Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

โทรศัพท์โทรออกแล้วตัดสายทันที เป็นอาการที่กดปุ่มโทรแล้วสายจบภายในไม่กี่วินาที บางเครื่องอาจยังไม่ทันมีเสียงเรียกเข้า ขณะที่บางเครื่องแสดงข้อความว่า โทรไม่สำเร็จ, วางสายแล้ว, เครือข่ายไม่พร้อมใช้งาน หรือ ไม่ได้ลงทะเบียนบนเครือข่าย
ปัญหานี้อาจเกิดจากยอดเงินไม่เพียงพอ หมายเลขถูกระงับ เลือกซิมโทรออกผิด VoLTE ทำงานไม่สมบูรณ์ เครือข่ายมีปัญหา หรือแอปโทรศัพท์ขัดข้อง ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์เสียเสมอไป
ควรเริ่มตรวจสอบจากสถานะซิมและเครือข่ายก่อน แล้วจึงทดสอบการตั้งค่า แอป และฮาร์ดแวร์ตามลำดับ
ผู้ใช้อาจพบอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
การสังเกตว่าปัญหาเกิดกับทุกหมายเลขหรือเฉพาะบางหมายเลข จะช่วยแยกสาเหตุได้เร็วขึ้น
ลองทำตามลำดับนี้ก่อน
❶ ตรวจสอบยอดเงิน วันใช้งาน และสถานะหมายเลข
❷ ทดลองโทรหมายเลขอื่นอย่างน้อย 2–3 เบอร์
❸ เปิดโหมดเครื่องบินประมาณ 30 วินาทีแล้วปิด
❹ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❺ ตรวจสอบว่าเลือกซิมโทรออกถูกหมายเลข
❻ เปิด VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G
❼ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
❽ เปิดการเลือกผู้ให้บริการเครือข่ายอัตโนมัติ
❾ ปิดการระงับสายโทรออก
❿ ถอดซิมแล้วใส่กลับใหม่
⓫ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
⓬ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากซิมโทรออกแล้วตัดทันทีในโทรศัพท์ทุกเครื่อง ควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อตรวจสอบสถานะหมายเลขและบริการโทรออก
ซิมแบบเติมเงินอาจยังมีสัญญาณ รับสาย และใช้อินเทอร์เน็ตจากแพ็กเกจได้ แต่โทรออกไม่ได้หากยอดเงินไม่เพียงพอ
เมื่อกดโทร ระบบอาจพยายามเชื่อมต่อแล้วตัดสายทันที โดยเฉพาะหากโทรไปยังหมายเลขที่ไม่รวมอยู่ในแพ็กเกจ
ควรตรวจสอบ
การมีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตไม่ได้หมายความว่าจะมีสิทธิ์โทรออกเสมอไป
ผู้ให้บริการอาจระงับเฉพาะสายโทรออก แต่ยังให้รับสายหรือใช้งานบางบริการได้
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
หากหมายเลขถูกระงับ การเปลี่ยน APN หรือรีเซ็ตเครื่องจะไม่ช่วย ต้องให้ผู้ให้บริการเปิดบริการโทรออกใหม่
มือถือสองซิมอาจเลือกซิมที่ไม่มีเงิน หมดอายุ ถูกปิด หรือไม่มีบริการเสียง ทำให้กดโทรแล้วตัดทันที
ควรตรวจสอบว่า
หากใช้สองซิมสลับกันบ่อย ควรตั้งค่าเป็น ถามทุกครั้งก่อนโทร
VoLTE คือบริการโทรผ่านเครือข่าย 4G หากระบบ VoLTE ของเครื่อง ซิม หรือเครือข่ายทำงานไม่ตรงกัน โทรศัพท์อาจเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ แต่เมื่อกดโทรสายจะถูกตัดทันที
อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับ VoLTE ได้แก่
ควรเปิด VoLTE และตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
การบังคับใช้ 5G Only หรือ LTE Only อาจทำให้โทรศัพท์ไม่สามารถสลับไปยังระบบที่รองรับเสียงได้ในบางพื้นที่
ควรเลือกโหมด เช่น
หากโทรออกแล้วตัดเฉพาะตอนเปิด 5G ให้ทดลองใช้ 4G/LTE ชั่วคราว
โทรศัพท์อาจแสดงแถบสัญญาณ แต่บริการเสียงยังลงทะเบียนกับเครือข่ายไม่สมบูรณ์ ทำให้กดโทรแล้วสายจบทันที
อาการนี้อาจเกิดหลังจาก
การเปิดและปิดโหมดเครื่องบินหรือรีสตาร์ตเครื่อง ช่วยให้โทรศัพท์ลงทะเบียนบริการเสียงใหม่
หากปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ โทรศัพท์อาจเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ซิมไม่มีสิทธิ์ใช้บริการโทรศัพท์
ปัญหานี้มักเกิดหลัง
ควรเปิดการเลือกผู้ให้บริการแบบอัตโนมัติ แล้วรอให้เครื่องลงทะเบียนใหม่
Call Barring หรือการระงับสาย สามารถปิดบริการโทรออกทั้งหมดหรือบางประเภทได้
ตัวเลือกที่อาจถูกเปิด ได้แก่
หากระบบถามรหัสการระงับสาย ควรติดต่อผู้ให้บริการ ไม่ควรเดารหัสหลายครั้ง
Fixed Dialing Numbers หรือ FDN จำกัดให้ซิมโทรได้เฉพาะหมายเลขที่กำหนดไว้
หากเปิดโดยไม่ตั้งใจ อาจพบว่า
การปิด FDN อาจต้องใช้รหัส PIN2 จากผู้ให้บริการ
หากโทรหมายเลขอื่นได้ ปัญหาอาจเกิดจากหมายเลขปลายทางหรือรูปแบบเบอร์ที่บันทึกไว้
สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่
ควรทดลองพิมพ์หมายเลขใหม่ด้วยตนเองแทนการโทรจากรายชื่อเดิม
ปลายทางบางระบบปฏิเสธสายที่ไม่แสดงหมายเลข หากเปิดการซ่อน Caller ID ไว้ สายอาจถูกตัดทันที
ควรตรวจสอบตัวเลือก
หากเมนูถูกล็อก ควรติดต่อผู้ให้บริการ
แอปโทรศัพท์อาจค้าง มีแคชเสียหาย หรือขัดแย้งกับแอปอื่น ทำให้กดโทรแล้วสายสิ้นสุดทันที
อาการที่พบได้ ได้แก่
ควรตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้นและล้างเฉพาะแคชก่อน
แอปบางประเภทอาจเข้าควบคุมการโทรและทำให้สายถูกตัดทันที เช่น
ควรปิดหรือถอนการติดตั้งชั่วคราว แล้วทดสอบโทรออกอีกครั้ง
ซิมที่สัมผัสไม่แน่นอาจลงทะเบียนกับเครือข่ายได้ไม่สมบูรณ์ แม้เครื่องจะแสดงแถบสัญญาณอยู่
ควรตรวจสอบว่า
หากปัญหาย้ายตามซิม ควรเปลี่ยนซิมใหม่โดยรักษาหมายเลขเดิม
บริการอินเทอร์เน็ตและบริการเสียงอาจขัดข้องแยกกันได้ โทรศัพท์จึงอาจมีสัญญาณและใช้เน็ตได้ แต่โทรออกแล้วตัดทันที
หากผู้ใช้เครือข่ายเดียวกันในพื้นที่โทรออกไม่ได้พร้อมกัน ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนเปลี่ยนซิมหรือซ่อมเครื่อง
มือถือจากต่างประเทศบางรุ่นรองรับ 4G หรือ 5G แต่ไม่รองรับโปรไฟล์ VoLTE ของเครือข่ายที่ใช้งาน
อาการที่พบได้ ได้แก่
ควรตรวจสอบหมายเลขรุ่นที่แน่นอนและความเข้ากันได้กับเครือข่าย
หลังอัปเดต Android หรือ iOS การตั้งค่า VoLTE ซิม หรือแอปโทรศัพท์อาจเปลี่ยนไป
ควรตรวจสอบ
หากปัญหาเกิดทันทีหลังอัปเดต ควรรีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่ายก่อนล้างข้อมูลทั้งหมด
หากทุกซิมโทรออกแล้วตัดทันทีเฉพาะเครื่องเดิม แต่ซิมเหล่านั้นโทรได้ในโทรศัพท์อื่น ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ
ควรนำเครื่องเข้าตรวจสอบ หากทำขั้นตอนด้านซอฟต์แวร์ครบแล้วไม่หาย
ตรวจสอบผ่านแอปของผู้ให้บริการหรือช่องทางบริการลูกค้า โดยดูข้อมูลต่อไปนี้
① ยอดเงินคงเหลือ
② วันหมดอายุของหมายเลข
③ นาทีโทรที่เหลือ
④ วันหมดอายุแพ็กเกจโทร
⑤ ค่าบริการค้างชำระ
⑥ วงเงินการใช้งาน
⑦ สถานะการระงับสายโทรออก
⑧ สถานะการย้ายค่าย
หากหมายเลขถูกระงับ ต้องให้ผู้ให้บริการแก้ไขก่อน
ให้ทดลองอย่างน้อย 2–3 หมายเลข
ผลที่ได้ช่วยวิเคราะห์ดังนี้
① โทรไม่ได้ทุกเบอร์ — ตรวจสอบซิม บริการเสียง และเครือข่าย
② โทรไม่ได้เฉพาะเบอร์เดียว — ตรวจสอบหมายเลขปลายทาง
③ โทรเบอร์ทั่วไปได้แต่เบอร์พิเศษไม่ได้ — ตรวจสอบสิทธิ์แพ็กเกจ
④ โทรในประเทศได้แต่ต่างประเทศไม่ได้ — ตรวจสอบบริการโทรต่างประเทศ
⑤ พิมพ์เบอร์ใหม่แล้วโทรได้ — รายชื่อเดิมอาจบันทึกผิด
ขั้นตอน:
① ปัดเปิดเมนูการตั้งค่าด่วน
② แตะเปิดโหมดเครื่องบิน
③ รอประมาณ 30 วินาที
④ ปิดโหมดเครื่องบิน
⑤ รอชื่อเครือข่ายกลับมา 1–2 นาที
⑥ ทดลองโทรออกอีกครั้ง
วิธีนี้ช่วยให้โทรศัพท์ลงทะเบียนบริการเสียงใหม่
การรีสตาร์ตช่วยเริ่มระบบซิม โมเด็ม แอปโทรศัพท์ และบริการเครือข่ายใหม่ทั้งหมด
หลังเปิดเครื่องควรรอประมาณ 2–3 นาที ก่อนทดลองโทรออก
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > การเชื่อมต่อหรือเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > ตัวจัดการซิม > การโทร
เลือกซิมที่ต้องการ หรือเลือก ถามทุกครั้ง
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > สายโทรเริ่มต้น
📌 ก่อนกดโทร ให้ดูชื่อซิมที่แสดงบนหน้าจอ เพราะโทรศัพท์อาจจำซิมเดิมของรายชื่อนั้นไว้
บน Android ชื่อเมนูอาจเป็น
ตำแหน่งโดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > เปิด VoLTE
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล
หากเปิดอยู่แล้ว ให้ลองปิดและเปิดใหม่ แล้วรีสตาร์ตโทรศัพท์
เลือกตัวเลือก เช่น
หากโทรแล้วตัดเฉพาะตอนเปิด 5G ให้ทดลองใช้ 4G/LTE ชั่วคราว
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > ผู้ให้บริการเครือข่าย > เลือกอัตโนมัติ
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > การเลือกเครือข่าย > เปิดอัตโนมัติ
หลังเปิดให้รอประมาณ 1–3 นาที ก่อนทดลองโทรอีกครั้ง
เข้าเมนูการตั้งค่าการโทร แล้วตรวจสอบตัวเลือก
ตรวจสอบว่าไม่ได้เปิดระงับสายโทรออกทั้งหมดหรือบางประเภท
⚠️ หากระบบถามรหัส ควรติดต่อผู้ให้บริการ ไม่ควรเดารหัสแบบสุ่ม
บน Android บางรุ่น:
แอปโทรศัพท์ > การตั้งค่า > บัญชีการโทรหรือบริการเสริม > Fixed Dialing Numbers
หากเปิดอยู่ ให้ปิดด้วยรหัส PIN2 ที่ถูกต้อง
หากไม่ทราบรหัส ควรสอบถามผู้ให้บริการ เพราะการกรอกผิดหลายครั้งอาจทำให้ซิมถูกล็อก
เข้าเมนูการตั้งค่าการโทร แล้วเลือก
หากปลายทางปฏิเสธสายไม่แสดงเบอร์ การเปลี่ยนการตั้งค่านี้อาจช่วยได้
ให้ลองทำดังนี้
① ปิดแอปโทรศัพท์แล้วเปิดใหม่
② ตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น
③ อัปเดตแอปโทรศัพท์
④ ตรวจสอบสิทธิ์การโทร
⑤ ล้างเฉพาะแคช
⑥ ปิดแอปบันทึกสาย
⑦ ปิดแอปบล็อกสแปมชั่วคราว
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > ที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช
ไม่ควรล้างข้อมูลแอปทันที หากยังไม่ได้สำรองประวัติการโทรที่จำเป็น
ขั้นตอนที่แนะนำ:
① ปิดโทรศัพท์
② ถอดถาดซิมอย่างระมัดระวัง
③ ตรวจสอบว่าซิมงอ แตก หรือมีรอยลึกหรือไม่
④ เช็ดหน้าสัมผัสด้วยผ้าแห้งสะอาด
⑤ วางซิมให้ตรงตำแหน่ง
⑥ ใส่ถาดซิมกลับจนสุด
⑦ เปิดเครื่องและรอเครือข่าย
⑧ ทดลองโทรอีกครั้ง
⚠️ ไม่ควรใช้น้ำ น้ำยา หรือของมีคมขูดหน้าสัมผัสซิม
หากเป็นมือถือสองซิม ให้สลับช่องแล้วทดสอบ
ผลการทดสอบช่วยแยกปัญหาได้ชัดเจน
① ซิมโทรแล้วตัดทุกเครื่อง — ปัญหาอยู่ที่ซิม หมายเลข หรือเครือข่าย
② ซิมโทรได้ในเครื่องอื่น — ปัญหาอยู่ที่เครื่องเดิม
③ ซิมอื่นโทรได้ในเครื่องเดิม — ซิมใบแรกอาจมีปัญหา
④ ทุกซิมโทรแล้วตัดเฉพาะเครื่องเดิม — ระบบหรือฮาร์ดแวร์อาจผิดปกติ
ควรทดสอบในพื้นที่เดียวกันเพื่อให้ผลแม่นยำ
เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วตรวจสอบการอัปเดต
Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > อัปเดตซอฟต์แวร์ > ดาวน์โหลดและติดตั้ง
iPhone:
การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์
การอัปเดตอาจแก้ปัญหาเกี่ยวกับโมเด็ม VoLTE และแอปโทรศัพท์
การรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายช่วยล้างค่าซิม VoLTE และการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ แอป วิดีโอ หรือไฟล์ส่วนตัว
แต่อาจลบข้อมูลต่อไปนี้
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > ระบบหรือการจัดการทั่วไป > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
บน iPhone:
การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หลังรีเซ็ตให้รีสตาร์ตเครื่องแล้วทดลองโทรอีกครั้ง
ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้
❶ เปิดใช้งานซิม 2 แล้วหรือไม่
❷ ซิม 2 มีเงินและวันใช้งานหรือไม่
❸ ตั้งซิม 2 เป็นซิมโทรออกหรือยัง
❹ เปิด VoLTE ของซิม 2 หรือไม่
❺ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติหรือไม่
❻ โทรศัพท์รองรับ VoLTE สองซิมหรือไม่
❼ สลับช่องแล้วอาการย้ายตามซิมหรือไม่
❽ ซิม 2 โทรได้ในโทรศัพท์เครื่องอื่นหรือไม่
หากอาการอยู่ที่ช่องเดิมแม้เปลี่ยนซิม อาจเป็นปัญหาของช่องอ่านซิมหรือวงจรภายใน
อาการนี้มักเกี่ยวข้องกับบริการเสียงหรือ VoLTE มากกว่า APN
ควรตรวจสอบ
① เปิด VoLTE หรือไม่
② ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติหรือไม่
③ หมายเลขถูกระงับโทรออกหรือไม่
④ เลือกซิมโทรถูกต้องหรือไม่
⑤ โทรศัพท์รองรับ VoLTE ของเครือข่ายหรือไม่
⑥ บริการเสียงของผู้ให้บริการขัดข้องหรือไม่
⑦ เครื่องเป็นรุ่นจากต่างประเทศหรือไม่
การมีอินเทอร์เน็ตไม่ได้ยืนยันว่าบริการโทรศัพท์ทำงานสมบูรณ์
ให้ลองทำตามลำดับนี้
❶ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❷ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
❸ ตรวจสอบซิมโทรออกเริ่มต้น
❹ เปิด VoLTE
❺ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
❻ ตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น
❼ ปิดแอปบันทึกสายชั่วคราว
❽ ตรวจสอบการอัปเดตรอบใหม่
❾ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากซิมโทรได้ในเครื่องอื่น แต่เครื่องเดิมเริ่มมีปัญหาหลังอัปเดต สาเหตุมีแนวโน้มมาจากระบบหรือโมเด็ม
โทรศัพท์อาจยังจำเครือข่ายต่างประเทศหรือการตั้งค่าโรมมิ่งเดิมไว้
ให้ทำดังนี้
① เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
② รีสตาร์ตเครื่อง
③ เปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ
④ เลือกซิมหลักสำหรับการโทร
⑤ ตรวจสอบรูปแบบหมายเลข
⑥ ปิด Data Roaming หากไม่จำเป็น
⑦ ตรวจสอบบริการโทรต่างประเทศ
⑧ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายหากยังไม่หาย
โดยทั่วไป APN ไม่ใช่สาเหตุหลักของสายโทรศัพท์ที่ถูกตัดทันที เพราะ APN ใช้สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมือถือ
ควรตรวจสอบ APN เมื่อ
หากโทรออกแล้วตัด ควรตรวจสอบสถานะหมายเลข VoLTE ซิมหลัก และบริการเสียงก่อน
ยังไม่ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานเป็นวิธีแรก เพราะอาจลบข้อมูลทั้งหมดโดยไม่แก้ต้นเหตุ
ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้
❶ ตรวจสอบยอดเงินและสถานะหมายเลข
❷ ตรวจสอบซิมโทรออกเริ่มต้น
❸ เปิด VoLTE
❹ ปิดการระงับสายโทรออก
❺ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
❻ ติดต่อผู้ให้บริการ
❼ อัปเดตระบบ
❽ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
หากหมายเลขถูกระงับหรือเครือข่ายเสียงขัดข้อง การรีเซ็ตเครื่องจะไม่ช่วย
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
ผู้ให้บริการสามารถตรวจสอบสถานะบริการโทรออก ซิม หมายเลข และระบบเสียงของเครือข่ายได้โดยตรง
ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
ไม่ควรแกะเครื่องหรือดัดแปลงระบบเครือข่ายด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น
สัญญาณเต็มแสดงเพียงว่าโทรศัพท์รับคลื่นได้ แต่บริการเสียงอาจยังมีปัญหา เช่น VoLTE ไม่ทำงาน หมายเลขถูกระงับ หรือระบบเครือข่ายค้าง
หมายเลขปลายทางอาจถูกระงับ บล็อกหมายเลขของเรา หรือรูปแบบหมายเลขที่บันทึกไว้ไม่ถูกต้อง ควรพิมพ์หมายเลขใหม่เพื่อทดสอบ
เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน รีสตาร์ตเครื่อง ตรวจสอบวันใช้งาน และตรวจสอบว่ายอดเงินเข้าจริง หากยังไม่ได้ควรติดต่อผู้ให้บริการ
ไม่จำเป็นต้องเป็นซิมเสีย อาจเกิดจาก VoLTE ไม่ทำงาน บริการโทรออกถูกระงับ หรือโทรศัพท์ไม่รองรับบริการเสียงของเครือข่าย
ช่วยได้เมื่อซิมเดิมเสื่อม ชำรุด หรือไม่รองรับบริการปัจจุบัน แต่ไม่ช่วยหากหมายเลขถูกระงับหรือเครือข่ายขัดข้อง
โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ แอป และไฟล์ส่วนตัว แต่จะลบรหัสผ่าน Wi-Fi อุปกรณ์ Bluetooth, VPN และค่าการเชื่อมต่อบางรายการ
โทรศัพท์โทรออกแล้วตัดสายทันที อาจเกิดจากยอดเงินไม่เพียงพอ หมายเลขถูกระงับ เลือกซิมโทรออกผิด VoLTE ทำงานผิดปกติ ตั้งประเภทเครือข่ายไม่เหมาะสม หรือแอปโทรศัพท์ขัดข้อง
ควรเริ่มจากตรวจสอบยอดเงิน วันใช้งาน และสถานะหมายเลข ทดลองโทรหลายเบอร์ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน รีสตาร์ตเครื่อง เลือกซิมโทรออกให้ถูกต้อง และเปิด VoLTE
แนวทางของ comsiam คือควรทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่องก่อนรีเซ็ตข้อมูลทั้งหมด หากซิมโทรแล้วตัดในทุกเครื่อง ให้ติดต่อผู้ให้บริการ แต่หากซิมโทรได้ในเครื่องอื่น ควรตรวจสอบการตั้งค่า แอปโทรศัพท์ โมเด็ม และฮาร์ดแวร์ของเครื่องเดิม
ไม่ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานทันที เพราะปัญหาส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับสถานะหมายเลข บริการเสียง หรือการตั้งค่าเครือข่าย โดย comsiam แนะนำให้รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่ายเป็นขั้นตอนท้ายๆ ก่อนส่งเครื่องเข้าศูนย์บริการ