Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือเพิ่มเสียงเองหรือลดเสียงเอง ทั้งที่ไม่ได้กดปุ่ม เป็นอาการที่สร้างความรำคาญมาก เพราะอาจเกิดตอนดู YouTube ฟังเพลง เล่นเกม หรือแม้แต่ขณะโทรศัพท์
สาเหตุมีได้ตั้งแต่ ปุ่มเพิ่มลดเสียงค้าง เคสกดทับปุ่ม ฝุ่นหรือความชื้น แอปบางตัวควบคุมเสียง Bluetooth ทำงานผิดปกติ การตั้งค่าระบบเสียง ไปจนถึงปุ่ม Volume หรือสายแพเริ่มเสีย
บทความนี้จาก comsiam จะช่วยไล่ตรวจทีละขั้น เพื่อหาว่าปัญหาเกิดจากซอฟต์แวร์ อุปกรณ์เสริม หรือฮาร์ดแวร์ของโทรศัพท์
นี่เป็นวิธีแรกที่ควรลอง เพราะเคสบางรุ่นอาจกดทับปุ่ม Volume โดยไม่รู้ตัว
โดยเฉพาะเคสที่
① ถอดเคสออก
② เปิดเพลงหรือวิดีโอ
③ ใช้งานเครื่องประมาณหนึ่งช่วงเวลา
④ สังเกตว่าระดับเสียงยังเพิ่มหรือลดเองหรือไม่
ถ้าถอดเคสแล้วอาการหาย สาเหตุมีโอกาสสูงว่าเคสกำลังกดปุ่ม Volume
ลองกดปุ่ม
ทีละปุ่มหลายครั้งอย่างเบามือ
ปุ่มควร
หากปุ่มใดปุ่มหนึ่งกดแล้วไม่คืนตัว หรือรู้สึกว่าจมลงไปมากกว่าปกติ อาจเป็นต้นเหตุของการเพิ่มหรือลดเสียงเอง
ขณะที่ไม่ได้แตะเครื่อง ให้ดูว่ามีแถบระดับเสียงเด้งขึ้นบนหน้าจอเองหรือไม่
ถ้า Volume Bar ปรากฏขึ้นซ้ำ ๆ พร้อมกับระดับเสียงเปลี่ยนเอง มีโอกาสสูงว่าระบบกำลังได้รับคำสั่งจาก
ข้อมูลนี้ช่วยแยกสาเหตุได้มากกว่าการสังเกตแค่เสียงดังหรือเบาลง
ฝุ่น คราบ หรือสิ่งสกปรกอาจเข้าไปสะสมรอบปุ่มด้านข้าง
โดยเฉพาะมือถือที่ใช้งานมานานหรือใส่เคสตลอดเวลา
ให้ถอดเคสแล้วตรวจบริเวณขอบปุ่ม
หากมีฝุ่นภายนอก สามารถเช็ดอย่างเบามือด้วยผ้าแห้งสะอาด
ไม่ควรใช้น้ำหรือของเหลวไหลเข้าไปตามขอบปุ่ม
ถ้าอาการเพิ่มลดเสียงเองเริ่มหลังมือถือ
ความชื้นอาจเข้าไปบริเวณปุ่มหรือวงจรที่เกี่ยวข้อง
อาการอาจเป็น
หากอาการเกิดหลังโดนน้ำอย่างชัดเจน ควรระวังปัญหาฮาร์ดแวร์มากกว่าการตั้งค่าระบบ
ถ้าปุ่มดูปกติและไม่มีประวัติโดนน้ำ ให้รีสตาร์ตเครื่องหนึ่งครั้ง
ระบบเสียงหรือแอปอาจค้างชั่วคราว ทำให้เกิดคำสั่งปรับ Volume ผิดปกติ
หลังเปิดเครื่องใหม่ ให้ยังไม่เปิดแอปจำนวนมาก
ทดลองเปิดเพลงหรือวิดีโอเพียงแอปเดียว แล้วสังเกตอาการ
ถ้าอาการหายหลังรีสตาร์ต อาจเป็นปัญหาซอฟต์แวร์ชั่วคราว
หูฟังและอุปกรณ์ Bluetooth หลายชนิดสามารถควบคุมระดับเสียงของมือถือได้
เช่น
ถ้าอุปกรณ์ใดมีปุ่มค้างหรือส่งคำสั่งผิดปกติ ระดับเสียงบนมือถืออาจเปลี่ยนตาม
ปิด Bluetooth ทั้งหมดชั่วคราว
จากนั้นใช้งานมือถือโดยไม่เชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สาย
ถ้า Volume หยุดเพิ่มลดเอง ให้ตรวจอุปกรณ์ Bluetooth ที่เคยเชื่อมต่อ
หูฟังบางรุ่นมีปุ่ม
อยู่บนสาย
ถ้าปุ่มบนหูฟังค้าง สายเสีย หรือมีความชื้น อาจส่งคำสั่ง Volume ไปยังมือถือโดยไม่ได้ตั้งใจ
ให้ถอด
ทั้งหมดออก แล้วทดสอบใหม่
ลองเปรียบเทียบหลายสถานการณ์
เช่น
① YouTube
② TikTok
③ Facebook
④ เกม
⑤ เพลง
⑥ การโทร
มีโอกาสเกี่ยวข้องกับ
ลองอัปเดตแอป ปิดแล้วเปิดใหม่ หรือทดสอบแอปอื่น
วิดีโอแต่ละคลิปไม่ได้ถูกบันทึกด้วยระดับความดังเท่ากัน
จึงอาจเกิดกรณี
ถ้าแถบ Volume ของโทรศัพท์ไม่ได้ขยับเอง แต่สิ่งที่ได้ยินดังหรือเบาต่างกัน ปัญหาอาจอยู่ที่ Content ไม่ใช่มือถือ
มือถือหรือแอปบางประเภทมีฟังก์ชันปรับเสียง เช่น
ชื่อเมนูแตกต่างกันตามยี่ห้อและแอป
หากเคยเปลี่ยนการตั้งค่าเสียง ให้ลองคืนค่าเป็น Default แล้วทดสอบใหม่
มือถือบางรุ่นสามารถกำหนดระดับเสียงสูงสุดเพื่อป้องกันเสียงดังเกินไปเมื่อใช้หูฟัง
หากเปิดฟังก์ชันนี้ ระบบอาจลดระดับเสียงลงเมื่อถึงค่าที่กำหนด
จึงอาจดูเหมือนว่ามือถือลดเสียงเอง
ลองค้นหาใน Settings ด้วยคำว่า
Media Volume Limit
หรือ
Volume Limit
ถ้าเปิดอยู่ ให้ตรวจว่าค่าที่ตั้งไว้นั้นตรงกับที่ต้องการหรือไม่
สมาร์ตโฟนบางระบบสามารถแจ้งเตือนหรือจำกัดระดับเสียงหูฟังเพื่อช่วยลดการสัมผัสเสียงดังเป็นเวลานาน
ถ้าอาการเกิดเฉพาะตอนใช้หูฟัง แต่ลำโพงเครื่องไม่เป็น ให้เน้นตรวจ
ก่อนสงสัยปุ่ม Volume เสีย
ถ้าอาการเกิดเฉพาะระหว่างโทรศัพท์ ให้ตรวจ
นอกจากนี้ระดับเสียงสนทนาเป็นคนละชุดกับ Media Volume จึงควรสังเกตว่าแถบที่เปลี่ยนเป็น Call Volume หรือ Media Volume
หากเคยติดตั้งแอปประเภท
แอปเหล่านี้อาจเข้าไปควบคุมหรือเพิ่มระดับเสียงของระบบ
ลองปิดหรือถอนการติดตั้งชั่วคราว แล้วทดสอบอีกครั้ง
ถ้าอาการหาย มีแนวโน้มว่าแอปนั้นเป็นสาเหตุ
แอปบางประเภทสามารถควบคุมมือถือผ่าน Accessibility Service ได้
หากเริ่มมีอาการหลังติดตั้งแอปใหม่ ควรตรวจแอปที่ได้รับสิทธิ์พิเศษ โดยเฉพาะแอปประเภท
ลองปิดสิทธิ์หรือถอนแอปที่สงสัยแล้วทดสอบใหม่
ถ้าเป็น Android และสงสัยว่าแอปภายนอกเป็นสาเหตุ สามารถใช้ Safe Mode เพื่อทดสอบได้ในมือถือหลายรุ่น
Safe Mode จะปิดการทำงานของแอปที่ผู้ใช้ติดตั้งชั่วคราว
มีโอกาสว่าแอปภายนอกเป็นต้นเหตุ
ให้ตรวจแอปที่ติดตั้งก่อนเริ่มเกิดปัญหา
วิธีเข้า Safe Mode แตกต่างกันตามยี่ห้อและรุ่น จึงควรดูวิธีของรุ่นนั้นโดยเฉพาะ
ถ้าปัญหาเริ่มหลัง System Update หรือเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ให้ตรวจว่ามีอัปเดตใหม่หรือไม่
การอัปเดตอาจแก้ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับ
หลังอัปเดต ให้รีสตาร์ตเครื่องและทดสอบใหม่
หากเครื่องเพิ่งตกแล้วเริ่มมีอาการทันที ควรสงสัยปุ่ม Volume หรือสายแพ
แรงกระแทกอาจทำให้
ถอดเคสแล้วตรวจว่าปุ่มยังเด้งกลับตามปกติหรือไม่
หากแถบ Volume เด้งขึ้นเองต่อเนื่อง ควรให้ช่างตรวจ
ถ้าปัญหาเกิดทันทีหลังซ่อม อาจเกี่ยวข้องกับการประกอบบริเวณปุ่มด้านข้าง
เช่น
หากก่อนซ่อมไม่มีอาการ ควรนำกลับไปให้ร้านที่ซ่อมตรวจ
ใน Android บางรุ่น ปุ่ม Volume อาจมีหน้าที่ระหว่างการเปิดเครื่อง เช่น เข้าโหมดพิเศษหรือ Safe Mode
หากปุ่มลดเสียงค้างอยู่ อาจทำให้เกิดพฤติกรรมผิดปกติระหว่าง Boot ได้
ดังนั้น หากมือถือ
ควรตรวจปุ่มลดเสียงเป็นพิเศษ
หากระดับเสียงวิ่งขึ้นจนสุดซ้ำ ๆ โดยมี Volume Bar แสดงบนหน้าจอ มีความเป็นไปได้สูงว่าเครื่องได้รับคำสั่ง Volume Up ต่อเนื่อง
ควรตรวจตามลำดับ
① ถอดเคส
② ตรวจปุ่ม Volume Up
③ ปิด Bluetooth
④ ถอดหูฟัง
⑤ รีสตาร์ตเครื่อง
⑥ เข้า Safe Mode หากเป็น Android
⑦ ตรวจฮาร์ดแวร์หากยังไม่หาย
ถ้า Volume ลดลงจนสุดเองซ้ำ ๆ ให้สงสัย
หากถอดอุปกรณ์ทั้งหมดแล้วยังลดเองต่อเนื่อง ควรตรวจปุ่ม Volume และสายแพ
อาการที่ควรสงสัยฮาร์ดแวร์ ได้แก่
กรณีเหล่านี้ควรให้ศูนย์บริการหรือช่างตรวจชุดปุ่มและสายแพ
ยังไม่ควร Factory Reset เป็นวิธีแรก
ก่อนรีเซ็ตเครื่องควรตรวจ
ก่อน
ถ้าปุ่มเกิดความเสียหายทางกายภาพ การ Factory Reset จะไม่ช่วยแก้ปัญหา
ให้ไล่ตรวจตามลำดับนี้
① ถอดเคสมือถือ
② ตรวจปุ่ม Volume Up และ Volume Down
③ เช็ดฝุ่นบริเวณปุ่ม
④ รีสตาร์ตเครื่อง
⑤ ปิด Bluetooth
⑥ ถอดหูฟังและ USB Audio
⑦ ทดสอบหลายแอป
⑧ ตรวจ Volume Limit และระบบปรับเสียงอัตโนมัติ
⑨ ปิดแอป Volume Booster หรือ Button Remapper
⑩ ทดสอบ Safe Mode บน Android หากจำเป็น
⑪ อัปเดตระบบ
⑫ หากแถบเสียงยังเด้งขึ้นเอง ให้ตรวจปุ่มและสายแพ
ถ้าถอดเคสหรือปิด Bluetooth แล้วอาการหาย มักยังไม่ใช่ปัญหาฮาร์ดแวร์ของเครื่อง
แต่ถ้าระดับเสียงเพิ่มหรือลดเองต่อเนื่องแม้ไม่ได้เชื่อมต่ออุปกรณ์ใด และ Volume Bar เด้งขึ้นเองตลอด โดยเฉพาะหลังตกน้ำหรือตกกระแทก มีโอกาสสูงขึ้นว่าปุ่ม Volume หรือสายแพต้องได้รับการตรวจ
comsiam แนะนำให้แยกสาเหตุจาก เคส → อุปกรณ์ภายนอก → แอป → ซอฟต์แวร์ → ปุ่มฮาร์ดแวร์ ตามลำดับ เพื่อหลีกเลี่ยงการ Factory Reset หรือเปลี่ยนอะไหล่โดยไม่จำเป็น