มือถือรีสตาร์ทเองไม่หยุด เข้าเครื่องไม่ได้ แก้อย่างไร

มือถือรีสตาร์ทเองไม่หยุดและเข้าเครื่องไม่ได้เรียกว่า Restart Loop หรืออาจอยู่ในกลุ่มอาการ Boot Loop สาเหตุที่พบบ่อยคือปุ่ม Power ค้าง แบตเตอรี่จ่ายไฟไม่เสถียร แอปหรือระบบผิดพลาด พื้นที่เต็ม การ์ด microSD มีปัญหา หรือฮาร์ดแวร์เสียหาย

ให้เริ่มจากถอดเคสและอุปกรณ์เสริม ตรวจปุ่ม Power พักเครื่องให้เย็น ชาร์จด้วยอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน แล้วทดลอง Force Restart หากยังไม่หายจึงลอง Safe Mode หรือ Recovery Mode โดยเลือกเฉพาะคำสั่งที่ไม่ลบข้อมูลก่อน

ห้ามกด Wipe Data, Factory Reset, Erase หรือ Restore หากยังมีข้อมูลสำคัญและไม่ได้สำรอง เพราะคำสั่งเหล่านี้อาจลบข้อมูลในเครื่อง

Restart Loop คืออะไร

Restart Loop คืออาการที่มือถือดับและเปิดใหม่ซ้ำอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดได้หลายรูปแบบ เช่น:

  • เปิดถึงโลโก้แล้วดับ
  • เข้าหน้าล็อกได้ไม่กี่วินาทีแล้วรีสตาร์ท
  • เครื่องสั่นและแสดงโลโก้วนซ้ำ
  • เปิดได้เฉพาะตอนเสียบสายชาร์จ
  • รีสตาร์ททันทีเมื่อถอดสาย
  • เข้าหน้าหลักได้ชั่วครู่แล้วเริ่มใหม่
  • ขึ้น Recovery หรือ Fastboot สลับกับโลโก้
  • วนหลังอัปเดตระบบหรือแอป

หากเครื่องเปิดถึงหน้าหลักและใช้งานได้เป็นเวลานานก่อนรีสตาร์ท อาการจะใกล้เคียง “รีสตาร์ทเองบ่อย” มากกว่า Restart Loop

สาเหตุที่มือถือรีสตาร์ทวนไม่หยุด

1. ปุ่ม Power ค้างหรือชำรุด

เคสอาจกดปุ่มแน่นเกินไป หรือปุ่มจมและส่งสัญญาณเหมือนถูกกดค้าง เครื่องจึงรีสตาร์ทหรือเปิดเมนูปิดเครื่องซ้ำ

2. แบตเตอรี่จ่ายไฟไม่เสถียร

แบตเตอรี่เสื่อมอาจจ่ายไฟได้ไม่พอในช่วงเริ่มระบบ ทำให้เครื่องเปิดถึงโลโก้แล้วดับ หากเปิดได้เฉพาะตอนเสียบสายหรือดับทันทีเมื่อถอดสาย ควรสงสัยแบตเตอรี่เป็นอันดับต้นๆ

3. พื้นที่จัดเก็บเต็ม

ระบบต้องมีพื้นที่สำหรับสร้างไฟล์ชั่วคราวและเริ่มบริการต่างๆ หากพื้นที่เต็มจนไม่สามารถเขียนข้อมูลได้ เครื่องอาจค้างที่โลโก้หรือรีสตาร์ทวน

4. แอปมีปัญหา

แอปที่เปิดพร้อมระบบอาจทำให้ระบบล้มเหลวทันทีหลังเข้าสู่หน้าหลัก โดยเฉพาะเมื่ออาการเริ่มหลังติดตั้งหรืออัปเดตแอปใหม่

5. การอัปเดตระบบไม่สมบูรณ์

หากเครื่องดับ แบตหมด หรือพื้นที่ไม่พอระหว่างอัปเดต ไฟล์ระบบอาจติดตั้งไม่ครบ ส่งผลให้บูตไม่สำเร็จและเริ่มใหม่ซ้ำ

6. การ์ด microSD ผิดปกติ

มือถือ Android บางรุ่นตรวจการ์ดระหว่างเปิดเครื่อง หากการ์ดเสียหรือมีไฟล์ผิดปกติ ระบบอาจค้างหรือรีสตาร์ท

7. เครื่องร้อนเกินไป

หากอุณหภูมิสูง ระบบอาจปิดเครื่องเพื่อป้องกันความเสียหาย แต่ถ้าเครื่องเปิดกลับมาเองทั้งที่ยังร้อน ก็อาจเกิดวงจรรีสตาร์ทซ้ำ

8. ฮาร์ดแวร์เสียหาย

เครื่องที่เคยตก โดนน้ำ หรือผ่านการซ่อม อาจมีปัญหากับแบตเตอรี่ ปุ่ม Power วงจรจ่ายไฟ หน่วยความจำ หรือเมนบอร์ด

ก่อนแก้ต้องตรวจความปลอดภัยก่อน

หยุดเปิดหรือชาร์จเครื่องซ้ำและนำไปตรวจทันที หากพบอาการต่อไปนี้:

  • แบตเตอรี่บวม
  • ฝาหลังหรือหน้าจอยก
  • มีกลิ่นหรือเสียงผิดปกติ
  • เครื่องร้อนจัดแม้ไม่ได้ใช้งาน
  • พอร์ตหรือหัวชาร์จมีรอยไหม้
  • เครื่องเพิ่งตกน้ำหรือเปียก
  • มีควันออกจากตัวเครื่อง
  • ตัวเครื่องเสียรูปจากการตกกระแทก

ไม่ควรกดส่วนที่บวมให้กลับเข้าที่ ไม่แกะเครื่อง ไม่เจาะแบตเตอรี่ และไม่ชาร์จต่อเพื่อทดสอบ

วิธีแก้มือถือรีสตาร์ทเองไม่หยุดโดยรักษาข้อมูล

① ถอดสายชาร์จและอุปกรณ์เสริม

ถอดสายชาร์จ หูฟัง อะแดปเตอร์ OTG และอุปกรณ์ USB ออกจากเครื่องก่อน เพราะอุปกรณ์ที่ผิดปกติอาจรบกวนการเริ่มระบบ

หากเครื่องร้อน ให้พักจนเย็นลงก่อนดำเนินการต่อ

② ถอดเคสและตรวจปุ่ม Power

ถอดเคสออก แล้วกดและปล่อยปุ่ม Power เบาๆ หลายครั้ง ปุ่มควรเด้งกลับได้ตามปกติ

สัญญาณว่าปุ่มอาจมีปัญหา ได้แก่:

  • ปุ่มจมหรือแข็ง
  • เมนูปิดเครื่องขึ้นเอง
  • รีสตาร์ทเมื่อแตะบริเวณปุ่ม
  • เข้า Recovery หรือ Fastboot เอง
  • เครื่องหยุดวนเมื่อถอดเคส

ไม่ควรหยอดน้ำยา แอลกอฮอล์ หรือน้ำมันเข้าไปในช่องปุ่ม เพราะอาจทำให้ของเหลวเข้าสู่เครื่อง

③ ปล่อยให้แบตลดลงเพื่อหยุดวงจรชั่วคราว

หากเครื่องไม่สามารถปิดได้และยังวนซ้ำ แต่ไม่มีอาการร้อน บวม หรือผิดปกติด้านความปลอดภัย สามารถวางเครื่องไว้บนพื้นผิวแห้งและแข็งจนแบตเตอรี่หมดเอง จากนั้นพักเครื่องก่อนชาร์จใหม่

วิธีนี้ไม่ได้แก้ต้นเหตุ แต่ช่วยให้เครื่องหยุดวงจรชั่วคราวเพื่อเริ่มตรวจใหม่อย่างเป็นระบบ

④ ชาร์จด้วยอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน

ใช้สายและอะแดปเตอร์ที่อยู่ในสภาพดี รองรับมือถือรุ่นนั้น แล้วชาร์จประมาณ 30–60 นาทีโดยยังไม่พยายามเปิดซ้ำ

สังเกตว่า:

  • มีสัญลักษณ์ชาร์จหรือไม่
  • เครื่องร้อนผิดปกติหรือไม่
  • เปอร์เซ็นต์แบตเพิ่มหรือไม่
  • เครื่องวนเฉพาะตอนเสียบสายหรือไม่
  • หัวชาร์จและพอร์ตร้อนหรือไม่

หากเครื่องร้อนจัด ชาร์จติดๆ ดับๆ หรือมีกลิ่นผิดปกติ ให้ถอดสายและส่งตรวจ

⑤ ใช้ Force Restart ให้ตรงกับรุ่น

Force Restart เป็นการบังคับให้ระบบเริ่มใหม่เมื่อไม่ตอบสนอง โดยทั่วไปไม่ลบข้อมูล แต่ชุดปุ่มและระยะเวลากดแตกต่างกันตามยี่ห้อและรุ่น

ควรตรวจขั้นตอนที่ตรงกับรุ่นก่อนกด เพราะการกดผิดชุดอาจนำเครื่องเข้าสู่ Recovery, Fastboot หรือ Download Mode ได้

Force Restart ไม่ใช่ Factory Reset และไม่ควรทำซ้ำต่อเนื่องหลายครั้ง หากลองถูกวิธีหนึ่งถึงสองครั้งแล้วยังวนเหมือนเดิม ให้ไปขั้นตอนถัดไป

⑥ ถอด microSD แล้วเปิดใหม่

หากมือถือรองรับ microSD ให้ปิดเครื่องหรือรอจนเครื่องหยุดทำงานก่อนถอดการ์ด จากนั้นลองเปิดโดยไม่ใส่การ์ด

หากเข้าเครื่องได้ แสดงว่าการ์ดหรือไฟล์ในการ์ดอาจเป็นต้นเหตุ ควรสำรองข้อมูลและตรวจการ์ดด้วยอุปกรณ์อื่น ไม่ควรใส่กลับทันทีหากมีไฟล์ผิดปกติ

⑦ ถอดซิมเพื่อทดสอบ

ซิมไม่ใช่สาเหตุหลักของ Restart Loop แต่การถอดซิมช่วยลดขั้นตอนเชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างเริ่มระบบ และช่วยแยกปัญหาอุปกรณ์ภายนอก

ควรปิดเครื่องก่อนถอดถาดซิม และใช้เครื่องมือถอดซิมที่เหมาะสม ไม่ใช้ของมีคมงัดช่องอื่นบนตัวเครื่อง

⑧ ทดลองเข้า Safe Mode บน Android

หากเครื่องเข้าสู่หน้าล็อกหรือหน้าหลักได้ชั่วครู่ อาจพยายามเข้า Safe Mode เพื่อปิดแอปที่ผู้ใช้ติดตั้งไว้

หาก Safe Mode เข้าได้และเครื่องหยุดรีสตาร์ท ให้ดำเนินการทันที:

  1. สำรองข้อมูลสำคัญ
  2. ตรวจพื้นที่ว่าง
  3. ถอนแอปที่เพิ่งติดตั้ง
  4. ถอนแอปล้างเครื่องหรือ Launcher
  5. อัปเดตแอปและระบบ
  6. รีสตาร์ทกลับสู่โหมดปกติ

วิธีเข้า Safe Mode แตกต่างกันตามรุ่น และมือถือบางเครื่องอาจไม่สามารถเข้าได้หากรีสตาร์ทเร็วเกินไป

⑨ หากเข้าเครื่องได้ชั่วครู่ ให้เพิ่มพื้นที่ก่อน

เมื่อพื้นที่เต็ม ระบบอาจรีสตาร์ทก่อนใช้งานได้นาน หากเข้าเครื่องได้เพียงไม่กี่นาที ให้ทำสิ่งที่สำคัญตามลำดับ:

  1. สำรองรูปและเอกสาร
  2. ลบวิดีโอขนาดใหญ่ที่สำรองแล้ว
  3. ล้างถังขยะ
  4. ถอนเกมหรือแอปขนาดใหญ่
  5. ลบไฟล์ใน Downloads
  6. รีสตาร์ทเพื่อทดสอบ

อย่าเสียเวลากับการลบไฟล์เล็กจำนวนมาก หากมีเวลาจำกัด ให้จัดการวิดีโอและแอปขนาดใหญ่ก่อน

⑩ เข้า Recovery Mode อย่างระมัดระวัง

หาก Android เข้า Recovery Mode ได้ ให้เริ่มจากคำสั่งที่ไม่ลบข้อมูล เช่น:

  • Reboot System Now
  • Try Again
  • Power Off
  • Wipe Cache Partition เฉพาะรุ่นที่มีคำสั่งนี้และแน่ใจว่าไม่ใช่ Wipe Data

คำสั่งและหน้าตาเมนูแตกต่างกันตามผู้ผลิต การเลือกเมนูผิดอาจลบข้อมูลได้

หลีกเลี่ยงคำสั่งต่อไปนี้เมื่อยังไม่ได้สำรอง:

  • Wipe Data
  • Factory Reset
  • Format Data
  • Erase User Data
  • Delete All Data

หากไม่แน่ใจ ให้หยุดและนำเครื่องไปให้ศูนย์บริการ แทนการทดลองกดแบบสุ่ม

⑪ ใช้ Recovery Mode ของ iPhone โดยเลือก Update ก่อน

หาก iPhone รีสตาร์ทวนและคอมพิวเตอร์ตรวจพบเครื่อง สามารถใช้ Recovery Mode เพื่อให้ระบบเสนอทางเลือกในการซ่อมซอฟต์แวร์

ควรเลือก Update ก่อน เพราะเป็นการพยายามติดตั้งระบบใหม่โดยรักษาข้อมูล ส่วน Restore จะลบข้อมูลในเครื่อง

หากการดาวน์โหลดใช้เวลานานจนเครื่องออกจาก Recovery Mode อาจต้องเข้าสู่โหมดใหม่อีกครั้ง ขั้นตอนกดปุ่มแตกต่างกันตามรุ่น จึงควรตรวจให้ตรงกับอุปกรณ์

⑫ ตรวจว่าปัญหาเกิดเฉพาะตอนชาร์จหรือไม่

หากเครื่องวนเฉพาะตอนเสียบสาย ให้เปลี่ยนสายและอะแดปเตอร์ที่ได้มาตรฐาน รวมถึงตรวจพอร์ตว่าหลวมหรือมีสิ่งสกปรกหรือไม่

ไม่ควรใช้โลหะแคะพอร์ต เพราะอาจทำให้ขั้วเสียหายหรือลัดวงจร หากต้องทำความสะอาดควรปิดเครื่องและใช้วิธีที่ปลอดภัย หรือให้ช่างดำเนินการ

⑬ ตรวจว่าเปิดได้เฉพาะตอนเสียบสายหรือไม่

หากเครื่องดับทันทีเมื่อถอดสาย หรือเปิดได้เฉพาะขณะชาร์จ แบตเตอรี่อาจเสื่อมหรือมีปัญหาการเชื่อมต่อภายใน

ไม่ควรแกะเครื่องหรือทดลองต่อไฟเข้ากับแบตเตอรี่โดยตรง ควรให้ช่างตรวจแบตเตอรี่และวงจรจ่ายไฟ

⑭ หยุดทดลองเมื่อมีข้อมูลสำคัญ

หากข้อมูลในเครื่องมีความสำคัญและไม่มีข้อมูลสำรอง ควรหยุดก่อนใช้คำสั่งลบข้อมูล แฟลชเฟิร์มแวร์ หรือเปลี่ยนเมนบอร์ด

แจ้งศูนย์บริการให้ชัดว่าต้องการรักษาข้อมูล และขอให้ประเมินความเป็นไปได้ก่อนซ่อม เพราะการเปลี่ยนเมนบอร์ดมักไม่ทำให้เข้าถึงข้อมูลเดิมได้

⑮ Factory Reset เป็นวิธีสุดท้าย

Factory Reset อาจช่วยเมื่อปัญหาเกิดจากแอปหรือข้อมูลระบบ แต่จะลบข้อมูลผู้ใช้ออกจากเครื่อง

ควรทำเมื่อ:

  • มีข้อมูลสำรองแล้ว
  • จำบัญชี Google หรือ Apple ได้
  • มีช่องทางรับรหัสยืนยัน
  • ทดลองวิธีไม่ลบข้อมูลแล้ว
  • ยอมรับได้ว่าข้อมูลในเครื่องจะหาย

หลังรีเซ็ต ให้ตั้งค่าเป็นเครื่องใหม่ชั่วคราวและยังไม่กู้คืนทุกแอปทันที หากยังรีสตาร์ทวนในสภาพระบบสะอาด ปัญหามีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์

วิเคราะห์อาการ Restart Loop จากสิ่งที่สังเกตได้

ลักษณะอาการสาเหตุที่เป็นไปได้สิ่งที่ควรทำก่อน
วนหลังติดตั้งแอปแอปเปิดพร้อมระบบแล้วผิดพลาดเข้า Safe Mode และถอนแอป
วนหลังอัปเดตระบบไฟล์ระบบติดตั้งไม่สมบูรณ์Recovery และเลือกวิธีรักษาข้อมูล
วนเมื่อใส่ microSDการ์ดหรือไฟล์เสียปิดเครื่องแล้วถอดการ์ด
หยุดวนเมื่อถอดเคสเคสกดปุ่ม Powerเปลี่ยนเคสและตรวจปุ่ม
เปิดได้เฉพาะตอนชาร์จแบตเตอรี่หรือวงจรไฟส่งตรวจแบตเตอรี่
วนเมื่อเครื่องร้อนระบบป้องกันอุณหภูมิพักให้เย็นและหยุดใช้งานหนัก
วนหลังตกหรือโดนน้ำฮาร์ดแวร์เสียหายหยุดเปิดซ้ำและส่งตรวจ
Recovery ทำงานได้ แต่ระบบเข้าไม่ได้ระบบหรือพื้นที่จัดเก็บเลือก Reboot/Update ก่อนล้างข้อมูล
รีเซ็ตแล้วก็ยังวนฮาร์ดแวร์หรือหน่วยความจำส่งศูนย์บริการ

สัญญาณว่าอาจเป็นปัญหาแบตเตอรี่

แบตเตอรี่อาจเป็นต้นเหตุเมื่อพบอาการร่วมดังนี้:

  • เครื่องเปิดถึงโลโก้แล้วดับ
  • เปิดได้เฉพาะตอนเสียบสาย
  • ดับทันทีเมื่อถอดสาย
  • รีสตาร์ทเมื่อเปิดกล้องหรือเกม
  • แบตเตอรี่ลดแบบกระโดด
  • รีสตาร์ทเมื่อแบตต่ำกว่า 20–30%
  • เครื่องร้อนบริเวณแบตเตอรี่
  • แบตบวมหรือฝาหลังโก่ง

หากแบตบวมหรือเครื่องร้อนจัด ให้หยุดใช้งานทันที ไม่ควรชาร์จเพื่อทดสอบเพิ่มเติม

สัญญาณว่าอาจเป็นปัญหาระบบ

  • เริ่มวนหลังอัปเดต
  • เริ่มวนหลังติดตั้งแอป
  • Safe Mode เข้าได้ตามปกติ
  • Recovery Mode ยังทำงาน
  • รีสตาร์ทหลังเข้าสู่หน้าหลัก
  • มีข้อความ System UI หรือ Process System ผิดพลาดก่อนวน
  • เครื่องเคยมีพื้นที่ใกล้เต็ม
  • Update ผ่าน Recovery ช่วยให้อาการหาย

สัญญาณว่าอาจเป็นปัญหาฮาร์ดแวร์

  • เริ่มมีอาการหลังตกหรือโดนน้ำ
  • รีสตาร์ทเมื่อขยับหรือแตะตัวเครื่อง
  • ปุ่ม Power จมหรือทำงานเอง
  • เครื่องร้อนที่จุดเดิมตลอดเวลา
  • เปิดได้เฉพาะตอนเสียบชาร์จ
  • Recovery Mode ก็รีสตาร์ทเอง
  • Factory Reset แล้วยังวน
  • ระบบแจ้งข้อผิดพลาดด้านพื้นที่จัดเก็บ
  • เปิดเครื่องและบันทึกไฟล์ช้ามากก่อนเริ่มวน

ควรส่งศูนย์บริการเมื่อใด

ควรส่งตรวจทันทีเมื่อ:

  • มีแบตเตอรี่บวม
  • เครื่องร้อนจัดหรือมีกลิ่นผิดปกติ
  • เคยตกน้ำ
  • ปุ่ม Power ค้างหรือจม
  • Recovery Mode ก็ไม่เสถียร
  • คอมพิวเตอร์ตรวจไม่พบเครื่อง
  • เปิดได้เฉพาะตอนเสียบสาย
  • ข้อมูลสำคัญและไม่มีข้อมูลสำรอง
  • ไม่มั่นใจในการใช้ Recovery Mode
  • Update ไม่สำเร็จ
  • Factory Reset แล้วยังรีสตาร์ทวน
  • ระบบแจ้งความผิดปกติของหน่วยความจำ

ก่อนส่งซ่อมควรแจ้งช่างว่าเครื่องวนถึงหน้าจอใด เคยตกหรือโดนน้ำหรือไม่ และต้องการรักษาข้อมูลไว้

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อมือถือรีสตาร์ทวน

  • ไม่กดเปิดซ้ำหลายสิบครั้ง
  • ไม่ชาร์จต่อเมื่อเครื่องร้อนจัดหรือแบตบวม
  • ไม่แกะหรือเจาะแบตเตอรี่
  • ไม่ใช้สายไฟต่อเข้าแบตโดยตรง
  • ไม่ใช้โลหะแคะพอร์ตชาร์จ
  • ไม่แฟลชไฟล์ที่ไม่ตรงรุ่น
  • ไม่กด Wipe Data โดยไม่เข้าใจผล
  • ไม่เลือก Restore หากยังต้องการข้อมูล
  • ไม่ถอด microSD ขณะเครื่องกำลังเขียนข้อมูล
  • ไม่นำเครื่องเข้าตู้เย็นหรือสัมผัสน้ำ
  • ไม่เปลี่ยนเมนบอร์ดก่อนถามเรื่องข้อมูลเดิม

คำถามที่พบบ่อย

Force Restart ทำให้ข้อมูลหายไหม

โดยทั่วไปไม่ทำให้ข้อมูลหาย เพราะเป็นการบังคับเริ่มระบบใหม่ ไม่ใช่การคืนค่าโรงงาน แต่ไฟล์ที่กำลังบันทึกในช่วงเครื่องค้างอาจเสียหายได้

Recovery Mode ลบข้อมูลหรือไม่

การเข้า Recovery Mode เพียงอย่างเดียวไม่ลบข้อมูล แต่คำสั่งบางรายการภายในโหมด เช่น Wipe Data, Factory Reset หรือ Restore จะลบข้อมูล ต้องอ่านชื่อคำสั่งให้ชัดเจนก่อนเลือก

มือถือวนที่โลโก้ต้องรอนานแค่ไหน

หลังอัปเดต เครื่องอาจใช้เวลานานกว่าปกติ หากภาพเคลื่อนไหวหรือเปอร์เซ็นต์ยังขยับควรรอ แต่ถ้ากลับมาเริ่มโลโก้ใหม่ซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง แสดงว่าเครื่องไม่ได้เพียงแค่เปิดช้า

แบตเตอรี่หมดจะทำให้ Restart Loop หายไหม

อาจทำให้วงจรหยุดชั่วคราว แต่ไม่แก้ต้นเหตุ หลังชาร์จและเปิดใหม่อาการอาจกลับมา วิธีนี้ใช้เพื่อหยุดเครื่องที่ปิดไม่ได้เท่านั้น

Factory Reset แก้ Restart Loop ได้ไหม

ช่วยได้เมื่อสาเหตุเกิดจากแอปหรือข้อมูลระบบ แต่จะลบข้อมูล และไม่สามารถแก้แบตเตอรี่ ปุ่ม Power วงจรไฟ หรือหน่วยความจำที่เสียหายได้

ร้านซ่อมสามารถรักษาข้อมูลไว้ได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับสาเหตุและสภาพหน่วยความจำ หากต้องการข้อมูล ควรแจ้งก่อนซ่อมและไม่อนุมัติการล้างข้อมูลหรือเปลี่ยนเมนบอร์ดจนกว่าจะเข้าใจผลกระทบ

สรุป

มือถือรีสตาร์ทเองไม่หยุดและเข้าเครื่องไม่ได้ควรเริ่มจากวิธีที่ไม่ลบข้อมูล ได้แก่ ถอดอุปกรณ์เสริม ตรวจปุ่ม Power พักเครื่อง ชาร์จอย่างเหมาะสม ใช้ Force Restart และทดลอง Safe Mode หรือ Recovery Mode อย่างระมัดระวัง

comsiam แนะนำให้เลือก Reboot System หรือ Update ก่อนคำสั่งที่ลบข้อมูลเสมอ หากข้อมูลสำคัญอย่ากด Wipe Data, Factory Reset, Restore หรือ Erase โดยไม่สำรอง หากทำตามขั้นตอนของ comsiam แล้วเครื่องยังวน หรือพบแบตบวม ความร้อน และความเสียหายจากน้ำ ควรหยุดทดลองและส่งตรวจฮาร์ดแวร์ทันที