Android TV รีโมตสั่งงานไม่ได้ จับคู่ Bluetooth ใหม่อย่างไร

หากรีโมต Android TV สั่งงานไม่ได้ ให้เริ่มจากเปลี่ยนถ่านใหม่ รีสตาร์ตทีวี และนำรีโมตมาไว้ใกล้หน้าจอ จากนั้นเข้าเมนู การตั้งค่า > รีโมตและอุปกรณ์เสริม > จับคู่อุปกรณ์เสริม แล้วกดชุดปุ่มจับคู่ตามที่ทีวีหรือคู่มือของรุ่นระบุ หากเข้าเมนูไม่ได้ สามารถใช้ปุ่มบนทีวี รีโมตสำรอง หรือฟังก์ชันรีโมตในแอป Google TV ชั่วคราว

รีโมตแต่ละยี่ห้อใช้ชุดปุ่มจับคู่ไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรสุ่มใช้วิธีของทีวีคนละรุ่น


สารบัญ

  • อาการรีโมต Android TV ใช้งานไม่ได้
  • รีโมตอินฟราเรดกับ Bluetooth ต่างกันอย่างไร
  • สาเหตุที่รีโมตไม่ตอบสนอง
  • วิธีตรวจสอบถ่านและปุ่ม
  • วิธีรีสตาร์ตทีวี
  • วิธีจับคู่ Bluetooth ใหม่
  • วิธีเข้าเมนูเมื่อไม่มีรีโมต
  • วิธีใช้โทรศัพท์แทนรีโมต
  • รีโมตใช้ได้เฉพาะบางปุ่ม
  • การสั่งงานด้วยเสียงใช้ไม่ได้
  • รีโมตเชื่อมต่อแล้วหลุดบ่อย
  • ตารางวิเคราะห์อาการ
  • คำถามที่พบบ่อย

1. อาการรีโมต Android TV สั่งงานไม่ได้มีแบบใดบ้าง

ปัญหารีโมตอาจแสดงอาการแตกต่างกัน เช่น

  • กดทุกปุ่มแล้วทีวีไม่ตอบสนอง
  • เปิดและปิดทีวีได้ แต่เลื่อนเมนูไม่ได้
  • ปรับระดับเสียงได้ แต่ปุ่ม Home ใช้ไม่ได้
  • รีโมตไม่ปรากฏในรายการ Bluetooth
  • จับคู่แล้วระบบแจ้งว่าไม่สำเร็จ
  • เชื่อมต่อได้ชั่วคราวแล้วหลุด
  • ต้องนำรีโมตเข้าใกล้ทีวีมาก
  • กดปุ่มแล้วตอบสนองช้า
  • ปุ่มบางปุ่มใช้งานไม่ได้
  • ปุ่มไมโครโฟนไม่ทำงาน
  • รีโมตหลุดหลังอัปเดตระบบ
  • ทีวีค้างอยู่ที่หน้าจอจับคู่รีโมต
  • กดครั้งเดียวแต่เมนูเลื่อนหลายตำแหน่ง
  • รีโมตควบคุมทีวีได้ แต่ควบคุมกล่อง Android TV ไม่ได้

ควรสังเกตว่าปุ่มใดยังทำงาน เพราะช่วยแยกปัญหาอินฟราเรด Bluetooth ปุ่มรีโมต และระบบทีวีได้


2. รีโมตอินฟราเรดกับ Bluetooth ต่างกันอย่างไร

รีโมต Android TV อาจใช้สัญญาณอินฟราเรด Bluetooth หรือทั้งสองระบบร่วมกัน

รีโมตอินฟราเรด

รีโมตอินฟราเรดต้องหันไปทางเซ็นเซอร์รับสัญญาณของทีวี และไม่ควรมีสิ่งกีดขวาง โดยมักใช้กับคำสั่งพื้นฐาน เช่น

  • เปิดและปิดทีวี
  • ปรับระดับเสียง
  • เปลี่ยนช่อง
  • ปิดเสียง

รีโมต Bluetooth

รีโมต Bluetooth ไม่จำเป็นต้องหันตรงไปทางทีวีตลอดเวลา และมักใช้สำหรับ

  • เลื่อนหน้าหลัก Android TV
  • เปิดแอป
  • ใช้ Google Assistant
  • สั่งงานด้วยเสียง
  • ใช้ปุ่มลัดของแอป
  • ควบคุมเมนูจากระยะปกติ

หากเปิดทีวีหรือปรับเสียงได้ แต่ปุ่มทิศทางและไมโครโฟนใช้ไม่ได้ มีโอกาสที่ส่วนอินฟราเรดยังทำงาน แต่ Bluetooth หลุดการจับคู่


3. สาเหตุที่รีโมต Android TV ไม่ตอบสนอง

สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

  1. ถ่านหมดหรือมีกำลังไฟต่ำ
  2. ใส่ถ่านกลับขั้ว
  3. ใช้ถ่านเก่าผสมถ่านใหม่
  4. ขั้วถ่านหลวมหรือมีคราบ
  5. ปุ่มรีโมตติดค้าง
  6. มีสิ่งกีดขวางเซ็นเซอร์อินฟราเรด
  7. รีโมต Bluetooth หลุดการจับคู่
  8. รีโมตจับคู่อยู่กับอุปกรณ์เครื่องอื่น
  9. บริการ Bluetooth ของทีวีค้าง
  10. ระบบ Android TV ค้าง
  11. ทีวีหรือกล่องได้รับไฟไม่เพียงพอ
  12. มีสัญญาณไร้สายรบกวน
  13. รีโมตไม่รองรับรุ่นทีวี
  14. ระบบหรือเฟิร์มแวร์รีโมตยังไม่ได้อัปเดต
  15. รีโมตได้รับความชื้นหรือแรงกระแทก

ควรเริ่มจากถ่านและการรีสตาร์ต เพราะเป็นวิธีที่ไม่ลบข้อมูลและแก้ปัญหาได้บ่อย


4. เปลี่ยนถ่านรีโมตอย่างถูกต้อง

ถอดถ่านเดิมออก แล้วใส่ถ่านใหม่ชนิดและขนาดเดียวกันทั้งชุด ตรวจเครื่องหมายบวกและลบภายในช่องใส่ถ่านก่อนปิดฝา

ไม่ควร

  • ใช้ถ่านเก่าผสมกับถ่านใหม่
  • ใช้ถ่านต่างชนิดในชุดเดียวกัน
  • ใส่ถ่านกลับขั้ว
  • ใช้ถ่านที่บวม
  • ใช้ถ่านที่มีรอยรั่ว
  • ฝืนใส่ถ่านผิดขนาด

หลังเปลี่ยนถ่าน ให้นำรีโมตมาใช้ใกล้ทีวีและทดลองปุ่มเปิดเครื่อง ปุ่มทิศทาง ปุ่ม Home และปุ่มเสียง

หากถ่านบวมหรือรั่ว ไม่ควรสัมผัสสารจากถ่านโดยตรง ให้แจ้งผู้ใหญ่ช่วยจัดการตามวิธีที่ปลอดภัย


5. วิธีรีเซ็ตพลังงานของรีโมต

การรีเซ็ตพลังงานช่วยล้างสถานะไฟฟ้าที่ค้างอยู่ในรีโมต

  1. ถอดถ่านออกจากรีโมต
  2. กดปุ่มเปิด–ปิดหรือปุ่มใดปุ่มหนึ่งค้างประมาณ 10 วินาที
  3. ปล่อยปุ่ม
  4. รอประมาณหนึ่งนาที
  5. ใส่ถ่านใหม่
  6. ทดสอบรีโมต
  7. เริ่มจับคู่ Bluetooth ใหม่หากจำเป็น

ขั้นตอนนี้ไม่ควรลบบัญชี แอป หรือการตั้งค่าบน Android TV


6. ตรวจขั้วถ่านและปุ่มรีโมต

ตรวจดูว่าขั้วโลหะภายในช่องใส่ถ่าน

  • ไม่บิดงอ
  • ไม่หลวม
  • ไม่มีฝุ่นหนา
  • ไม่มีคราบจากถ่าน
  • สัมผัสกับถ่านได้แน่น

หากมีฝุ่นเล็กน้อย ให้ถอดถ่านแล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดเบา ๆ ไม่ควรใช้วัตถุโลหะขูดขั้วถ่าน

ตรวจปุ่มทั้งหมดว่ามีปุ่มใดจม ติดค้าง หรือกดแล้วไม่คืนตำแหน่งหรือไม่ หากปุ่มติด อาจทำให้รีโมตส่งคำสั่งต่อเนื่องและไม่สามารถเข้าสู่โหมดจับคู่ได้


7. วิธีทดสอบสัญญาณอินฟราเรด

กล้องโทรศัพท์หลายรุ่นสามารถใช้ดูแสงอินฟราเรดจากรีโมตได้

  1. เปิดแอปกล้องบนโทรศัพท์
  2. หันปลายรีโมตเข้าหากล้อง
  3. มองผ่านหน้าจอโทรศัพท์
  4. กดปุ่มบนรีโมต
  5. สังเกตว่ามีแสงสีขาวหรือม่วงกะพริบหรือไม่

หากกล้องหลังไม่เห็น ให้ทดลองกล้องหน้า เพราะโทรศัพท์บางรุ่นมีตัวกรองอินฟราเรด

วิธีแปลผล

  • เห็นแสงกะพริบ: รีโมตส่งสัญญาณอินฟราเรดได้
  • ไม่เห็นแสงทุกปุ่ม: ถ่านหรือรีโมตอาจมีปัญหา
  • เห็นแสงเฉพาะบางปุ่ม: ปุ่มบางส่วนอาจเสีย
  • รีโมตมีแสงแต่ทีวีไม่ตอบสนอง: ตรวจเซ็นเซอร์ สิ่งกีดขวาง หรือระบบทีวี

วิธีนี้ไม่สามารถทดสอบ Bluetooth และไมโครโฟนได้


8. นำสิ่งกีดขวางหน้าเซ็นเซอร์ออก

เซ็นเซอร์อินฟราเรดมักอยู่บริเวณขอบล่างหรือด้านหน้าของทีวี ตรวจว่าไม่มีสิ่งต่อไปนี้บังอยู่

  • Soundbar
  • กรอบตกแต่ง
  • กล่องรับสัญญาณ
  • ของวางหน้าเครื่อง
  • ฝุ่นหนา
  • เทปหรือแผ่นปิด
  • อุปกรณ์เล่นเกม

นำสิ่งกีดขวางออก แล้วหันรีโมตไปยังเซ็นเซอร์ในระยะประมาณหนึ่งถึงสองเมตรเพื่อทดสอบ

แสงแดดหรือไฟบางประเภทที่ส่องตรงเซ็นเซอร์อาจรบกวนอินฟราเรดได้ ให้ทดลองลดแสงหรือเปลี่ยนมุมใช้งานชั่วคราว


9. รีสตาร์ต Android TV ก่อนจับคู่ใหม่

หากรีโมตยังทำงานบางส่วน ให้เข้าเมนู

การตั้งค่า > ค่ากำหนดอุปกรณ์หรือระบบ > เกี่ยวกับ > รีสตาร์ต

บางรุ่นสามารถกดปุ่มเปิด–ปิดบนรีโมตค้างแล้วเลือก Restart

หากควบคุมไม่ได้และทีวีไม่ได้กำลังอัปเดต ให้

  1. ปิดทีวี
  2. ถอดปลั๊กประมาณหนึ่งถึงสองนาที
  3. ถอดอุปกรณ์ USB ที่ไม่จำเป็น
  4. เสียบปลั๊กกลับ
  5. เปิดทีวี
  6. รอให้ระบบเริ่มทำงานจนเสร็จ
  7. ทดลองจับคู่รีโมตใหม่

ห้ามถอดปลั๊กขณะทีวีแสดงข้อความกำลังติดตั้งอัปเดต


10. วิธีจับคู่รีโมต Bluetooth ใหม่

หากมีวิธีควบคุมทีวีชั่วคราว ให้เข้าเมนูโดยประมาณดังนี้

การตั้งค่า > รีโมตและอุปกรณ์เสริม > จับคู่อุปกรณ์เสริม

ชื่อเมนูภาษาอังกฤษอาจเป็น

  • Remotes & Accessories
  • Pair accessory
  • Add accessory
  • Remote control
  • Bluetooth settings

ขั้นตอนทั่วไป

  1. ใส่ถ่านใหม่ในรีโมต
  2. เปิดเมนูจับคู่อุปกรณ์
  3. นำรีโมตมาไว้ใกล้ทีวี
  4. กดชุดปุ่มจับคู่ตามที่หน้าจอระบุ
  5. กดค้างจนไฟสถานะกะพริบหรือมีข้อความปรากฏ
  6. รอชื่อรีโมตแสดงในรายการ
  7. เลือกชื่อรีโมต
  8. ยืนยันการจับคู่
  9. ทดสอบปุ่มทิศทาง Home และไมโครโฟน

ระหว่างจับคู่ควรวางรีโมตในระยะประมาณ 20–30 เซนติเมตรจากทีวีหรือกล่อง Android TV หากอุปกรณ์อยู่หลังทีวี ให้นำรีโมตเข้าใกล้ตำแหน่งนั้น


11. ต้องกดปุ่มใดเพื่อจับคู่รีโมต

ชุดปุ่มแตกต่างกันตามผู้ผลิตและรุ่น ตัวอย่างชุดปุ่มที่อาจพบ ได้แก่

  • Home ร่วมกับ Back
  • Home ร่วมกับ Apps
  • ลดเสียงร่วมกับปุ่มอื่น
  • ปุ่ม Pair ภายในช่องใส่ถ่าน
  • ปุ่ม Home ค้างไว้
  • ชุดปุ่มตามภาพบนหน้าจอ

ตัวอย่างเหล่านี้ไม่ได้ใช้ได้กับทุกเครื่อง ควรตรวจหมายเลขรุ่นของทีวีและรีโมต แล้วใช้ชุดปุ่มที่ผู้ผลิตกำหนดเท่านั้น

หากกดชุดปุ่มไม่ตรงรุ่น รีโมตอาจไม่เข้าสู่โหมดจับคู่ แม้ตัวรีโมตไม่ได้เสีย


12. ลบรีโมตเดิมแล้วจับคู่ใหม่

หากรีโมตยังแสดงในรายการแต่เชื่อมต่อไม่ได้ ให้

  1. เปิดเมนูรีโมตและอุปกรณ์เสริม
  2. เลือกชื่อรีโมตเดิม
  3. เลือกลืมอุปกรณ์หรือยกเลิกการจับคู่
  4. ยืนยันคำสั่ง
  5. รีสตาร์ตทีวี
  6. เปิดเมนูเพิ่มอุปกรณ์
  7. นำรีโมตเข้าโหมดจับคู่
  8. เลือกชื่อรีโมตใหม่

ควรตรวจว่ามีวิธีควบคุมทีวีสำรองก่อนลบรีโมตเดิม เช่น ปุ่มบนเครื่องหรือแอปในโทรศัพท์ มิฉะนั้นอาจเข้าเมนูต่อไม่ได้


13. เข้าเมนูอย่างไรเมื่อรีโมตใช้ไม่ได้

สามารถใช้วิธีใดวิธีหนึ่งชั่วคราวตามที่อุปกรณ์รองรับ

  • ปุ่มควบคุมบนตัวทีวี
  • รีโมตทีวีผ่าน HDMI-CEC
  • รีโมตสำรองที่รองรับ
  • แอป Google TV บนโทรศัพท์
  • เมาส์ USB
  • คีย์บอร์ด USB
  • รีโมตอินฟราเรดทั่วไปสำหรับคำสั่งพื้นฐาน

เมาส์หรือคีย์บอร์ด USB ไม่ได้รองรับทุกทีวี แต่สามารถใช้เข้าเมนูและเลือกคำสั่งได้ในหลายรุ่น

ควรปิดทีวีก่อนเสียบอุปกรณ์ USB หากตำแหน่งพอร์ตเข้าถึงยากหรือสายไฟอยู่ใกล้กัน


14. วิธีใช้โทรศัพท์แทนรีโมต Android TV

Android TV หลายรุ่นสามารถควบคุมผ่านฟังก์ชันรีโมตในแอป Google TV ได้ โดยโทรศัพท์และทีวีต้องเชื่อมต่อเครือข่ายเดียวกัน

ขั้นตอนเชื่อมต่อ

  1. เชื่อมต่อโทรศัพท์กับ Wi-Fi เดียวกับ Android TV
  2. เปิดแอป Google TV
  3. เลือกฟังก์ชันรีโมต
  4. เลือกชื่อทีวีหรือกล่อง
  5. ดูรหัสยืนยันบนหน้าจอ
  6. ป้อนรหัสในโทรศัพท์
  7. ใช้ปุ่มบนโทรศัพท์ควบคุมเมนู
  8. เข้าเมนูจับคู่รีโมตจริง

ควรติดตั้งแอปจากร้านค้าอย่างเป็นทางการและตรวจชื่อผู้พัฒนาก่อนใช้งาน


15. โทรศัพท์ค้นหา Android TV ไม่พบ

ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้

  • โทรศัพท์กับทีวีอยู่บน Wi-Fi เดียวกัน
  • Android TV เชื่อมต่อเครือข่ายอยู่
  • ไม่ได้ใช้เครือข่าย Guest
  • เราเตอร์ไม่ได้เปิดการแยกอุปกรณ์
  • ปิดและเปิด Wi-Fi บนโทรศัพท์ใหม่
  • รีสตาร์ต Android TV
  • รีสตาร์ตเราเตอร์
  • อัปเดตแอป Google TV
  • เปิดสิทธิ์เครือข่ายภายในให้แอป หากระบบโทรศัพท์ถาม

หาก Android TV หลุดจาก Wi-Fi และไม่มีรีโมต อาจต้องใช้ปุ่มบนเครื่อง เมาส์ USB หรือรีโมตสำรองเพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายก่อน


16. ใช้รีโมตของทีวีผ่าน HDMI-CEC ได้หรือไม่

หาก Android TV เป็นกล่องหรือ TV Stick ที่ต่อผ่าน HDMI ทีวีบางรุ่นสามารถส่งคำสั่งจากรีโมตผ่าน HDMI-CEC ได้

คำสั่งที่มักรองรับ ได้แก่

  • เลื่อนเมนู
  • เลือกรายการ
  • ย้อนกลับ
  • เล่นและหยุด
  • เปิดและปิดอุปกรณ์

ต้องเปิด HDMI-CEC ทั้งบนทีวีและอุปกรณ์ Android TV ชื่อฟังก์ชันอาจแตกต่างกันตามยี่ห้อ

รีโมตผ่าน HDMI-CEC อาจไม่รองรับ

  • การสั่งงานด้วยเสียง
  • ปุ่มลัดเฉพาะแอป
  • การตั้งค่าบางรายการ
  • การจับคู่ Bluetooth โดยตรง
  • ฟังก์ชันพิเศษของรีโมตเดิม

17. รีโมตเปิดทีวีได้แต่เลื่อนเมนูไม่ได้

อาการนี้มักหมายถึงอินฟราเรดยังทำงาน แต่ Bluetooth หลุดการจับคู่

ให้ทำตามลำดับนี้

  1. เปลี่ยนถ่านใหม่
  2. รีสตาร์ต Android TV
  3. ใช้โทรศัพท์หรือปุ่มบนเครื่องเข้าเมนู
  4. เปิดรีโมตและอุปกรณ์เสริม
  5. ลบรีโมตเดิม หากมี
  6. เริ่มจับคู่ใหม่
  7. ทดสอบปุ่มทิศทาง
  8. อัปเดตระบบหากมีเวอร์ชันใหม่

หากจับคู่สำเร็จแต่ปุ่มทิศทางบางปุ่มยังใช้ไม่ได้ ปัญหาอาจอยู่ที่ปุ่มหรือแผงสัมผัสภายในรีโมต


18. รีโมตใช้ได้แต่ปุ่มไมโครโฟนไม่ทำงาน

การสั่งงานด้วยเสียงต้องใช้หลายส่วนร่วมกัน ได้แก่ Bluetooth ไมโครโฟน อินเทอร์เน็ต บัญชี Google และบริการผู้ช่วยเสียง

ให้ตรวจว่า

  • รีโมตจับคู่ผ่าน Bluetooth แล้ว
  • Android TV เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • เข้าสู่ระบบบัญชี Google แล้ว
  • เปิดใช้งาน Google Assistant
  • อนุญาตสิทธิ์ไมโครโฟน
  • ช่องไมโครโฟนไม่ถูกเคสบัง
  • ระบบใช้ภาษาที่รองรับ
  • รีโมตมีแบตเตอรี่เพียงพอ
  • มีอัปเดตของระบบหรือรีโมตหรือไม่

หากรีโมตเชื่อมต่อแบบอินฟราเรดเพียงอย่างเดียว ปุ่มไมโครโฟนอาจไม่ทำงานจนกว่าจะจับคู่ Bluetooth สำเร็จ


19. รีโมตเชื่อมต่อแล้วหลุดบ่อย

สาเหตุอาจมาจาก

  • ถ่านอ่อน
  • ขั้วถ่านหลวม
  • รีโมตอยู่ไกล
  • Bluetooth ถูกรบกวน
  • ระบบทีวีค้าง
  • ทีวีหรือกล่องได้รับไฟไม่พอ
  • เฟิร์มแวร์เก่า
  • รีโมตไม่ตรงรุ่น
  • อุปกรณ์ Bluetooth เชื่อมต่อพร้อมกันมาก

วิธีแก้

  1. เปลี่ยนถ่านใหม่ทั้งชุด
  2. รีเซ็ตพลังงานของรีโมต
  3. รีสตาร์ต Android TV
  4. ตรวจอะแดปเตอร์ของกล่องหรือ TV Stick
  5. ย้ายอุปกรณ์ไร้สายที่อยู่ใกล้เกินไป
  6. ลบแล้วจับคู่รีโมตใหม่
  7. อัปเดตระบบ
  8. ทดสอบรีโมตที่รองรับอีกตัว หากมี

หากกล่อง Android TV รีสตาร์ตพร้อมกับรีโมตหลุด ควรตรวจแหล่งจ่ายไฟก่อนสรุปว่ารีโมตเสีย


20. ลดสัญญาณรบกวน Bluetooth อย่างไร

แนวทางที่ช่วยให้การเชื่อมต่อเสถียรขึ้น ได้แก่

  • ไม่วางเราเตอร์ชิดกล่อง Android TV
  • ไม่วาง USB Hub ทับอุปกรณ์
  • ไม่ซ่อนกล่องในตู้โลหะปิดทึบ
  • นำรีโมตมาใกล้ขณะจับคู่
  • ปิดอุปกรณ์ Bluetooth ที่ไม่จำเป็นชั่วคราว
  • ใช้สายต่อ HDMI เพื่อขยับ TV Stick ออกจากหลังทีวี หากมีให้มา
  • ไม่วางฮาร์ดดิสก์หรืออุปกรณ์ USB ไร้สายชิดตัวรับสัญญาณ

ไม่ควรแกะอุปกรณ์เพื่อดัดแปลงเสาอากาศ เพราะอาจทำให้เครื่องเสียหายและเกิดความเสี่ยงทางไฟฟ้า


21. ปุ่มบางปุ่มกดไม่ได้หรือกดแล้วค้าง

หากเสียเฉพาะบางปุ่ม ให้ตรวจจากภายนอกดังนี้

  1. ถอดถ่านออก
  2. ตรวจว่าปุ่มจมหรือติดหรือไม่
  3. ใช้ผ้าแห้งหรือผ้าหมาดเล็กน้อยเช็ดพื้นผิว
  4. ห้ามฉีดน้ำยาลงตามร่องปุ่ม
  5. รอให้แห้งสนิท
  6. ใส่ถ่านใหม่
  7. ทดสอบอีกครั้ง

หากกดหนึ่งครั้งแต่เมนูเลื่อนหลายตำแหน่ง ให้ถอดถ่านออกชั่วคราว หากอาการหยุด แสดงว่าปุ่มทิศทางบนรีโมตอาจติดค้าง


22. รีโมตใหม่จับคู่ไม่ได้เกิดจากอะไร

รีโมตที่มีหน้าตาคล้ายกันไม่ได้หมายความว่าจะรองรับ Android TV ทุกเครื่อง ก่อนซื้อควรตรวจ

  • ยี่ห้อและรุ่นทีวี
  • หมายเลขรุ่นของรีโมต
  • ระบบ Bluetooth ที่รองรับ
  • ชุดปุ่มจับคู่
  • การรองรับไมโครโฟน
  • ปุ่มลัดของแอป
  • การควบคุมเสียงและเปิด–ปิด
  • ประเทศหรือเวอร์ชันอุปกรณ์

รีโมตทั่วไปอาจควบคุมเมนูพื้นฐานได้ แต่ไมโครโฟน ปุ่มลัด และการเปิดทีวีอาจใช้งานไม่ครบ


23. อัปเดตระบบและเฟิร์มแวร์รีโมต

เข้าเมนูโดยประมาณดังนี้

การตั้งค่า > ค่ากำหนดอุปกรณ์หรือระบบ > เกี่ยวกับ > การอัปเดตระบบ

บางรุ่นมีเมนูอัปเดตรีโมตอยู่ที่

การตั้งค่า > รีโมตและอุปกรณ์เสริม > เลือกชื่อรีโมต

ก่อนอัปเดตควร

  • ใส่ถ่านใหม่
  • วางรีโมตใกล้ทีวี
  • เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียร
  • ใช้ไฟฟ้าที่ปกติ
  • ไม่ถอดถ่านระหว่างอัปเดต
  • ไม่ปิดทีวีหรือถอดปลั๊ก

หลังอัปเดตให้รีสตาร์ต Android TV แล้วทดสอบการเชื่อมต่ออีกครั้ง


24. ต้องคืนค่าโรงงานหรือไม่

ไม่ควรคืนค่าโรงงานเมื่อมีปัญหาเฉพาะรีโมต ให้ลองเปลี่ยนถ่าน รีสตาร์ต และจับคู่ใหม่ก่อน

ควรพิจารณารีเซ็ตเมื่อ

  • Bluetooth ของทีวีใช้ไม่ได้กับทุกอุปกรณ์
  • เมนูระบบส่วนอื่นผิดปกติพร้อมกัน
  • รีโมตหลายตัวเชื่อมต่อไม่ได้
  • อัปเดตและรีสตาร์ตแล้วไม่หาย
  • ผู้ผลิตหรือศูนย์บริการแนะนำ

การคืนค่าโรงงานจะลบ

  • บัญชี Google
  • แอปที่ติดตั้ง
  • รหัสผ่าน Wi-Fi
  • การจับคู่ Bluetooth
  • การตั้งค่าภาพและเสียง
  • ข้อมูลภายในแอป
  • การจัดเรียงหน้าหลักและช่องรายการ

ก่อนรีเซ็ตควรเตรียมบัญชีและรหัสผ่านทั้งหมด


25. ตารางวิเคราะห์อาการรีโมต Android TV

อาการสาเหตุที่เป็นไปได้วิธีตรวจสอบก่อน
ทุกปุ่มใช้งานไม่ได้ถ่านหมดหรือรีโมตไม่มีไฟเปลี่ยนถ่านใหม่ทั้งชุด
เปิดทีวีได้แต่เลื่อนเมนูไม่ได้Bluetooth หลุดการจับคู่จับคู่รีโมตใหม่
ปรับเสียงได้แต่ Home ใช้ไม่ได้อินฟราเรดทำงานแต่ Bluetooth ไม่ทำงานตรวจรายการอุปกรณ์เสริม
จับคู่แล้วไม่พบรีโมตรีโมตไม่อยู่ในโหมดจับคู่ใช้ชุดปุ่มที่ตรงรุ่น
เชื่อมต่อแล้วหลุดบ่อยถ่านอ่อนหรือสัญญาณรบกวนเปลี่ยนถ่านและลดการรบกวน
ปุ่มเสียงไม่ทำงานบัญชี อินเทอร์เน็ต หรือไมโครโฟนตรวจ Bluetooth และ Google Assistant
กดครั้งเดียวแต่เลื่อนหลายครั้งปุ่มทิศทางติดถอดถ่านและตรวจปุ่ม
โทรศัพท์ค้นหาทีวีไม่พบอยู่คนละเครือข่ายเชื่อมต่อ Wi-Fi เดียวกัน
รีโมตหลายตัวใช้ไม่ได้ระบบ Bluetooth หรือทีวีมีปัญหารีสตาร์ตและตรวจอัปเดต
รีโมตใหม่ใช้ได้ไม่ครบรุ่นไม่รองรับทุกฟังก์ชันตรวจหมายเลขรุ่นก่อนซื้อ

ตารางนี้ช่วยให้ผู้อ่าน comsiam แยกปัญหาระหว่างถ่าน อินฟราเรด Bluetooth และตัวทีวีก่อนซื้อรีโมตใหม่


26. สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อรีโมตใช้งานไม่ได้

  • ไม่ควรใช้ถ่านเก่าผสมถ่านใหม่
  • ไม่ควรใช้ถ่านบวมหรือรั่ว
  • ไม่ควรฉีดน้ำยาลงตามร่องปุ่ม
  • ไม่ควรทุบหรือบิดรีโมต
  • ไม่ควรสุ่มใช้ชุดปุ่มจับคู่ของคนละรุ่น
  • ไม่ควรลบรีโมตเดิมก่อนมีวิธีควบคุมสำรอง
  • ไม่ควรดาวน์โหลดแอปรีโมตจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือ
  • ไม่ควรตัดไฟระหว่างอัปเดตเฟิร์มแวร์
  • ไม่ควรใช้อะแดปเตอร์ที่ไม่ตรงกับกล่อง Android TV
  • ไม่ควรเปิดฝาทีวีหรือกล่องเพื่อซ่อม Bluetooth เอง
  • ไม่ควรคืนค่าโรงงานก่อนเตรียมบัญชีและรหัสผ่าน

หากรีโมต ถ่าน อะแดปเตอร์ หรือสายไฟร้อนผิดปกติ มีกลิ่นไหม้ หรือมีร่องรอยเสียหาย ให้หยุดใช้งานและแจ้งผู้ใหญ่ช่วยตรวจสอบ


27. คำถามที่พบบ่อย

รีโมต Android TV เปิดทีวีได้แต่เลื่อนเมนูไม่ได้ เกิดจากอะไร

ปุ่มเปิดอาจใช้สัญญาณอินฟราเรด แต่การเลื่อนเมนูใช้ Bluetooth จึงต้องจับคู่รีโมตใหม่

เปลี่ยนถ่านแล้วรีโมตยังไม่ทำงานควรทำอย่างไร

รีเซ็ตพลังงานของรีโมต รีสตาร์ต Android TV และเข้าโหมดจับคู่ด้วยชุดปุ่มที่ตรงกับรุ่น

ใช้โทรศัพท์แทนรีโมตได้หรือไม่

ได้ใน Android TV หลายรุ่นผ่านฟังก์ชันรีโมตของ Google TV โดยโทรศัพท์และทีวีต้องอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน

ทำไมโทรศัพท์หา Android TV ไม่เจอ

อุปกรณ์อาจอยู่คนละ Wi-Fi ใช้เครือข่าย Guest หรือ Android TV หลุดจากเครือข่าย ให้ตรวจเครือข่ายและรีสตาร์ตอุปกรณ์

รีโมต Bluetooth ต้องหันไปทางทีวีหรือไม่

โดยทั่วไปไม่จำเป็น แต่ควรนำมาอยู่ใกล้ทีวีระหว่างจับคู่เพื่อให้ค้นพบได้ง่ายขึ้น

ทำไมไมโครโฟนใช้ไม่ได้ทั้งที่ปุ่มอื่นใช้ได้

อาจยังไม่ได้จับคู่ Bluetooth อินเทอร์เน็ตมีปัญหา หรือบริการ Google Assistant และสิทธิ์ไมโครโฟนถูกปิด

ควรซื้อรีโมตใหม่เมื่อใด

ควรซื้อเมื่อใส่ถ่านใหม่แล้วรีโมตไม่เข้าสู่โหมดจับคู่ ปุ่มเสียหลายปุ่ม หรือทดสอบแล้วว่ารีโมตอื่นสามารถเชื่อมต่อกับทีวีได้ตามปกติ


สรุปวิธีจับคู่รีโมต Android TV ใหม่

เริ่มจากเปลี่ยนถ่านใหม่ทั้งชุด รีเซ็ตพลังงานของรีโมต และรีสตาร์ต Android TV จากนั้นเข้าเมนู รีโมตและอุปกรณ์เสริม แล้วจับคู่ด้วยชุดปุ่มที่ตรงกับยี่ห้อและรุ่น หากเข้าเมนูไม่ได้ ให้ใช้ปุ่มบนทีวี รีโมตผ่าน HDMI-CEC หรือแอป Google TV ชั่วคราว

หากรีโมตเชื่อมต่อแล้วหลุดบ่อย ให้ตรวจถ่าน สัญญาณรบกวน แหล่งจ่ายไฟ และอัปเดตระบบก่อนตัดสินใจเปลี่ยนรีโมต แนวทางจาก comsiam คือทดสอบแยกระหว่างรีโมตกับ Bluetooth ของทีวี เพื่อหลีกเลี่ยงการซื้ออุปกรณ์หรือคืนค่าโรงงานโดยไม่จำเป็น