Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากถอด AirPods ออกจากหูแล้วเพลงไม่หยุด ให้ตรวจสอบว่าเปิด การตรวจจับหูอัตโนมัติ อยู่ โดยเชื่อมต่อ AirPods แล้วไปที่ การตั้งค่า > AirPods หรือ Bluetooth > ปุ่มรูปตัว i ข้าง AirPods จากนั้นเปิดการตรวจจับหูอัตโนมัติ
หากเปิดอยู่แล้วแต่ยังไม่ทำงาน ให้เช็ดบริเวณเซ็นเซอร์ของ AirPods ด้วยผ้านุ่มและแห้ง ใส่หูฟังกลับลงในเคส แล้วเชื่อมต่อใหม่ หากยังมีปัญหาให้ทดสอบ AirPods ทีละข้าง ลบการจับคู่ หรือรีเซ็ตหูฟัง
การตรวจจับหูอัตโนมัติช่วยให้ AirPods ทราบว่าหูฟังอยู่ในหูหรือถูกถอดออก โดยทั่วไปสามารถควบคุมการเล่นเสียงได้ดังนี้
พฤติกรรมจริงอาจแตกต่างตามรุ่น แอป และการตั้งค่าของ iPhone บางแอปอาจไม่เล่นต่อโดยอัตโนมัติแม้ใส่ AirPods กลับเข้าไป
ควรทดสอบด้วยแอปเพลงหรือวิดีโออย่างน้อยสองแอป เพื่อดูว่าปัญหาเกิดจาก AirPods หรือแอปใดแอปหนึ่ง
สาเหตุที่พบได้บ่อยประกอบด้วย
ให้เริ่มจากเปิดการตรวจจับหูและทำความสะอาดเซ็นเซอร์ก่อนรีเซ็ต AirPods
หากไม่พบชื่อ AirPods ด้านบน ให้เข้าไปที่ การตั้งค่า > Bluetooth แล้วแตะปุ่มรูปตัว i ข้างชื่อ AirPods
หากเปิดอยู่แล้วแต่ไม่ทำงาน ให้เริ่มการตั้งค่าใหม่
หากยังไม่ทำงาน ให้ใส่ AirPods กลับลงในเคสและเริ่มการเชื่อมต่อใหม่
ควรวาง AirPods ที่ถอดออกบนโต๊ะโดยให้เซ็นเซอร์ไม่สัมผัสนิ้ว มือ หรือผ้า เพราะระบบอาจเข้าใจว่ายังอยู่ในหู
ขณะถอด AirPods ผู้ใช้อาจจับตรงบริเวณเซ็นเซอร์ ทำให้ระบบยังตรวจพบการสัมผัสและไม่หยุดเพลงทันที
ให้จับบริเวณก้านหูฟังแล้ววางบนพื้นผิวสะอาด โดยไม่ปิดบังเซ็นเซอร์ จากนั้นรอสักครู่เพื่อดูว่าเพลงหยุดหรือไม่
หากหยุดเมื่อวางลง แต่ไม่หยุดขณะถือ แสดงว่าเซ็นเซอร์ยังทำงานและตรวจพบการสัมผัสจากมือ
คราบบนเซ็นเซอร์อาจทำให้ตรวจจับผิดพลาด
อุปกรณ์เสริมบางชนิดที่ติดบนตัว AirPods อาจบังเซ็นเซอร์หรือทำให้หูฟังวางในหูผิดตำแหน่ง
หากกลับมาทำงาน ควรเปลี่ยนอุปกรณ์เสริมเป็นรุ่นที่ไม่บังเซ็นเซอร์และตรงกับ AirPods รุ่นนั้น
หาก AirPods หลวมหรือเอียง เซ็นเซอร์อาจตรวจจับสลับไปมา
หากเพลงหยุดเองตอนเดินหรือขยับ อาจเกี่ยวข้องกับความพอดีมากกว่าการตั้งค่า
จุกที่ใหญ่หรือเล็กเกินไปอาจทำให้ AirPods อยู่ผิดตำแหน่งและเซ็นเซอร์ตรวจจับไม่สม่ำเสมอ
หูซ้ายและขวาอาจใช้จุกต่างขนาดกันได้ หากทำให้ใส่ได้พอดีกว่า
หาก AirPods ข้างหนึ่งไม่มีแบตเตอรี่ ระบบอาจตรวจจับได้ไม่สมบูรณ์
หากข้างหนึ่งไม่แสดงแบตเตอรี่ ให้ทำความสะอาดหน้าสัมผัสและตรวจสอบการชาร์จ
หากเพลงยังเล่นต่อหลังปิดฝาเคส AirPods อาจวางไม่สนิทหรือหน้าสัมผัสในเคสมีปัญหา
แอปบางรายการอาจไม่ตอบสนองต่อคำสั่งหยุดและเล่นอัตโนมัติเหมือนกัน
ให้ทดลองดังนี้
หากการตรวจจับทำงานในแอปอื่น ปัญหาอาจอยู่ที่แอป ไม่จำเป็นต้องรีเซ็ต AirPods
ควรปิด Bluetooth จากหน้าการตั้งค่าโดยตรง เพื่อเริ่มระบบใหม่อย่างสมบูรณ์
การรีสตาร์ทช่วยแก้ข้อผิดพลาดชั่วคราวของ Bluetooth แอป และระบบตรวจจับ AirPods
หลังเปิดเครื่องกลับมา ให้เชื่อมต่อ AirPods เปิดการตรวจจับหูอัตโนมัติ และทดสอบด้วยแอปเพลงมาตรฐานก่อน
การรีสตาร์ทไม่ลบรูปภาพ แอป หรือข้อมูลส่วนตัว
การลบ AirPods ไม่ทำให้ข้อมูลส่วนตัวบน iPhone หาย
หากจับคู่ใหม่แล้วยังไม่ทำงาน ให้รีเซ็ต AirPods
AirPods ที่ไม่มีปุ่มด้านหลังใช้การแตะด้านหน้าของเคส ควรใช้ขั้นตอนที่ตรงกับรุ่น
สำหรับ AirPods ให้ใส่ลงในเคส ต่อเคสกับแหล่งจ่ายไฟ และวางไว้ใกล้ iPhone ที่เปิด Bluetooth พร้อมเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อให้ระบบจัดการอัปเดตอัตโนมัติ
แนวทางของ comsiam คือควรทดสอบเซ็นเซอร์ข้างซ้ายและข้างขวาแยกกันก่อนรีเซ็ต เพื่อระบุว่าปัญหาเกิดข้างเดียวหรือทั้งชุด
เชื่อมต่อ AirPods กับ iPhone หรือ iPad อีกเครื่อง แล้วเปิดการตรวจจับหูอัตโนมัติ
ควรนำ AirPods ไปตรวจสอบเมื่อพบอาการต่อไปนี้
ควรนำ AirPods ทั้งสองข้างและเคสไปตรวจพร้อมกัน เพื่อทดสอบเซ็นเซอร์ การชาร์จ และการเชื่อมต่อได้ครบถ้วน
เชื่อมต่อ AirPods แล้วไปที่ การตั้งค่า > AirPods หรือ Bluetooth > ปุ่มรูปตัว i จากนั้นเปิดการตรวจจับหูอัตโนมัติ
อาจปิดการตรวจจับหู เซ็นเซอร์มีคราบ นิ้วบังเซ็นเซอร์ หรือแอปไม่ตอบสนองต่อคำสั่งอัตโนมัติ
AirPods อาจหลวม เซ็นเซอร์สกปรก จุกหูฟังไม่พอดี หรือหูฟังข้างหนึ่งมีแบตเตอรี่ต่ำ
โดยทั่วไปเมื่อเปิดการตรวจจับหูอัตโนมัติ เพลงอาจหยุดเมื่อถอดข้างหนึ่ง แต่พฤติกรรมอาจแตกต่างตามรุ่นและแอป
ใช้ผ้านุ่มที่สะอาดและแห้งเช็ดเบา ๆ ไม่ควรใช้ของแหลมหรือฉีดน้ำยาลงบน AirPods
ช่วยได้เมื่อปัญหาเกิดจากการตั้งค่าหรือข้อมูลการจับคู่ แต่ไม่สามารถซ่อมเซ็นเซอร์ที่เสียหายได้
หากถอด AirPods แล้วเพลงไม่หยุด ให้เปิดการตรวจจับหูอัตโนมัติจากหน้าการตั้งค่า AirPods จากนั้นทำความสะอาดเซ็นเซอร์ ถอดอุปกรณ์เสริมที่อาจบัง และทดสอบหูฟังทีละข้าง
หากยังไม่ทำงาน ให้เปิด Bluetooth ใหม่ ลบ AirPods แล้วจับคู่หรือรีเซ็ต โดย comsiam แนะนำให้ทดลองกับหลายแอปและ iPhone อีกเครื่องก่อนส่งซ่อม เพื่อแยกปัญหาแอปออกจากความผิดปกติของเซ็นเซอร์