Move to iOS ย้ายข้อมูล Android ไป iPhone ไม่ได้หรือค้าง แก้อย่างไร? วิธีแก้ Transfer ไม่สำเร็จ

ใช้ Move to iOS เพื่อย้ายข้อมูลจาก Android ไป iPhone แล้วเจอปัญหา เช่น Transfer ค้าง เชื่อมต่อไม่ได้ รหัสไม่ขึ้น แอปเด้ง Wi-Fi หลุด ย้ายมาเพียงบางส่วน หรือค้างอยู่ที่เวลาเดิมนานผิดปกติ อย่าเพิ่งลบข้อมูลใน Android เครื่องเก่า เพราะต้นเหตุส่วนใหญ่ควรตรวจจากการเชื่อมต่อ พื้นที่ใน iPhone การทำงานของแอป Move to iOS และขั้นตอน Setup ก่อน

Apple ระบุว่า ก่อนเริ่มควรเปิด Wi-Fi บน Android เสียบชาร์จอุปกรณ์ทั้งสอง และตรวจให้แน่ใจว่าข้อมูลทั้งหมดที่จะย้าย รวมถึงข้อมูลบน microSD หากต้องการนำมาด้วย มีขนาดไม่เกินพื้นที่ว่างของ iPhone เครื่องใหม่

บทความนี้ comsiam จะพาแก้ทีละจุด ตั้งแต่ Move to iOS ไม่เจอ iPhone, รหัส 6 หรือ 10 หลักไม่ขึ้น, Transfer ค้าง ไปจนถึงกรณีย้ายเสร็จแล้วข้อมูลมาไม่ครบ

① ก่อนเริ่ม Move to iOS ต้องเตรียมอะไร?

เตรียมให้พร้อมก่อนเริ่ม

  • Android เครื่องเก่า
  • iPhone เครื่องใหม่
  • Wi-Fi
  • ที่ชาร์จทั้งสองเครื่อง
  • พื้นที่ iPhone เพียงพอ
  • Move to iOS บน Android
  • ข้อมูลสำคัญใน Android ยังไม่ถูกลบ

Apple แนะนำให้เปิด Wi-Fi บน Android และเสียบอุปกรณ์ทั้งสองเข้ากับแหล่งจ่ายไฟก่อนเริ่ม Transfer

② เช็กพื้นที่ iPhone ก่อนเป็นอันดับแรก

นี่เป็นสาเหตุสำคัญของอาการ

ย้ายได้บางส่วนแล้วหยุด

หรือ

Transfer ไม่เสร็จ

Apple แนะนำให้ตรวจว่าข้อมูลทั้งหมดจาก Android รวมถึงข้อมูลใน external microSD ที่ต้องการย้าย สามารถใส่ลงในพื้นที่ของ iPhone เครื่องใหม่ได้

ตัวอย่างเช่น

Android มีข้อมูลที่ต้องการย้าย 180 GB

แต่ iPhone เหลือพื้นที่ใช้งาน 120 GB

กรณีนี้ไม่ควรคาดหวังว่าจะย้ายทุกอย่างลงเครื่องได้ครบ

③ ถ้า iPhone พื้นที่ไม่พอ ต้องลดข้อมูลก่อน

ให้เลือกย้ายเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น เช่น

  • Contacts
  • Messages
  • รูปสำคัญ
  • วิดีโอสำคัญ
  • WhatsApp
  • Files

ส่วนไฟล์ขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็นอาจ Backup ไป Computer หรือ Cloud ก่อน

Apple ระบุว่าหาก iPhone เต็มก่อน Transfer เสร็จ อาจพบว่ามีเพียงบางข้อมูลถูกย้ายมา และแนะนำให้ล้าง iPhone แล้วเริ่ม Transfer ใหม่หลังจัดการให้ข้อมูลไม่เกินพื้นที่ว่างของเครื่อง

④ ต้องใช้ Move to iOS ตอนตั้งค่า iPhone

Move to iOS ถูกออกแบบมาให้ใช้ระหว่างขั้นตอนตั้งค่า iPhone

เมื่อถึงหน้า

Transfer Your Apps & Data

ให้เลือก

From Android

แล้วเลือกการ Transfer ตามระบบที่แสดง

Apple ระบุว่าหากตั้งค่า iPhone เสร็จไปแล้วและต้องการใช้ Move to iOS แบบเต็มขั้นตอน จะต้องล้าง iPhone แล้วเริ่ม Setup ใหม่ หรือเลือกย้ายข้อมูลด้วยตนเองแทน

⑤ ตั้งค่า iPhone เสร็จแล้ว ไม่อยากล้างเครื่องทำอย่างไร?

ถ้าไม่ต้องการ Erase iPhone สามารถย้ายข้อมูลบางประเภทด้วยตนเองได้

Apple มีวิธี Manual Transfer สำหรับ

  • Mail
  • Contacts
  • Calendars
  • Photos
  • Videos
  • Music
  • Books
  • PDFs
  • Documents
  • Apps

เช่น รูปและวิดีโอสามารถ Copy ผ่านคอมพิวเตอร์ ส่วนเอกสารที่เก็บใน Google Drive, Dropbox หรือ OneDrive สามารถติดตั้งแอปบน iPhone แล้ว Login บัญชีเดิมได้

⑥ Move to iOS ดาวน์โหลดจากไหน?

บน Android ให้ใช้ Move to iOS สำหรับกระบวนการย้ายข้อมูลตามขั้นตอนของ Apple

ระหว่างตั้งค่า iPhone หากยังไม่มีแอป สามารถใช้ QR Code ที่ iPhone แสดงเพื่อเปิดหน้าสำหรับติดตั้ง Move to iOS บน Android ได้

ควรใช้แอปและวิธีติดตั้งที่ Apple รองรับ ไม่ควรติดตั้งแอปชื่อคล้ายกันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

⑦ เปิด Move to iOS แล้วทำอะไรต่อ?

เมื่อเปิดแอปบน Android ให้ทำตามหน้าจอ เช่น

  1. Continue
  2. อ่านเงื่อนไข
  3. Agree
  4. อนุญาตสิทธิ์ที่ระบบต้องใช้
  5. รอขั้นตอน Connect via Code

Apple ระบุว่าแอปอาจขอ Location และ Notification permissions ระหว่างการตั้งค่า

⑧ รหัส Move to iOS มีกี่หลัก?

เมื่ออยู่หน้า Move from Android บน iPhone ให้แตะ Continue

iPhone จะสร้างรหัส

6 หลัก หรือ 10 หลัก

จากนั้นนำรหัสไปกรอกใน Android

ต้องใช้รหัสที่แสดงจาก iPhone เครื่องที่กำลังตั้งค่าอยู่

⑨ Android ขึ้นว่า Internet connection weak ตอนเชื่อมต่อ ทำอย่างไร?

ระหว่าง Move to iOS Android จะเชื่อมต่อกับ Temporary Wi-Fi Network ที่ iPhone สร้างขึ้น

Apple ระบุว่า หาก Android แสดงคำเตือนว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอ่อนในขั้นนี้ สามารถละเว้นคำเตือนดังกล่าวได้ แล้วดำเนินการ Transfer ต่อ

อย่ารีบเปลี่ยนกลับไป Wi-Fi อื่นเพียงเพราะเห็นข้อความเตือนนี้

⑩ iPhone สร้าง Wi-Fi ชั่วคราวเพื่ออะไร?

หลังกรอกรหัส iPhone จะสร้าง Temporary Wi-Fi Network สำหรับเชื่อม Android กับ iPhone

เมื่อ Android ถามให้เชื่อมต่อ ให้แตะ

Connect

จากนั้นรอจนหน้า

Transfer Data

ปรากฏ

ดังนั้นระหว่าง Transfer ไม่ควรสลับเครือข่ายเองโดยไม่จำเป็น

⑪ Move to iOS ค้าง ต้องเปิดแอปค้างไว้

นี่เป็นกฎสำคัญมาก

Apple ระบุว่า Move to iOS ต้องอยู่บนหน้าจอ Android ตลอดจน Transfer เสร็จ หากเปิดแอปอื่นหรือมีการโทรเข้าบน Android ก่อนกระบวนการเสร็จ ข้อมูลอาจไม่ Transfer

ดังนั้นระหว่างย้าย

  • อย่าเปิด YouTube
  • อย่าเปิด Facebook
  • อย่าเล่นเกม
  • อย่าสลับไปแอปอื่น

ปล่อย Move to iOS ทำงานจนจบ

⑫ อย่าดูว่า Android ขึ้นเสร็จแล้วอย่างเดียว

Apple ระบุว่า แม้ Android จะแสดงว่ากระบวนการเสร็จแล้ว ให้ปล่อยอุปกรณ์ทั้งสองไว้จนกว่า Loading Bar บน iPhone จะเสร็จสมบูรณ์

ดังนั้นตัวตัดสินคือ

แถบบน iPhone

ไม่ใช่เพียงข้อความบน Android

⑬ วางมือถือสองเครื่องไว้ใกล้กัน

ระหว่าง Transfer ควรวาง Android และ iPhone ไว้ใกล้กัน

Apple แนะนำให้ปล่อยอุปกรณ์ทั้งสองอยู่ใกล้กันและเสียบชาร์จไว้จนกระบวนการ Transfer เสร็จ

อย่านำ Android ออกไปใช้งานระหว่าง Transfer

⑭ เสียบชาร์จทั้ง Android และ iPhone

Move to iOS อาจใช้เวลานาน โดยเฉพาะถ้ามี

  • รูปจำนวนมาก
  • วิดีโอหลาย GB
  • WhatsApp Media
  • Files จำนวนมาก

Apple แนะนำให้ต่อพลังงานทั้งสองอุปกรณ์ตลอดกระบวนการ

ช่วยลดความเสี่ยงที่เครื่องใดเครื่องหนึ่งแบตหมดก่อน Transfer เสร็จ

⑮ Transfer ใช้เวลานานแค่ไหน?

ไม่มีเวลาตายตัว

Apple ระบุว่าระยะเวลา Transfer ขึ้นอยู่กับปริมาณ Content ที่กำลังย้าย และอาจใช้เวลาสักระยะ

วิดีโอหลายสิบ GB ย่อมใช้เวลามากกว่าการย้ายเพียง Contacts และ Messages

ดังนั้นไม่ควรยกเลิกเพียงเพราะ Estimated Time ดูนาน หากแถบยังมีความคืบหน้า

⑯ Move to iOS ค้างที่เวลาเดิมนานมาก ทำอย่างไร?

หากไม่มีความคืบหน้าจริง ให้ตรวจตามลำดับ

  1. อย่าเปิดแอปอื่นบน Android
  2. ตรวจว่าเครื่องทั้งสองยังชาร์จอยู่
  3. ตรวจว่ายังเชื่อมต่อกันอยู่
  4. ถ้ากระบวนการหยุดจริง ให้ Restart ทั้งสองเครื่อง
  5. เริ่ม Transfer ใหม่

Apple แนะนำให้ Restart อุปกรณ์ทั้งสองแล้วลอง Transfer ใหม่เมื่อมีปัญหา

⑰ ปิด Mobile Data บน Android

หาก Move to iOS เชื่อมต่อไม่สำเร็จหรือหลุด Apple แนะนำให้ ปิด Cellular/Mobile Data บน Android แล้วลอง Transfer ใหม่

เหตุผลคือระหว่างการย้าย Android ต้องคงการเชื่อมต่อกับ Temporary Wi-Fi Network ที่ iPhone สร้างขึ้น

จึงควรลดสิ่งที่อาจทำให้เครื่องสลับ Network เอง

⑱ ปิด Smart Network Switch หรือฟีเจอร์สลับเน็ต

Android บางเครื่องมีระบบที่พยายามสลับจาก Wi-Fi ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตไป Mobile Data อัตโนมัติ

Apple แนะนำให้ปิด Apps หรือ Settings ที่อาจกระทบ Wi-Fi เช่น Smart Network Switch และตัวช่วยจัดการ Connection ก่อนลอง Transfer ใหม่

ชื่อเมนูจะแตกต่างตามยี่ห้อ เช่น

  • Switch to mobile data
  • Adaptive connectivity
  • Smart Wi-Fi
  • Intelligent Wi-Fi

จุดประสงค์คือไม่ให้ Android ตัด Temporary Wi-Fi ของ iPhone

⑲ Forget Wi-Fi เก่าช่วยได้ไหม?

Apple แนะนำว่าในกรณีมีปัญหาการ Transfer สามารถเข้า Wi-Fi Settings บน Android แล้ว Forget เครือข่ายที่บันทึกไว้ จากนั้นลอง Transfer ใหม่

วิธีนี้ช่วยลดโอกาสที่ Android จะพยายามกลับไปเชื่อม Wi-Fi เดิมระหว่างกระบวนการ

แต่ควรแน่ใจว่าจำ Password ของ Wi-Fi ที่ต้องการใช้งานภายหลังได้

⑳ มีสาย USB-C สามารถย้ายตรงได้

Apple ระบุว่าปัจจุบันสามารถใช้ USB-C Cable เชื่อม Android และ iPhone โดยตรงสำหรับ Transfer ที่เร็วขึ้นในอุปกรณ์ที่รองรับ

หากเสียบสายแล้ว Android แสดง Popup อาจต้องปรับ USB Settings ก่อน Move to iOS จะเริ่มทำงานได้

ควรใช้สายที่รองรับ Data Transfer ไม่ใช่สายชาร์จอย่างเดียว

㉑ Transfer ผ่านสายแล้วยังไม่ได้

ตรวจ

  • สายเสียหรือไม่
  • สายรองรับ Data หรือไม่
  • พอร์ตสะอาดและเชื่อมแน่นหรือไม่
  • Android มีหน้าต่าง USB Settings หรือไม่

Apple ระบุว่าเมื่อเชื่อมต่อด้วยสาย อาจต้องปรับ USB Settings บน Android ก่อนเริ่ม Move to iOS

หากไม่แน่ใจ สามารถกลับไปใช้ Wireless ตามขั้นตอนปกติได้

㉒ Move to iOS ย้ายอะไรได้บ้าง?

Apple ระบุว่าข้อมูลที่สามารถ Transfer ได้ครอบคลุมหลายประเภท เช่น

  • Contacts
  • Message history
  • SMS
  • Camera photos และ videos
  • Photo albums
  • Files และ folders
  • Accessibility settings
  • Display settings
  • Web bookmarks
  • Mail accounts
  • WhatsApp messages และ media
  • Voice Memos
  • Call history
  • Calendars

และแอปฟรีบางตัวที่มีทั้ง Google Play และ App Store และรองรับฟีเจอร์ Transfer อาจถูกจับคู่เพื่อดาวน์โหลดบน iPhone ได้

㉓ ทำไมแอป Android ไม่มาครบ?

แอป Android ไม่ได้ถูก Copy เป็น APK เข้า iPhone ตรง ๆ

Apple ระบุว่าแอปฟรีบางตัวที่มีเวอร์ชันในทั้ง Google Play และ App Store และรองรับ Transfer สามารถถูกจับคู่ได้ ส่วนแอปอื่นสามารถค้นหาและดาวน์โหลดจาก App Store หลังย้ายเสร็จ

ดังนั้นจำนวน App บน iPhone อาจไม่เท่ากับ Android แบบหนึ่งต่อหนึ่ง

㉔ WhatsApp ย้ายได้ไหม?

Apple ระบุว่า Move to iOS รองรับการ Transfer WhatsApp messages และ media ในกระบวนการที่รองรับ

หลัง Transfer ควรติดตั้ง/เปิด WhatsApp บน iPhone และทำตามขั้นตอนของแอปให้ครบ

อย่ารีบลบ WhatsApp หรือ Reset Android เครื่องเก่าจนกว่าจะตรวจ Chat และ Media บน iPhone แล้ว

㉕ รูปและวิดีโอย้ายมาไม่ครบ

ถ้ารูปมาเพียงบางส่วน ให้ตรวจ

  • พื้นที่ iPhone
  • Transfer เสร็จจริงหรือไม่
  • รูปอยู่ใน microSD หรือไม่
  • Android มี File Error หรือไม่

Apple ระบุว่าหาก iPhone พื้นที่หมดก่อน Transfer เสร็จ อาจมีเพียงบาง Content ย้ายมา และแนะนำให้จัดพื้นที่ให้เพียงพอก่อนเริ่มใหม่

อย่าลบรูปใน Android จนกว่าจะตรวจ iPhone ครบ

㉖ microSD ย้ายข้อมูลผ่าน Move to iOS ได้ไหม?

Apple ระบุว่าก่อน Transfer ควรคำนวณข้อมูลทั้งหมดที่ต้องการย้าย รวมสิ่งที่อยู่ใน external microSD card ให้พอดีกับพื้นที่ใน iPhone

ดังนั้นถ้ามีรูปหรือไฟล์จำนวนมากใน microSD ต้องนำมาคิดรวมกับ Storage ที่ต้องใช้ด้วย

㉗ เพลง หนังสือ และ PDF บางส่วนต้องย้ายเอง

Apple ระบุหลังขั้น Transfer ว่า Music, books และ PDFs ต้องย้ายด้วยตนเองในบางกรณี

Apple มีแนวทาง Manual Transfer ผ่าน Mac หรือ PC สำหรับ Music, Books และ PDFs รวมถึง Documents

ดังนั้นข้อมูลสามประเภทนี้ไม่ควรถูกใช้ตัดสินทันทีว่า Move to iOS ล้มเหลว

㉘ Files และ Documents ย้ายเองได้อย่างไร?

ถ้า Move to iOS ใช้ไม่ได้ Apple แนะนำทางเลือก เช่น

  • Google Drive
  • Dropbox
  • Microsoft OneDrive

ติดตั้งแอปบน iPhone แล้ว Login บัญชีเดิม

หรือ Copy Files ผ่านคอมพิวเตอร์ตามประเภทไฟล์

วิธีนี้มีประโยชน์มากสำหรับเอกสารงานที่ไม่จำเป็นต้อง Reset iPhone เพื่อ Transfer ใหม่ทั้งเครื่อง

㉙ Contacts ไม่มาครบ สามารถเพิ่ม Google Account ได้

หาก Contacts เดิมอยู่ใน Google Account Apple ระบุว่า iPhone รองรับ Email Provider อย่าง Google, Microsoft Exchange และบริการอื่น และสามารถเพิ่มบัญชีเพื่อให้ Mail, Contacts และ Calendar กลับมาได้

ดังนั้น Contacts ขาดไม่ได้หมายความว่าต้อง Move to iOS ใหม่เสมอไป

ก่อน Reset iPhone ลองตรวจ Account เดิมก่อน

㉚ Move to iOS ไม่มีรหัสขึ้นทำอย่างไร?

ปกติ iPhone จะแสดงรหัส 6 หรือ 10 หลักเมื่ออยู่หน้า Move from Android และแตะ Continue

หากตั้งค่า iPhone ผ่าน Move to iOS ไปแล้วแต่ Migration ไม่เสร็จ Apple มีแนวทางให้ Reset iPhone แล้วกลับเข้าสู่หน้า Transfer Your Apps & Data > From Android เพื่อสร้างรหัสใหม่และเริ่ม Migration อีกครั้ง

ก่อน Reset ต้องตรวจว่าบน iPhone ปัจจุบันไม่มีข้อมูลใหม่ที่ยังไม่ได้ Backup

㉛ ถ้าต้อง Reset iPhone เพื่อเริ่ม Move to iOS ใหม่ ต้องระวังอะไร?

การ Reset เพื่อตั้งค่าใหม่จะลบข้อมูลปัจจุบันใน iPhone

ดังนั้นหากหลัง Transfer รอบแรกได้

  • รูปใหม่
  • Contact ใหม่
  • Notes ใหม่
  • Messages ใหม่

ต้อง Backup ข้อมูลเหล่านี้ก่อน

อย่า Reset เพียงเพราะ Move to iOS ค้าง โดยไม่ตรวจว่ามีข้อมูลใหม่บน iPhone แล้วหรือยัง

㉜ Android โทรเข้าระหว่าง Transfer มีผลไหม?

มีผลได้

Apple ระบุว่าหากมี Phone Call เข้ามาบน Android ก่อน Transfer เสร็จ Content อาจไม่ Transfer เพราะ Move to iOS ต้องอยู่บนหน้าจอตลอดกระบวนการ

ดังนั้นควรเริ่ม Transfer ในช่วงที่สามารถปล่อยโทรศัพท์ไว้โดยไม่ต้องใช้งาน

㉝ ปิด Notification ได้ไหม?

เป้าหมายคือไม่ให้ผู้ใช้เผลอออกจาก Move to iOS หรือมีสิ่งรบกวนการ Transfer

แต่ไม่จำเป็นต้องปรับระบบจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผล

สิ่งที่ Appleเน้นคือ Move to iOS ต้องคงอยู่บนหน้าจอ และควรปิดการตั้งค่าที่อาจทำให้ Wi-Fi เปลี่ยนเครือข่ายเอง

㉞ Restart ทั้งสองเครื่องแล้วเริ่มใหม่ได้

ถ้าลองหลายครั้งแล้วยังเชื่อมต่อไม่ได้ Apple แนะนำให้ Restart ทั้ง Android และ iPhone แล้วลอง Transfer ใหม่

หลัง Restart ให้เตรียมใหม่

  • Wi-Fi
  • Mobile Data ปิดบน Android
  • เสียบชาร์จ
  • เปิด Move to iOS
  • เริ่มจาก Transfer Your Apps & Data

㉟ Move to iOS ย้ายเสร็จแต่ iPhone เต็ม

Apple ระบุว่าอาจพบ iPhone ดูเต็มแม้ Transfer ไม่เสร็จ หากเกิดกรณีนี้ แนะนำให้ Erase iPhone และเริ่ม Transfer ใหม่ พร้อมตรวจว่าข้อมูล Android ไม่เกินพื้นที่ว่างบน iPhone

ก่อน Erase ให้ตรวจข้อมูลใหม่ที่เกิดบน iPhone หลัง Transfer รอบแรกก่อนเสมอ

㊱ ย้ายเสร็จแล้วต้องตรวจอะไร?

ก่อนล้าง Android เครื่องเก่า ให้ตรวจ

☑ Contacts

☑ SMS / Messages

☑ Call History

☑ Camera Photos

☑ Videos

☑ Albums

☑ WhatsApp และ Media

☑ Calendars

☑ Mail Accounts

☑ Files

☑ Apps สำคัญ

Apple เองแนะนำให้ตรวจว่า Content ทั้งหมด Transfer มาเรียบร้อยหลังขั้นตอนเสร็จ

㊲ อย่าล้าง Android เครื่องเก่าทันที

แม้ iPhone ขึ้น Transfer Complete ก็ยังควรเก็บ Android ไว้ก่อน

ใช้ iPhone ใหม่สักระยะและตรวจ

  • รูปเก่าสุด
  • รูปล่าสุด
  • Contact ล่าสุด
  • WhatsApp
  • Documents
  • แอปสำคัญ

ถ้าข้อมูลขาด Android เครื่องเก่ายังเป็นแหล่งต้นฉบับสำหรับ Copy เพิ่ม

㊳ ถ้า Move to iOS ใช้ไม่ได้จริง ๆ มีทางเลือกไหม?

มี

Apple มีวิธี Manual Transfer สำหรับข้อมูลหลายประเภท

เช่น

Contacts / Calendars
เพิ่ม Google หรือ Account เดิมลง iPhone

Photos / Videos
Copy ผ่าน Mac หรือ PC

Documents
ใช้ Google Drive, Dropbox, OneDrive หรือคอมพิวเตอร์

Apps
ดาวน์โหลดจาก App Store

Music / Books / PDFs
ย้ายผ่านคอมพิวเตอร์ตามขั้นตอนที่ Appleรองรับ

ดังนั้น Move to iOS ไม่สำเร็จไม่ได้หมายความว่าต้องสูญเสียข้อมูลทั้งหมด

㊴ วิธีแก้ Move to iOS ค้างแบบเร็วที่สุด

ทำตามลำดับนี้

1. ตรวจพื้นที่ iPhone

2. ชาร์จมือถือทั้งสองเครื่อง

3. เปิด Wi-Fi บน Android

4. ปิด Mobile Data บน Android

5. ปิด Smart Network Switch หรือฟังก์ชันสลับเครือข่าย

6. Forget Wi-Fi เดิมหากมีปัญหาสลับ Network

7. Restart Android และ iPhone

8. เริ่ม iPhone ที่ Transfer Your Apps & Data > From Android

9. เปิด Move to iOS

10. กรอกรหัส 6 หรือ 10 หลัก

11. Connect Temporary Wi-Fi

12. เลือกข้อมูล

13. ห้ามออกจาก Move to iOS

14. วางสองเครื่องใกล้กันและเสียบชาร์จ

15. รอจน Loading Bar บน iPhone เสร็จ

แนวทางนี้ตรงกับคำแนะนำ Troubleshooting ของ Apple สำหรับ Move to iOS

㊵ สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่าง Transfer

หลีกเลี่ยงการ

  • เปิดแอปอื่นบน Android
  • รับสายแล้วใช้งานเครื่องต่อ
  • เปิด Mobile Data ควบคู่จนเครื่องสลับ Network
  • ย้ายมือถือสองเครื่องห่างกัน
  • ถอดสายโดยไม่จำเป็น
  • ปล่อยแบตหมด
  • Reset Android เครื่องเก่า
  • ลบรูปหรือ WhatsApp ก่อนตรวจ iPhone
  • คิดว่า Android ขึ้น Done แล้วจึงถอดได้ทันที
  • Factory Reset iPhone ซ้ำโดยไม่ Backup ข้อมูลใหม่

Apple ระบุชัดว่าต้องรอ Loading Bar บน iPhone จนเสร็จและควรปล่อยอุปกรณ์ทั้งสองไว้โดยไม่ใช้งานระหว่าง Transfer

สรุป Move to iOS ย้ายข้อมูล Android ไป iPhone ไม่ได้หรือค้าง แก้อย่างไร?

หาก Move to iOS ค้าง ย้ายข้อมูลไม่ได้ หรือ Transfer ไม่สำเร็จ ให้เริ่มจากตรวจพื้นที่ iPhone ก่อน เพราะข้อมูลทั้งหมดจาก Android รวมถึงข้อมูลใน microSD ที่ต้องการย้ายต้องมีขนาดไม่เกินพื้นที่ของ iPhone เครื่องใหม่

จากนั้นบน Android ให้

  • เปิด Wi-Fi
  • ปิด Mobile Data
  • ปิดระบบ Smart Network Switch ที่อาจเปลี่ยนเครือข่ายเอง
  • เสียบชาร์จ
  • เปิด Move to iOS ค้างไว้ตลอด
  • อย่าเปิดแอปอื่นหรือรับสายระหว่าง Transfer

Apple แนะนำว่าหากยังมีปัญหาให้ Restart ทั้งสองอุปกรณ์แล้วเริ่ม Transfer ใหม่ และสามารถ Forget เครือข่าย Wi-Fi เดิมเพื่อลดปัญหา Android สลับ Network ได้

เมื่อ Transfer เริ่มแล้ว แม้ Android จะบอกว่าเสร็จ อย่าเพิ่งหยุด ต้องรอจน Loading Bar บน iPhone เสร็จสมบูรณ์ Apple ระบุให้วางอุปกรณ์ทั้งสองไว้ใกล้กันและต่อพลังงานจนกระบวนการจบ

ถ้า Move to iOS ใช้ไม่ได้จริง ๆ ยังสามารถย้าย Contacts, Photos, Videos, Documents, Music, Books และข้อมูลอื่นด้วยวิธี Manual ผ่านบัญชี Cloud หรือคอมพิวเตอร์ตามแนวทางของ Appleได้

หลักที่ comsiam แนะนำให้จำคือ “เช็กพื้นที่ → ปิดการสลับเน็ต → เปิด Move to iOS ค้างไว้ → เสียบชาร์จ → รอแถบ iPhone จบ → ตรวจข้อมูลจริง → แล้วค่อยล้าง Android เครื่องเก่า”

ขั้นตอนสุดท้ายสำคัญมาก เพราะตราบใดที่ Android เครื่องเก่ายังมีข้อมูลต้นฉบับอยู่ คุณยังสามารถกลับไปตรวจหรือย้ายข้อมูลที่ขาดเพิ่มเติมได้