Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

อาการ iPhone เปิดแล้วดับวนซ้ำ หรือ Boot Loop คือเครื่องพยายามเปิดระบบ ขึ้นโลโก้ Apple แล้วดับ ก่อนจะกลับมาขึ้นโลโก้อีกครั้งซ้ำ ๆ โดยไม่สามารถเข้าสู่หน้าจอล็อกหรือหน้าจอหลักได้ตามปกติ
อาการนี้ต่างจาก iPhone ค้างที่โลโก้ Apple เพราะกรณี Boot Loop ตัวเครื่องจะมีการรีสตาร์ทหรือดับแล้วเปิดใหม่วนไปเรื่อย ๆ ส่วนอาการค้างโลโก้มักแสดงโลโก้ Apple ค้างอยู่โดยไม่มีการเริ่มเครื่องใหม่ซ้ำ
หากเกิดปัญหานี้ ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการ Restore หรือล้างเครื่องทันที เพราะยังมีขั้นตอนที่สามารถลองได้ก่อน โดยเฉพาะ Force Restart, การชาร์จแบตเตอรี่, การอัปเดต iOS ผ่านคอมพิวเตอร์ และ Recovery Mode
อาการที่เข้าข่าย Boot Loop เช่น
ถ้าเครื่องแสดงโลโก้ Apple เพียงครั้งเดียวและค้างอยู่หลายนาทีโดยไม่ดับ อาการนั้นจะใกล้กับ iPhone ค้างที่โลโก้ Apple มากกว่า ซึ่ง Apple ระบุว่าเครื่องที่แสดงโลโก้เป็นเวลาหลายนาทีโดยไม่มีแถบความคืบหน้าอาจจำเป็นต้องใช้ Recovery Mode.
Boot Loop ไม่ได้มีสาเหตุเดียว และไม่ควรสรุปทันทีว่าเมนบอร์ดเสีย
กลุ่มปัญหาที่ควรตรวจมีทั้งระบบซอฟต์แวร์ พลังงาน และฮาร์ดแวร์
หากอาการเกิดขึ้นหลัง
ควรเริ่มตรวจจากระบบก่อน Apple ระบุว่าเมื่อ iPhone ไม่สามารถเริ่มระบบได้ตามปกติ สามารถใช้ Recovery Mode เพื่อ Update หรือ Restore ระบบผ่านคอมพิวเตอร์ได้.
แบตเตอรี่ที่มีระดับประจุต่ำมากหรือมีอายุทางเคมีสูงขึ้นสามารถเพิ่มโอกาสเกิดการดับโดยไม่คาดคิดได้ Apple ระบุว่าปัจจัยอย่างระดับแบตเตอรี่ต่ำ อายุทางเคมีของแบตเตอรี่ และอุณหภูมิต่ำสามารถสัมพันธ์กับ Unexpected Shutdown ได้.
ดังนั้นหากเครื่องขึ้นโลโก้แล้วดับ โดยเฉพาะเครื่องที่ใช้มานานหรือมีปัญหาแบตเตอรี่อยู่แล้ว ไม่ควรมองข้ามระบบพลังงาน
หาก Boot Loop เริ่มหลังเครื่องตก กระแทก โดนน้ำ ซ่อมเครื่อง หรือเปลี่ยนชิ้นส่วน และแก้ผ่านระบบแล้วไม่หาย ควรพิจารณาการตรวจฮาร์ดแวร์
Apple มีบริการตรวจสอบและซ่อม iPhone รวมถึงปัญหาแบตเตอรี่ผ่าน Apple และผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต.
ขั้นตอนแรกที่ควรลองคือ บังคับรีสตาร์ท หรือ Force Restart
Apple แนะนำ Force Restart เมื่อ iPhone ไม่ตอบสนองหรือไม่สามารถเปิดและปิดเครื่องตามปกติได้.
รวมถึง iPhone SE รุ่นที่ 2 และใหม่กว่า
นี่เป็นลำดับ Force Restart ที่ Apple กำหนดสำหรับ iPhone รุ่นใหม่.
กด ปุ่มด้านข้าง + ปุ่มลดเสียง พร้อมกันค้างไว้จนเห็นโลโก้ Apple.
กด ปุ่ม Home + ปุ่มด้านข้างหรือด้านบน พร้อมกันค้างไว้จนเห็นโลโก้ Apple.
หาก Force Restart แล้วเครื่องยัง
โลโก้ Apple → ดับ → โลโก้ Apple → ดับ
วนซ้ำเหมือนเดิม แสดงว่าการ Restart อย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ขั้นต่อไปควรตรวจเรื่องพลังงานก่อน แล้วจึงพิจารณาการซ่อมระบบผ่านคอมพิวเตอร์
หากระดับแบตเตอรี่ต่ำมาก เครื่องอาจเปิดระบบไม่สำเร็จ
Apple แนะนำว่าเมื่อ iPhone ไม่เปิดหลัง Force Restart ให้ชาร์จเครื่องประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วลองอีกครั้ง.
ระหว่างนั้นควรใช้
จากนั้นลอง Force Restart อีกครั้ง
อาการประเภทนี้อาจทำให้น่าสงสัยเรื่องระบบพลังงานหรือแบตเตอรี่มากขึ้น โดยเฉพาะหากเครื่องใช้งานมานานหรือเคยมีอาการดับทั้งที่แบตเตอรี่ยังเหลือ
Apple ระบุว่าแบตเตอรี่ที่มีอายุทางเคมีสูงขึ้นจะมีความสามารถในการส่งกำลังสูงสุดลดลง และมีโอกาสเกิด Unexpected Shutdown ได้มากขึ้นในบางสถานการณ์.
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่จากการเดาเพียงอย่างเดียว ควรทดสอบสาย อะแดปเตอร์ ระบบ และตรวจสภาพแบตเตอรี่ก่อน
หาก Boot Loop หยุดชั่วคราวและสามารถเข้าสู่หน้าจอหลักได้ ควรถือว่าเป็นโอกาสสำคัญในการ Backup ข้อมูลก่อนทำขั้นตอนที่มีความเสี่ยง
Apple แนะนำให้สำรองข้อมูล iPhone เพื่อให้มีสำเนาข้อมูลสำหรับใช้เมื่ออุปกรณ์สูญหาย เสียหาย ถูกเปลี่ยน หรือจำเป็นต้องกู้คืนข้อมูล.
สามารถสำรองผ่าน
การตั้งค่า → ชื่อของคุณ → iCloud → ข้อมูลสำรอง iCloud → สำรองข้อมูลตอนนี้
โดยการสำรองผ่าน iCloud ต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi และควรรอจนกระบวนการเสร็จสมบูรณ์.
ถ้า iPhone สามารถเปิดใช้งานได้ระยะหนึ่งก่อนเกิดอาการอีกครั้ง ควรตรวจสอบการอัปเดต iOS
Apple ระบุว่าการอัปเดต iOS อาจช่วยแก้ปัญหาบางอย่าง และการอัปเดตตามปกติจะรักษาข้อมูลและการตั้งค่าของผู้ใช้ไว้.
ไปที่
การตั้งค่า → ทั่วไป → รายการอัปเดตซอฟต์แวร์
ก่อนอัปเดต ควร Backup ข้อมูลสำคัญไว้ก่อนตามคำแนะนำของ Apple.
หากเครื่องวนอยู่ที่โลโก้ Apple จนไม่สามารถเข้าหน้าจอหลักได้ ขั้นตอนสำคัญต่อไปคือ Recovery Mode
Apple ระบุว่า Recovery Mode สามารถใช้เมื่อ iPhone ไม่สามารถ Update หรือ Restore ได้ตามปกติ รวมถึงกรณีที่เครื่องติดอยู่ที่โลโก้ Apple เป็นเวลานานหรือแสดงหน้าจอ Connect to computer.
สิ่งที่ต้องมีคือ
จากนั้นเชื่อมต่อ iPhone กับคอมพิวเตอร์
สำหรับ iPhone 8 และรุ่นใหม่กว่า
Apple ระบุลำดับปุ่มดังกล่าวสำหรับการนำ iPhone รุ่นใหม่เข้า Recovery Mode.
จุดที่คนทำผิดบ่อยคือปล่อยปุ่มด้านข้างทันทีที่เห็นโลโก้ Apple
ถ้าต้องการเข้า Recovery Mode ต้อง กดต่อจนหน้าจอเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ปรากฏ
นี่เป็นขั้นตอนสำคัญมากสำหรับคนที่ไม่ต้องการเสียข้อมูล
หากคอมพิวเตอร์แสดงตัวเลือก Update และ Restore และคุณยังไม่ได้ลอง Update ระบบ ควรพิจารณา Update ก่อน
Apple ระบุในแนวทางการแก้ข้อผิดพลาดบางกรณีว่า การเลือก Update สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่โดยพยายามรักษาข้อมูลส่วนตัวไว้ ขณะที่ Restore จะติดตั้ง iOS ใหม่และลบข้อมูลในเครื่อง.
ดังนั้นจำง่าย ๆ ว่า
Update = พยายามซ่อมหรือติดตั้งระบบโดยรักษาข้อมูล
Restore = ลบเครื่องและติดตั้งระบบใหม่
Apple ระบุชัดว่า Restore จะติดตั้ง iOS ใหม่และลบข้อมูลบนอุปกรณ์.
ดังนั้นหาก
ควรคิดให้รอบคอบก่อนเลือก Restore
ถ้ามี Backup อยู่แล้ว หลัง Restore สามารถนำข้อมูลกลับจาก iCloud หรือ Backup ในคอมพิวเตอร์ได้.
หลัง Update สำเร็จ iPhone ควรพยายามเปิดเข้าสู่ระบบอีกครั้ง
หากสามารถเข้าเครื่องได้แล้ว แนะนำให้
หากปัญหาเกิดเฉพาะเมื่อเปิดแอปหนึ่ง Apple แนะนำสำหรับแอปที่ค้างหรือปิดเองให้ลองปิดและเปิดใหม่ รีสตาร์ทเครื่อง ตรวจอัปเดตแอป และตรวจอัปเดต iOS.
หากคอมพิวเตอร์ขึ้น Error ระหว่าง Update หรือ Restore เช่น Error 9, 4005, 4013 หรือ 4014 Apple แนะนำให้ตรวจว่าคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้เป็นเวอร์ชันล่าสุด จากนั้น Force Restart เชื่อมต่อเครื่องใหม่ และลอง Update อีกครั้ง.
Apple ยังมีแนวทางแยกสำหรับ Error ระหว่างการ Update และ Restore ซึ่งรวมถึงการตรวจซอฟต์แวร์บน Mac หรือ PC และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่.
หากทำซ้ำแล้วยังเกิด Error เดิม ควรเพิ่มความเป็นไปได้ของปัญหาที่ต้องได้รับการตรวจโดยช่าง
ถ้า
ความเป็นไปได้ของปัญหาฮาร์ดแวร์จะน่าสงสัยมากขึ้น เพราะเราได้ตัดปัญหาระบบออกไปบางส่วนแล้ว
กรณีนี้ไม่ควร Restore ซ้ำไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเหตุผล ควรนำเครื่องเข้ารับการตรวจวินิจฉัย
Apple ระบุว่า หากไม่สามารถ Update หรือ Restore อุปกรณ์ด้วย Recovery Mode ได้ อุปกรณ์อาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ.
หากเครื่องสามารถเปิดใช้งานได้ ให้ตรวจสถานะแบตเตอรี่ด้วย โดยเฉพาะเครื่องที่มีอาการ
Apple อธิบายว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะมีอายุทางเคมีเพิ่มขึ้นตามการใช้งาน และความสามารถในการส่งกำลังสูงสุดจะลดลง ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการดับโดยไม่คาดคิดได้.
หากระบบแจ้งว่าควรรับบริการแบตเตอรี่ สามารถให้ Apple หรือผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตตรวจและเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้.
หากอาการเกิดทันทีหลังจากซ่อมเครื่องหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ ควรแจ้งร้านหรือศูนย์ที่ดำเนินการซ่อมให้ตรวจสอบอีกครั้ง
Apple เตือนว่าแบตเตอรี่ที่ไม่ใช่ชิ้นส่วนแท้อาจมีปัญหาได้ เช่น เป็นแบตเตอรี่ที่ออกแบบหรือผลิตไม่เหมาะสม เป็นแบตเตอรี่ใช้แล้ว เสียหาย หรือไม่ตรงกับรุ่นของ iPhone.
ดังนั้นหาก Boot Loop เริ่มหลังเปลี่ยนชิ้นส่วน ไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นบั๊กของ iOS
หากก่อนเกิดอาการมีเหตุการณ์ เช่น
ควรแจ้งประวัติเหล่านี้ให้ช่างทราบ เพราะช่วยจำกัดขอบเขตการตรวจสอบได้
หากแก้ผ่าน Force Restart, การชาร์จ และ Recovery Mode แล้วยังไม่หาย การนำเครื่องเข้ารับบริการจะเหมาะกว่าการ Restore ซ้ำหลายครั้ง
Apple มีช่องทางบริการแบบเข้ารับการตรวจที่ Apple และผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต ซึ่งช่างจะตรวจเครื่องก่อนเสนอแนวทางซ่อม.
สองอาการนี้ควรแยกจากกัน
เครื่องไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ตามปกติ และวนอยู่ระหว่าง
เปิด → โลโก้ Apple → ดับ → เปิดใหม่
เครื่องสามารถเข้าใช้งานได้ตามปกติ แต่ระหว่างใช้งานเกิดการดับหรือ Restart ขึ้นมาเองเป็นครั้งคราว
ถ้า iPhone ยังเข้าใช้งานได้ แต่ Restart เองเป็นระยะ จะตรงกับหัวข้อ
456. iPhone รีสตาร์ทเองบ่อย แก้อย่างไร
จึงไม่ควรใช้วิธีแก้ทุกอย่างเหมือนกันตั้งแต่ต้น
หาก iPhone เปิดแล้วดับวนซ้ำ ให้ไล่ตามลำดับนี้
อาการนี้เรียกว่า Boot Loop ได้เมื่อเครื่องพยายามเปิดระบบซ้ำแต่ไม่สามารถเข้าสู่หน้าจอหลัก สาเหตุที่ต้องตรวจมีทั้งระบบ iOS พลังงาน แบตเตอรี่ และฮาร์ดแวร์ จึงไม่ควรสรุปว่าเมนบอร์ดเสียทันที
ตัวอาการ Boot Loop ไม่ได้แปลว่าข้อมูลถูกลบ แต่หากต้องใช้ Recovery Mode ต้องระวังขั้นตอน Restore เพราะ Apple ระบุว่า Restore จะลบข้อมูลบนเครื่อง.
หากยังไม่ได้ลอง Update และต้องการรักษาข้อมูล ควรลอง Update ก่อนในกรณีที่ระบบเปิดไม่ขึ้น ส่วน Restore จะลบข้อมูลและติดตั้ง iOS ใหม่.
ไม่ควรเริ่มจากการล้างเครื่อง ให้ลอง Force Restart และ Recovery Mode ก่อน หากคอมพิวเตอร์เปิดโอกาสให้ Update ระบบโดยไม่ลบข้อมูล ควรพิจารณาขั้นตอนนั้นก่อน Restore.
เป็นไปได้ที่ปัญหาด้านแบตเตอรี่หรือพลังงานจะเกี่ยวข้องกับการดับหรือ Restart โดย Apple ระบุว่าแบตเตอรี่ที่มีประจุต่ำหรืออายุทางเคมีสูงขึ้นมีโอกาสเกิด Unexpected Shutdown มากขึ้น.
หาก Restore สำเร็จแล้วเครื่องยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ ควรพิจารณาการตรวจฮาร์ดแวร์ ไม่ควร Restore ซ้ำไปเรื่อย ๆ Apple ระบุว่าอุปกรณ์ที่ยังมีปัญหาหลังขั้นตอน Recovery หรือไม่สามารถ Update/Restore ได้อาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ.
อาการ iPhone เปิดแล้วดับวนซ้ำ หรือ Boot Loop ควรแก้จากขั้นตอนที่ปลอดภัยก่อน ได้แก่ Force Restart → ชาร์จแบตเตอรี่ → Backup หากยังเข้าเครื่องได้ → อัปเดต iOS → Recovery Mode
หากต้องใช้ Recovery Mode และมีข้อมูลสำคัญ อย่ารีบเลือก Restore เพราะขั้นตอนดังกล่าวจะลบข้อมูลในเครื่อง โดยควรลอง Update ก่อนเมื่อเหมาะสม.
ถ้า Restore ระบบสำเร็จแล้ว iPhone ยังขึ้นโลโก้ Apple แล้วดับวนซ้ำ หรือมีประวัติตก น้ำเข้า ซ่อมเครื่อง หรือปัญหาแบตเตอรี่ ควรนำเครื่องไปตรวจฮาร์ดแวร์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง