในบางกรณีระบบเดิมยังสามารถใช้ iTunes ได้.

เมื่อเปิดโปรแกรมแล้ว ควรเห็น iPhone ที่เชื่อมต่ออยู่

หากคอมพิวเตอร์ไม่พบ iPhone เลย ควรตรวจ

  • สาย USB
  • พอร์ต USB
  • โปรแกรม Apple Devices
  • การเชื่อมต่อของตัวเครื่อง

แยกจากปัญหา Recovery Mode

⑧ ถ้ามี Update กับ Restore ให้เลือกอะไร

หากคอมพิวเตอร์ให้ตัวเลือก Update หรือ Restore และคุณยังไม่ได้ลอง Update ควรเริ่มจาก Update ก่อน

Apple ระบุในแนวทางสำหรับ iPhone ที่ค้างหรือมีปัญหาระบบว่า การเลือก Update จะอัปเดตเครื่องเป็น iOS เวอร์ชันล่าสุด ขณะที่การเลือก Restore จะลบ iPhone.

จำง่าย ๆ ว่า

Update = พยายามติดตั้งหรือซ่อม iOS โดยรักษาข้อมูล

Restore = ล้างเครื่องและติดตั้ง iOS ใหม่

นี่จึงเป็นเหตุผลที่คนมีข้อมูลสำคัญไม่ควรกด Restore ก่อน Update

⑨ ระหว่าง Update ห้ามถอดสาย

หลังเลือก Update คอมพิวเตอร์จะดาวน์โหลดซอฟต์แวร์สำหรับ iPhone และดำเนินการติดตั้ง

ระหว่างนี้ควร

  • เสียบ iPhone กับคอมพิวเตอร์ไว้
  • อย่าปิดคอมพิวเตอร์
  • อย่าถอดสาย
  • ใช้อินเทอร์เน็ตที่เสถียร
  • รอจนกระบวนการเสร็จ

Apple ระบุว่าการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์อาจใช้เวลา และหากใช้เวลานานมาก เครื่องอาจออกจากหน้าจอ Connect to computer ได้.

⑩ ดาวน์โหลดเกิน 15 นาทีแล้ว iPhone ออกจาก Recovery Screen ทำอย่างไร

นี่เป็นเหตุการณ์ที่พบได้และไม่ได้หมายความว่าการดาวน์โหลดเสียเสมอไป

Apple ระบุว่า หากการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ใช้เวลานานกว่า 15 นาที และ iPhone ออกจากหน้าจอ Connect to computer ให้ปล่อยให้คอมพิวเตอร์ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จนเสร็จก่อน แล้วจึงนำ iPhone กลับเข้า Recovery Mode อีกครั้ง.

ดังนั้นไม่จำเป็นต้องยกเลิกการดาวน์โหลดแล้วเริ่มใหม่ทันที

⑪ Update สำเร็จแล้วเกิดอะไรขึ้น

หาก Update สำเร็จ iPhone ควรเริ่มระบบใหม่และพยายามเข้าสู่ iOS ตามปกติ

ถ้าเปิดเครื่องได้แล้ว ควรทำทันทีคือ

  1. ตรวจว่าข้อมูลยังอยู่ครบ
  2. เชื่อมต่อ Wi-Fi
  3. ตรวจสอบ iOS
  4. Backup ข้อมูล
  5. สังเกตว่าเครื่องกลับเข้า Recovery Mode อีกหรือไม่

หากปัญหาเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง ควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

⑫ Update ไม่สำเร็จ ต้อง Restore เลยไหม

หาก Update ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ คอมพิวเตอร์อาจเสนอทางเลือก Restore

Apple ระบุว่า Restore จะติดตั้ง iOS ใหม่และ ลบข้อมูลทั้งหมดบนอุปกรณ์.

ดังนั้นก่อนกด Restore ให้ถามตัวเองก่อนว่า

  • มี iCloud Backup หรือไม่
  • เคย Backup ใน Mac หรือ PC หรือไม่
  • ข้อมูลสำคัญอยู่ใน iCloud อยู่แล้วหรือไม่
  • พร้อมให้ข้อมูลที่ไม่ได้ Backup ถูกลบหรือไม่

หากยังไม่พร้อม อย่ากด Restore เพียงเพราะต้องการให้เครื่องเปิดเร็วที่สุด

⑬ ถ้ามี Backup แล้ว Restore ได้หรือไม่

หากข้อมูลสำคัญได้รับการ Backup ไว้แล้ว และ Update ไม่สามารถแก้ระบบได้ การ Restore เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สามารถใช้ติดตั้ง iOS ใหม่ได้

Apple ระบุว่า Factory Restore จะลบข้อมูลและการตั้งค่าออกจากเครื่อง จากนั้นติดตั้งซอฟต์แวร์ iOS ล่าสุดที่รองรับ.

หลังจากนั้นสามารถตั้งค่าเครื่องและกู้คืนข้อมูลจาก Backup ที่มีอยู่ได้

⑭ Restore กับ Restore from Backup ไม่เหมือนกัน

สองคำนี้มักทำให้ผู้ใช้สับสน

Restore iPhone

เป็นการล้างเครื่องและติดตั้งระบบใหม่

Restore from Backup

เป็นการนำข้อมูลจาก Backup กลับเข้าสู่ iPhone หลังจากเครื่องพร้อมใช้งานแล้ว

ดังนั้นเมื่ออยู่หน้า Recovery Mode แล้วกด Restore ขั้นแรกจะเป็นการล้างเครื่องก่อน ไม่ได้หมายความว่าข้อมูล Backup จะถูกใส่กลับทันที

⑮ ถ้าขึ้น Error ตอน Update หรือ Restore

ระหว่าง Update หรือ Restore อาจพบ Error เช่น

  • 9
  • 4005
  • 4013
  • 4014
  • หรือ Error อื่น

Apple มีแนวทางเฉพาะสำหรับ iOS Update และ Restore Errors และแนะนำให้ตรวจซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่อ รวมถึงทำตามขั้นตอนแก้ Error ที่ปรากฏ.

อย่ารีบสรุปว่าเมนบอร์ดเสียจาก Error เพียงครั้งเดียว

ควรจด หมายเลข Error ไว้ เพราะช่วยวิเคราะห์ปัญหาได้ตรงกว่าคำว่า “Restore ไม่ผ่าน”

⑯ ถ้า Update หรือ Restore ไม่ผ่านหลายครั้ง

หากลองแล้วพบว่า

  • Update ไม่สำเร็จ
  • Restore ไม่สำเร็จ
  • Error เดิมเกิดซ้ำ
  • เครื่องหลุดการเชื่อมต่อ
  • Recovery Mode กลับมาทุกครั้ง

ให้ลองตรวจ

  1. เปลี่ยนสาย USB
  2. เปลี่ยนพอร์ต USB
  3. อัปเดต Apple Devices หรือระบบคอมพิวเตอร์
  4. Restart คอมพิวเตอร์
  5. ลองคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหากมี
  6. ตรวจ Error Code ที่ปรากฏ

หากยังไม่สำเร็จ Apple ระบุว่าอุปกรณ์อาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ.

⑰ หน้าจอนี้เกิดหลังอัปเดต iOS ต้องทำอย่างไร

หาก Recovery Screen ปรากฏหลังอัปเดต iOS ควรเริ่มจากการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และลอง Update ระบบก่อน แทนการล้างเครื่องทันที

Apple ระบุว่าหน้าจอกู้คืนอาจต้องมีการติดตั้ง iOS ใหม่ และแนวทาง Recovery Mode เปิดโอกาสให้ Update ระบบก่อนในกรณีที่ยังไม่ได้ลอง.

⑱ ขึ้นหน้าจอนี้หลังค้างที่โลโก้ Apple

ถ้าก่อนหน้านี้ iPhone

ค้างโลโก้ Apple → กดปุ่มแก้ไข → ขึ้นรูปสายต่อคอม

แสดงว่าตอนนี้เครื่องเข้าสู่ Recovery Mode แล้ว

ไม่จำเป็นต้องตกใจ และไม่ควรกดปุ่มแบบสุ่มต่อไป

ให้เชื่อมต่อกับ Finder หรือ Apple Devices และดำเนินการตามขั้นตอน Update หรือ Restore อย่างถูกต้อง

⑲ iPhone อยู่ Recovery Mode แปลว่าข้อมูลหายแล้วหรือยัง

ยังไม่จำเป็นว่าข้อมูลจะหาย

เพียงแค่เห็นหน้าจอ Recovery Mode ไม่ได้เท่ากับเครื่องถูกล้างแล้ว

ความเสี่ยงต่อข้อมูลเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเลือก Restore เพราะ Apple ระบุว่ากระบวนการ Restore จะลบข้อมูลและการตั้งค่าบนเครื่อง.

ดังนั้นหากเพิ่งเห็นรูปสายต่อคอม อย่าเพิ่งคิดว่ารูปและข้อมูลทั้งหมดหายไปแล้ว

⑳ วิธีแก้ iPhone ขึ้น support.apple.com/iphone/restore แบบสรุป

หาก iPhone ขึ้นรูปสายต่อคอมหรือข้อความ support.apple.com/iphone/restore ให้ทำตามลำดับนี้

  1. อย่าเพิ่งกด Restore
  2. เชื่อมต่อ iPhone กับคอมพิวเตอร์
  3. ลอง Restart หรือ Force Restart
  4. ถ้ากลับเข้า Recovery Screen ให้เปิด Finder หรือ Apple Devices
  5. เมื่อมี Update และ Restore ให้พิจารณา Update ก่อนหากยังไม่ได้ลอง
  6. อย่าถอดสายระหว่าง Update
  7. ถ้าดาวน์โหลดเกิน 15 นาทีจนเครื่องออกจาก Recovery Mode ให้รอดาวน์โหลดเสร็จก่อนแล้วเข้า Recovery Mode ใหม่
  8. หาก Update สำเร็จ ให้ Backup ข้อมูลทันที
  9. หาก Update ไม่สำเร็จ จึงพิจารณา Restore
  10. จำไว้ว่า Restore จะลบข้อมูลในเครื่อง
  11. หาก Update/Restore ไม่ผ่าน ให้จด Error Code
  12. หากยังแก้ไม่ได้ ให้เข้ารับบริการ

คำถามที่พบบ่อย

iPhone ขึ้น support.apple.com/iphone/restore คือเครื่องเสียไหม

ยังสรุปไม่ได้ หน้าจอนี้หมายถึงอุปกรณ์อยู่ที่ Restore Screen หรือ Recovery Mode และ Apple แนะนำให้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อ Restart หรือติดตั้ง iOS ใหม่หากจำเป็น.

ขึ้นรูปสายต่อคอม ข้อมูลหายแล้วหรือยัง

ไม่จำเป็น การเข้าสู่ Recovery Mode เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าข้อมูลถูกลบ แต่ถ้าคุณเลือก Restore ข้อมูลและการตั้งค่าจะถูกลบ.

Recovery Mode ควรกด Update หรือ Restore

ถ้ายังไม่ได้ลอง Update และต้องการรักษาข้อมูล ควรลอง Update ก่อน ส่วน Restore จะลบข้อมูลบน iPhone.

Update จะลบรูปไหม

เป้าหมายของ Update ผ่าน Recovery Mode คือการติดตั้ง iOS โดยไม่เริ่มจากการล้างข้อมูล ซึ่งต่างจาก Restore ที่ Apple ระบุชัดว่าจะลบข้อมูลออกจากเครื่อง.

Recovery Mode ดาวน์โหลดนานกว่า 15 นาทีทำอย่างไร

หากเครื่องออกจากหน้าจอ Connect to computer ระหว่างดาวน์โหลด ให้ปล่อยให้คอมพิวเตอร์ดาวน์โหลดไฟล์จนเสร็จ แล้วนำ iPhone เข้า Recovery Mode ใหม่.

Restore แล้วข้อมูลหายทั้งหมดไหม

Factory Restore จะลบข้อมูลและการตั้งค่าบน iPhone ก่อนติดตั้ง iOS ใหม่ หากมี Backup สามารถกู้คืนข้อมูลจาก Backup ภายหลังได้.

Update และ Restore แล้วยังไม่ได้ ต้องทำอย่างไร

หากไม่สามารถ Update หรือ Restore iPhone ผ่าน Recovery Mode ได้ แม้ตรวจสายและคอมพิวเตอร์แล้ว Apple ระบุว่าอุปกรณ์อาจต้องเข้ารับบริการ.

สรุป

เมื่อ iPhone ขึ้น support.apple.com/iphone/restore หรือรูปสายเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ไม่ได้หมายความว่าเครื่องเสียหรือข้อมูลถูกลบไปแล้วทันที แต่หมายถึง iPhone อยู่ใน Restore Screen หรือ Recovery Mode

แนวทางที่ควรจำคือ

เชื่อมต่อคอม → ลอง Restart → ถ้ายังไม่หายให้ลอง Update ก่อน → Restore เป็นทางเลือกภายหลัง

โดยเฉพาะคนที่มีข้อมูลสำคัญต้องจำให้ชัดว่า Restore จะลบข้อมูลและการตั้งค่าบน iPhone ดังนั้นอย่ากด Restore โดยไม่ตรวจ Backup ก่อน.

หาก Update หรือ Restore ไม่สำเร็จหลายครั้ง หรือเกิด Error ซ้ำแม้เปลี่ยนสายและตรวจคอมพิวเตอร์แล้ว ควรนำ iPhone เข้ารับการตรวจเพิ่มเติมแทนการพยายาม Restore ซ้ำไปเรื่อย ๆ